The-Terra

แฟนอาร์ท Terra ฉบับอู๊พ -o-"

posted on 08 Jun 2008 12:05 by palmcj  in The-Terra

/me  แหงนหน้ามองหัวเอนทรี่แล้วปลง..รั่วจริง ๆ เอิ๊ก ๆ

 

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างวาดรูปเท่าไหร่ค่ะ  ทั้ง ๆ ที่ปิดเทอมแล้วแท้ ๆ แต่เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่หอลากไปนู่นไปนี่ตลอดเลยง่ะ  แถมปาร์ตี้กันบ่อยมาก ๆ  เค้าว่ากันว่าเป็น farewell party (ข้าพเจ้าคันปากอยากจะถามจริง ๆ เลยว่า  คนมากินก็หน้าเดิม ๆ ทำไมไม่รวบยอดจัดมันทีเดียว  จัดหลายครั้งมันเปลืองตังมากมาย -- ช่วงนี้ต้องชอปของฝากก่อนกลับไทยด้วย --  หมดไปหลายสิบปอนด์แล้ว เง้อ  T  T)

 

ต่อจากคราวที่แล้วที่วาดรูป portraits เอาไว้ค่ะ  เห็นมันโล่ง ๆ แลยเอามาลงสีดู  ออกมาดูไม่จืด แหะแหะ

 

/ Makka/

พยายามยั้ง ๆ มือตอนลงสีไม่ให้มากเกินไปค่ะ  เพราะเห็นว่าพอดูใน pc แล้วเข้ม  ไม่รู้ว่าขนาดนี้จะโอเคแล้วยัง  เพราะยังไม่ได้ลองเช็คใน pc เลยค่ะ  (ขี้เกียจเข้าไปใช้คอมในห้องสมุด ^^')

 

 

/Makka เวอร์ชั่นปิดไฟ (ลดภาวะโลกร้อน ??)/

จริง ๆ ก็แค่ปรับ level เพื่อเพิ่มรูป  ยืดเอนทรี่ให้ยาว ๆ ....อู๊พได้อีก  แฮ่~

(สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าอู๊พคืออะไรตามไป ที่นี่ ได้เลยจ้า ^w^)

 

 

 

คงเป็นเพราะความบ้า ๆ บอ ๆ ของเรา  ทำให้ photoshop พยศค่ะ  strike เป็นครั้งที่สามนับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่  พอลงสีผมโจมี่เสร็จกำลังจะลงสีหน้า  อยู่ ๆ โปรแกรมก็แฮงค์  เปิดเลเยอร์ใหม่ไม่ได้ค่ะ  พอเปิดปุ๊บโปรแกรมดับปั๊บ (ขึ้นว่า cannot read อะไรนี่แหละ)  -*-

เราก็ปล่อยมันไป  เพราะครั้งก่อน ๆ ที่เป็นพอปล่อยไปสักพักก็หาย (เอากับมันสิ)...เลยได้ลงสีแค่รูปเดียวค่ะ  T  T

 

~(- -~)""(~- -)~

ลองเปิด ๆ สมุดสเก็ตช์ดูว่ามีรูปอะไรพอจะเอามาลงได้อีกบ้าง (เพื่อเพิ่มดีกรีความอู๊พ)  เลยได้นี่มาค่ะ

 

/ Soldiers เวอร์ชั่นแอนิมอลแพลเน็ต /

 

 

ทำไมต้องให้บลูเป็นกระต่าย !! .. นั่นสิ  มันดูคิขุยังไงชอบกล  แต่ก็ไม่รู้จะวาดอะไร (เรื่องของเรื่องคือ  แค่อยากลองใส่ mimi ให้ปู่ดูบ้าง  ไม่อยากใส่เนโกะเพราะคิดว่าไม่ค่อยเข้า (แล้วอุซะมันเข้านักเหรอไง -*-)  ครั้นจะใส่อินุโจมี่ก็จองไปซะแล้ว  ก็เลยมาจบที่กระต่ายนี่แหละค่ะ >///<)

 

สุดท้ายแล้วค่ะ (คนอ่านคงแอบดีใจ ฮ่าๆๆ)

อยากลองวาดรูปคู่คีสกับมาสก้าดูบ้าง  ได้ออกมาเป็แบบนี้ค่ะ  (โปรดทำใจก่อนดู  T  T)

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

!!!!!!!!

ทำไมออกมาเยี่ยงนี้  กลายเป็นโจมี่บลูซะงั้น

เรื่องของเรื่องคือยังบิวท์อารมณ์วาดคีสไม่ได้เลยค่ะ  โปรเจคคีสเลยต้องรอต่อไป (// หัวเราะ //) 

แถมรู้สึกจะวาดปู่กับหลานสลับตำแหน่งกันชอบกล  จริง ๆ มันควรเป็นหลานอ้อน (ซบ) ปู่  แต่ทำไมออกมาเป็นปู่อ้อนหลานซะได้  แถมบลูยังหน้าเด็กกว่าโจมี่อีก  ให้มันได้อย่างนี้สิ  -[]-" 

 

 

ช่วงนี้มือยังฝืดอยู่เลยค่ะ (แก่แล้ว!!?)  วาดอะไรไม่ค่อยได้ดั่งใจเลย T  T

 

เดี๋ยวอัพเอนทรี่นี้เสร็จจะลองไปเปิดโฟโต้ชอปดูค่ะว่าหายรวนแล้วยัง  ข้าน้อยจะได้ลงสีต่อสักที 

 

ไว้พบกันใหม่เอนทรี่หน้าจ้า

บะบาย //

review :: Toward the Terra ภาค Character Profiles

posted on 24 Apr 2008 04:55 by palmcj  in The-Terra

เรื่องย่ออ่านได้ที่นี่จ้า  ---> Terra e... -- the whole story <---

 

อ้อ  เพลงในเอนทรีนี้เป็น Ed ที่สอง  ชื่อเพลง This Night  ฟังแรก ๆ อาจแปลก ๆ  แต่ฟังไปฟังมาแล้วเพราะดีแฮะ ^^'

 

เราจะแบ่งตัวละครออกเป็นสองฝ่ายเพื่อให้ง่ายกับการทำความเข้าใจ (เขียนง่ายกว่าด้วย อิอิ)  เอนทรีนี้ก็คงยาวอีก (จะมีใครทนอ่านมั๊ยน้อ) เพราะมันยาวนี่แหละเลยไม่อยากพล่ามมาก  เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าน่อ ^^

 

The Mus

[มิวเป็นเผ่าพันธุ์ที่วิวัฒนาการมาจากมนุษย์ (เกิดมิวเตชั่น)  ทำให้มีพลังจิตและพลังพิเศษต่าง ๆ  แต่พลังเหล่านี้ก็ต้องแลกมาด้วยความอ่อนแอทางกาย  มิวจำนวนไม่น้อยที่เกิดมาพิการ  และมิวส่วนมากจะมีร่างกายอ่อนแอ  (ไม่ใช่ขี้โรคนะ  แต่เป็นประเภทแรงน้อยด้อยสมรรถภาพมากกว่า)  ]

 

Photobucket

 

Jomy Marquis Shin / Soldier Shin

Jomy  เป็นชาวมิวที่เติบโตในเมือง Ataraxcia  เขาเป็นเด็กชายที่ร่าเริงแจ่มใส  เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและความมั่นใจในตัวเอง  Jomy เป็นคนรักอิสระจึงมักแหกกฎโรงเรียนจนถูกเรียกไปห้องปกครองอยู่เสมอ  Jomy รักและผูกพันกับแม่มากแม้จะไม่ได้ร่วมสายเลือดเดียวกันก็ตาม

 

ชะตาชีวิตของ Jomy ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อเขาพบว่าแท้จริงแล้วเขาคือมิว  และยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นมิวที่มีพลังแข็งแกร่งระดับ Blue Type อีกด้วย  Jomy จำต้องสืบทอดตำแหน่ง Soldier ผู้นำของมิวทั้งมวลต่อจาก Soldier Blue ที่ร่างกายเริ่มถึงขีดจำกัดแล้ว  ด้วยวัยเพียง 14 ปี  Jomy ต้องพบอุปสรรคในการปรับตัวและต้องเป็นผู้บังคับบัญชาเหล่าผู้อาวุโสที่มีอายุร่วม 300 ปี

