Room-707

ขอบ่นก่อน  รู้สึกช่วงนี้จะลงแต่สปอยแฮะ  ก็คนมันขี้เกียจนี่นา เหอเหอ

 

หายไปนานเลยสำหรับสปอยนานะ  พอดีหลังจากลงตอนที่ 68 ไม่นานก็ได้ข่าวว่า อ.ไอ ป่วยกะทันหัน  (ไม่รู้เป็นอะไร) เลยจะหยุดเขียนประมาณสองเดือน  ซึ่งคงจะกลับมาลงตอนที่ 70 ใน cookies ปลายเดือนนี้แหละ (แต่ก็เริ่มมีข่าวลือมาอีกว่าอาจหยุดไปถึงเดือนธันวา -*-)  ทำเอาเราขี้เกียจทำตอนที่ 69 ไปเลย เหอเหอ

เท้าความตอนที่ 68 นิดนึง  เผื่อใครยังไม่ได้อ่าน (หรืออาจลืมไปแล้ว ^^’) (ใครจะอ่านสปอยตอนนี้เลื่อนลงไปจิ้มที่ Recommended ข้างล่างได้นะฮะ  แต่ต้องเลื่อนยาวหน่อยเพราะสปอยโอรังในเอนทรี่ที่แล้วทำบลอคเบี้ยวอะ  ขี้เกียจแก้ด้วยก็เลยปล่อยเลยตามเลย -- เห็นไหมว่าขี้เกียจจริง ๆ เง้อ)



ชินถูกจับเพราะมีกัญชาไว้ในครอบครอง ทำให้คอนเสิร์ตบลาสต์ถูกยกเลิก  นานะขอให้เรนมาเล่นเบสแทนชิน  เรนมีปากเสียงกับนานะเพราะรู้สึกไม่ดีที่นานะทำหมือนชินเป็นคนอื่น   ฮาจิเป็นห่วงนานะมากจึงขอให้ทาคุมิพาไปหานานะ  ส่วนทางชิไคก็ยื่นข้อเสนอให้นานะออกอัลบั้มเดี่ยว  นานะรู้สึกสับสนเพราะอยากร้องเพลงในฐานะวงบลาสต์มากกว่า.....


ตอนที่ 69 ไม่ค่อยมีอะไรซีเรียสมากมาย  ออกแนวเรื่อย ๆ มากกว่า (ก็ตอนที่ 68 ซีเรียสไปแล้วนี่เนอะ)  ขอบอกว่าพออ่านตอนนี้แล้วรู้สึกดีกับทาคุมิมาก ๆ  ยาสุกับมิอุก็น่ารัก (กรี๊สสสส)  แต่ยังไงชินจังก็ยังเป็น no.1 สำหรับเรา (เอ๊ะยังไง อิอิ)  ว่าแต่ตอนนี้ไม่มีคิวชินจังเลยง่ะ งี๊ดๆๆ

ไปอ่านสปอยกันเลยดีกว่าน่อ ^^


เริ่มด้วยรูปสีเปิดตอน

 

 

 

ฮาจิสนับสนุนให้นานะรับข้อเสนอของชิไคเต็มที่ เพราะโอกาสที่จะได้ออกอัลบั้มเดี่ยวมีเพียงหนึ่งในล้าน  มิอุเองก็เห็นด้วย  พร้อมทั้งบอกนานะว่า  หากพลาดโอกาสทองนี้ไป  นานะก็คงอยู่ในวงการบันเทิงได้ยาก  


แม้นานะจะเห็นด้วยกับฮาจิและมิอุ  และรู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อได้รับกำลังใจจากฮาจิ  แต่นานะก็ยังคงหวั่นใจเรื่องออกอัลบั้มเดี่ยวอยู่ดี  


ฮาจิถามถึงยาสุทำให้นานะนึกขึ้นได้ว่ายาสุบอกว่าจะมาหา  แต่จนแล้วจนรอดยาสุก็ยังไม่มาสักที  นานะจึงตัดสินใจจะโทรหายาสุ  แต่มิอุบอกว่าเมื่อยาสุรับปากแล้วว่าจะมา  เขาก็ต้องมาแน่ ๆ

“....ยาสุต้องรักษาสัญญาแน่ ๆ...ยังไงก็ให้เวลาเขาอีกหน่อยดีกว่านะ...”


คำพูดของมิอุทำให้นานะคิดว่า  บางทีคนที่ทรมานใจกับเรื่องนี้มากที่สุดอาจเป็นยาสุก็ได้  เพราะถึงอย่างไรยาสุก็เป็นเสาหลักของวงบลาสต์ซึ่งคอยค้ำจุนสมาชิกทุกคนในวงโดยลำพังมาตลอด...


“...เราเอาแต่คิดเรื่องของตัวเองโดนไม่สนใจความรู้สึกของยาสุเลย....เรามันแย่จริง ๆ...ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเอาความเศร้าของเราคนเดียวไปเพิ่มภาระให้ยาสุอีก...”  นานะคิดได้และรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง...

 

 

 

หลังจากมีปากเสียงกับนานะ  เรนก็นั่งดื่มที่ห้องเรร่า  เรร่าเห็นแล้วอดห่วงเพื่อนไม่ได้จึงบอกให้เรนไปหานานะและปรับความเข้าใจกับเธอเสีย  (แถมยังเตือนว่า “เมาไม่ขับ” อีก  น่ารักจริง ๆ อิอิ)  เรนทำเป็นไม่สนใจแต่สุดท้ายก็พูดขึ้นมาอย่างเศร้า ๆ ว่า

“นานะต้องเกลียดฉันแล้วแน่ ๆ....”

“..เธอคงจะโกรธกว่าเดิมถ้ารู้ว่าเธออยู่ที่นี่....รีบไปหานานะแล้วปรับความเข้าใจกันเสียดีกว่านะ..” เรร่าเตือนเรนอย่างห่วงใย

เรนตอบเรร่าว่า  ตอนนี้ตนเหนื่อยและเบื่อเหลือเกินที่ต้องคอยตะล่อมนานะอยู่ตลอดเวลา....เรร่าสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร  เรนเองก็สับสนและเศร้าใจไม่แพ้กัน....


ขณะที่ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบ  ทาคุมิก็มาหาเรร่าที่ห้อง  ทันทีที่พบทาคุมิ เรนก็กลับมาเป็นคนเดิม  เรนแซวเรร่าและทาคุมิพร้อมกับถือโอกาสลากลับบ้าน  ทิ้งให้เรร่าอยู่กับทาคุมิสองคน

 

 

 

เมื่อได้อยู่กันสองต่อสอง  ทาคุมิก็บอกเรร่าว่า ตนอนุญาตให้เรร่าคบหากับชินต่อไปได้....

