Host-bu

** อย่าสนใจหัวเอนทรี่เลยค่ะ  ตั้งไปได้ไงไม่รู้ 555 **

 

 

ดองสปอยมานานมาก ๆ ค่ะ  พอดีช่วงก่อนโดนเรื่องอื่นดูดพลังชีวิตไปเยอะ (บ้าดูอนิเมะด้วย  แถมยังมีเรียนอีก)  เลยไม่ได้สปอยโอรันเลยค่ะ  รู้สึกผิดนิด ๆ แฮะ (แต่ตอนนั่งแปลนี่รู้สึกผิดมาก ๆ ที่ดองไว้เยอะเกิน  แปลจนเหนื่อยเลย 555)


สามตอนก่อนนะคะ (แค่นี้ก็เมื่อยแล้ว)  เหลืออีกสี่ตอนน่าจะได้ลงวันเสาร์อาทิตย์  ถ้ามีเวลาว่างแปลนะ  ถ้าไม่ว่างก็คงอาทิตย์หน้าค่ะ
สามตอนนี้ฮารุจังน่ารัก  โมเอ้ มาก ๆ ค่ะ XD  ปกติไม่เคยรู้สึกว่าฮารุฮิน่ารักขนาดนี้มาก่อน  พออาการเดเร่ออกเท่านั้นแหละ  น่ารักขึ้น x10 เลยค่ะ แหะแหะ


คำเตือน :: ค่อนข้างยาวนะคะ  อันที่จริงก็พยายามตัด ๆ แล้วนะเนี่ย  ถ้าจะให้บรรยายความน่ารักของฮารุฮิในสามตอนนี้คงยาวมากเลยค่ะ  รู้สึกเหมือนในที่สุดฮารุฮิก็ได้โมเอ้กับเค้าสักทีค่ะ (ขโมยตำแหน่งจากรุ่นพี่ฮันนี่เฉยเลย  จะว่าไปช่วงนี้รุ่นพี่ฮันนี่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแฮะ  หรือเป็นเพราะไม่ค่อยมีบทหว่า  พอจะมีบททีก็ต้องสวมวิญญาณรุ่นพี่แสนดีช่วยดูแลรุ่นน้อง  ไม่ค่อยได้อ้อนโมริเท่าไหร่  --> รอฮันนี่คุงเรียก "ทาคาชิ" พร้อมสายตาปิ๊ง ๆ อยู่น่อ อิอิ ^^')

 

 

--------------------------------------------------------

 

หลังจากหลงทางอยู่นาน  ในที่สุดเคียวยะก็มาถึงสถานที่ที่ได้ยินมาว่าแม่ของทามากิอาศัยอยู่  เคียวยะต้องการดักรอพบแม่ทามากิ  แต่ด้วยความอ่อนล้าที่สะสมมาหลายวันบวกกับความที่เคียวยะเป็นคนความดันต่ำ (อารมณ์เสียตอนตื่นนอนอีกต่างหาก) ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินโซเซไปนอนบนทางเท้าโดยไม่สนใจเหล่าผู้ติดตามที่พยายามห้ามสุดฤทธิ์ (ท่านเคียวยะรั่ว – แรร์อีเวนท์เลยนะเนี่ย หุหุ)   ทันทีที่เคียวยะหลับไป  หญิงสาวคนหนึ่งที่พาหมาซึ่งละม้ายคล้ายแองตัวเนตต์ (หมาของทามากิ) ออกมาเดินเล่นก็มาพบเคียวยะเข้าพอดี  หญิงสาวจำเคียวยะได้จึงพาเคียวยะไปนอนพักที่บ้าน


เคียวยะถูกปลุกด้วยเสียงเปียโนที่คุ้นเคย (เพราะคล้ายกับเสียงเปียโนของทามากิ)  ขณะที่กำลังสะลึมสะลือชายหนุ่มได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ “แอนน์ โซฟี”  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าชื่อนี้เป็นชื่อของแม่ทามากิ  เคียวยะก็ตื่นเต็มตาและสะดุ้งขึ้นมาจากที่นอน

เคียวยะเดินสำรวจรอบ ๆ ห้องรับแขกที่ตนนอนอยู่และได้พบกับสิ่งที่ยืนยันว่าในที่สุดเขาก็หาแม่ทามากิจนเจอ...รูปถ่ายของทามากิตั้งแต่สมัยม.ต้น  เรื่อยมาจนถึงงานกีฬาซึ่งเพิ่งจัดไปไม่นานถูกใส่กรอบตั้งโชว์ไว้อย่างดี....
ขณะที่เคียวยะกำลังดูรูปถ่ายของทามากิอยู่  แม่ของทามากิก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าท่าทางร่าเริงแจ่มใส  ไม่มีเค้าของคนที่สุขภาพอ่อนแอเลยสักนิด  สร้างความประหลาดใจให้เคียวยะเป็นอย่างมาก

 

 

 

เมื่อได้สนทนากันเคียวยะก็พบว่าทามากิได้รับบุคลิกและอุปนิสัยต่าง ๆ (รวมทั้งความบ้าและความรั่ว) มาจากแม่นั่นเอง  โซฟีเล่าให้เคียวยะฟังว่าหลังจากแยกกับทามากิ  โซฟีก็หลบมาอยู่ที่นี่ (ทั้ง ๆ ที่ความจริงจะใช้ชิวิตสุขสบายตามเดิมก็ได้เพราะโซฟีรับข้อเสนอของย่าทามากิโดยแลกกับความช่วยเหลือจากตระกูลสุโอ)  เพราะ “...คนที่ขายลูกชายเป็นคนที่ไม่อาจให้อภัยได้...” หญิงสาวรำลึกความหลังด้วยรอยยิ้มที่เศร้าหมอง....

หลังจากย้ายมาอยู่ในที่ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและต้องทำอะไรเองมากขึ้น เพราะไม่มีคนรับใช้เหมือนแต่ก่อน  สุขภาพของโซฟีก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวยังบอกเคียวยะอีกด้วยว่าแม้จะไม่สามารถติดต่อกับทามากิได้โดยตรง  แต่เธอก็รู้ว่าลูกชายใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ห่างไกลอย่างมีชีวิตชีวา  สิ่งนี้ทำให้เคียวยะสงสัยว่าพ่อทามากิอาจแอบติดต่อกับภรรยาโดยไม่ให้ใครรู้  ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่พ่อทามากิปิดบังเรื่องนี้กับลูกชาย (เพราะทามากิเป็นทุกข์เรื่องแม่มาโดยตลอด  แต่พ่อก็ยังปิดบังเรื่องแม่ไม่ให้ทามากิรู้)

“...ท่านประธานกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่...หรือว่าท่านกำลังเลือกเวลาที่เหมาะสมอยู่...ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านประธานรออะไรอยู่กันแน่นะ...”

ไกลออกไปที่ประเทศญี่ปุ่น  ย่าของทามากิได้รับรายชื่อของเพื่อนทามากิทั้งหมดที่ตนได้วานให้ใครสักคนไปสืบมาให้....


หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ ๆ เคียวยะก็ขอตัวกลับ  หลังจากเคียวยะจากไป  แม่ทามากิก็เอารูปถ่ายของทามากิกับชมรมโฮสท์ออกมาดูพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน  น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มซึมออกมาจากตาทั้งสองข้าง  แล้วหญิงสาวก็รำพึงว่า “ลูกมีเพื่อนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ... ทามากิ”

 

 

 

หลังจากกลับจากฝรั่งเศสเคียวยะก็เอาของฝากมาให้สมาชิกชมรมทุกคนยกเว้นทามากิ (ที่ฝากซื้อหอไอเฟลจำลองสูงสองเมตร –w-“)  ฮารุฮิเริ่มมีท่าทางแปลก ๆ ต่อหน้าทามากิ  หญิงสาวพยายามเฉไฉเปลี่ยนเรื่องพูดเมื่อมีคนพูดถึงทามากิและพยายามหลบตาทามากิอยู่ตลอด  ทุกคน (โดยเฉพาะฮิคารุ  แต่ยกเว้นท่านทามากิ) สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของฮารุฮิ

 

 

 

เมื่อเคียวยะบอกทามากิว่าเขาได้พบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวและหมาที่คล้ายแองตัวเนตต์ที่ฝรั่งเศส...หญิงสาวที่เฝ้าคิดถึงลูกชายที่ต้องพรากจากกันอยู่ทุกวัน...

“หล่อนสวยหรือเปล่า”  ฮันนี่ถามเคียวยะ
“..ใช่...สวยมากเลย”  เคียวยะยิ้มตอบ

“..แล้วหล่อนมีความสุขดีหรือเปล่า...” ฮารุฮิถามเคียวยะด้วยท่าทีที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฮารุฮิแคร์ทามากิมาก

 

 

 

“...ใช่...หล่อนอยู่อย่างสุขสบายและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม  หญิงสาวคนนั้นเฝ้าอธิษฐานให้ลูกชายใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขที่ญี่ปุ่น...”

คำตอบของเคียวยะทำให้ทามากิยิ้มและร้องไห้ด้วยความตื้นตันและสุขใจที่แม่มีความสุขดี  เมื่อเห็นทามากิร้องไห้  น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มของฮารุฮิก็ไหลออกมาด้วยเช่นกัน...

ทามากิโทรศัพท์ไปหาพ่อบอกว่าเขาได้ตัดสินใจเรื่องที่คุยกันวันก่อนแล้ว (น่าจะเรื่องสืบทอดบริษัทนะ)  เมื่อยูสึรุ (พ่อทามากิ) ได้ฟังคำพูดของทามากิก็ยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ...