 

สุดท้ายเขาได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของมิว  เขาสามารถนำพาเหล่ามิวสู่ Terra ได้สำเร็จ  และได้นำพา "ยุคใหม่"  ยุคแห่งความปรองดองระหว่างมิวกับมนุษย์มาสู่ Terra อีกด้วย

 

 

Photobucket

 

Blue / Soldier Blue

Blue เป็นมิวคนแรกที่ถือกำเนิดและถูกค้นพบ  เขาจึงได้ชื่อว่า "Type Blue the Origin"  เขาเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและเป็นที่เคารพรักของเหล่ามิวมานานกว่า 300 ปี  เมื่อ Blue ตระหนักว่าตัวเองกำลังจะดับสูญไปเพราะใช้พลังเกินขีดจำกัด  เขาก็ได้ฝากฝังให้ Jomy สานต่อภาระและความฝันของเขาในฐานะ Soldier Shin

 

หลังจากมอบตำแหน่ง Soldier ให้กับ Jomy  Blue ก็หลับไหลไปนานถึง 15 ปี เขาตื่นขึ้นมาเพื่อช่วย Jomy ปกป้องมิวจากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์  สุดท้าย Blue ก็ได้สละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องทุกคนเอาไว้และเขาได้ทิ้งบทเรียนสุดท้ายให้ Jomy... บทเรียนที่ทำให้ Jomy เข้มแข็งขึ้นและกลายเป็นผู้นำอย่างเต็มตัว

 

ปล. ตอนนี้ Blue กลายเป็นป๋าอีกคนในคอลเลคชั่นป๋า ๆ ของเราไปเรียบร้อยแล้ว ฮ่าๆๆๆ 

 

 

Photobucket

 

Tony / Tony Asuka

ลูกของ Yui กับ Karina  Tony เป็นเด็กพิเศษเพราะเป็นเด็กคนแรกที่เกิดโดยวิธีธรรมชาติและเป็นเด็กคนแรกที่เกิดบน Nazka  Tony ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปตั้งแต่อายุเพียงสามขวบ

 

เด็กหนุ่มรักและนับถือ Jomy มากถึงขนาดเรียก Jomy ว่า "Grandpa" และยอมทำตามคำสั่งของ Jomy ทุกอย่าง  Tony มีพลังกล้าแข็งกว่ามิวทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้ (พลังระดับ Blue Type)  ข้อเสียของ Tony คือเป็นคนใจร้อนและค่อนข้างหัวแข็ง  แต่สุดท้ายเขาก็ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และได้รับสืบทอดตำแหน่ง Soldier ต่อจาก Jomy

 

 

Photobucket

 

Physis

Physis  เป็นหญิงสาวที่มีพลังในการพยากรณ์  หล่อนเป็นที่เคารพนับถือของชาวมิว  แต่แท้จริงแล้ว Physis เป็นผลงานผิดพลาดที่เกิดจากการทดลองทางพันธุกรรมของรัฐบาล SD เพื่อสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ  เธอถูก Blue ช่วยเหลือเอาไว้และพาไปยัง Shangri-La  Blue ลบความทรงจำในอดีตของ Physis ทิ้งพร้อมให้พลังในการพยากรณ์แก่หญิงสาว  เมื่อ Blue ตาย Physis จึงสูญเสียพลังทั้งหมดที่มี  แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ยังให้ความไว้วางใจ Physis พวกเขาได้ช่วยเธอให้รอดชีวิตในสงครามครั้งสุดท้าย และฝากให้ Physis คอยช่วยเหลือ Soldier คนต่อไปนำพาเหล่ามิวในยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง

 

Physis ถือได้ว่าเป็นพี่สาวฝาแฝดของ Keith เพราะทั้งสองมี DNA ชุดเดียวกัน (คงต่างกันแค่ xy ล่ะนะ)

 

 

Photobucket

 

Harley

กัปตันของยานแม่ Shangri-La  เป็นมิวชุดแรกที่อพยพมาจาก Antremisia พร้อมกับ Blue  Harley เป็นคนเยือกเย็น  มีความคิดเป็นกลาง (ไม่เป็นตาแก่หัวแข็ง ^^') กล้าหาญและจงรักภักดีกับ Soldier เป็นที่สุด  บางครั้งเขาก็ตัดสินใจทำอะไรบ้าบิ่นเพื่อช่วย Soldier และพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ที่กำลังตกอยู่ในอันตราย  แม้จะดำรงตำแหน่งกัปตันยานแต่ Harley ก็มีด้านอ่อนโยนคิขุอยู่ไม่น้อยทีเดียว

 

 

Photobucket

 

Zel

หนึ่งในผู้อาวุโสชาวมิว  เขาเป็นคนหัวเก่าและหัวแข็งอย่างที่สุดและมักพูดจาทำร้ายจิตใจเด็กรุ่นใหม่อยู่เสมอ  แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็เป็นคนจิตใจดีมากคนหนึ่ง

 

 

Photobucket

 

Leo

 

Leo เป็นคนช่วย Jomy ในการหลบหนีจาก Atarexcia  เขาเป็นใบ้มาตั้งแต่เกิดจึงถูกพ่อแม่ตั้งแง่รังเกียจ และได้ Blue ช่วยเหลือเอาไว้ก่อนจะเข้ารับการทดสอบ (Adouthood exam) Leo จึงจงรักภักดีกับ Blue มาก  Leo มักจะปลอมตัวเป็นมนุษย์เข้ามาปะปนในเมืองเพื่อหาเด็กชาวมิวที่พลังยังไม่ตื่นเพื่อช่วยเหลือก่อนที่เด็กเหล่านั้นจะถูกกำจัด

 

Leo เป็นหนึ่งในมิวเพียงไม่กี่คนที่ยอมรับ Jomy ในตอนแรก  เขาคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ Jomy อยู่เสมอ  และได้ช่วย Jomy จากอันตรายหลายครั้ง

 

 

Photobucket

 

Altera

 

Altera เป็นหนึ่งในเด็ก ๆ ที่เกิดบน Nazka  เธอเกลียดสงครามและการต่อสู้แต่ก็จำเป็นต้องออกรบเป็นกองหน้าอยู่เสมอเพราะความสามารถระดับ Blue Type ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด  เด็กสาวมีใจให้ Tony  และสุดท้ายก็ได้สละชีวิตเพื่อปกป้องโทนี่เอาไว้...

 

Children of Nazka

เด็ก ๆ แห่งดาวเคราะห์สีแดงทั้ง 7ค น  เป็นกลุ่มมิวที่มีพัฒนาการไปอีกขั้นคือ ทุกคนมีความสารถระดับ Blue Type  ซึ่งอาจเกิดจากการถือกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ (ต่างจากคนอื่นที่เป็นเด็กหลอดแก้ว)  พวกเขาเป็นกำลังสำคัญของ Jomy ในช่วงสุดท้ายของการห้ำหั่นระหว่างมนุษย์กับมิว  ทว่าพลังที่มากมายมหาศาลดุจปีศาจก็สร้างความหวาดกลัวให้กับมิวคนอื่น ๆ ไม่น้อย  ทำให้เด็กเหล่านี้ค่อนข้างห่ามและรู้สึกแปลกแยกกับคนอื่นๆ อยู่มาก

 

 

The Humans

[คงไม่ต้องให้คำจำกัดความอะนะ  มนุษย์ก็คือมนุษย์อย่างเรา ๆ นี่แหละ  เพียงแต่มนุษย์ในเรื่องนี้ออกจะน่าสงสารที่ว่าชีวิตไม่มีอิสระ  มีคอมพิวเตอร์คอยจับจ้องตลอด  แถมเผลอ ๆ ถูกล้างสมอง  ลบความทรงจำ  บางทีก็ถูกบิดเบือนความทรงจำแบบไม่รู้ตัว  ทำให้บางทีก็น่าคิดว่ามันเป็นคนหรือเป็นสัตว์เลี้ยงกันแน่ อิอิ]