“...เธอกับชินอิจิควรนัดพบกันที่ห้องเรน....ฉันไตร่ตรองดูแล้ว...ที่นั่นเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด....คนอื่นคงเห็นว่าไม่แปลกที่เธอกับชินอิจิจะไปบ้านเรน....เมื่อไรที่เธอนัดพบชินอิจิก็ให้นานะกับเรนออกไปข้างนอกก็ได้....ทำอย่างนี้เธอกับชินอิจิก็จะได้เจอกันบ่อย ๆ....”


เรร่าแปลกใจ (ระคนหวั่นใจ) กับการตัดสินใจอย่างกะทันหันของทาคุมิ

“...ก็เพราะว่า  ถ้าเธอสองคนคบกันแล้วทำอะไรโจ่งแจ้งจะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่ ๆ...พอตำรวจปล่อยตัวชินอิจิเธอก็คงอยากจะพบหมอนั่นใช่ไหมล่ะ....”  ทาคุมิอธิบายเหตุผลให้เรร่าเข้าใจ


แต่เรร่ากลับพูดทั้งน้ำตาว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ...เพราะเธอเป็นต้นเหตุให้ชินต้องตกอยู่ในสภาพนี้....

ทาคุมิจึงปลอบหญิงสาวว่า  เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของเขาต่างหาก  


“....ฉันเป็นคนต้อนให้เธอกับชินอิจิให้มุมจนกลายเป็นแบบนี้.....แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ....ฉันไม่ได้ต้องการช่วงชิงความสุขไปจากเธอ....”  

“....ฉันไม่ได้ตั้งวงแทรปเนสต์ขึ้นมาเพื่อให้มันเป็นแบบนี้...”


ทาคุมิพูดพร้อมก้มหน้าสำนึกผิด  ส่วนเรร่าเมื่อได้ฟังคำขอโทษของชายหนุ่มก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลออกมา.....

 

 

หลังจากออกจากห้องเรร่า  ทาคุมิก็ไปหายาสุ ซึ่งกำลังออกไปหาฮาจิ (ที่อยู่กับนานะที่ห้อง) พอดี  ทั้งคู่จึงออกไปหาฮาจิด้วยกัน

ทาคุมิบอกยาสุว่า  มิอุถามเขาเรื่องของชิอง  พร้อมทั้งแซวยาสุยกใหญ่...

“..นี่พวกนายยังพบกันอีกเหรอ  นายยังไม่เบื่อเธออีกหรือไง....”

ยาสุจึงถามทาคุมิด้วยความร้อนใจว่าบอกอะไรมิอุไปบ้าง  ทาคุมิตอบว่า

“...ฉันก็ต้องทำเป็นไม่รู้จักอยู่แล้ว....นายรู้ไหมว่าเรื่องนี้ทำเอาฮาจิสงสัยฉันยกใหญ่....ทำไมฉันต้องมารับเคราะห์เพราะนายด้วยนะ....”


เมื่อฮาจิเห็นว่าทาคุมิมารับตนกลับบ้านก็โวยวายว่ายังไม่อยากกลับ  ยาสุจึงบอกฮาจิว่าทาคุมิมารับเพราะเป็นห่วงฮาจิ  

“....วันนี้เธอกลับไปก่อนดีกว่านะ...เอาไว้เรื่องเย็นลงเมื่อไหร่พวกเราจะไปหาเธอเอง...”


ฮาจิจึงยอมกลับไปกับทาคุมิแต่โดยดี  ก่อนกลับฮาจิถามนานะว่าจะติดรถไปด้วยไหม (จะพาไปส่งที่บ้านเรน)  แต่นานะปฏิเสธ  เพราะเธอยังมีเรื่องต้องคุยกับยาสุ  มิอุจึงเปิดโอกาสให้นานะเปิดอกคุยกับยาสุโดยอ้างว่าจะลงไปส่งทาคุมิและฮาจิเพื่อให้นานะกับยาสุได้คุยกันตามลำพัง....

 

 

 

นานะบอกยาสุว่า  เธอตัดสินใจออกอัลบั้มเดี่ยว  ยาสุยิ้มพร้อมสนับสนุนนานะเต็มที่

“...พอฉันเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวจนมีชื่อเสียงโด่งดังและมีแฟนเพลงมากกว่าตอนนี้....ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ขอให้เชื่อเถอะว่า...ฉันจะไม่ยอมให้วงบลาสต์ต้องสลายตัวไปเด็ดขาด...” นานะพูดด้วยสายตามุ่งมั่น

 

 

 

“ขอบใจนะ....” ยาสุขอบคุณนานะด้วยรอยยิ้ม....คำพูดจากใจของยาสุเพียงสองคำทำให้นานะซาบซึ้งใจจนถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น....

....เราเคยทำอะไรให้ยาสุบ้างนะ...แต่คำพูดง่าย ๆ อย่างคำว่า “ขอบใจ” ก็ทำให้เรามีความสุขถึงขนาดนี้.....เราหงุดหงิดตัวเองอยู่เสมอที่เอาเปรียบยาสุตลอดเวลา...เอาแต่พึ่งพิงความอ่อนโยนของยาสุ.....

....ฉันจะร้องเพลงต่อไป  ไม่ใช่แค่เพื่อยาสุ....แต่เพื่อฮาจิที่อยู่เคียงข้างฉันมาตลอด...และเพื่อเพื่อน ๆ ทุกคนที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน.....ถ้าฉันยึดมั่นในสิ่งนี้..ต่อไปคงไม่ต้องเหงาอีก...แม้ว่าฉันจะต้องอยู่ตามลำพังก็ตาม....ไม่เป็นไรหรอก....เราจะต้องก้าวต่อไป.....

 

 

 

เมื่อนานะกลับไปยาสุก็มาหามิอุที่ห้อง  มิอุถามถึงนานะ  ยาสุตอบว่านานะตัดสินใจรับข้อเสนอของทางชิไค  และดูเหมือนว่าหญิงสาวจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทีเดียว...


ยาสุถามมิอุว่าทำไมจึงถามเรื่องชิองกับทาคุมิแทนที่จะพูดกับเขาตรง ๆ  พร้อมกับบอกว่าเขาเข้าใจเธอ...ที่ไม่ถามคงเป็นเพราะมิอุลำบากใจที่จะเอ่ยปากว่าเธอสงสัยในตัวยาสุ  แต่มิอุกลับตอบว่า

“...ฉันทำเพื่อทดสอบเธอต่างหาก...ฉันรู้ว่าทาคุมิจะต้องเล่าเรื่องที่ฉันถามให้เธอฟัง  ฉันอยากรู้ว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร....แล้วเธอก็พูดเรื่องนี้กับฉันตรง ๆ  แสดงว่าเธอบริสุทธิ์ใจ....”  มิอุบอกยาสุด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน....