“...การตัดสินใจของรุ่นพี่ทามากิ...ในอนาคตเมื่อเรามองย้อนกลับมาก็จะพบว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่นำพาไปสู่จุดจบของชมรมโฮสท์....ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้...แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่จะเกิดภายหลัง...”


คืนนั้นฮารุฮินอนไม่หลับ  หญิงสาวกระวนกระวายและสับสนที่ตัวเองไม่สามารถสบตาทามากิได้  อีกทั้งเมื่อยู่ต่อหน้าทามากิใจของฮารุฮิก็เต้นระรัวแถมยังรู้สึกหายใจไม่ออก...ฮารุฮิไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่.....

 

 

 

หลังจากเคียวยะกลับจากฝรั่งเศส  กิจกรรมของชมรมโฮสท์ก็ดำเนินไปตามปกติ  เว้นเสียแต่ว่าทามากิเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการมากขึ้น (จากเมื่อก่อนที่ปล่อยให้เคียวยะทำคนเดียว)  ส่วนฮารุฮิก็ยังคงมีอาการ “ไข้ใจ”  หญิงสาวไม่สามารถสบตาทามากิได้ และรู้สึกกินอะไรไม่ลง  
บรรดาสาว ๆ เห็นฮารุฮิมีท่าทางเหมือนเป็นไข้ไม่หายสักทีก็รู้สึกเป็นห่วงจึงบอกให้ฮารุฮิไปหาหมอ  ฮารุฮิตอบว่าตนไปโรงพยาบาลแล้วแต่หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร...


“...ไม่ว่าจะทำยังไงผมก็ยังกินอะไรไม่ลง  ผมอยากรู้จังว่าขนมตุรกีพวกนี้จะเก็บไว้ได้นานหรือเปล่า...”  (กินอะไรไม่ลงแต่ก็ยังอยากกินแฮะ  ท่าทางฮารุจังตอนนี้โมเอ้มาก ๆ เลยค่ะ >w<)  เมื่อที่ทามากิได้ยินว่าฮารุฮิยังไม่หายป่วย ทามากิก็เป็นห่วงจึงเอาหน้าผากตัวเองอังกับหน้าผากฮารุฮิเพื่อวัดอุณหภูมิ  ทันที่ที่ทามากิทำอย่างนั้นฮารุฮิก็ใจเต้นแรง  หน้าแดง  และตัวร้อนขึ้นจนทามากิคิดว่าฮารุฮิป่วยมาก  ฮารุฮิบอกทามากิว่าตนไม่เป็นไรแล้ววิ่งหนีไปแต่ทามากิก็ยังไล่ตาม  อาการของฮารุฮิแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าหญิงสาวตกหลุมรักทามากิเสียแล้ว  สมาชิกชมรมโฮสท์คนอื่น ๆ สังเกตได้ว่าฮารุฮิคงมีใจให้ทามากิ  แต่ทั้งฮารุฮิและทามากิต่างก็ไม่รู้ใจตัวเองสักที....

 

 

 

ฮิคารุรู้สึกหึงและโกรธที่ฮารุฮิแสดงอาการเดเร่ต่อทามากิจนคาโอรุต้องมาช่วยให้สงบลง  คาโอรุเอาใจช่วยและสนับสนุนฮิคารุเต็มที่  เด็กหนุ่มห้ามไม่ให้ทุกคน “บอกใบ้ให้ฮารุฮิรู้ตัวว่าชอบทามากิ”แต่อย่างไรก็ตามคาโอรุก็บอกกับทุกคนว่าหากวันหนึ่งฮารุฮิรู้ตัวว่าตนมีใจให้ทามากิจริงตนก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามและต้องยอมรับการตัดสินใจของฮารุฮิ...

 

 

 

ฮารุฮิกลับบ้านด้วยความรู้สึกสับสนในตัวเอง  เมื่อไปถึงบ้านก็พบกับไมที่ดักรออยู่  ฮารุฮิทักทายและพาไมเข้าไปในบ้านเพื่อทำกับข้าวให้กิน  ในใจก็คิดถึงทามากิอยู่ตลอด

“ป่านนี้รุ่นพี่ทามากิคงไปถึงโรงแรมแล้วสินะ...” (ทามากิมีนัดประชุมของสุโอกรุ๊ปที่โรงแรมหลังเลิกเรียน)
“ฮารุฮิจะปลอดภัยกลับบ้านหรือเปล่านะ...เราควรจะ (น่าจะ และอยากจะ ^^’) พาฮารุฮิไปส่งที่บ้าน...พรุ่งนี้ถ้าฮารุฮิยังไม่หายป่วยเราคงต้องพาไปโรงพยาบาลให้ได้...”  ทามากิที่อยู่ระหว่างทางไปโรงแรมก็คิดถึงฮารุฮิเช่นกัน...

เมื่อไปถึงโรงแรมทามากิก็ได้พบกับทนายของบริษัทชื่อ “โคซากะ” ซึ่งยูสึรุส่งมาให้เป็นพี่เลี้ยงช่วยสอนงานต่าง ๆ ให้ทามากิ ....

 

 

 

ฮารุฮิปรึกษาเรื่องของตัวเองกับไม  ฮารุฮิกำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ (เป็นไข้ใจต่างหาก อิอิ)  พอไมถามสาเหตุ  ฮารุฮิก็ตอบว่า...

“...พอมองหน้ารุนพี่ทามากิหัวใจฉันก็เจ็บปวด  ทุกครั้งที่เห็นหน้ารุ่นพี่หัวใจฉันจะเต้นแรง...รู้สึกตัวร้อนผ่าว    แล้วฉันก็ไม่สามารถคุยกับรุ่นพี่ได้เลย...”  (ฮารุฮิโมเอ้มาก ๆ เลยค่า  ทั้งตอนเลย กรี๊ดดดด)

ไมรู้ทันทีว่าฮารุฮิตกหลุมรักทามากิโดยไม่รู้ตัวเข้าแล้ว  ไมกำลังจะบอกฮารุฮิแต่คาโอรุก็โทรมาขัดจังหวะพอดี  คาโอรุขอร้องไม่ให้ไม “บอกเรื่องไม่เป็นเรื่อง” กับฮารุฮิ  ไมไม่อยากทำผิดต่อฮิคารุและคาโอรุแต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความรู้สึกของฮารุฮิได้  ก่อนกลับบ้านไมจึงให้ฮารุฮิยืมนิตยสาร Girl Lip (นิตยสารสำหรับผู้หญิง) ไปอ่าน  ฮารุฮินั่งอ่านนิตยสารเล่มนั้นในครัวจนถึงเที่ยงคืน (คงจะหลายชั่วโมงอยู่นะนั่น ^^’)...

 

 

 

เพราะนั่งตากลมอยู่ในครัวจนดึกดื่น  วันรุ่งขึ้นฮารุฮิจึงเป็นหวัดขึ้นมาจริง ๆ ฝาแฝดเป็นห่วงฮารุฮิมาก  (ฮิคารุสติแตกไปเลย  ถึงกับบอกว่าจะเอาเตียงไปไว้ในห้องเรียน  ฮารุฮิจะได้นอนพักไปด้วยเรียนไปด้วยได้  ^^’)  ทามากิเห็นทั้งสามเดินมาด้วยกันก็เข้าไปทักทาย  ทันทีที่เจอทามากิ  ฮารุฮิก็หน้าแดงและประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก  ฮารุฮิวิ่งหนีทามากิ  เรื่องที่อ่านในนิตยสารเมื่อคืนวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา....

“…1…. พอคิดถึงคนคนนั้นคุณรู้สึกเจ็บหน้าอก...”
“…2…. ถ้าคนคนนั้นมีความสุขคุณก็มีความสุขไปด้วย...”
“…3…. เมื่อไรก็ตามที่เขายิ้ม  คุณรู้สึกอยากร้องไห้...”
“…4…. แม้จะอยู่ท่ามกลางเสียงจอแจ  คุณก็ได้ยินเสียงเขาแจ่มชัดกว่าเสียงคนอื่น ๆ อยู่เสมอ...”
“…5….คุณพบว่าคนคนนั้นมีหลายแง่มุมที่ทำให้คุณเชื่อถือ...”
“…6….คุณต้องการจะเป็นพลังและความแข็งแกร่งให้คนคนนั้น...”
“....ถ้าคุณได้คะแนนมากกว่าแปดสิบ....แน่นอนว่าคุณตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว...”

“....เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด...ไม่...ไม่เอาน้า------!!”  ฮารุฮิพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้ชอบทามากิทั้ง ๆ ที่อาการของตัวเองตรงกับที่แบบทดสอบบอกทุกข้อ....แม้จะพยายามปฏิเสธสุดชีวิตแต่ลึก ๆ แล้วฮารุฮิก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรต่อทามากิ...

....ฮิคารุเริ่มเดือดมากขึ้นด้วยความหึงเมื่อเห็นอาการของฮารุฮิจนคาโอรุต้องเข้ามาช่วยตะล่อม  ส่วนทามากิก็ยังคงไม่รู้ตัวอยู่นั่นเอง.... (ทำไมท่านทามากิถึงได้ทึ่มขนาดนี้น้า...)

 

 

 

...ถึงคุณแม่ที่อยู่บนสวรรค์...ความรักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นปุบปับแบบนี้เลยเหรอคะ??...

เปิดตอนค่ะ (คลิกขยายได้นะคะ)

 

 

 

เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง  สมาชิกโฮสท์คลับทุกคนก็ไปเยี่ยมฮารุฮิที่ห้องพยาบาลด้วยความเป็นห่วง (โดยเฉพาะทามากิกับฮิคารุเป็นห่วงจนออกนอกหน้าเลย หุหุ)  อาจารย์ห้องพยาบาลบอกว่าฮารุฮิป่วยหนักจึงขอลากลับบ้านทำให้ทุกคนเป็นห่วงมากขึ้นเพราะฮารุฮิต้องกลับบ้านเพียงลำพังทั้ง ๆ ที่ป่วยอยู่...