 

Photobucket

 

Keith Anyan

 

อัจฉริยะแห่งสถานี E-1077 ซึ่งได้ฉายาว่าเป็น son of machine เพราะเขาเป็นนักเรียนคนโปรดของ Mother Eliza  Keith เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถรอบด้าน  หากแต่เป็นคนเย็นชา คนที่เขายอมเปิดใจให้มีเพียงแซมเพื่อนสนิทเท่านั้น (ไม่นับ Shiroe กับ Matsuka นะ)

สิ่งที่น่าพิศวงเกี่ยวกับ Keith คือ เขาไม่มีความทรงจำก่อนจะมาที่ E-1077 อยู่เลย  นักเรียนในสถานีก็ไม่มีใครรู้จักเขามาก่อนเหมือนกับอยู่ ๆ เขาก็ปรากฎตัวขึ้น  ซึ่งเป็นเพราะ Keith เป็นมนุษย์ที่เกิดจากการทดลองนั่นเอง

 

เมื่อเรียนจบ Keith ก็ได้เป็นหนึ่งใน Member Elite สมาชิกระดับสูงในรัฐบาลและได้ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้นำของมวลมนุษยชาติในที่สุด  สุดท้าย Keith ที่ต้องจำใจทำตามคำสั่งของระบบมาโดยตลอดก็ตัดสินใจทำตามที่หัวใจปรารถนา  นั่นคือร่วมมือกับ Jomy ในการต่อสู้เพื่อทำลายระบบ Grandmother และนำพาความสงบสุขที่แท้จริงมาสู่ประชาชนของเขา

 

 

Photobucket

 

Matsuka

 

มิวที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ในกองทัพเพราะผ่านการทดสอบโดยบังเอิญ  ภายนอกดูเหมือนเขาจะเป็นคนอ่อนแอ เฉื่อยชา นุ่มนิ่ม (สรุป -- ไม่เอาไหน)  แต่แท้จริงแล้ว Matsuka กลับมีจิตใจที่เข้มแข็งและกล้าหาญ  เขามีความจงรักภักดีต่อ Keith มากและแอบใช้พลังของมิวช่วย Keith ไว้หลายครั้ง (คนอื่นไม่รู้ แต่ Keith รู้)  สุดท้าย Matsuka ก็ได้สละชีวิตตนเองเพื่อปกป้อง Keith จากการสังหารของ Tony

 

อนึ่ง  ความสัมพันธ์ระหว่าง Matsuka กับ Keith ในภาคซีรี่ส์นี้คงสามารถอธิบายได้ด้วยพจนานุกรมฉบับวายเท่านั้น  ดูแล้วคิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากเมะซาดิสม์เสน่ห์แรง  กับเคะแอ๊บแบ๊วมาโซ  กร๊ากกกก

 

 

Photobucket

 

Seiki Tei Shiroe

เป็นมิวอีกคนที่ผ่านการทดสอบมาได้  จริง ๆ แล้วเขาเคยพบ Jomy มาก่อนตอนอายุสิบขวบ  Jomy สัมผัสพลังมิวของ Shiroe ได้จึงมารับไปอยู่ด้วย  แต่ Shiroe ปฏิเสธหัวชนฝาเพราะกลัวว่าหากตนไปแม่จะต้องเหงา

หลังจากผ่านการทดสอบเด็กหนุ่มก็ได้เข้าศึกษาที่ E-1077 เป็นรุ่นน้องของ Keith 4 ปี  Shiroe ข้องใจเรื่องของ Keith จึงพยายามสืบจนค้นพบความจริง  แต่โชคร้ายที่เด็กหนุ่มถูกจับได้ว่าเป็นมิวจึงถูกฆ่าอย่างน่าเศร้าด้วยฝีมือของ Keith นั่นเอง

 

อนึ่ง  Shiroe เรียก Jomy ว่าปีเตอร์แพน  เพราะเขาหลงใหลนิทานเรื่องนี้และฝันว่าสักวันหนึ่งปีเตอร์จะรับเขาไปเนเวอร์แลนด์...

 

 

Photobucket

 

Sam Houston

เป็นตัวละครชะตาอาภัพอีกคนหนึ่ง  เขาเป็นเพื่อนสนิทกับ Jomy สมัยที่ยังอยู่ Atarexcia  และเมื่อเข้าเรียนที่ E-1077 Sam ก็ได้เป็นเพื่อนรักกับ Keith  เมื่อระบบของรัฐบาลรู้ว่าแซมเคยสนิทสนมกับ Jomy ผู้นำคนปัจจุบันของมิว  เขาก็ถูกนำไปล้างสมองหลังจากเรียนจบเพื่อให้ฆ่า Jomy หากได้เจอกัน

เมื่อโอกาสมาถึง  Sam ก็พยายามฆ่า Jomy ตามคำสั่ง  แรงช็อกจากความเสียใจอย่างที่สุดของ Jomy ส่งผลกระทบให้ Sam เสียสติไป  สมองของเขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งโดยที่จำเรื่องหลังจากผ่านการทดสอบไม่ได้เลย  สุดท้าย Sam ก็จากไปอย่างสงบ  การจากไปของเขาสร้างความเสียใจให้อดีตเพื่อนรักอย่าง Keith มาก Keith จึงนำเลือดของแซมมาหล่อเป็นต่างหูสีแดงแล้วสวมติดตัวอยู่ตลอดเวลา...

 

 

Photobucket

 

Swena Dalton

เพื่อนสมัยเด็กอีกคนของ Jomy  Swena หลงรัก Keith อยู่ข้างเดียวตลอดเวลาที่เรียนอยู่ที่ E-1077  เมื่อตระหนักว่าตัวเองไม่มีทางเอาชนะใจชายหนุ่มได้  เธอก็ลาออกจากสถานีเพื่อไปแต่งงาน  แต่สุดท้ายชีวิตคู่ก็ไปไม่รอด

หลังจากหย่า ลูกสาวเพียงคนเดียวของ Swena ก็ถูกส่งไปให้อดีตพ่อแม่ของ Jomy เลี้ยงแทน (บังเอิญจริง ๆ -_-")  ส่วน Swena ก็ผันตัวเองไปเป็นนักข่าวอิสระคอยสืบเรื่องอันตราย ๆ อย่าง Space whale (Moby-dick / Shgangri-La)  เธอเป็นคนหาเบาะแสเกี่ยวกับ Shiroe มาให้ Keith  และช่วยเหลือ Keith ให้แผรการต่อสู้กับ Grandmother ลุล่วง...

 

ตอนท้ายของเรื่องมีแอบใบ้ว่าจริง ๆ แล้ว Swena ก็อาจมีพลังมิวแฝงอยู่นิด ๆ  ส่วนลูกสาว Swena นั้นเป็นมิวชัวร์ ๆ 

 

 

Photobucket

 

Claive Merdock

 

หนึ่งในหัวกะทิจาก E-1077  Claive เป็นคู่กัดของ Keith สมัยเรียน  หลังจากเรียนจบ Claive ได้รับตำแหน่งพันเอกคุมกองทัพ  หลังจากได้รู้ความจริงเกี่ยวกับความเลวร้ายของ Grandmother  Claive ก็สละชีวิตตนเองเพื่อทำลาย Maggido อันหนึ่ง (ในจำนวนหลาย ๆ อัน) ที่กำลังชาร์จพลังงานเพื่อทำลายโลกหรือ Terra ตามคำสั่งสุดท้ายของ Grandmother...