ถึงมิอุจะเข้าใจยาสุแต่ก็อดหึงชิองไม่ได้  มิอุแสดงท่าทางหึงเหมือนเด็ก ๆ  ยาสุหยอกล้อมิอุด้วยความเอ็นดูพร้อมบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง  เพราะตอนนี้กิจกรรมต่าง ๆ ของแฟนคลับวงบลาสต์ต้องยุติลงแล้ว  เขากับชิองก็ไม่จำเป็นต้องเจอกันอีก....

มิอุขอโทษที่ทำตัวเหมือนเด็ก ๆ  แต่ยาสุบอกว่าเขาเข้าใจเธอ...

ยาสุบอกมิอุว่าตนรู้สึกเหนื่อยและต้องการนอนพัก  แล้วอยู่ ๆ ยาสุก็ถอดแว่นแล้วล้มลงนอนบนเตียงของมิอุ  มิอุหน้าแดงขึ้นมาทันทีพร้อมถามยาสุว่าทำไมถึงนอนที่นี่...

“...ไม่เห็นเป็นไรเลย   อยู่ที่นี่แล้วฉันสงบใจที่สุดนี่นา....”


มิอุจึงยอมให้ยาสุค้างที่ห้องเธอ  แต่ก็ยังทำตัวเป็นคุณแม่โดยไล่ยาสุให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน... (น่ารักดีเนอะคู่นี้ หุหุ)

 

 

 

โนบุกังวลใจกับอนาคตของตัวเอง  เพราะหากเขาจะอยู่ที่โตเกียวต่อไปก็ต้องทำงาน  ยูริจึงปลอบว่า
“ไม่เป็นไร....เธอก็ทำเพลงต่อไปสิ...ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงานหรอก....”

โนบุฟังคำปลอบใจจากหญิงสาวเงียบ ๆ สายตาเต็มไปด้วยความกังวล....

 

 

 

หลังจากแยกกับพวกยาสุ  นานะไม่ได้กลับไปที่ห้องเรนเพราะยังไม่อยากคุยกับคนรัก  หญิงสาวมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งความทรงจำ...ห้อง 707  และค้างคืนที่นั่น...

รุ่งเช้ามิซาโตะโทรหานานะพร้อมบอกว่าตนกำลังไปหานานะที่ห้อง 707  “...นานะซังอยากได้อะไรหรือเปล่าคะ...”  นานะปฏิเสธ


....ห้องนี้อยู่ในสภาพเดียวกับตอนที่เราเพิ่งมาโตเกียวไม่มีผิด...ในห้องมีเพียงกีต้าร์  บุหรี่  และเสื้อผ้าสองสามชุด....
....ฉันจะไม่ติดต่อกับเรน....เหมือนกับที่ตอนนั้นเรนไม่เคยติดต่อฉันเลย....
....แต่ฉันจะไม่เหงาอีกต่อไป...เพราะในตอนนั้น....เมื่อฉันล้มตัวลงนอน...ในใจจะเปี่ยมล้นด้วยความปรารถนา....
....ฮาจิโกะ....พอรุ่งสางมาถึง...ความทรงจำเหล่านั้นก็เลือนรางลงไปเรื่อย ๆ ....
....แต่คืนนี้ฉันจะล้มตัวลงนอนพร้อมความทรงจำเหล่านั้น....เพื่อที่จะได้ไม่ถูกเกลียวคลื่นแห่งค่ำคืนพัดพาไป....


แล้วนานะก็เก็บข้าวของและจากไปเงียบ ๆ ทิ้งแก้วน้ำลายสตรอเบอร์รี่ไว้บนโต๊ะริมหน้าต่าง

เมื่อฮาจิโกะกลับมายังห้อง 707 ก็พบแก้วน้ำตั้งอยู่บนโต๊ะ  โดยไม่มีร่องรอยของนานะ....

 

 

 

 

จบแล้วจ้า  ตอนจบแอบจี๊ดเล็ก ๆ  เศร้าอะ นานะ T___T

 

ตอนนี้ทาคุมิน่ารักดี  ยาสุก็อ้อนมิอุซะ  อิอิ

 

เอนทรี่นี้คงอัพแค่นี้แหละ  เพราะเดี๋ยวต้องออกไปทำธุระนิดหน่อย  อากาศหนาวอย่างนี้ไม่ค่อยอยากออกไปไหนเลยแฮะ >__<

 

บายจ้า ^o^

ช่วงนี้เริ่มขี้เกียจอีกแล้นนนน เลยปล่อยให้บลอคเน่าซะงั้น -_-"

พอเน่าได้ที่ก็เอาสปอยมาปล่อย นานะตอนนี้อ่านแล้วแบบว่า

สงสารชินจัง !!!

อยากโดดเข้าไปปลอบ แต่ก็คงโดนเค้าถีบกลับมาอะนะ (ฮา)

เริ่มเลยดีกว่าน่อ ^^

- ชินถูกจับได้ว่ามีกัญชาไว้ในครอบครองขณะอยู่กับเรียวโกะทำให้คอนเสิร์ตของบลาสต์ถูกระงับ ทุกคนกระวนกระวายใจมากโดยเฉพาะนานะกับฮาจิ



- ฮาจิปรึกษาเรื่องนี้กับทาคุมิและมิอุ ทาคุมิบอกฮาจิว่าชินยังเป็นผู้เยาว์และเป็นครั้งแรกที่ถูกจับจึงไม่น่าจะต้องโทษรุนแรง มิโอะเห็นด้วยพร้อมเสริมว่าชินคงต้องไม่ปรากฎตัวในที่สาธารณะสักพัก และคงจะยากที่จะกู้ชื่อเสียงกลับมาเหมือนเดิม



- ฮาจิจะออกไปหาชินแต่ทาคุมิและมิอุห้ามไว้ เพราะทางตำรวจอนุญาตให้ทนายเข้าพบเท่านั้น อีกทั้งพ่อของชินยังอยู่ระหว่างการเดินทางไปทำธุรกิจจึงมอบทุกอย่างให้ทนายจัดการแล้ว

- ยาสุต้องเข้าประชุมด่วนเรื่องชิน นานะรออยู่กับโนบุและยูริที่ห้อง นานะโกรธมากที่เกิดเรื่องขึ้นพร้อมกับบอกว่าต้องหามือเบสมาแทนชินโดยเร็วเพื่อแสดงคอนเสิร์ต (ใจร้าย >___<~) ยูริบอกนานะว่าไม่ต้องกังวลเพราะผู้จัดการสั่งมาแล้วว่ายังไงบลาสต์ก็ต้องทำวงต่อไปแม้ว่าสมาชิกในวงจะไม่ต้องการก็ตาม โนบุไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะทั้งสี่คนพยายามด้วยกันมามาก หากขาดสมาชิกไปสักคนทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย แต่นานะก็ยังยืนยันที่จะหามือเบสเพื่อขึ้นคอนเสิร์ตให้ได้