ฮารุฮิแวะไปหาไมที่โรงเรียน  ทันทีที่เห็นหน้าไม  ฮารุฮิก็เริ่มสติแตก  ฮารุฮิละล่ำละลักบอกไมว่านิตยสารที่ไมให้ตนยืมอ่านต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ เพราะไม่ว่าจะทำแบบทดสอบสักกี่ครั้งผลที่ได้ก็คือ “ฮารุฮิตกหลุมรักทามากิเข้าแล้ว”...

ไมข้องใจว่าเพราะอะไรฮารุฮิจึงคิดว่าผลของแบบทดสอบผิดพลาด  ฮารุฮิตอบว่าเป็นเรื่องแปลกที่อยู่ ๆ ตนก็ชอบทามากิขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย  ฮารุฮิกังวลจนทำอะไรไม่ถูก  ไมเป็นห่วงเพื่อนแต่คัวเองก็มีเรียนตอนบ่าย  หญิงสาวจึงบอกให้ฮารุฮิไปรอตนที่บ้าน  พอเลิกเรียนแล้วตนจะไปหาฮารุฮิทันที...

“...อ้อ  แล้วฉันขอบอกเธอเรื่องหนึ่ง  ความรักน่ะไม่ใช่อยู่ ๆ ก็จะเกิดได้หรอกนะ....แต่สำหรับเธอ  แน่ใจแล้วเหรอว่าความรักของเธอเกิดขึ้นกะทันหันแบบนั้น...กลับบ้านไปนอนพักแล้วไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี ๆ ล่ะ”  
ไมเตือนฮารุฮิก่อนจะแยกตัวไปเข้าห้องเรียน  (ฮารุฮินี่บทจะสับสนก็ทำอะไรไม่ถูกเลยแฮะ  ไมดูเหมือนคุณแม่ไปเลยอะ  ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าฮารุฮิเดเร่ได้น่ารักสุด ๆ ^^’)

 

 

 

ฮารุฮิยังไม่อยากยอมรับว่าตัวเองชอบคนรั่ว ๆ อย่างทามากิ  ฮารุฮิจึงแวะร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือหลาย ๆ เล่มมาอ่าน (เผื่อว่าจะมีสักเล่มที่บอกว่าฮารุฮิไม่ได้รักทามากิ  แต่ยิ่งอ่านยิ่งแย่กว่าเดิมจนฮารุฮิเหวอไปเลย  ถึงขั้นจินตนาการว่าตัวเองกับทามากิมีลูกด้วยกัน  แถมสวีทหวานแหววกันสุด ๆ อีกต่างหาก)  



หลังจากออกจากร้านหนังสือ  ฮารุฮิก็มองตัวเองในกระจกพลางคิดในใจอย่างซึมๆ ว่า  ตัวเองดูยังไงก็เหมือนเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  ถึงทามากิจะจูบตนที่หน้าผาก  แต่คงไม่มีอะไรมากไปกว่า “ความรู้สึกแบบพ่อกับลูกสาว”...

“...สุดท้ายเราก็เป็นได้แค่ทานุกิอยู่ดี...”  ฮารุฮิแอบน้อยใจเพราะคิดว่าความรู้สึกที่ทามากิมีต่อตนเป็นความรักแบบพ่อลูก  ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาว...

 

 

 

แทนที่จะกลับไปนอนพักที่บ้าน  ฮารุฮิกลับไปนั่งใจลอยอยู่ในสวนสาธารณะ  ขณะที่ฮารุฮิกำลังสะลึมสะลือคิดถึงแม่  โคซากะก็เดินมาทักฮารุฮิ  ฮารุฮิแปลกใจที่โคซากะซึ่งเพิ่งเคยพบกันครั้งแรกรู้เรื่องตนอย่างละเอียดยิบ

แท้จริงแล้วทามากิเป็นคนขอให้โคซากะซึ่งทำงานอยู่ละแวกนั้นพอดีช่วยตามหาฮารุฮิ  เนื่องจากหลังจากอาจารย์ห้องพยาบาลบอกว่าฮารุฮิกลับบ้านไปแล้ว ทามากิก็โทรไปหาฮารุฮิที่บ้านแต่ไม่มีคนรับสาย  ทามากิจึงเป็นห่วงว่าฮารุฮิจะเป็นลมระหว่างทางกลับบ้าน  ชายหนุ่มจึงวานให้โคซากะช่วยตามหาฮารุฮิให้  ทันทีที่รู้ว่าฮารุฮิอยู่ที่ไหนทามากิก็กุลีกุจอโดดเรียนมาหาทันทีด้วยความห่วงใย...

“...ฉันดีใจที่เห็นเธอไม่เป็นอะไร...”  ทามากิใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำมูกให้ฮารุฮิพร้อมยิ้มอย่างอ่อนโยน....

 

 

 

ทามากิแนะนำให้ฮารุฮิรู้จักกับโคซากะทนายประจำบริษัทสุโอซึ่งเคยเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของแม่ฮารุฮิ  ทามากิบอกฮารุฮิซึ่งอยากเป็นทนายเหมือนแม่ว่าให้ปรึกษาโคซากะเรื่องวิชาชีพทนายได้หากฮารุฮิต้องการ...

โคซากะเตือนฮารุฮิว่า  หากอยากเป็นทนายจริง ๆ แค่เรียนดีอย่างเดียวคงจะไม่สามารถทำให้ฮารุฮิเป็นทนายที่ดีได้..

“...มันก็โอเคอยู่หรอกนะที่จะเรียนหนักเพื่อให้สอบได้คะแนนดี ๆ  แต่ทนายเป็นอาชีพที่ต้องเกี่ยวพันกับคนอื่น  เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลากหลาย  ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์หลาย ๆ รูปแบบ  ทนายแต่ละคนจะต้องฟังและทำตามความต้องการของลูกความ...หากเธอต้องเป็นปากเสียงให้คนอื่นแบบนี้  แค่นั่งเรียนอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะ...”


ทามากิขอให้โคซากะหยุดตำหนิฮารุฮิเพราะฮารุฮิยังป่วยอยู่  แต่โคซากะก็ยังคงพูดไม่หยุด  คำสอนของโคซากะทำให้ฮารุฮิคิดถึงคำพูดคำหนึ่งที่ทามากิมักจะพูดอยู่เสมอขึ้นมาทันที.... “ทุกอย่างที่ลองทำเป็นประสบการณ์ชีวิต”  ฮารุฮินึกถึงสีหน้าของทามากิทุกครั้งที่พูดประโยคนี้  ในที่สุดฮารุฮิก็เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง  แล้วหญิงสาวก็สลบไปด้วยพิษไข้  ขณะที่สลบฮารุฮิฝันถึงตอนที่ตัวเองตกลงไปในทะเลแล้วทามากิกระโดดลงไปช่วย...


“....ตอนที่รุ่นพี่ทามากิช่วยเราเอาไว้  เราได้ขอบคุณรุ่นพี่หรือเปล่านะ...ตอนที่รุ่นพี่เป็นห่วงแล้วตะโกนใส่เรา...ที่เขาช่วยให้เราหายกลัวฟ้าผ่าตอนมีพายุ....เขาช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราทั้ง ๆ ที่เราชอบหนีปัญหาอยู่เสมอ...รุ่นพี่ทำอะไรให้เรามากมายเหลือเกินโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว...ถูกแล้ว...ใช่แล้วล่ะ...ความรู้สึกนั้นไม่ใช่อยู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาหรอก...”

 

 

 

ฮารุฮิค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น  ภาพเบื้องหน้าคือทามากิที่เฝ้าอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง  แม้ว่าทามากิจะลนลานจนทำอะไรไม่ถูก  แต่ตอนนี้ฮารุฮิไม่ได้รู้สึกว่าทามากิงี่เง่าหรือน่ารำคาญอีกต่อไปแล้ว....

“....รุ่นพี่ใจดียิ่งกว่าใคร ๆ....รุ่นพี่ไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีหัวใจที่กว้างใหญ่ขนาดไหน....บางทีความรู้สึกที่เติบโตในใจเรามาตลอดอาจจะไม่ใช่ “ความนับถือ” ก็ได้...”

“รุ่นพี่ทามากิ...ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้ตอนตกลงไปในทะเล...แล้วก็ตอนมีพายุ....ขอบคุณที่ช่วยฉันตลอดมา รวมถึงวันนี้ด้วย...ขอบคุณที่คอยเป็นห่วงฉัน...”
ฮารุฮิขอบคุณทามากิ  ทามากิไม่เคยเห็นฮารุฮิเป็นแบบนี้มาก่อนจึงคิดว่าฮารุฮิเพ้อเพราะพิษไข้  ทามากิเอามือไปอังที่หน้าผากฮารุฮิอย่างห่วงใย (และรั่วด้วย)  ทำให้ตัวของฮารุฮิร้อนขึ้นมาทันทีจนฮารุฮิต้องขอให้ทามากิเอามือออก (ก็คนมันเขินนี่เนอะ XD)  ไมที่เพิ่งกลับจากออกไปซื้อกับข้าวเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังดีจึงไม่เข้าไปขัดจังหวะ  ปล่อยให้ทามากิและฮารุฮิได้อยู่กันตามลำพังนานขึ้น...