 

 

Photobucket

 

Michael

คนรักของ Claive  อยู่เคียงข้าง Claive เสมอจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

 

---------------------------------------------------------------

 

อยากต่อแต่เริ่มขี้เกียจ  -_-"  เอาเป็นว่าถ้าขยันจะมาอัพเพิ่มน่อ

 

หวังว่าเอนทรียาวมหากาฬทั้งสองเอนทรีนี้จะช่วยให้มีใครหาอนิเมะดี ๆ เรื่องนี้มาดูกัน  (แปลกแฮะ  เรื่องนี้ที่เมืองนอกก็ดังพอสมควรนะ  แต่ที่เมืองไทยกระแสเงียบเป็นป่าช้าหลังวัดซะงั้น -o-)

 

ถ้ามีคนสนใจอาจแคปรูปมาฝากบ้างก็ได้ (แต่คงต้องรอเดือนหน้า  ตอนนี้มีงานอีกสองชิ้นต้องปั่น  ทำงานแบบ Jist in time จริงวุ้ย  เจริญแน่ ๆ งานนี้ เหอเหอ)

 

พบกันใหม่เอนทรีหน้านะจ๊ะ

บายจ้า  ^^

 

 

 

 

Anime review :: Toward the Terra (Terra e...)

posted on 22 Apr 2008 11:56 by palmcj  in The-Terra

จะเกิดอะไรขึ้น....หากมลภาวะจากน้ำมือมนุษย์ทำให้โลกกลายเป็นดาวแห่งความตาย

จะเกิดอะไรขึ้น....หากมนุษย์ต้องอพยพไปใช้ชีวิตในอวกาศ  รอเวลาที่โลกกลับมาหล่อเลี้ยงชีวิตได้อีกครั้ง

จะเกิดอะไรขึ้น....หากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาปกครองมนุษยชาติ

จะเกิดอะไรขึ้น....หาก "วิวัฒนาการ" สร้างเหล่าผู้มีพลังเหนือธรรมชาติขึ้น

จะเกิดอะไรขึ้น....หากทั้งสองฝ่ายต้องห้ำหั่นกันเพื่อแสวงหาหนทางกลับคืนสู่ "Terra" มาตุภูมิ...โลกที่กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม

 

ถ้าใครอ่านคำถามที่ว่ามาแล้วรู้สึกว่า "น่าสนใจ"  Toward the Terra ก็เป็นอนิเมะน้ำดี (ในความคิดของป้า ๆ อย่างเรา) อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องหามาดูให้ได้ (อวยกันสุดฤทธิ์ อิอิ)

 

Photobucket

 

 

Toward the Terra หรือ Terra e... เป็นการ์ตูนแนวโชโจ - ไซไฟ ชิ้นเอกของอ. เคย์โกะ  ทาเคมิยะ (มีรางวัลการันตีหลายอันทีเดียว)  ตีพิมครั้งแรกในปี 1977 (แก่กว่าเราบาน -_-")  และได้ถูกเอามาทำเป็น movies ในปี 1980 

เห็นคุณสมบัติอย่างนี้หลายคนคงคิดว่ามันจะ "เชย" แล้วก็ "เลี่ยน" ตามแบบการ์ตูนโชโจ  แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เลยนะ  เนื้อเรื่องยังทันสมัย (ถึงตอนเอาทำใหม่ปี 2007 จะมีปรับบทบ้างก็เหอะ  แต่โดยรวมก็ยังถือว่างาน original ไม่เชยเลยนะ)  ดราม่า + แอคชั่น ก็โอเค  ที่สำคัญพอเอามาทำเป็น series ฉายทางทีวีปีที่แล้วทีมงานแอนด์ผู้กำกับก็เอาใจแม่ยกกันสุดฤทธิ์  ตัวละครหนุ่ม ๆ หน้าตาดีออกมาเดินกันให้ควั่ก แถมยังมีวายซีนให้ขาวายจิ้นกันพอหอมปากหอมคออีกต่างหาก  (ครือว่า  เค้าก็ไม่ใช่สาววายนะ  แต่บางฉากนี่มันแทบไม่ต้องใช้พลังแห่งจินตนาการสายม่วงเลยง่ะ  หึหึหึ)

**ภาพตัวอย่างจาก manga**

Photobucket

 

อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราชอบการ์ตูนเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้นงานภาพสวย ๆ  ดนตรีประกอบอลังการ  แถมพ่วงด้วย ost เพราะ ๆ  เพลงที่เปิดในบลอคตอนนี้ก็เป็น ed เพลงแรกของเรื่องนี้แหละ  ทำนองเป็นเพลง Kanon in D ซะด้วย..  Love is this...nani ga attemo...  ชอบมากกกกก หุหุ

 

พล่ามมานานแระ  เข้าเรื่องเลยดีกว่า

 

คำเตือน : สปอยระดับสิบ !!!

               review นี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวน่อ

 

Toward the Terra  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้อันยาวนานของมนุษย์และ Mu (อ่านว่า มิว น่อ  ไม่ใช่ มู -3-) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีพลังพิเศษ  มีพลังจิต และสามารถใช้ telepathy สื่อสารพวกเดียวกันเอง  รวมทั้งมนุษย์ได้...มนุษย์กลัวพวกมิวที่มีพลังพิเศษจึงพยายามกำจัดคนที่ถูกค้นพบว่ามีพลังพิเศษของพวกมิวแฝงอยู่

 

ในจักรวาลของการ์ตูนเรื่องนี้มนุษย์ถูกปกครองและควบคุมโดยรัฐบาล SD (SD government) ผ่านระบบ "Grandmother" ซึ่งสามารถล้างสมองรวมทั้งลบความทรงจำของคนได้  SD gov ทำอย่างนี้เพื่อควบคุม "ความโลภ" ของมนุษย์ที่ทำให้โลก..Terra ถูกทำลายด้วยมลพิษ

 

มนุษย์ (รวมทั้งพวกมิว) ไม่มีการให้กำเนิดลูกโดยธรรมชาติอีกต่อไป  เด็กทุกคนเป็นเด็กหลอดแก้วซึ่งจะถูกส่งไปให้พ่อแม่ที่ไม่มีความผูกพันทางสายเลือดเลี้ยงดู  และในวันเกิดครบรอบ 14 ปี  หรือที่เรียกว่า day of awakening เด็กเหล่านี้จะต้องผ่านการทดสอบที่เรียกว่า Adouthood exam ระหว่างการทดสอบ  ระบบ "Terras no.5" จะทำการล้างความทรงจำตลอด 14 ปีออก (อาจยังมีความทรงจำราง ๆ เกี่ยวกับคนที่ผูกพันมาก ๆ เหลืออยู่บ้าง)  และถือว่าเด็กคนนั้นได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์  และออกเดินทางตามความฝันของตัวเองโดยไม่กลับไปหาพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาสิบสี่ปีอีกต่อไป (เพราะเสียความทรงจำไปหมดแล้ว  อารมณ์ประมาณว่าเกิดใหม่ไปเลย)  ส่วนเด็กที่ไม่ผ่านการทดสอบจะต้องถูก "กำจัด"  เพราะถือว่ามีพลังของ "มิว" แฝงอยู่ในตัว...

 

เราจะแบ่งช่วงอนิเมะเรื่องนี้เป็น 4 arcs (ใช้มาตรฐานมั่ว ๆ ของตัวเอง...ซะงั้นเลย) ตาม "จุดเปลี่ยน" ของ theme เนื้อเรื่อง  ว่าแล้วก็รีวิวโลด 

 

** แนะนำตัวละคร  ใครอยากอ่านก่อนอ่านเรื่องย่อก็ click เลยจ้า **

 

ARC 1 -- Day of awakening

 

 

Jomy Marquis Shin เป็นเด็กชายที่มีพลังมิวแฝงอยู่ในตัว  Jomy มักจะฝันเห็นหญิงสาวและชายหนุ่มแปลกหน้าในสถานที่ประหลาด  และคุยกันในเรื่องที่เขาเองก็ไม่เข้าใจอยู่เสมอ  ระหว่าง Jomy กำลังถูก terras no.5 ลบความทรงจำในระว่างการทดสอบ  Jomy ขัดขืนทำให้พลังมิวของเขาเริ่มตื่นตัวขึ้น  พร้อม ๆ กับการปรากฎตัวของ "Soldier Blue" ชายที่เขาเห็นในความฝันมาโดยตลอด 