- ยูริเปรยขึ้นมาว่าทำไมไม่เรียกเรนมาช่วย เพราะนอกจากเรนจะสามารถเข้ากับวงบลาสต์ได้แล้ว การที่เรนมาช่วยบลาสต์ในฐานะเพื่อนยังทำให้คนดูรู้สึกเซอร์ไพร์สและตื่นเต้นได้ โนบุคัดค้านแต่นานะกลับโทรหาเรนทันที

- เรนกำลังปลอบใจเรร่าอยู่ เมื่อได้ฟังคำขอของนานะเรนก็ปฏิเสธทันที เมื่อนานะถามเหตุผลเรนกลับเฉไฉไปเรื่องอื่น นานะเริ่มโวยวายใส่เรน เรนจึงบอกให้นานะอยู่เฉย ๆ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชินและวงบลาสต์ แต่นานะกลับพูดว่า

ทำไมฉันจะต้องยอมรับเรื่องอื้อฉาวของคนอื่นด้วย?!!
คนอื่น.....ชินเป็นสมาชิกวงเธอไม่ใช่เหรอ..... เรนถาม
เจ้าบ้านั่นไม่ใช่สมาชิกวงบลาสต์สักหน่อย!!!
...งั้น...เวลามีแต่เรื่องดี ๆ เธอก็ยอมรับเขาเป็นพวก แต่พอทุกอย่างเลวร้ายเธอกลับมองเขาเป็นคนแปลกหน้า.....ฉันไม่ต้องการเป็นตัวแทนใครหรอกนะ...



- หลังจากพูดจบเรนก็วางสายทันที นานะได้แต่อึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน

- ทางบริษัทสั่งยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตของวงบลาสต์ มิซาโตะเห็นว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงและโหดร้ายเกินไป โดยเฉพาะกับชิน มันคงแย่มาก ๆ สำหรับชิน เพราะเขาคงจะคิดว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเขาคนเดียว... แต่ยาสุกลับพูดว่าปัญหาในตอนนี้คือทุกคนโอ๋ชินมากเกินไป อันที่จริงทั้งหมดก็เป็นความผิดของหมอนั่นนั่นแหละ...



- มิซาโตะเสนอว่าให้รีบหามือเบสคนใหม่และเริ่มทัวร์จากโอซาก้าเพื่อไม่ให้ชินรู้สึกผิดมากไปกว่านี้ที่วงบลาสต์ต้องเลิกกิจกรรมทั้งหมดเพราะตัวเองคนเดียว แต่ยาสุกลับยืนยันว่าวงบลาสต์จะไม่แสดงคอนเสิร์ตหากไม่มีชิน

จนกว่าชินจะกลับมา เธอตั้งใจจะงดกิจกรรมทุกอย่างของวงจริง ๆ หรือ.... คาวาโนะถามยาสุ ยาสุตอบว่า ใช่ พร้อมกับขอโทษคาวาโนะ คาวาโนะยิ้มแล้วบอกว่า แม้ว่าการเปิดตัววงอีกครั้งจะยาก แต่การพยายามเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนัก ให้ทุกคนเริ่มใหม่อีกครั้งด้วยกัน.... มิซาโตะซาบซึ้งกับสิ่งที่ได้ยินจนน้ำตาไหลออกมา

- ทาง บก. ของ Search ไม่พอใจอย่างมากที่คอนเสิร์ตถูกยกเลิก เพราะ Search อุตส่าห์ประโคมข่าวเรื่องบลาสต์มากมายเพื่อให้การเปิดตัวของบลาสต์เป็นที่กล่าวขวัญ แต่เมื่อทุกอย่างพังทลายทาง บก. จึงสั่งให้เขียนบทความเรื่องนี้ทันทีโดยพุ่งเป้าไปที่จดหมายแสดงความเห็นใจชินที่ส่งมาจากแฟน ๆ อย่างล้นหลาม...



- นานะเงียบไปตั้งแต่เรนบอกว่าไม่ต้องการเป็น ตัวแทน ของใคร (เรนไม่อยากให้ตัวเองเหมือนกับชินที่นานะเห็นเป็นคนอื่นทันทีที่ก่อเรื่องวุ่นวาย) นานะเดินใจลอยจนมาถึงห้อง 502 ...ฉันควรจะไปไหนดี...ตอนนี้กลับไปหาเรนไม่ได้....ทุกอย่างถึงทางตันแล้ว.... แล้วฝนก็ตกลงมา



- มิอุชวนฮาจิให้กลับด้วยกัน เพราะตอนนี้ยาสุน่าจะกลับจากประชุมแล้วและหากฮาจิไปด้วยคงจะช่วยให้กำลังใจทุกคนได้มาก ฮาจิตกลงทันที



- ฮาจิให้ทาคุมิขับรถไปส่ง ทาคุมิบ่นที่ต้องทำตัวเป็น โชเฟอร์ แต่ก็ยอมไปส่งสองสาวแต่โดยดี มิอุถามทาคุมิว่าชิองเป็นใคร ทาคุมิบอกว่าไม่รู้จักแต่สีหน้ามีพิรุธสุด ๆ (จริง ๆ เฮียแกคงร้อนตัวแทนยาสุมากกว่า หุหุ) จนฮาจิหันมาคว้าคอเสื้อทาคุมิแล้วงอแงแบบเด็ก ๆ ถามว่าชิองเป็นใครกันแน่ ^^

- เมื่อยาสุกลับถึงอพาร์ทเมนต์ก็เห็นนานะนั่งกอดเข่าอยู่หน้าห้อง 502 ยาสุถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ยังไม่ทันจะได้คำตอบจากนานะ นานะก็โผเข้ากอดยาสุและร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ ยาสุบอกนานะว่าผู้จัดการต้องการพบนานะ ให้นานะไปกับตน

- ทางชิไคให้นานะออกแสดงเดี่ยว นานะได้ฟังก็ตกใจจึงหันไปมองยาสุ ยาสุบอกว่าไม่ต้องห่วงตนกับโนบุ ตอนนี้ให้นานะคิดแต่เรื่องตัวเองก็พอ แต่นานะกลับคิดว่าตัวเองอยากร้องเพลงก็จริง แต่ไม่ต้องการร้องเพลงคนเดียว ..... ผู้จัดการให้เวลานานะหนึ่งคืนเพื่อคิดทบทวนเรื่องข้อเสนอนี้



....รู้ไหมฮาจิ....
....เวลาที่อยู่คนเดียวฉันมักจะร้องไห้ด้วยความกระวนกระวายใจเหมือนเด็กเล็ก ๆ....
....ฉันดีใจที่ได้พบกับเธอ....