“...แต่รุ่นพี่...ฉันยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก...ดังนั้นแม้ว่านี่อาจจะเป็นความรัก  แต่ตอนนี้ฉันคงยังบอกรุ่นพี่ไม่ได้...”
ในที่สุดฮารุฮิก็ยอมรับความรู้สึกของตนเองได้และตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง...เลิกหนีปัญหาและค้นหาประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย...

 

 

 

วันรุ่งขึ้นฮารุฮิก็หายป่วยจึงไปโรงเรียนตามปกติ  ทันทีที่เข้าห้องเรียน  หัวหน้าห้องก็กุลีกุจอเข้ามาบอกแกมขอร้องฮารุฮิให้คัดค้านการออกไปเล่นสกีของห้อง 1-A (หัวหน้าห้องเป็นโรคกลัวความสูงค่ะ ^^)  แต่ฮารุฮิกลับตอบทันทีว่าอยากไปพร้อมขอให้ฮิคารุกับคาโอรุช่วยสอนตนเล่นสกีด้วย  ฝาแฝดแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ฮารุฮิซึ่งเคยเฉื่อยชากลับกลายเป็นคนกระตือรือร้นที่จะออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ...

“ทุกอย่างที่ลองทำเป็นประสบการณ์ชีวิต”  ฮารุฮิให้เหตุผลกับฝาแฝด...

....ก้าวต่อไป...มองไปข้างหน้า...เพื่อไล่ตามความฝันและหลังจากนั้น...หากฉันก้าวไปข้างหน้าแบบนี้...ก้าวไปก่อนใครๆ ...บางที่ฉันอาจจะเติบโตเป็นคนที่คู่ควรกับคนคนนั้นได้...


ฮารุฮิตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าโคซากะกำลังดูข้อมูลพร้อมรูปถ่ายของเธอพร้อมพึมพำว่า
“....บางทีตอนนั้นเราอาจพูดจาร้ายกาจเกินไปก็ได้นะ...ลูกสาวของโคโตโกะซังงั้นเหรอ...”

 

 

 

จบแล้วค่า

/me ปาดเหงื่อ  ยาวดีจริง ๆ

 

เพิ่งสังเกตสีผมฮิคารุ  ฮิกะคุงย้อมผมเป็นสีนี้เหรอเนี่ย  ตอนแรกคิดว่าแค่ย้อมเป็นสีน้ำตาลเข้ม  ไม่นึกว่าจะออกมาสีนี้แฮะ  แต่ก็ดูดีไปอีกแบบนะ  ช่วงนี้ฮิคารุบทเยอะค่ะ  ดราม่า รั่ว น่าหยิก มีหมด เลยต้องโมดิฟายกันนิดถึง (แต่ยังไงข้าพเจ้าก็ยังชอบคาโอรุคุงมากกว่านิดนึงอะนะ  เอาเข้าจริงแฝดนี่ต้องมาเป็นแพคคู่ค่ะถึงจะเวิร์กสุด  ไม่ค่อยเลยแฮะคนเรา  --w--")

 

ไว้จะมาอัพต่อจนถึงตอน 62 เลยนะคะ

บายจ้า

 

 

 

ในที่สุดก็แปลจนเสร็จ  หลังจากไม่ได้แปลมาอาทิตย์กว่าๆ เพราะงานยุ่งเลยแปลค้างไว้  พอเคลียร์งานเสร็จต้องรีบมาลงก่อนเลย  เพราะงานระลอกใหม่กำลังจะมา 555

 

 ตอนนี้ที่นี่กำลังจะเข้าหน้าหนาวแล้วจ้า  เริ่มหนาวแล้วง่ะ  เมื่อวานซืนโดดเรียนภาษา (เลวเกิ๊นนนน)  เพราะเพื่อนชวนไปกินอาหารจีนในเมือง (เพื่อนบอกว่าถูกใช้ได้  เราก็โอเคนะเคอะ อิอิ)   พอไปถึง  กำ  ร้านปิด  เศร้าเลยทีนี้

 

เลยไปหาอะไรกินที่อื่นแทน  แต่ร้านที่จะไปไม่มีร้านไหนเปิดเลย (กำลังจัดร้านกันอยู่)  สุดท้ายก็ไปลงเอยที่แมค (สิ้นคิดจริง ๆ -__-')

 

ขอบอกว่าแพงมากกกก  ไม่อร่อยอีกต่างหาก  สั่งชุด Fillet o Fish (แมคฟิชบ้านเรา)  พอแกะกล่องดู  กำ  เบอร์เกอร์ลูกเล็กโพด ๆ เท่าซาลาเปาลูกเล็กเซเว่นเลย  แถมเฟรนช์ฟรายด์ก็แข็งมากมาย  ราคาก็นะ... 3.49  แม่เจ้า  พอคิดเป็นเงินไทยแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่โดดเรียนเพื่อแมค.... 245 บาท  แพงเกิ้นนนน

 

ความซวยอยู่ที่ขากลับล่ะ  ด้วยความงกของพวกเราก็เลยเดินไปรอรถบัสมหาลัย (ฟรี) ที่ป้ายรถเมล์  อากาศหนาวมาก  ลมก็แรง  รอไป 45 นาทีก็ยังไม่มา (ไหนบอกว่ามาทุก 15 นาทีไงฟระ แง่งงงง)  รอจนจะแข็งตายแล้ว  ก็เลยนั่งรถเมล์ธรรมดากลับแทน (เที่ยวละ 90 p หรือ 63 บาท  แพงอีกเช่นกัน  อะซิก ๆๆ )

 

สงสัยกรรมสนองที่โดดเรียนแหง  เฮ้อออออ

 

บ่นยาวแระ  เข้าเรื่องดีกว่าเนอะ  (ก่อนจะโดนคนอ่านเขกหัว -_-)




จากคราวที่แล้ว  ทามะจังโดนฝาแฝดขโมยซีนหมด  คราวนี้ทามาะจังกลับมาทวงตำแหน่งพระเอกคืนแล้วค่ะ  ลองไปอ่านในสปอยดูได้ หุหุ


คำเตือน : สปอยรวดเดียวสิบตอนก็เลยค่อนข้างยาวอะค่ะ  คงจะอ่านจนมึนไปเลยทีเดียว ^^' (รูปก็คงจะโหลดนรกอยู่  นับ ๆ แล้วได้ 43 ภาพ -- หวังว่าคงไม่มากไปนะ -w-")







โรงเรียนโอรังกำลังจะจัดการแข่งขัน (สุดเวอร์) ขึ้นอีกครั้ง  โดยมี ผอ. (พ่อของทามากิ) เป็นตัวตั้งตัวตี  ทันทีที่คุเสะรู้ข่าวก็เข้าไปท้าชมรมโฮสต์ให้มาแข่งขันกับชมรมของตัวเอง  ทามากิรับคำท้าและได้ไปหาพ่อที่ห้องทำงานเพื่อถามรายละเอียดของการแข่งขัน



รูปแรกเป็นรูปเปิดตอนจ้า (ไม่เกี่ยวกับคำบรรยายเล้ย)

 

 

 

เมื่อพวกชมรมโฮสต์ได้ฟังคำอธิบายเรื่องการแข่งขัน  ต่างก็เพ้อฝันไปต่าง ๆ นานา (เข้าข้างตัวเองทั้งนั้น 555)  แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อชมรมโฮสต์ต้องแยกเป็นสองทีมและแข่งขันกันเอง


(อันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับคำบรรยายอะ  เป็นรูปคอสเพลย์ประจำตอน ^^')

 

 

 

ทีมขาว  ----  เคียวยะ  คาโอรุ  ฮันนี่
ทีมแดง  ----  ทามากิ  ฮารุฮิ  ฮิคารุ  โมริ
(แยกคู่วายสองคู่ซะงั้น ^^’)

ทีมขาวทั้งสามคนแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนพวกทีมแดงขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน (ก็ทีมขาวมีแต่คนน่ากลัวนี่เนอะ เหอเหอ)

 

 

 

หลังจากประกาศข่าวเรื่องงานกีฬาลงหนังสือพิมพ์อย่างครึกโครม  นักเรียนโอรังก็ถูกแบ่งเป็นฝ่ายขาวและฝ่ายแดง

ทีมขาว (ตัวละครสมทบ)  ----   โจโนะอุจิ  อายาเมะ (สาวแว่นห้องทามากิ) , มัตสึไดระ  โทชิโยริ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นประธานนักเรียน)  ,  มิสึยาม่า  คานัน (แฟนคุเสะ) , เรโกะ (ชมรมเวทย์มนตร์ดำ)

 

 

 

ทีมแดง (ตัวละครสมทบ)  ----  เรนเกะ ,  เนโกะซาว่า  ,  คาซาโนดะ

(รู้สึกว่าทีมขาวจะมีแต่พวกร้ายลึกนะ ^^’)

สมาชิกแต่ละทีมต่างร่วมประชุมวางกลยุทธ์ในการแข่งขันอย่างขะมักเขม้น  โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “ชัยชนะ”!!

 

 

 

เมื่อถึงวันแข่งขัน  รันกะ  มิซึสุ และ Mei ก็มาร่วมงานด้วยในฐานะคนดู  ทั้งสามต่างตกตะลึงในความอลังการ (และติงต๊อง) ของงานกีฬาสีโอรัง

การแข่งขันดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยที่ทีมแดงของทามากิกำลังตกเป็นรอง  แต่ทามากิซึ่งเป็นหัวหน้าทีมก็สามารถปลุกใจให้สมาชิกในทีมมีใจสู้ขึ้นมาอีกครั้งได้สำเร็จ ...