Jomy ถูกคนของรัฐบาลตามล่าเพื่อกำจัดทิ้งเพราะเขาเป็นพวกมิว  แต่ Jomy ก็หนีมาได้ด้วยความช่วยเหลือของ Leo มิวที่ Blue ส่งมาช่วย Jomy

Leo พา Jomy ไปยัง Shangri-La ยานแม่ของพวกมิวที่ซ่อนอยู่ในชั้นบรรยากาศของ "Ataraxcia" บ้านเกิดของ Jomy 

ตอนแรกเด็กหนุ่มไม่ยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองเป็นมิว  เขาจึงขอกลับไปยังบ้านเกิดซึ่ง soldier blue ก็อนุญาต  เมื่อ Jomy ปรากฎตัวที่ Ataraxcia เขาและ Leo ที่ตามมาส่งก็ถูกจับตัวไปเพื่อ "ล้วงความลับเกี่ยวกับพวกมิว"  เมื่อสมองของ Jomy ถูกบีบคั้นหนักเข้า  พลังมิวมหาศาลของเขาก็ระเบิดออกมา  soldier blue (ที่ร่างกายอ่อนแอมากแล้ว เพราะอยู่มานานกว่า 300 ปี) ตามมาช่วย Jomy และถ่ายทอดความทรงจำอันขมขื่นจากความโหดร้ายที่มนุษย์กระทำต่อมิวมาโดยตลอดให้ Jomy ได้รู้....

 

ในที่สุด Jomy ก็ยอมรับชาติกำเนิดของตัวเอง  แต่สิ่งนี้ก็ต้องแลกมาด้วยพลังงานทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ของ Soldier Blue ... Blue ต้องตกอยู่ในห้วงนิทราไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาอีกหรือไม่  และเมื่อไรวันนั้นจะมาถึง

ข้อความสุดท้ายที่ Blue ฝากไว้กับมิวทุกคนคือ  เขามอบตำแหน่งและภาระอันยิ่งใหญ่ของ Soldier "ผู้นำของมิว" ให้ Jomy เป็นผู้สืบทอด

"...From now on, Jomy Marquis Shin will carry on my heart and lead the Mus as "Soldier Shin"...He will bring the Mus to Terra...."

 

"...Soldier Blue, I will believe you now...."

 

Arc 1 ก็มาจบลงตรงนี้แหละ  Jomy ต้องพบกับชะตาชีวิตที่ผกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ  เขาด้วยวัยเพียง 14 ปี ต้องแบกรับภาระที่หนักหนาสาหัส  และต้องเผชิญกับการต่อต้านลึก ๆ ของพวกมิวอีกหลายคนที่แอบไม่พอใจเพราะคิดว่า Jomy เป็นต้นเหตุให้ Soldier Blue ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

เนื้อเรื่องในช่วงนี้ถือว่าเข้มข้นเลยทีเดียว  โดยเฉพาะซีนที่ Jomy ระเบิดพลังออกมาแล้ว Blue ออกมาช่วย  ดูไปลุ้นไปสุด ๆ  ตัวละครตัวอื่นก็โอ  ทุกคนมีบทบาทช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูเพื่อถ่วงเวลาให้ Jomy กับ Leo ถูกช่วยกลับมา  ถือว่าเป็นการเริ่มต้นอนิเมะได้น่าติดตาม  แบบว่าดูแล้วหยุดไม่ได้  ไม่หลับไม่นอน ฮ่าๆๆๆๆ

 

 

ARC 2 -- Station E-1077

 

Photobucket

 

Arc นี้เนื้อเรื่องโฟกัสไปที่สถานี E-1077 ของรัฐบาล SD  สถาบันนี้เปรียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับมหาลัยอันดับหนึ่งนั่นแหละ  นักเรียนที่จบมาจากที่นี่ส่วนใหญ่เป็นพวกหัวกะทิ  บางคนก็ได้เป็น "Members" (อารมณ์ประมาณรัฐมนตรีอะไรเทือกนั้น)... Keith Anyan เป็นนักเรียนที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถรอบด้าน  เป็นคนเก่งที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันขึ้นมา

 

ที่นั่น Keith ได้รู้จักกับ Sam และ Swena ซึ่งโตมาด้วยกันกับ Jomy ที่ Ataraxcia  Keith กลายเป็นเพื่อนสนิทกับ Sam ซึ่งคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ Keith มาโดยตลอด

แต่แล้วความวุ่นวายก็เริ่มก่อเค้าเมื่อ Seiki Tei Shiroe เด็กอัจฉริยะอีกคน ปรากฎตัวขึ้น  Shiroe ต่อต้านระบบ "Mother Eliza" ซึ่งคอยควบคุมทุกคนใน E-1077 และมักสร้างปัญหาอยู่เสมอ  Shiroe คอยตามตอแยและท้าทาย Keith อยู่ตลอดเวลา  เด็กหนุ่มพยายามสืบเรื่อง Keith ด้วยความข้องใจว่าแท้จริงแล้ว Keith เป็นใครกันแน่....

 

ในที่สุด Shiroe ก็ได้พบ "ความจริง" ที่ซ่อนอยู่ในเขตหวงห้าม 301 ของสถานี  เขาถูกจับตัวไปตรวจสอบคลื่นสมองอีกครั้งเพราะ Mother Eliza สงสัยว่าเขาเป็นมิว (ถูกเผง)  เมื่อพลังมิวถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวขึ้น  Shiroe ซึ่งเอาแต่เพ้อถึง ปีเตอร์แพน นิทานเรื่องโปรด ก็ขโมยยานและขับหนีไปในอวกาศ  Keith ตามไปสังหาร Shiroe ตามคำสั่งของ Mother Eliza ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ต้องการทำอย่างนั้นเลย  นั่นเป็นครั้งแรกที่ Keith หลั่งน้ำตาแห่งความเสียใจออกมา...

 

Jomy รับรู้ถึงการจบชีวิตอันแสนเศร้าของ Shiroe (Jomy ไม่ได้รู้หรอกว่า Shiroe ตายแล้ว  แต่วินาทีที่ Shiroe จบชีวิตลง  Jomy ก็สัมผัสได้ถึงความเศร้า)  เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะติดต่อกับสถานี E-1077 เพื่อขอร้องมนุษย์ให้ยอมรับมิวและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (ก่อน Shiroe จะตาย  Jomy พยายามติดต่อไปหลายครั้ง  แต่มนุษย์กลับไม่ยอมเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อมิวแม้แต่น้อย)

 

 

แปดปีผ่านไปหลังจากการตายของ Shiroe  พวกมิวต้องผ่านสงครามย่อย ๆ กับมนุษย์หลายครั้ง  มนุษย์พยายามทุกวิถีทางที่จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกมิว  ทำให้พวกมิวต้องหนีหัวซุกหัวซุนโดยการ "วาร์ป" หลายครั้งหลายหน  จนในที่สุด Shangri-La ก็มาถึงระบบ "Silvester" ในอวกาศอันเคว้งคว้าง

 

ในตอนนั้นเอง Jomy ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากพวก Karina (พวก Karina เป็นมิวที่อายุน้อยที่สุด  ตอน Jomy อายุ 14  พวก Karina ยังอายุไม่ถึงสิบขวบเลย)  เขาคิดที่จะตั้งรกรากที่ดาวเคราะห์สีแดง Silvester 7 (ดาวดวงที่เจ็ดในระบบซิลเวสเตอร์)  และสร้างดาวดวงนี้ให้เป็น Terra ดินแดนแห่งสันติของพวกมิว... Physis ตั้งชื่อใหม่ให้ดาวแห่งความหวังดวงนี้ว่า "Nazka"

 

พวกมิวเริ่มสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ขึ้นที่ Nazka ท่ามกลางเสียงคัดค้านของพวกหัวเก่าอย่าง Zel  ซึ่งต้องการจะไปยัง Terra ให้ได้  อนาคตแบบไหนจะรอพวกเขาอยู่ในดวงดาวแห่งนี้กันแน่...