ต่อด้วยรูปเปิดตอน (เอามาไว้ซะท้ายเลย -_-")

จบแล้วจ้าสำหรับสปอย อ่านแล้วสงสารทั้งชิน ทั้งนานะ (แต่สงสารชินมากกว่า นานะแอบใจร้ายอะ มาว่าชินจังเราเป็นคนแปลกหน้า ชิชิ)

ไม่มีอะไรจะโม้ เอาเป็นว่าพอแค่นี้ก่อนละกันน่อ

พบกันใหม่เอนทรีหน้า

บายงัฟฟฟฟ

[SPECIAL CHAPTER] NANA :: Takumi's Story

posted on 21 Apr 2007 17:41 by palmcj  in Room-707

ช่วงนี้อาการขี้เกียจเริ่มเข้าสู่ภาวะสุดท้ายแล้ว ตอนแรกกะว่าจะเข้ามาแปะรูป Dolfie สัก 20 รูป (ขี้เกียจจัดจริง ๆ -_-") แต่พอดีเมื่อวานนั่งแปลนานะตอนพิเศษไปลงบอร์ด เลยคิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เอามาเป็นเอนทรีในบลอคเลยละกัน

คำเตือน : เอนทรีนี้ค่อนข้างยาว (การ์ตูนมันตั้ง 70 หน้านิ -3-) ใครขี้เกียจก็อ่านผ่าน ๆ หรือจะดูแต่รูปก็ได้ หรือถ้าขี้เกียจมาก ๆ (เพราะคงจะโหลดถาพนรกอยู่เหมือนกัน ^^') ก็เอาไว้อ่านวันหลังก็ได้จ้า

เริ่มเลยดีกว่าเนาะ

เริ่มจากปกก่อน

เปิดตอนด้วยคำพูดทาคุมิ

"บ้านเกิดของฉันเหรอ?

ฉันว่าอย่าถามดีกว่านะ

แต่นี่มันตาฉันเล่าแล้วนี่ งั้นเล่าก็ได้

พร้อมแล้วยัง?"

รูปเปิดตอน

ครั้งแรกที่ทาคุมิพบเรร่าคือตอนที่เรร่าเพิ่งย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ ๆ พ่อชาวอเมริกันของเรร่าป่วยตาย แม่ของเรร่าจึงพาลูกสาวเพียงคนเดียวกลับมาอยู่ญี่ปุ่น ตอนนั้นเรร่าอยู่ชั้นป. 2 ในขณะที่ทาคุมิเป็นนักเรียนชั้น ป. 3

เซริซาว่า เรร่า ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก
คำพูดประโยคแรกของเรร่าที่ทาคุมิได้ยิน ทำให้เด็กชายตกตะลึงไปกับวิธีการพูดที่เหมือนกับร้องเพลงของเธอ...


แม่ของเรร่าบอกพวกทาคุมิว่าเรร่าอยู่อเมริกามาตั้งแต่เกิด ภาษาญี่ปุ่นของเธอจึงไม่ดีนัก แถวนี้มีแต่พวกหนูที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเรร่า ช่วยเป็นเพื่อนกับเรร่าได้ไหมจ๊ะ? แม่ของเรร่าฝากลูกสาวให้เป็นเพื่อนกับทาคุมิและพี่สาว (เมกุมิ)


เรร่ามักจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อเรื่องที่เป็นชาวต่างชาติอยู่เสมอ บางครั้งเรร่าถูกแกล้งจนร้องไห้ คนเดียวที่เข้าไปช่วยเรร่าคือทาคุมิ บ่อยครั้งที่ทาคุมิจัดการสั่งสอนเด็กที่แกล้งเรร่าจนตัวเองต้องถูกครูดุเพราะลงไม้ลงมือกับรุ่นน้อง แต่ทาคุมิก็ไม่สนใจเพราะตัวเองก็ถูกพ่อที่ติดเหล้าทุบตีอย่างไร้เหตุผลอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ทาคุมิเกลียดพ่อมาก

ทาคุมิบอกเรร่าว่าอย่าร้องไห้เวลาถูกแกล้ง เรร่าร่าเริงขึ้นมาทันทีเมื่ออยู่กับทาคุมิ เด็กทั้งสองมักจะเล่นด้วยกันสองคนอย่างมีความสุขอยู่เสมอ ทาคุมิคอยสอนภาษาญี่ปุ่นให้เรร่า ในขณะที่เรร่าเองก็สอนภาษาอังกฤษให้ทาคุมิเช่นกัน การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาทำให้ทั้งสองคนเพลิดเพลินและรู้สึกมีความสุข การได้เล่นกับเรร่าเป็นสิ่งเดียวที่น่าสนใจสำหรับทาคุมิในวัยเด็ก....

ทาคุมิชอบฟังเรร่าร้องเพลง เสียงเพลงของเรร่าเป็นสิ่งที่ช่วยปัดเป่าความขุ่นข้องหมองใจจากบรรยากาศที่รุนแรงรอบตัวทาคุมิได้อย่างน่าอัศจรรย์... ทั้งความกลัวที่ต้องเห็นร่างกายของแม่อ่อนแอลงทุกวัน ๆ ความคลางแคลงใจในตัวพ่อที่ติดเหล้าหนักขึ้นเรื่อย ๆ และความข้องใจที่ถูกพี่สาวเมินเฉย....ความรู้สึกเหล่านี้หายไปหมดสิ้นเมื่อได้ฟังเพลงของเรร่า ....ถ้านางฟ้ามีอยู่จริงก็คงจะร้องเพลงได้ไพเราะเช่นนี้...และคงจะมีรอยยิ้มแบบนี้ด้วย.... เรร่าบอกทาคุมิว่าอยากเป็นนักร้อง ทาคุมิเห็นด้วย แล้วเรร่าก็พูดกับทาคุมิว่า
ทาคุมิ....ฉันรักเธอ
เรร่าจูบทาคุมิ ทาคุมิตกใจและบอกเรร่าว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ที่ญี่ปุ่นคนที่จูบกันได้คือผู้ใหญ่ที่มีความรักต่อกันเท่านั้น เรร่าไม่เข้าใจจึงตัดพ้อว่าที่ญี่ปุ่นไม่มีใครรักเธอเลย ทุกคนมองเรร่าเป็นตัวประหลาด แม้แต่แม่ก็ชอบมองเรร่าด้วยสายตาที่ยุ่งยากใจอยู่เสมอ แล้วเรร่าก็เริ่มน้ำตาคลอ ฉันอยากพบพ่อจัง....

ทาคุมิได้ยินจึงปลอบใจเด็กสาวด้วยการจูบเบาๆ ที่แก้ม เรร่ารื่นเริงขึ้นมาทันที ทาคุมิจึงบอกว่าจูบได้แต่ห้ามทำต่อหน้าคนอื่น เรร่ารับคำอย่างยินดี

......นั่นคือฤดูใบไม้ผลิ ตอนที่ฉันอยู่ป. 5 และเรร่าอยู่ป. 4 ฉันเริ่มแอบทำงานส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้า รายได้ของพ่อไม่เคยพอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัว ความเป็นอยู่ของครอบครัวเราตกต่ำอย่างที่สุด ยังดีที่ปู่ทิ้งบ้านไว้ให้เราก่อนจากไป.......