 

 

 

แถมจ้า

ชอบคู่นี้อะ อิอิ

เฮ้อ  จะทำไงกับฮันนี่เซนไปดีเนี่ย

ทั้งโลลิ...โชตะ  แถมยังโมเอะ อีก ^^

 

 

 

 

การแข่งขันดำเนินมาจนถึงรอบตัดสิน  ซึ่งทั้งสองทีมส่งตัวแทนออกมา วิ่งผลัด    ทีมแดงและทีมขาวแข่งกันอย่างสูสีจนมาถึงไม้สุดท้าย....  ทามากิ และเคียวยะ   ทั้งคู่วิ่งอย่างสุดฝีมือ  และสุดท้ายคนที่คว้าชัยชนะแบบฉิวเฉียดไปก็คือ.....

(ดูรูปกันเอาเอง อิอิ)

 

 

 

รูปเปิดตอนจ้า

 

 

 

คอสเพลย์  (ทามะจังหายไป =[]=)

 

 

 

เพราะว่าทีมของตัวเองแพ้ในการแข่งกีฬา  ทามากิจึงต้องนุ่งผ้าเตี่ยวในชมรมโฮสต์ตามสัญญา (คนอื่นคอสเพลย์เป็นธีมสกอตแลนด์  ^^’)  เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาลูกค้าสาว ๆ ได้อย่างล้นหลาม  (เราเองก็อยากจะกรี๊ดนะ...กรี๊ดเพราะเฮียรั่วมากมาย  ยังจะรั่วได้อีกมั๊ยเนี่ย  ทามะจังลูกแม่ เหอเหอ)

 

 

 

โมริได้ให้อาหารทานูกิตัวหนึ่ง  ทานูกิตัวนั้นจึงมาตอบแทนบุญคุณ  (แต่ดูเหมือนจะสร้างความวุ่นวายให้ชมรมมากกว่า)  ระหว่างภารกิจ “ตามล่าทานูกิ”  ฮารุฮิก็แสดงความรู้สึกดี ๆ ต่อทามากิออกมาระหว่างคุยกับฝาแฝด  ฮิคารุถึงกับหึงจนออกนอกหน้าและผละออกจากวงสนทนาไปดื้อ ๆ

คาโอรุตามพี่ชายฝาแฝดไปด้วยความเป็นห่วงเพราะฝนกำลังจะตก  ฮิคารุระบายออกมาอย่างเหลืออดว่า

“....ตอนนี้ฮารุฮิเอาแต่พูดถึงนายท่าน...ถึงฉันจะชอบแล้วก็เป็นห่วงนายท่าน...ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหม   เพราะพวกเราสนิทกับนายท่านมานานกว่าฮารุฮิ...อีกอย่างถ้าไม่มีนายท่านก็คงไม่มีโฮสต์คลับอย่างนี้หรอก...”

“....แต่...ทำไมนะ...พอฮารุฮิ....ตอนนี้ฉันรู้สึกขัดใจมาก ๆ เลย.....ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน....”


คาโอรุจึงตัดสินใจบอกพี่ชายว่า

“เพราะนายรักฮารุฮิไงล่ะ....นายรักฮารุฮิในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง....เพราะอย่างนั้นนายถึงได้หึงนายท่าน...”

ฝาแฝดทั้งสองคนระบายความในใจท่ามกลางสายฝน......

 

 

 

ในที่สุดโฮสต์คลับก็หาทานูกิเจอ (ในห้องชมรม)  ทานูกิตัวนั้นชอบโมริมาก  โมริจึงรับไปเลี้ยงที่บ้าน

เมื่อทามากิอยู่กับเคียวยะตามละพัง  ทามากิก็บอกเคียวยะว่าตนจะไม่ไปทริปฝรั่งเศสกับพวกปีสอง  (ลืมเล่าว่าโอรังจัดทริปให้นักเรียนปีสองไปเที่ยวฝรั่งเศส สมาชิกโฮสต์คลับจึงเป็นห่วงทามากิ  เพราะคิดว่าทามากิจะต้องสะเทือนใจเรื่องแม่อย่างแน่นอน...)  และขอให้เคียวยะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ  เพราะไม่อยากให้ทุกคนในชมรมเป็นห่วง....



ในวันออกเดินทาง  เคียวยะบอกเพื่อน ๆ ปีสองว่าทามากิมาไม่ได้เพราะท้องเสีย  ทำเอาสาว ๆ เสียดายไปตาม ๆ กัน  (แต่ทามากิกลับกระดี๊กระด๊าอยู่ที่บ้านตัวเอง 555)

 

 

 

คาโอรุรู้สึกผิดที่เผยความในใจกับฮิคารุในวันฝนตก  ทำให้ฮิคารุแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด  คาโอรุจึงมาปรึกษาฮันนี่ที่บ้าน  ฮันนี่เตือนสติคาโอรุว่า...

“...คาโอะจังเอาแต่พูดว่า ฮิคารุอย่างนั้น....ฮิคารุอย่างนี้.....  แล้วตัวเองล่ะ...คาโอะจังเองก็รู้สึกทรมานไม่น้อยไปกว่าฮิกะจังไม่ใช่หรือ....ผมรู้นะว่าคาโอะจังเป็นห่วงฮิกะจังจริง ๆ  แต่ว่านะ...ผมคิดว่า...คนที่ไม่แคร์ความรู้สึกของตัวเองน่ะไม่สามารถปกป้องใครได้หรอก....”

“....คาโอะจังต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง....คาโอะจังรู้ดีนี่ว่าฮิกะจังไม่มีความสุขหรอกที่คาโอะจังทำร้ายตัวเองอย่างนี้....คาโอะจังอยากจะทำอะไรกันแน่...ตอนนี้เลิกคิดเรื่องฮิกะจังกับทามะจังชั่วคราวดีกว่านะ....”

 

 

 

ส่วนฮิคารุเมื่อได้รับเมลจากฮันนี่ว่าคาโอรุอยู่ที่บ้านฮันนี่ก็ไปหาโมริที่บ้าน   โมริแนะนำให้ฮิคารุเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้อง   ฮิคารุรู้ตัวแล้วว่าตัวเองหลงรักฮารุฮิจึงได้แต่สับสน  ทำอะไรไม่ถูก  เพราะฮิคารุไม่รู้ว่าคาโอรุรู้สึกอย่างไรกับฮารุฮิกันแน่.....

 

 

 

วันรุ่งขึ้นฝาแฝดมีท่าทางแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด  ฮิคารุไม่กล้าสบตาหรือแม้แต่คุยกับฮารุฮิตามปกติ  ส่วนคาโอรุก็ร่าเริงเกินเหตุจนฮารุฮิถามด้วยความห่วงใยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง  คาโอรุทำเป็นกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร...

 

 

 

ตอนพักเที่ยงฮิคารุตามหาคาโอรุ  และได้เห็นคาโอรุตะโกนคุยกับฮารุฮิ (ที่กำลังขุดมันอยู่กับชมรมปลูกผักของคาซาโนดะอยู่)  สีหน้าของคาโอรุมีความสุขมาก  เหมือนคนมีความรัก  ฮิคารุจึงพูดกับคาโอรุตรง ๆ ว่าคาโอรุเองก็คงชอบฮารุฮิเช่นกัน  ฮิคารุเสนอคาโอรุให้รับฮารุฮิมาเป็นลูกบ้านฮิตาจิอิง...

“...พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไงล่ะ....”

 

 

 

“...นายบ้าหรือเปล่าฮิคารุ  เราไม่ใช่เด็กที่กำลังเล่นพ่อแม่ลูกนะ   เรารับเลี้ยงฮารุฮิไม่ได้อยู่แล้ว...ชั้นเอือมกับความคิดเด็ก ๆ ของนาย จริง ๆ.....พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป..นายพอใจอย่างนั้นเหรอ...นายกำลังหมายความว่านายอยากจะแบ่งฮารุฮิกับฉันนะ....ฉันไม่อยากแบ่งฮารุฮิให้ใคร...ทั้งนายแล้วก็นายท่านด้วย....ยิ่งถ้านายยังรู้สึกต่อเธอครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้  ฉันไม่มีวีนยกฮารุฮิให้นายเด็ดขาด....”

คาโอรุตะคอกใส่ฮิคารุ  ฮิคารุถึงกับทำอะไรไม่ถูก.....


ย่าของทามากิรู้สึกพอใจที่ทามากิไม่ไปทริปฝรั่งเศสกับเพื่อน ๆ  เพราะคิดว่าอย่างน้อยทามากิก็เข้าใจสถานภาพของตัวเอง.....หากทามากิตัดสินใจจะเป็นผู้สืบทอดของสุโอก็ควรจะเลิกทำตัวงี่เง่าไปวัน ๆ สักที  “...ถ้าไม่...ฉันก็จะจัดการตามวิธีของฉัน....”  ย่าทามากิพูดด้วยสีหน้าเย็นชา....

 

 

 

เคียวยะปลีกตัวออกมาพบลูกน้องเพื่อตามหาแม่ทามากิด้วยความเป็นห่วงเพื่อน  แต่เจ้าตัวยังทำเป็นปากแข็งโดยบอกทุกคนว่าทำเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น...


รอยร้าวระหว่างฝาแฝดลึกขึ้นเรื่อย ๆ  ที่โรงเรียนคาโอรุเกาะติดกับฮารุฮิ  ฮิคารุจึงต้องไปไหนมาไหนกับฮันนี่และโมริ  ข่าวเรื่องฝาแฝดทะเลาะกันแพร่สะพัดไปทั่วโอรัง  สร้างความประหลาดใจและกังวลให้กับทุกคน

แม้แต่เร็นเกะยังหมดไฟที่จะเขียนโดจินเลยนะ หุหุ

 

 

 

 

คาโอรุคิดถึงคำพูดของฮันนี่  “จริง ๆ แล้วคาโอะจังอยากทำอะไรกันแน่...”  แล้วตัดสินใจชวนฮารุฮิไปเดทที่สวนสนุก  โดยกำชับให้ฮันนี่พา (ลาก) ฮิคารุไปที่สวนสนุกให้ได้แม้ว่าฮิคารุจะไม่ต้องการก็ตาม...