 

อนึ่ง Silvester 7 เป็นดวงดาวรกร้างที่มนุษย์เลยมาตั้งรกรากมาก่อน  แต่ก็ต้องอพยพออกไปในที่สุดเพราะทนความแห้งแล้งไม่ไหว  Jomy รู้อยู่เต็มอกว่าคงยากที่จะใช้ชีวิตในดาวที่แห้งแล้งและมีชั้นบรรยากาศเบาบางอย่างนี้ได้  แต่เขาก็ยังคงพยายามสร้าง Nazka ให้เป็นบ้านของมิวท่ามกลางความสับสนในจิตใจ

 

"....บอกหน่อยได้ไหม Soldier Blue  ผมควรจะเลือกสิ่งไหนระหว่างความหวังของคนรุ่นเก่า กับความฝันของคนรุ่นใหม่  ผมตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่ทำอย่างนี้...."

"...Soldier Shin พยายามอย่างที่สุดที่จะทำให้ความฝันของทุกคนเป็นจริง..."

 

Arc นี้ก็จบลงตรงนี้แหละ  ตอนนี้เวลาก็ผ่านไป 12 ปีแล้วตั้งแต่เริ่มเรื่อง  มนุษย์แก่ลงกันเป็นแถว  แต่พวกมิวที่มีชีวิตยาวนานอยู่แล้วไม่เปลี่ยนเลย  ยกเว้นพวกแก๊งค์เด็กอย่าง Karina ที่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันถ้วนหน้า ^^'

 

ซีนอารมณ์ของช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นตอนที่ Shiroe จะตาย  ดูแล้วแบบว่าเศร้าปนช็อกอะ  ไม่คิดว่า Shiroe จะตายเร็วอย่างนี้  แต่ถึงจะตายเร็วก็กลับมามีบทบาทในตอนท้ายนะ  อันนี้ต้องรอดูกันต่อไป (ถ้าทนอ่านถึงช่วงท้ายได้ก็จะรู้เอง เหอเหอ)

 

ปล. Shiroe นี่พลังเคะรุนแรงใช้ได้เลยนะ  ขาวายคงจิ้น Keith - Shiroe กันเป็นแถบ ๆ (มีโดจินกับแฟนอาร์ทมายัน ฮ่าๆๆๆ)  ตอนแรกที่เปิดตัว Shiroe ก็รู้สึกว่า "เฮ้ย  ไอ้นี่แอบเกรียนแฮะ"  แต่ไป ๆ มา ๆ พอเริ่มรู้ที่มาที่ไปของ Shiroe มากขึ้นเราก็เริ่มชอบตัวละครตัวนี้แล้วอะ  เสียดายตายเร็วไป (ไม่) นิด T[]T 

 

 

me/ พักปาดเหงื่อหนึ่งรอบ

คนอ่าน/ อินี่บ้าพลังเจรง ๆ ชักขี้เกียจอ่านแล้วนะ (เฟ้ย)

 

ARC 3 -- Child of Nazka and The Return to Artemisia

 

Photobucket

 

ไม่นานหลังจากพวกมิวเริ่มตั้งรกรากที่ Nazka Karina ก็ให้กำเนิดทารกชาวมิวคนแรกด้วยวิธีธรรมชาติ (ไม่ใช่เด็กหลอดแก้ว) Yui พ่อของเด็กทารกคนแรกของ Nazka ตั้งชื่อลูกชายสุดที่รักว่า "Tony"

 

สามปีผ่านไป Nazka ก็เริ่มมีชีวิตชีวาด้วยชีวิตน้อย ๆ 7 ชีวิต (รวมโทนี่) ที่ถือกำเนิดขึ้นบนดาวแห่งนี้  พวกมิวเริ่มผูกพันกับ Nazka มากขึ้นเรื่อย ๆ หารู้ไม่ว่าอีกไม่นานหายนะจะมาเยือนดวงดาวแห่งนี้...

 

กงล้อแห่งโชคชะตาของพวกมิวเริ่มบิดเบี้ยวเมื่อ Sam สำรวจอวกาศจนมาพบกับ Nazka โดยบังเอิญ  Jomy เห็น Sam ก็จำเพื่อนได้ทันทีและรีบไปหา Sam ด้วยความดีใจอย่างที่สุด  ทว่าแซมที่ถูกทาง SD ล้างสมองกลับพยายามฆ่า Jomy  ด้วยความสะเทือนใจสุดขีด Jomy ก็ระเบิดพลังออกมา  ทำให้ Sam กลายเป็นคนเสียสติไป.... อุบัติเหตุของยานสำรวจได้ถูกรายงานไปยังรัฐบาล  ทาง SD จึงส่ง "ผู้กอง Keith" ไปสำรวจ Silvester 7 เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้  เมื่อ Keith รู้ว่า Sam ก็อยู่ในยานสำรวจด้วยก็ตกใจมากและรีบไปสำรวจที่เกิดเหตุทันที...

 

Keith ได้รับ Matsuka ซึ่งเขาพบว่าเป็นมิวที่ผ่าน adulthood exam ได้โดยบังเอิญ มาเป็นลูกน้องคนสนิท  เมื่อยานสำรวจของ Keith อยู่ในวงโคจรของ Silvester 7 เขาก็ตัดสินใจลงไปสำรวจพื้นดินเบื้องล่างตามลำพัง

 

Keith จึงได้พบกับ Jomy  ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด  Jomy แปลกใจมากที่ตนไม่สามารถใช้พลังจิตควบคุมจิตใจของ Keith ได้  ทว่า Physis ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์กลับเข้าถึงส่วนลึกภายในจิตใจ Keith ได้  เธอแปลกใจมากที่พบว่าภาพ Terra ในใจของชายหนุ่มเหมือนภาพ Terra ในใจของเธอไม่ผิดเพี้ยน  อีกทั้ง "บทเพลง" ที่บรรเลงอยู่ในจิตใต้สำนึกของ Keith ก็เหมือนกับเพลงของ Physis ทุกกระเบียดนิ้ว

 ในที่สุด Keith ก็ถูกจับได้ และถูกนำตัวไปสอบสวนเพื่อหาเบาะแสของ Terra  แต่พวกมิวกลับไม่สามารถเข้าถึงจิตใจของชายหนุ่มได้เลย  สร้างความหนักใจและประหลาดใจให้ทุกคนอย่างมาก

 

ความวุ่นวายเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ Tony แอบไปหา Keith เพื่อกำจัด "ตัวอันตราย" ทิ้งเสีย  แต่ด้วยความเยาว์วัยโทนี่ก็พลาดท่าถูก Keith ทำร้ายจนสลบไป  Physis เองก็ไปหา Keith เช่นกัน  เมื่อ Keith เอา Tony มาเป็นข้อต่อรอง  หญิงสาวก็จำต้องร่วมทางไปกับเขา  สัญญาณอันตรายและ "พลังประหลาด" ที่กล้าแข็งของโทนี่ปลุกให้ Soldier Blue ที่หลับไหลมานานถึงสิบห้าปีตื่นขึ้นมาอีกครั้ง...

 

Blue ตามมาเจอกับ Keith  และใช้พลังจิตจู่โจม Keith เพื่อช่วย Tony และ Physis  ทว่า Physis กลับใช้พลังของตัวเองปกป้อง Keith เอาไว้ทำให้ชายหนุ่มหนีไปได้โดยเอา Physis เป็นตัวประกัน  ส่วน Tony ก็ถูกปล่อยตัว  การกระทำของ Physis ที่ช่วยเหลือศัตรูสร้างความประหลาดใจระคนความเศร้ากับ Blue เป็นอย่างมาก...

 

ในที่สุด Keith ก็หนีไปได้ด้วยความช่วยเหลือของ Matsuka  ส่วน Physis ก็ถูก Jomy ช่วยกลับมาอย่างปลอดภัย....เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ Karina ต้องจบชีวิตลง  ส่วนเด็ก ๆ แห่ง Nazka ทั้งหกคนก็ตกอยู่ในห้วงนิทราอย่างน่าประหลาด  ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...