วันหนึ่งขณะกำลังกินอาหารเช้า เมกุมิบอกทาคุมิว่าจะออกจากโรงเรียนมาหางานทำเพราะค่าพยาบาลของแม่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทาคุมิขอบคุณพี่สาว แล้วเมกุมิก็เริ่มร้องไห้พร้อมกับขอโทษทาคุมิที่ตัวเองมัวแต่ทำงานทิ้งให้น้องชายอยู่คนเดียวมาตลอดทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อย ทาคุมิไม่เข้าใจว่าทำไมพี่สาวต้องขอโทษด้วย เมกุมิเองก็ต้อง
ลำบากเพราะทำงานทั้ง ๆ ที่ยังเป็นเด็กอยู่เช่นกัน
....จากนี้พี่จะทำงานให้หนักขึ้น เธอก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะ ตกลงมั๊ย....

เมื่อทาคุมิเห็นพี่สาวต้องเสียสละในขณะที่พ่อกลับเอาแต่ดื่มเหล้า ทาคุมิก็ยิ่งเกลียดพ่อจนถึงขนาดอยากฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง ทาคุมิเก็บความรู้สึกรุนแรงที่คุกรุ่นอยู่ในอกไประบายกับข้าวของในโรงเรียน เด็กหนุ่มมักใช้ไม้เบสบอลตีกระจกหน้าต่างของโรงเรียนแตกอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ทำเพื่อระบายความกังวลเรื่องแม่ และระงับความรู้สึกที่อยากจะฆ่าพ่อที่พลุ่งพล่านขึ้นมาทุกครั้งที่พ่อเอ่ยปากขอเงินไปซื้อเหล้า...
อย่าฆ่าเขา....ถ้าฆ่านายก็แพ้.... ไม่มีทาง....เราไม่มีทางยอมให้สวะพรรค์นั้นมาทำลายอนาคตของเราเด็ดขาด!!...


เพล้ง!! ทาคุมิทำกระจกหน้าต่างโรงเรียนแตกอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของเพื่อน ๆ ที่เห็นเหตุการณ์
มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มองทาคุมิอย่างครุ่นคิด คนคนนั้นคือ ยาสุ ประธานนักเรียนนั่นเอง...
ฉันอยากหนีไปให้ไกล...ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่.... ทาคุมิรำพันกับตัวเองพร้อมกับมองออกไปยังท้องฟ้าอย่างล่องลอย

ในที่สุดเรร่าก็ขึ้น ม. 1 เรร่าสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับทาคุมิ เด็กสาวมาหาทาคุมิในห้องเพื่อให้ดูชุดนักเรียนชุดใหม่ ทันทีที่ทาคุมิบอกว่า ดูดีนี่ เรร่าก็โผเข้ากอดและจูบทาคุมิพร้อมกับบอกว่ามีข่าวใหญ่มาบอก แต่ทาคุมิกลับพูดแทรกขึ้นมาว่าต่อไปนี้ห้ามเรร่าจูบเขาแบบนี้อีก เพราะตอนนี้เรร่าขึ้นชั้นมัธยมแล้ว อีกหน่อยก็ต้องมีแฟน จากนี้ไปเธอควรจะทำอย่างนี้กับแฟนเธอคนเดียวเท่านั้นนะ....
ทาคุมิพูดอย่างเฉยเมย ทำให้เรร่าซึมไปทันทีและบอกทาคุมิว่า
งั้นฉันก็จะเป็นแฟนกับเธอ
ทาคุมิตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจพร้อมกับบอกว่าตัวเองมีแฟนแล้ว และเรร่าเองก็เป็นเด็กผู้หญิงที่สวยน่ารัก คงจะมีแฟนไม่ช้าก็เร็ว เรร่าได้ฟังก็งอนและออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ทาคุมิสับสนกับปฏิกิริยาของเด็กสาว ทาคุมิได้แต่เข้าข้างตัวเองว่าอาการของเรร่าคงเป็นอาการ ติดพี่ เพราะตอนเด็กๆ เรร่าก็เป็นเด็กติดพ่อมาก่อน แต่ลึก ๆ แล้วทาคุมิก็เข้าใจความรู้สึกของเรร่า ทาคุมิพยายามหักห้ามความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ เพราะเรร่าไร้เดียงสาเกินไปจนอาจไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของหญิงชาย (ประมาณว่าการปล่อยใจมีอะไรกับเรร่าจะเป็นการเหยียบย่ำความบริสุทธิ์ของหญิงสาวนั่นแหละ หุหุ)

ทาคุมิเริ่มทำตัวเป็นเพลย์บอยโดยมีอะไรกับผู้หญิงหลายคน ทั้งโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียน ทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน

วันหนึ่งทาคุมิแอบมีอะไรกับรุ่นพี่ในห้องน้ำ เมื่อรุ่นพี่บอกว่าชอบทาคุมิตรงที่ทำอะไรบ้าบิ่นที่ไม่มีใครกล้าทำอย่างการทุบกระจกโรงเรียน ทาคุมิก็หมดอารมณ์ทันทีพร้อมกับมองรุ่นพี่ด้วยสายตาดูถูก
ผู้หญิงคนนี้งี่เง่าเป็นบ้า....จริงๆแล้วเราก็ไม่ได้เกลียดผู้หญิงแบบนี้หรอกนะ แต่ว่า....
แล้วอยู่ๆ ทาคุมิก็ออกจากห้องน้ำ ก่อนจากไปทาคุมิบอกรุ่นพี่ว่า
ทุบกระจกให้แตกน่ะใคร ๆ ก็ทำได้....แต่ผมจะทำแต่สิ่งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้เท่านั้น...


ทาคุมิครุ่นคิดถึงสิ่งที่มีแต่เขาเท่านั้นที่ทำได้ สิ่งที่ไม่มีใครอื่นทำสำเร็จ แล้วเขาก็คิดได้ว่าบางทีสิ่งนั้นอาจไม่มีอยู่ก็ได้ แล้วทาคุมิก็มองหน้าต่างที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมอย่างใจลอย....