คาโอรุแกล้งทำเป็นสนุกสุดเหวี่ยงเมื่ออยู่ที่สวนสนุก  แต่ฮารุฮิรู้ดีว่าจริง ๆ แล้วคาโอรุรู้สึกเจ็บปวด  หญิงสาวจึงชวนคาโอรุกลับบ้าน  คาโอรุถามว่า

“มาแค่สองคนไม่สนุกเหรอ....”
“...เปล่าหรอก  แต่คนที่ไม่สนุกน่ะคือเธอต่างหากคาโอรุ...”  ฮารุฮิตอบ..


คาโอรุเห็นว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถปิดบังความรู้สึกต่อฮารุฮิได้จึงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า

“...ฮารุฮิ...ฉันทึ่งเธอจริง ๆ...”
“...ฉันรักเธอ....”
คาโอรุบอกรักฮารุฮิหลังจากคิสหญิงสาวที่แก้ม
ฮิคารุเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจึงวิ่งหนีไปด้วยความสับสน....

 

 

 

“...แต่สำหรับฉัน...ฮิคารุสำคัญมากกว่า...” คาโอรุเผยความในใจออกมาหลังบอกรักฮารุฮิ  ในใจคาโอรุเฝ้าคิดถึงคำสอนของฮันนี่ตลอดเวลา..

...รุ่นพี่ฮันนี่  ผมทำดีที่สุดแล้ว...ผมรักฮารุฮิก็จริง  แต่คงจะดีกว่ามากหากฮิคารุได้พบความรักและโบยบินออกสู่โลกกว้าง  ผมเคยคิดว่าคงจะดีหากความสัมพันธ์ของเราเป็นอย่างนี้ตลอดไป..แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าหากยังอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ฮิคารุก็จะไม่มีวันค้นพบความสุขที่แท้จริง....แม้ว่าผมจะตระหนักเรื่องนี้มานานแล้ว  แต่การต้องแยกจากกันคงจะเหงามากแน่ ๆ ....ผมแสร้งทำเป็นผู้ใหญ่  เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจคนอื่น  แต่จริง ๆ แล้วผมก็ยังเป็นเหมือนเมื่อก่อน...เป็นเด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัวที่เอาแต่พึ่งฮิคารุ....”

...ฮิคารุ..ได้โปรดรักษาเอาไว้ให้ได้นะ (น่าจะเป็นรักษาความรักที่มีต่อฮารุฮิ)  ฉันต้องการเห็นรอยยิ้มจากใจของฮิคารุ  ไม่ใช่แค่ยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความกังวล....ฉันแค่ต้องการให้ฮิคารุเป็นอิสระเสียที.......


ทามากิมาหาพ่อที่บริษัททำให้พ่อแปลกใจมาก  ทามากิบอกพ่อด้วยน้ำตานองหน้าว่า

“...ผมจะทำอะไรดี....น่าเบื่อจังเลย...” (ก็เล่นเก็บตัวอยู่คนเดียวนี่นา  ไฮเปอร์อย่างทามะจังก็ต้องเบื่ออยู่แล้ว -3-)

 

 

 

คาโอรุไปส่งฮารุฮิที่บ้าน  ก่อนจากกันคาโอรุบอกว่าจะไปหาฮิคารุ  ฮารุฮิจึงเตือนให้คาโอรุเชื่อมั่นในตัวพี่ชาย

“คาโอรุ  เธอน่ะใจดีก็จริง  แต่ก็เห็นแก่ตัวด้วย  ถ้ายังเล่นตลกกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้ในไม่ช้าเธอจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวแน่ ๆ   ฮิคารุน่ะคิดถึงจิตใจเธอมากนะ...ฉันเชื่อในตัวฮิคารุ....”

ฮารุฮิเป็นห่วงฝาแฝด  ในใจคิดถึงทามากิ  เพราะทามากิจะต้องรู้วิธีแก้ปัญหานี้อย่างแน่นอน....

 

 

 

คาโอรุมาหาฮิคารุที่บ้านโมริ  โมริกับฮันนี่บอกว่าฮิคารุเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องหลังจากกลับจากสวนสนุก  พอคาโอรุเข้าไปหาบอกว่ามาขอคืนดี  ฮิคารุก็ตะคอกใส่ว่า

“เลิกล้อเล่นเสียที...ตอนนี้นายจะพูดอะไรได้....”  ฮิคารุยังพูดไม่ทันจบก็ถูกคาโอรุคิส  ฮิคารุถึงกับอึ้งกับการกระทำของน้องชาย

 

 

 

คาโอรุบอกคู่แฝดว่าตนตัดใจจากฮารุฮิแล้ว  ขอให้ฮิคารุพยายามต่อไปให้ดีที่สุด  ฮิคารุไม่เห็นด้วยเพราะรู้ว่าคาโอรุก็ชอบฮารุฮิเช่นกัน  คาโอรุจึงบอกว่าตนชอบฮารุฮิก็จริง  แต่ความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวไม่ได้ลึกซึ้งเท่าความรู้สึกของฮิคารุ  คาโอรุไม่ได้ต้องการครอบครองฮารุฮิเหมือนที่ฮิคารุต้องการ

“...พยายามเข้านะฮิคารุ....ฉันจะเอาใจช่วย.....”

 

 

 

ระหว่างทางกลับบ้านคาโอรุบอกฮิคารุว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปให้แยกห้องนอน  และเลิกขายความสัมพันธ์แบบคู่แฝดในชมรม  เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ค้นหาสิ่งสำคัญที่แท้จริง  ฮิคารุและฮันนี่ต่างก็กังวลเรื่องการตัดสินใจของคาโอรุ  แต่โมริกลับบอกว่าฮิคารุจะต้องแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน  เพราะถึงอย่างไรฮิคารุก็เป็นพี่ชายของคาโอรุ....

 

 

 

วันรุ่งขึ้นคาโอรุตื่นมาพบกับฮิคารุที่ย้อมผมเรียบร้อย  ฮิคารุทักทายน้องชายอย่างร่าเริง  แล้วฮิคารุก็บอกคาโอรุว่า

“คาโอรุนายรู้ไหม...การจะทำให้คนอื่นแยกแยะเราสองคนได้น่ะง่ายนิดเดียว  แค่เปลี่ยนลุคก็พอแล้ว...ทำแบบนี้เร็วกว่าด้วยจริงไหม....จนถึงตอนนี้พวกเราคิดว่าที่คนอื่นแยกเราไม่ออกเพราะพวกนั้นงี่เง่า  แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพราะพวกเราไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นต่างหาก....ดังนั้นถ้านายต้องการจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ฉันก็ยินดี...จะแยกห้องนอนก็ได้....หรือจะแยกกันทำงานในชมรมฉันก็ไม่ขัด...แต่ถึงจะทำอย่างนั้นพวกเราก็ยังเป็นฝาแฝดอยู่ดี....”

“คาโอรุ  ฉันว่านายคิดผิด  แน่นอนว่าจนถึงตอนนี้พวกเราทำตัวผิดมาตลอด  จนกระทั่งได้พบฮารุฮิ  การที่นายจะแก้ปัญหาเรื่องที่พวกเราไม่ยอมรับคนอื่นด้วยวิธีนี้น่ะมันผิด...มันจะฆ่าความรู้สึกของนาย...การบังคับให้เราทั้งคู่แยกกันอยู่เป็นทางออกที่ดีแล้วหรือ.....”

 

 

 

“...คาโอรุ...พวกเราเป็นฝาแฝด....เป็นพรที่แสนวิเศษไม่ใช่หรือไง....คนทั่วไปต้องเผชิญหน้ากับอนาคตตามลำพัง  แต่พวกเราสามารถเดินไปพร้อมกันได้  พวกเราไม่ได้เป็นภาระของกันและกันหรอกนะ....จากนี้ไปพวกเราจะคอยสนับสนุนให้อีกฝ่ายทำแต่สิ่งดี ๆ .... ถ้าเรายังไม่ลืมสิ่งนี้...ในอนาคตจะมีเรื่องสนุก ๆ จากผู้คนรอบข้างรอเราอยู่ถึงสองเท่าเลยนะ....นั่นเป็นเหตุผลที่เราจะต้องอยู่ด้วยกันต่อไป....นายไม่คิดเหรอว่านี่เป็นเหตุผลที่พวกเราเกิดมา....”

 

 

 

ในที่สุดฝาแฝดก็ปรับความเข้าใจกันได้  ทั้งคู่เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและเรื่องก็จบลงด้วยดี.....



เคียวยะพยายามหาเบาะแสของแม่ทามากิที่ฝรั่งเศสแต่ก็ยังไม่พบร่องรอย  เมิ่อลูกน้องบอกให้พักบ้าง  เคียวยะก็พูดว่าตอนนี้ทามากิอยู่ที่ญี่ปุ่น  ตัวเองอยากมอบของฝากแสนวิเศษให้ทามากิเมื่อกลับบ้าน...


ฮารุฮิพยายามติดต่อเคียวยะแต่โทรไปก็เจอแต่เครื่องฝากข้อความ  ฮารุฮิพกมือถือติดตัวตลอดเวลาเผื่อเคียวยะติดต่อกลับมา  ในใจเต็มไปด้วยความเป็นห่วงทามากิ....