 

Photobucket

 

เมื่อทางรัฐบาลรู้ว่าพวกมิวตั้งรกรากอยู่ที่ Silvester 7 ก็ได้มีคำสั่งให้ใช้ "Meggido" สุดยอดอาวุธที่สามารถทำลายล้างดวงดาวให้กลายเป็นจุลได้  ทำลาย Silvester 7 ทันที

 

ทันทีที่ลำแสงแห่งความหายนะถูกปล่อยออกจาก Meggido  โดยมีเป้าหมายอยู่ที่แก่นของ Nazka  เด็ก ๆ แห่ง Nazka ทั้งเจ็ดก็ตื่นจากการหลับไหลเพื่อช่วย Jomy และ Blue เบี่ยงวิถีของลำแสงไม่ให้โดนแกนกลางดาวโดยตรง  สิ่งที่น่าประหลาดคือเมื่อตื่นจากจำศีลร่างกายของทั้งเจ็ดก็โตขึ้น (เหมือนหนอน --> ดักแด้ --> ผีเสื้อ  ในเรื่องก็บอกว่าเป็น Metamophosis) และมีพลังมหาศาลระดับ Blue type เลยทีเดียว

 

แม้ลำแสงจากสุดยอดอาวุธจะโดน Nazka แบบเฉียด ๆ แต่ผลกระทบก็รุนแรงพอจะทำให้ดาวระเบิดได้  Blue สั่งให้ Jomy พาเด็ก ๆ กลับไปยัง Shangri-La และไปช่วยพวกมิวจาก Nazka ให้ได้มากที่สุด  ส่วนตัวเองก็มุ่งไปยัง Meggido ที่เตรียมจะปล่อยลำแสงพิฆาตอีกลำไปยัง Shangari-La เพื่อปกป้องเหล่ามิวให้พ้นจากเงื้อมมือยมทูต....ในที่สุด Shangri-La ก็วาร์ปหนีไปได้แบบฉิวเฉียด  แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของ Soldier Blue ซึ่งยอมสละชีวิตระเบิดไปพร้อม ๆ กับ Meggido

 

การจากไปของบลูและพี่น้องชาวมิว (พ่อแม่ของเด็ก ๆ แห่ง Nazka ที่หนีออกมาไม่ได้) อีกนับสิบชีวิตทำให้ Jomy เติบโตขึ้นอีกขั้นและกลายเป็นผู้นำอย่างเต็มตัวของเหล่ามิว  Jomy ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะท้าชนกับมนุษย์  หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เขาต้องการล้มล้าง "ระบบ Grandmother" ที่เป็นตัวต้นเหตุของความแตกแยกทั้งหมดนี้เสีย  เพื่อการนี้ Jomy ก็ออกคำสั่งให้ Shangri-La เดินทางกลับไปยังจุดกำเนิดของยานลำนี้.... Artemisia  เพื่อสานต่อความฝันที่จะนำพาทุกคนไปยัง Terra ของบลูให้ลุล่วง

 

"...Three years on Nazka, the planet and the path to which you led us, is a true happiness....This is our home...Thank you, Jomy...."

"...I will give Jomy the last instruction to be a leader of the Mus...."

"...If you believe, the path will open...."

"...We will fight that system to find the path through Artemisia...and to Terra..."

 

Arc นี้เป็นช่วงที่ยาวที่สุดของเรื่องเลย  ตัวละครสำคัญที่ออกมาในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้น Matsuka  มิวพลังม่วงที่หลงไปอยู่ในกองทัพของมนุษย์  ตอนแรกที่ดูฉากเปิดตัวของ Matsuka รู้สึกจักจี้ชอบกล  ก็เฮียแกเล่นเคะแตกตั้งแต่แรก  แถมเสียงพากย์ยังหญิงจ๋าอีก (ถึงคนพากย์จะชายก็เหอะนะ) (ยิ่งตอน Keith ขู่ Matsuka ว่า "Don't approach me from behide." นี่ถึงไม่อยากคิดเป็นอื่นมันก็ต้องคิดละค้าบบบบ เหอเหอ)

 

ปริศนาที่ทิ้งไว้ในช่วงนี้ก็คงเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Keith กับ Physis ที่ทำให้จิตใจ Physis หวั่นไหวถึงขนาดเป็นต้นเหตุให้ Karina ตายและทำให้ดาวล่มสลายกันเลยทีเดียว (เจ๊แกคงจะรู้สึกผิดมาก  บังอาจทำ Soldier Blue เราร้องไห้  เง้อ)

 

Arc นี้ดราม่าเข้มข้นดี  ดนตรีก็ทำได้อลังการคงเส้นคงวา (ดนตรีนี่สำคัญจริง ๆ นะ  ทำให้ได้อรรถรสในการดูเพิ่มขึ้นเยอะ)  จะขัดใจก็ตรงเจ้า Matsuka กับ Keith นี่แหละ  เห็นแล้วคิดถึงละครตบจูบ (อินี่หมกมุ่นไปแระ -*-)  แต่ท้าย ๆ เรื่องก็ไม่เป็นแล้วนะ  หลังจากได้เห็นพัฒนาการของเจ้า Matsuka แล้วก็เริ่มชินกับน้ำเสียงหญิงจ๋าของเฮียแกแล้วก็เริ่มรู้สึกรักตัวละครตัวนี้มากขึ้น อีกอย่างนึงที่อยากติคือ  ถึง Keith จะแก่ขึ้น  แต่ทำไมคนวาดวาดให้ทำผมทรงนั้นง่ะ  เปลี่ยนทรงผมใหม่แล้วดับมาก  แถมยังดูแก่แบบ x2 ไปเลย  TT_TT

 

 

ARC 4 -- Terra's Green Hills

 

Photobucket

 

หลังจาก Jomy ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะต่อสู้  พวกมิวก็ต้องผ่านสงครามกับมนุษย์อยู่เรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายปี  กองกำลังสำคัญของ Jomy ก็คือเหล่าเด็ก ๆ แห่ง Nazka ที่เติบโตเป็นหนุ่มสาวที่มีพลังงานมหาศาลและยังมีความสามารถขนาด Type Blue อีกด้วย (มิวที่มีความสารถขนาด Type Blue ก็มี Jomy, Blue แล้วก็เด็กเจ็ดคนนี่แหละ)

สงครามดำเนินต่อไปท่ามกลางความข้องใจของเหล่ามิวผู้อาวุโสที่ไม่เห็นด้วยกับการฆ่ามนุษย์มากมายของเด็กทั้งเจ็ดคนที่บางครั้งก็ดูเหมือนไม่จำเป็น  พลังอันน่าพิศวงของมิวรุ่นใหม่ทั้งหกสร้างความหวาดกลัวให้แก่มิวคนอื่น ๆ เป็นอย่างมาก  ทำให้เกิดรอยร้าวเล็ก ๆ ขึ้น  แม้ Jomy จะรู้ถึงปัญหานี้แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ  เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการนำพาทุกคนกลับไปยัง Artemisia และ Terra เท่านั้น  เพื่อไม่ให้ทุกชีวิตที่ดับสูญไปพร้อม Nazka ต้องสูญเปล่า... 

 

Swena ซึ่งตอนนี้เป็นนักข่าวอิสระและตามสืบเรื่องของ Moby-dick (Shangri-La) รวมทั้งเรื่องของ Shiroe อยู่บอก Keith  เรื่องที่สถานี E-1077 ถูกสั่งปิด  นอกจากนี้เธอได้มอบเบาะแสชิ้นสำคัญให้เพื่อนสมัยเรียน  สิ่งนั้นคือ หนังสือปีเตอร์แพน ที่พบในซากยานที่ Shiroe ขับหนีไปและถูก Keith ยิงทิ้งเมื่อนับสิบปีก่อน....

ภายในหนังสือมี Memory ship ซ่อนอยู่  เมื่อ Keith เปิดดูก็ตัดสินใจกลับไปยังสถานี E-1077 เพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในเขตหวงห้าม 301  ที่นั่นชายหนุ่มได้พบความจริงว่าแท้จริงแล้วเขาคือ "มนุษย์สังเคราะห์" ที่เป็นผลงานจากการทดลองทางพันธุกรรมเพื่อสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบคู่ควรที่จะอาศัยอยู่ใน Terra  ส่วน Physis เป็นผลงานที่ล้มเหลวที่ถูกสร้างขึ้นก่อนหน้าเขา  ทั้งสองมี DNA ชุดเดียวกัน  จึงมีความผูกพันทางจิตใจอย่างลึกซึ้ง.....