ทาคุมิรู้จากพี่สาวว่าเรร่ากำลังจะได้เป็นดาราเพราะชนะในการประกวดร้องเพลง ทาคุมิเป็นห่วงขึ้นมาทันทีเพราะวงการมายาไม่ใช่สิ่งที่เด็กสาวไร้เดียงสาอย่างเรร่าจะเข้าใจได้ ทาคุมิจึงไปหาเรร่าที่บ้านกลางดึกเพื่อห้ามไม่ให้เรร่าไปเป็นดารา แต่เรร่ายังงอนทาคุมิอยู่จึงทำเป็นเมิน เรร่าเมินทาคุมิอยู่ได้ไม่นาน (ไม่นานจริง ๆ แค่เค้าชวนคุยก็หายงอนแล้ว ^^) ก็กลับมาคุยอย่างปกติ เรร่าบอกว่าตนไม่ได้ชนะประกวดร้องเพลง แค่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกของพรีเซนเตอร์โฆษณาลูกอมเท่านั้น ฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้งานนี้ งานออดิชั่นจะจัดที่โตเกียววันอาทิตย์นี้แหละ เรร่าบอกว่านี่เป็นโอกาสให้ตนสามารถไต่เต้าไปเป็นนักร้องได้ แต่ทาคุมิไม่เห็นด้วย

ทาคุมิบอกเรร่าว่าเรร่าเป็นคนมีพรสวรรค์ หากจะเป็นนักร้องก็ต้องทำให้สุด ๆ เรร่าควรจะแต่งเพลงเองเพื่อไม่ให้เป็นนักร้องหุ่นเชิดที่ทำตามคำสั่งงี่เง่าของพวกผู้ใหญ่หิวเงิน เรร่าบอกว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ในการแต่งเพลง ทาคุมิจึงพูดว่า
จริงเหรอ....แต่สำหรับฉันเรื่องแต่งเพลงน่ะง่าย ๆ ...
เรร่าจึงบอกให้ทาคุมิแต่งเพลงให้เธอร้อง
ทาคุมิจึงคิดเรื่องที่ตัวเองตนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ออกทันที สิ่งนั้นคือ....
...แต่งเพลงให้เรร่าร้อง.......
เราเข้าใจความวิเศษของเสียงร้องและเพลงของเรร่าดีกว่าใคร ๆ.....
ฉันจะแต่งเพลงทุกเพลงให้เธอร้อง ฉันจะไม่แพ้ใคร ฉะนั้นอย่าให้คนอื่นแต่งเพลงให้เธอล่ะ...

เรร่าได้ยินก็โผเข้ากอดทาคุมิ แต่ทาคุมิก็ผลักออก ก่อนกลับบ้านทาคุมิกำชับเรร่าไม่ให้ไปออดิชั่น เรร่ารับคำอย่างร่าเริง

ระหว่างทางกลับบ้านทาคุมิก็กังวลว่าตัวเองจะแต่งเพลงได้จริงหรือ เพราะขนาดเครื่องดนตรียังเล่นไม่เป็นสักชิ้นแล้วจะแต่งเพลงได้อย่างไร

......แต่ก็น่าแปลกใจว่าเราสามารถแต่งเพลงได้ เหมือนกับว่าเพลงเหล่านั้นผุดขึ้นมาในหัวเรา.....
......เมื่อคิดถึงเสียงของเรร่า เนื้อเพลงก็ผุดขึ้นมาในหัวเพลงแล้วเพลงเล่า.....
......ทำให้เราอยากเปิดประตูในหัวที่ถูกปิดมาตลอดออก........


ทาคุมิชวนเรร่าตั้งวงร็อค ทาคุมิบอกเรร่าว่าการผสมผสานระหว่างดนตรีหนัก ๆ กับเสียงอันไพเราะของเรร่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว ...ดนตรีหนัก ๆ...เสียงเพลงที่วิเศษ ....มีกลิ่นอายโรแมนติกนิดหน่อย....สวมเสื้อผ้าและแต่งหน้าสวย ๆ ....แล้วก็ร้องเพลงเหล่านั้นให้เจ๋งที่สุด......ถ้าทำได้คงจะวิเศษมากเลยนะ
สิ่งที่อยู่ในหัวทาคุมิในตอนนี้คือภาพลักษณ์ของเรร่าแห่งวงแทรปเนสต์.....หญิงสาวในเสื้อผ้าหรูหรา...ร้องเพลงร็อค....สุดยอดเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงเพียงคนเดียวเท่านั้น

ทาคุมิเริ่มตั้งวงโดยขอให้ยาสุช่วยตั้งชมรมดนตรีขึ้น แม้จะรวบรวมรายชื่อคนที่สนใจเข้าชมรมได้มาก แต่ก็ไม่มีใครที่เข้าตาทาคุมิเลย ไม่มีใครที่มีลุคเจ้าชายบ้างหรือไงนะ.... ทันใดนั้นสายตาทาคุมิก็ไปหยุดอยู่ที่นาโอกิ นั่นไง...(เจ้าชายแห่งความงี่เง่า -_-) แล้วทาคุมิก็ลากนาโอกิมาเข้าชมรมดนตรีจนได้


เมื่อจะจบม.ต้น ทาคุมิบอกพี่สาวว่าจะไม่เรียนต่อ (ทาคุมิอยากออกมาตั้งวงอย่างจริง ๆ จัง ๆ) แต่พี่สาวไม่เห็นด้วย เพราะโลกทุกวันนี้การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้หางานดี ๆ ได้ และการส่งเสียทาคุมิจนจบม.ปลายเป็นเป้าหมายในชีวิตของตน ถ้าเธอคิดว่า ไม่ยุติธรรมกับพี่ที่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนให้เธอ งั้นก็ค่อยหาเงินมาคืนวันหลังแล้วกัน.... ทาคุมิรู้ซึ้งถึงความตั้งใจของพี่สาวจึงยอมเรียนต่อ โดยสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลซึ่งค่าเทอมไม่สูงนัก

ทาคุมิได้พบสมาชิกวงที่มีความสามารถเมื่อเข้าเรียน ม.ปลาย ทาคุมิเริ่มทำกิจกรรมของวงอย่างจริงจังเพื่อที่จะเปิดการแสดงในไลฟ์ เฮาส์ การที่ซ้อมดนตรีไปด้วยและต้องทำงานกะดึกทำให้ทาคุมิเหนื่อยมากจึงหลับตลอดเวลาเมื่ออยู่ที่โรงเรียน

แม้ตอนนี้ทาคุมิจะหาเงินเองได้แล้ว แต่เมื่อเขาเอาเงินไปให้พี่สาว เธอกลับปฏิเสธที่จะรับเงินจากเขาโดยให้เหตุผลว่าสามีของเธอหาเงินให้มากพอแล้ว ใครๆ ก็บอกว่าเมกุมิเป็นพี่สาวที่ดี เพราะเธอคอยดูแลพ่อที่ติดเหล้า ทั้งๆ ที่จะทำเป็นเมินเสียก็ได้ แต่ทาคุมิไม่เป็นอย่างพี่สาว ซึ่งทำให้ทาคุมิเจ็บปวดมาก (เพราะทาคุมิไม่ได้เป็นลูกที่ดีในสายตาคนอื่น ๆ )