“รุ่นพี่ทามากิ...สงสัยจังว่ารุ่นพี่จะรู้สึกอย่างไรที่ต้องไปฝรั่งเศส....”  (ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วทามากิยังอยู่ที่ญี่ปุ่น ^^’)

 

 

 

ทามากิกำลังเหงาสุด ๆ เพราะคนงานที่บ้านพากันกลับบ้านเกิดกันหมด  (พวกคนงานคิดว่าทามากิจะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ  ทุกคนจึงลาพักร้อนทิ้งให้ทามากิอยู่คนเดียว)   แถมยังเอาอังตัวเน็ต (หมาของทามากิ) ไปเที่ยวด้วย

ทามากิคิดถึงสิ่งที่ชิมะบอกตนเมื่อยู่ตามลำพัง  ชิมะถามทามากิว่าที่ทามากิตัดสินใจไม่ไปฝรั่งเศสเพราะเรื่องแม่ใช่หรือไม่  

“...ถ้าคุณหนูพบคุณแม่ที่ฝรั่งเศสก็จะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับผู้นำตระกูล (ย่าทามากิ)   ดิฉันก็แค่เป็นห่วงคุณหนู  จนถึงตอนนี้คุณหนูเอาแต่ทำตามที่ท่านผู้นำตระกูลต้องการเพื่อคุณแม่  คุณหนูคะ...คุณหนูเคยคิดไหมว่าจะเอายังไงเรื่องสืบทอดตระกูลสุโอ...คุณหนูอยากจะทำอะไร....ท่านทามากิควรจะคิดได้แล้วว่าตอนนี้ต้องการทำอะไร..มีอะไรบ้างที่คุณหนูควรจะทำ....ดิฉันคิดว่าระหว่างช่วงพักร้อนนี้คุณหนูน่าจะคิดถึงเรื่องนี้ได้แล้ว....”

 

 

 

ทามากิพยายามทำตามคำแนะนำของชิมะ  แต่ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่  ทามากินัดกินข้าวกับพ่อ  ในใจก็คิดเรื่องนี้ตลอดเวลา  พ่อเห็นว่าทามากิท่าทางหงอย ๆ จึงแซวทามากิเรื่องสมัยเด็กและเรื่องฮารุฮิ  ทามากิตื่นตัวขึ้นมาทันทีที่พ่อพูดถึงหญิงสาว  ทันใดนั้นเองพนักงานเสิร์ฟก็ทำอาหารหกรดกระโปรงของลูกค้าคนหนึ่ง  ลูกค้าคนนั้นต่อว่าพนักงานเสิร์ฟอย่างรุนแรง

ทามากิแสดงความเห็นใจพนักงานอย่างออกนอกหน้าพร้อมจะเข้าไปช่วย  แต่ก็ถูกพ่อห้ามไว้  พ่อบอกให้กลับไปนั่งที่และห้ามยื่นมือเข้าไปยุ่งเด็ดขาด

“ธุรกิจน่ะไม่เหมือนกิจกรรมชมรมหรอกนะ....ลูกจะใช้อุดมคติในการตัดสินใจไม่ได้...ถ้าเข้าใจแล้วก็นั่งลงซะ...”  ทามากิจำใจทำตามคำสั่งพ่อแต่โดยดี....

 

 

 

พ่อทามากิเสนอให้ทามากิเข้ามาช่วยดูแลกิจการโรงแรมที่กำลังขยายตัว  โดยพ่อเตือนทามากิล่วงหน้าว่าโลกธุรกิจที่ตนเสนอให้กับลูกชายนั้นเป็นโลกแสนเศร้าที่ไม่มีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย....

 

 

 

เย็นวันนั้นขณะที่ฮารุฮิกำลังกลับบ้าน  เคียวยะโทรมาหาฮารุฮิถามว่ามีธุระอะไรหรือเปล่า  ฮารุฮิกำลังจะถามถึงทามากิ  พอเคียวยะได้ยินชื่อทามากิก็บอกฮารุฮิว่า  ทามากิท้องเสียจึงต้องอยู่แต่ในโรงแรมตั้งแต่มาถึงฝรั่งเศส....

ขณะที่ฮารุฮิกำลังพูดกับเคียวยะ  ที่หน้าบ้านของหญิงสาว...ทามากิ (ที่น่าจะกำลังท้องเสียอยู่ที่ฝรั่งเศส) ก็ปรากฏตัวขึ้น  ทั้งทามากิและฮารุฮิต่างก็ตกใจที่พบกับอีกฝ่ายโดยไม่คาดคิด....


เคียวยะพอจะเดาสถานการณ์ด้านฮารุฮิได้จึงแก้ตัวว่า  ทามากิปวดท้องมากจนต้องส่งกลับญี่ปุ่น  “...ฝากเธอดูแลที่เหลือด้วยนะ....”  แล้วเคียวยะก็วางสายไป

ทันทีที่วางสาย  ผู้ติดตามของเคียวยะก็แจ้งว่าพบเบาะแสบางอย่างแล้ว....พวกเขาพบว่าอดีตลูกจ้างของแม่ทามากิทำงานอยู่ที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่ง  เคียวยะจึงรีบไปหาคนคนนั้นทันที.....เมื่อได้พบกันหญิงชราอดีตลูกจ้างของแม่ทามากิก็ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของทามากิ  เมื่อเคียวยะบอกว่าทามากิร่าเริงและสบายดี  อดีตแม่บ้านก็ยิ้มและบอกว่า  ทามากิในอดีตแตกต่างจากตอนนี้มาก....

....ตอนนั้นทามากิไม่เคยยิ้มกับใครเลย  ทามากิเป็นเด็กฉลาดและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์  แต่ตั้งแต่แม่ของเขาล้มป่วยลง  ทามากิก็กลายเป็นเด็กเซื่องซึมและไม่ยิ้มให้ใครอีกเลย.....

 

 

 

 

ทามากิเข้ามานั่งในห้องรับแขกบ้านฮารุฮิ  ส่วนฮารุฮิก็ต้มข้าวต้มมาให้ทามากิกิน (เพราะเคียวยะบอกว่าทามากิปวดท้อง)  ฮารุฮิมีสีหน้าอึมครึมจนทามากิถามว่าฮารุฮิโกรธตนอยู่หรือเปล่า  เมื่อฮารุฮิตอบว่า “ไม่เชิง...”  ทามากิก็ไม่เชื่อ  ฮารุฮิจึงเล่าเรื่องที่ฝาแฝดทะเลาะกันให้ทามากิฟัง...

“...ตอนนั้นไม่ว่าจะถามเท่าไหร่  สองคนนั้นก็ไม่ยอมเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น...ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร...เมื่อเพื่อนมีปัญหาฉันไม่รู้เลยว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง....เมื่อพวกนั้นไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง  ฉันควรจะคาดคั้นให้เล่าดีไหม...ในที่สุดสองคนนั้นก็แก้ปัญหาได้...ทำให้ฉันตระหนักว่า...ฉันเรียนหนักมาตลอด...เป็นคนหัวดีก็จริง...แต่ในสถานการณ์แบบนั้นฉันกลับไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไร.....”


“....เหมือนกับตอนนี้ที่ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี....พอรู้ว่ารุ่นพี่ทามากิไม่ไปฝรั่งเศส  ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพราะเรื่องคุณแม่....ฉันควรจะคาดคั้นความจริงจากรุ่นพี่ไหม....ฉันช่วยอะไรรุ่นพี่ได้หรือเปล่า....เรื่องที่รุ่นพี่ปิดบังฉันฉันควรจะโกรธหรือเศร้ากันแน่....”  

“....ฉันควรจะบอกรุ่นพี่ดีไหมว่าฉันกังวลใจมาก....”  ฮารุฮิหน้าแดงก่ำ

 

 

 

ทามากิเห็นฮารุฮิมีท่าทางกังวลก็รีบเข้าไปหา  โดยที่ลืมไปว่ามีชามข้าวต้มวางอยู่ข้างหน้า  ทามากิจึงทำข้าวต้มกระฉอกใส่ตัวเองจนหมดชาม  ทั้งคู่ตกใจมาก  เมื่อฮารุฮิตั้งสติได้ก็พาทามากิไปล้างตัวในห้องน้ำ...

เมื่อล้างตัวจนสะอาดแล้ว  ฮารุฮิก็ขอตัวไปเอาน้ำแข็งสำหรับประคบ  และเสื้อผ้าให้ทามากิเปลี่ยน  ทามากิเดินมากุมมือฮารุฮิทางด้านหลังพร้อมบอกว่า

“...ขอโทษนะ...ขอโทษที่ปิดบังเธอ...แต่ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องมีสีหน้าเศร้าหมองเพราะฉัน...เพราะฉันจะดีใจที่สุดหากสีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม...”  แล้วทามากิก็เล่าเรื่องสมัยเด็กของตนให้ฮารุฮิฟัง....

 

 

 

 

ทามากิอาศัยอยู่กับแม่ในแมนชั่นใกล้ปารีส  ตอนนั้นทามากิชื่อว่า  Rene Tamaki Richard Grantaine  ส่วนแม่ทามากิชื่อ Anne Sophie  

....ตอนนั้นทามากิไม่เคยยิ้มกับใครเลย  ทามากิเป็นเด็กฉลาดและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์  แต่ตั้งแต่แม่ของเขาล้มป่วยลง  ทามากิก็กลายเป็นเด็กเซื่องซึมและไม่ยิ้มให้ใครอีกเลย.....