 

Keith ไต่เต้าขึ้นเป็นคนโปรดของ Grandmother และกลายเป็น "ผู้นำ" ของมนุษยชาติ  พร้อม ๆ กับที่พวกมิวเดินทางมาถึง Noah  และเข้าควบคุมเมืองนี้เพื่อต่อรองกับ SD ที่มี Keith เป็นผู้นำให้มาเจรจาสันติภาพกัน

Tony ไม่เห็นด้วยเพราะไม่เชื่อใจมนุษย์  ความเคลือบแคลงใจบวกกับความแค้นที่แม่ของเขาและ Blue ต้องตายเพราะ Keith ทำให้เด็กหนุ่มลอบเข้าไปในฐานทัพมนุษย์เพื่อสังหาร Keith  Tony เกือบทำสำเร็จหากแต่ Matsuka กลับเข้ามาขวางเอาไว้  Matsuka สละชีพของตัวเองเพื่อช่วยเหลือ Keith  หัวหน้าที่เขาเคารพรักยิ่งชีวิต...

 

Keith ตกลงจะเจรจากับพวกมิว  Jomy จึงสั่งให้ Shangri-La วาร์ปครั้งสุดท้ายเพื่อไปยัง "ดาวเคราะห์ดวงที่สามของระบบสุริยจักรวาล" หรือก็คือ Terra นั่นเอง  ทว่าทุกคนก็ต้องผิดหวังอย่างที่สุดเมื่อพบว่า Terra ที่แสนสวยงามที่บลูทุ่มเททั้งชีวิตอันยาวนานเพื่อตามหากลับเป็นดวงดาวที่ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงด้วยมลพิษจากน้ำมือของมนุษย์...

 

ระหว่างเจรจา Keith ตัดสินใจพา Jomy ลงไปยังใต้พื้นผิวของโลกซึ่งเป็นสถานที่ที่ระบบ Grandmother ตั้งอยู่  Keith ตัดสินใจร่วมมือกับ Jomy เพื่อทำลายระบบนี้เสีย เนื่องจากเขาตระหนักแล้วว่า Grandmother เป็นระบบที่ผิดพลาด  ทำให้มนุษย์และมิวต้องแตกแยกและนำมาซึ่งการต่อสู้อันแสนยาวนาน  เขาต้องการทำลายระบบนี้เสียเพื่อความสงบสุขอันแท้จริงของทั้งมนุษย์และมิว....เพื่อให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ร่วมสร้าง Terra...มาตุภูมิในฝันที่แท้จริงในอนาคต

 

ขณะที่ Jomy และ Keith กำลังต่อสู้  Swena ก็แพร่ภาพคำประกาศอิสรภาพต่อระบบ Grandmother ของ Keith ซึ่งบอกความจริงทุกอย่างแก่เหล่ามนุษยชาติและมิว  หลังจากรู้ความจริงมนุษย์ก็ต่อสู้เพื่ออิสรภาพเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีเพื่อปลดแอกตนเองจากระบบที่หลอกลวงพวกตนมาทั้งชีวิต... ในที่สุดมนุษย์ก็ยอมรับมิว  ความแตกแยกระหว่างสองเผ่าพันธุ์สิ้นสุดลง....

 

ในที่สุด Jomy และ Keith ก็ทำลายระบบ Grandmother ได้สำเร็จ  ทั้งสองต่างสะบักสะบอมจากการต่อสู้จนไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้อีก  ขณะที่ Terra กำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะก่อนจะถูกทำลายระบบ Grandmother สั่งให้ Meggido ที่โคจรอยู่ในชั้นบรรยากาศทำลาย Terra ทิ้งเสีย

Tony ตามหา Jomy จนพบ  Jomy สั่งเสียให้ Tony หยุดเงื้อมมือมัจจุราชของ Meggido ให้ได้  และมอบหมายให้ Tony เป็น Soldier คนต่อไปที่จะนำพามิวเข้าสู่ยุคใหม่...ยุคสมัยที่มิวและมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข....

 

สุดท้าย Tony จะหยุด Meggido ได้หรือเปล่าคงไม่ต้องบอก (ทุกคนคงพอเดาได้)  อนาคตของมนุษย์และมิวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็คงต้องติดตามจากตอนจบของอนิเมะเรื่องนี้นะค้าบ 

 

"...I hate wars, I hate to fight...." 

"....Listen, mama, that is a sound of freedom..."

"....Soldier Blue, Jomy whom you chose has led us to the Terra splendidly..."

"....Thank you, grandpa...Jomy..." 

 

คงไม่ต้องคอมเมนท์อะไรมากสำหรับช่วงท้ายของเรื่องที่ก็ทำได้ดีคงเส้นคงวา  เสียอย่างเดียวคือตอนจบห้วนไปนิด  ไม่มีสรุปว่าหลังจาก Grandmother ถูกทำลายแล้วโลกจะเป็นยังไงต่อไป  แต่ทางทีมงานก็ทำ epilouage สั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวหลังจากนั้นใส่ไว้ใน DVD แผ่นจบด้วย  ทำให้เราไม่รู้จะติอะไรดี อิอิอิ

 

ช่วงห้าหกตอนสุดท้ายตัวละครพาเหรดกันตายเลยนะ  เด็กหกคนของ Nazka น่าจะตายไปสอง (Altera ข้องเค้าด้วย ฮืออออ  สงสารโทนี่อะ) Matsuka ตาย Sam ก็ไม่รอด  ตอนสุดท้ายนี่ตายหมู่ ทั้ง Jomy, Keith, Leo พวกมิวแก่ ๆ รุ่นเดียวกับบลูก็ตายหมด  แม้แต่ Claive กับ Michael ก็พลีชีพทำลาย Meggido เรียกว่ากลับตัวเป็นคนดีในวินาทีสุดท้ายกันเลย เหอเหอ

 

ใครก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาที่เถอะ  อยากเก็บดีวีดีซับไทยง่ะ งี้ดดดดดด

 

 ** ต่ออีกนิด (ไมไม่จบซะทีฟระ -*-) ตอนนี้ Terra e... ภาคพิเศษ Type Blue the Origin  กำลังอยู่ในกระบวนการสร้าง  ไม่รู้จะได้ดูกันเมื่อไหร่  รู้แต่ว่าอยากดูมากมาย  อยากดูเรื่องบลูตอนละอ่อน กรี๊สสสส

 

ภาพตัวอย่าง

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

 

ออกเมื่อไหร่เจอกันแน่ ๆ หุหุหุ

---------------------------------------------------------

 

จบแล้วจ้าสำหรับเอนทรียาวเหยียด  ที่เราใช้เวลาเขียนนานเป็นอันดับสองรองจากเรื่องรอยสักเจ๊ริซ่าเลย (อันนั้นคงครองแชมป์ตลอดการไปแล้วแหละ  ทั้งหาข้อมูล แปล เขียน หาภาพ แต่งรูป  สิบชั่วโมงได้  -[]-)  สำหรับใครที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ได้เราขอปรบมือดัง ๆ ให้ในความพยายาม แปะๆๆๆๆ

 

ย้ำอีกครั้ง  เนื่องจากเอนทรีนี้ยาวมากมาย  เราเลยขอยกแนะนำตัวละครไปไว้ในเอนทรีหน้าแทน

 

Character Profiles

 

 

ส่วนถ้าอยากให้อัพ Epilouage ต่อก็โพสบอกไว้ได้น่อ  จะเอามาลงให้  สั้น ๆ เองแต่ดูแล้วรู้สึกดี หุหุหุ

 

 

แล้วพบกันใหม่เอนทรีหน้า

บายค้าบ

 

Love is... [1st ed -- Toward the Terra]

 



Create a playlist with this song on imeem