หนึ่งในกิ๊กของทาคุมิบอกทาคุมิว่าเธอตั้งท้องและต้องการเอาเด็กออก แต่เธอไม่มีเงินจ่ายค่าทำแท้งซึ่งแพงมาก
ค่าทำแท้งแพงมากเลย ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น
แพงเหรอ? ฉันว่านั่นถูกมากเลยนะสำหรับหนึ่งชีวิตที่ต้องถูกกำจัดไป..
แฟน(หนึ่งในหลาย ๆ คน ^^) ของทาคุมิโทษว่าทั้งหมดเป็นเพราะทาคุมิไม่ยอมป้องกัน ทำให้ทาคุมิฉุนเล็กน้อยที่ถูกว่าอยู่ฝ่ายเดียวทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็ไม่ได้คุมกำเนิดเหมือนกัน ทาคุมิจึงบอกว่าเป็นความผิดของทั้งสองคน ดังนั้นให้จ่ายค่าทำแท้งคนละครึ่ง แฟนของทาคุมิได้ยินก็โกรธมากจนร้องไห้แล้ววิ่งจากไป


หลังจากนั้นทาคุมิก็ไปเยี่ยมแม่ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ทาคุมิได้ยินเสียงเพลงของเรร่าออกมาจากห้องของแม่ เมื่อมองเข้าไปก็เห็นเรร่ากำลังร้องเพลง ส่วนแม่ของทาคุมิก็นอนหลับด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ใคร ๆ ก็บอกว่าแม่ของทาคุมิคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่เธอก็มีชีวิตอยู่จนทาคุมิเรียน ม.6 ซึ่งทาคุมิเชื่อว่าเสียงเพลงของเรร่าเป็นสิ่งที่ทำให้แม่มีชีวิตอยู่ได้นานขนาดนั้น
....เสียงเพลงของเรร่ามีพลังที่มอบความหวังให้ผู้คน....


ทาคุมิตัดสินใจยืมเงินค่าทำแท้งจากยาสุ ยาสุตักเตือนทาคุมิเรื่องที่ไม่รู้จักป้องกัน ทาคุมิสัญญาว่าเมื่อเงินเดือนออก (ตอนสิ้นเดือน) จะคืนเงินให้ แต่ยาสุกลับให้ทาคุมิเซ็นสัญญากู้ยืมและคิดดอกเบี้ย ทาคุมิตกใจกับความเขี้ยวของยาสุ (ยาสุคงจะต้องการสอนเรื่องความโหดร้ายของโลกให้กับทาคุมิ)

หลังจากจัดการเรื่องทำแท้งเรียบร้อย ทาคุมิก็ยังทำตัวเป็นเพลย์บอยเหมือนเดิม ทาคุมิเดินควงกับรุ่นพี่สาวสวยซึ่งเป็นรองประธานนักเรียนต่อหน้าต่อตาแฟนเก่า ทำให้แฟนเก่ามองค้อนด้วยความโกรธ -_-

เมื่อทาคุมิจะขึ้นปีสอง เรร่าก็บอกทาคุมิว่าจะสมัครเข้าเรียนม.ปลายโรงเรียนเดียวกับทาคุมิ ทาคุมิจึงบอกเรร่าว่าอย่าเข้ามาคุยแบบสนิทสนมที่โรงเรียนเพราะจะทำให้แฟนตัวเองหึง เรร่าได้ยินก็ซึมด้วยความน้อยใจ แล้วตัดพ้อทาคุมิว่า
สำหรับทาคุมิแล้ว ฉันเป็นอะไรกันแน่?

ทาคุมิเหลียวกลับไปมองเรร่าด้วยความแปลกใจที่เรร่าโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ พูดจาเหมือนที่ผู้ใหญ่พูดกัน ทั้ง ๆ ที่ทาคุมิคิดมาตลอดว่าเรร่าเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสา
.......เวลาผ่านไปกี่ปีแล้วนะ....เธอเติบโตเป็นหญิงสาวสวยตามที่ฉันคิดมาตลอด....และฉันก็เชื่อว่าเธอคงจะสวยขึ้นไปอีก...........

ทาคุมิพยายามไม่สนใจเรร่า แต่คำพูดของเรร่ากลับดังก้องอยู่ในหัว
......... สำหรับทาคุมิแล้ว ฉันเป็นอะไรกันแน่?.........

ระหว่างที่ทาคุมิทำเป็นไม่สนใจเรร่าและยังควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าอยู่ เรร่าก็เริ่มคบกับยาสุ ทาคุมิยังคงแกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่ลึก ๆ แล้วทาคุมิกลับรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้มองดูสิ่งที่ไม่อยากจะเห็นอยู่ตลอดเวลา....มองเรร่ากับยาสุอยู่ด้วยกัน

ในที่สุดเรร่าก็มีอะไรกับยาสุในคืนที่ทาคุมิเดินอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางหิมะ

...........ในตอนนั้น ตอนที่เรายังเป็นวัยรุ่น..........
...........มีภูเขาแห่งความโกรธ..ความขุ่นเคือง....สิ่งที่เราเองก็ไม่เข้าใจ........
...........ตอนนี้เราเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว..........
...........นางฟ้าที่แสนเจิดจ้าผู้ไม่เคยถูกสิ่งใดๆ ทำให้มัวหมอง.....เรร่าเป็นที่หลบภัย....เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา..........
...........ในโลกที่แสนสกปรกและไม่แน่นอนนี้....เราต้องการสถานที่แบบนั้นสักที่ก็ยังดี..............

............จากวันนั้นเวลาผ่านไปกี่ปีแล้วนะ?...................

............ยิ่งความฝันที่เราเคยมีเป็นจริงมากเท่าไหร่ ความเจิดจ้าของความฝันก็ยิ่งหดหายไปเร็วขึ้นเท่านั้น...........
............น่าขันเหมือนกันนะทั้ง ๆ ที่เราทำงานเพื่อแสดงความฝันของเราให้ผู้คนรับรู้.........
............แต่ตอนนี้พอได้ยินเสียงเพลงของเรร่าในเมือง เราก็แน่ใจว่าเพลงนั้นคงกำลังช่วยใครบางคนอยู่...........
............ฉะนั้น ได้โปรด....ร้องเพลงต่อไป...........

............และฉันหวังว่าเสียงเพลงนั้นจะอยู่เคียงข้างฉันต่อไป.............

จบแล้วจ้า แอบน้ำเน่าเนอะ โฮะ โฮะ

หลัง ๆ เป็นซับนรกเล็กน้อย (บรรยาย monolog มันยากง่ะ ซับนรกเลยละกัน ^^')

สำหรับคน (ผู้กล้า ??) ที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอปรบมือให้ (รางวัลไม่มีนะฮะ -_-)

เอนทรีหน้าถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็คงจะแปะ Dolfie (ที่จะเปลี่ยนคือขี้เกียจกว่าเดิมนั่นแหละ อนาถดีแท้ T___T)

พบกันใหม่เอนทรี่หน้า

บายจ้า