แอนเป็นห่วงทามากิจึงเรียกทามากิเข้ามาคุย  แอนถามว่าทำไมทามากิจึงไม่ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ  ทามากิเริ่มร้องไห้แล้วบอกว่าเป็นห่วงแม่....

“...แม่สบายดีจ๊ะ  หมอบอกว่าแม่แค่เป็นหวัดเท่านั้นเอง...”

ทามากิบอกแม่ว่าตนไม่มีอะไรที่อยากทำ  แอนจึงสอนทามากิว่าอย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่อย่างนี้เลย

 

 

 

“...ถึงแม่จะป่วยอย่างนี้  ก็ยังมีเรื่องมากมายที่แม่อยากทำ...และสิ่งที่แม่ต้องการเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ...ทามากิ..แม่อยากเห็นลูกยิ้มแย้มทุกวัน....ร่างกายของแม่ไม่ค่อยแข็งแรงก็จริง...แต่แม่ก็พยายามมีชีวิตอย่างดีที่สุดในทุก ๆ วัน...ทุก ๆ วันแม่จะดำเนินชีวิตด้วยรอยยิ้ม...และแม่ก็อยากให้ทุกคนรอบตัวแม่มีแต่ความสุข...”

จากวันนั้นเป็นต้นมา  ทามากิก็พยายามดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขทุกวันและมีรอยยิ้มอยู่เสมอเพื่อแม่ของเขา  มีเรื่องมากมายที่ทามากิอยากจะทำ  และเขาเชื่อว่าหากเขาดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามที่สัญญากับแม่  สักวันหนึ่งทุกคน...ทั้งเขา  พ่อ  แม่  และย่า  จะได้ร่วมวงกันหม้อไฟใต้โต๊ะทงคัตสึอย่างมีความสุข

 

 

 

“...ไม่ใช่ว่าฉันไม่คิดถึงเรื่องตระกูลสุโอ  แต่ฉันคิดว่า  ถ้าฉันยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองอยากทำอะไรกันแน่  ฉันก็คงไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้...แต่ว่านะ..ฮารุฮิ...ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าไม่ใช่แค่คุณแม่คนเดียว....ฉันอยากทำงานที่ทำให้คนมากมายมีความสุข....ดังนั้นตระกูลสุโอนี่แหละคือสถานที่ที่ฉันจะสามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองได้....”

 

 

 

ฮารุฮิรู้สึกทึ่งกับความคิดของทามากิ  เธอชื่นชมในตัวทามากิที่สามารถเปลี่ยนแปลง “ความปรารถนาที่จะให้แม่มีรอยยิ้ม”  เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมากมาย....ความปรารถนาให้ทุกคนมีความสุข....

ทามากิเห็นว่าฮารุฮิเงียบไป จึงถามหญิงสาวว่าแปลกใช่ไหมที่อยู่ ๆ ตัวเองก็เล่าเรื่องมากมายให้ฟัง  ฮารุฮิตอบจากใจจริงว่าไม่แปลกเลย...

“....ไม่แปลกหรอกนะ....ดูอย่างชมรมโฮสต์สิ...ชมรมของรุ่นพี่สร้างรอยยิ้มให้คนมากมาย...ไม่แปลกเลย  เพราะว่ามันคือความฝัน...สมกับเป็นรุ่นพี่แล้วล่ะนะ...รุ่นพี่ทามากิ..”

 

 

 

เคียวยะขอบคุณหญิงชราที่เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง  ก่อนจากกันอดีตแม่บ้านก็บอกเคียวยะว่า....ในสถานที่ที่ห่างไกลจากปารีส  มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ป่าใหญ่....ต้นเกาลัดสวยงามในฤดูใบไม้ผลิ....ในฤดูใบไม้ร่วงท้องทุ่งเต็มไปด้วยสีทองของข้าวโพด...ในอดีตจิตรกรผู้รักธรรมชาติมากมายเดินทางไปที่นั่น....


ฮารุฮิออกมาส่งทามากิที่หน้าบ้านพร้อมกับยื่นถุงใส่กล่องข้าวให้ทามากิเอากลับไปกินที่บ้าน  เพราะฮารุฮิกลัวว่าทามากิจะหิวเนื่องจากตอนนี้คนงานที่บ้านทามากิลาพักร้อนกันหมด  ทามากิยิ้มแล้วคิสฮารุฮิที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน....

 

 

 

....หญิงสาวตะลึงกับการกระทำของชายหนุ่ม  ทามากิลากลับบ้าน  ส่วนฮารุฮิยืนตัวแข็งทื่อหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย....


....ส่วนเคียวยะกำลังหงุดหงิดเพราะหลงทางอยู่ในฝรั่งเศส....

 

 

 

จบแล้วจ้า

อยากจะบอกว่าอ่านมาห้าสิบกว่าตอนเพิ่งจะเห็นทามะจังทำหน้าที่พระเอกก็คราวนี้แหละ 555

 

เอนทรี่นี้ยาวมากมาย  พอแค่นี้ก่อนดีกว่า

 

ไว้จะมาอัพใหม่น่อ

 

บายจ้า ^o^

 

 

[SPOIL] Ouran Highschool Host Club Chapter 38-45

posted on 27 Sep 2007 17:40 by palmcj  in Host-bu

ปกติสปอยการ์ตูนเนื้อหาหนัก คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาสปอยเลิฟคอมเมดี้ดูบ้าง (สปอยยากเหมือนกันนะเนี่ย ^^') ขอบอกก่อนว่าสปอยไม่ละเอียดมากนะ เอาแค่พอเห็นภาพคร่าว ๆ เพราะเรื่องนี้ช่องเล็กช่องน้อยเยอะอะ แถมยังสปอยรวดเดียวหลายตอนอีก หยวน ๆ ละกันน่อ หุหุ


ปล. ภาพไม่ค่อยเท่ากันง่ะ แถมมีแบบฟ้า ๆ ปนมาด้วย พอดี Photoshop เสีย เลยต้องย่อรูปกับ acd see ปรับสีก็ไม่เป็น (หรือมันปรับแบบโฟโต้ชอปไม่ได้หว่า งง ) save for web ก็ไม่ได้อีก รูปก็เลยเป็นแบบนี้ อุอุ -__-"


ปล. และแล้วก็เริ่มลงแต่สปอยอีกครั้ง บลอคข้อยกลายเป็นอะไรไปแล้ววววว แง่งงงงงงง

เริ่มดีกว่า เอนทรีนี้ออกจะโหลดนรกหน่อยนะ เหอเหอ

เริ่มด้วยคอสเพลย์ประจำตอน ธีมเป็นโจรสลัด -0-


คาซาโนดะเอาต้นไม้มาฝากฮารุฮิ แต่ก็ถูกพวกโฮสต์คลับกลั่นแกล้ง (ขำฮันนี่แฮะ 555)



มีนักเรียนแลกเปลี่ยนมาที่โอรัง เป็นเจ้าหญิงจากประเทศเล็ก ๆ ชื่อว่า เจ้าหญิงมิเชล ฮิคารุและคาโอรุไม่ค่อยถูกชะตากับเจ้าหญิงนัก ผิดกับทามากิซึ่งตามติดเจ้าหญิงทั้งวัน เพราะเธอมีรูปร่างหน้าตาคล้ายแม่ทามากิมาก สุดท้ายเจ้าหญิงก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับโฮสต์คลับจนได้ (ท่าทางจะกลายเป็นเจ้าหญิงของชมรมด้วย เหอเหอ)


ฝาแฝดไม่ค่อยชอบเจ้าหญิง ผิดกับทามากิลิบลับ


พอมิเชลเห็นทามากิให้ดอกไม้ฮารุฮิก็มองด้วยความไม่พอใจ...


มิเชลกลายเป็นเจ้าหญิงของชมรมจริง ๆ ถึงขนาดได้ร่วมขบวนคอสเพลย์ด้วย ^^


แม้เบื้องหน้าฝาแฝดจะทำดีกับเจ้าหญิง แต่ก็มีแอบหลุดอยู่เสมอเพราะเจ้าหญิงชอบพูดจาไม่เข้าหูของทั้งคู่ (คิดว่าคงไม่ได้ตั้งใจอะนะ)


ขณะที่บรรยากาศในโฮสต์คลับและโรงเรียนโอรังกำลังเปลี่ยนไปเพราะมิเชล (และทามากิที่โอ๋มิเชลเหลือเกิน) สมาชิกในชมรมก็เริ่มเห็นตัวตนอีกด้านของเจ้าหญิงขณะที่เจ้าหญิงกำลังระบายอารมณ์ด้วยการหักทึ้งต้นไม้อย่างหงุดหงิด เจ้าหญิงจึงเล่าเรื่องของตัวเองให้โฮสต์คลับฟัง สมาชิกในชมรมจึงช่วยพูดให้เจ้าหญิงรู้สึกดีขึ้น


ทันใดนั้นเองเรนเกะ (น่าจะทำตามคำขอของทามากินะ) ก็พาพี่ชายของเจ้าหญิงมา ทำให้ทุกอย่างจบลงอย่างแฮปปี้ และมิเชลก็กลับประเทศไปพร้อมพี่ของเธอในที่สุด


เมื่อมิเชลกลับประเทศไปแล้ว ทุกอย่างในโรงเรียนก็กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้ เพราะทามากิป่วยจนต้องขาดเรียน ข่าวนี้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วและสร้างความตื่นตกใจกับนักเรียนทุกคน (ยกเว้นฮารุฮิกับเคียวยะที่เห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนอื่น ๆ ถึงกับช็อกที่ทามากิก็ป่วยกับเค้าเป็นเหมือนกัน)


(ภาพไม่เกี่ยวกับเนื้อหาน่อ เป็นภาพสีเปิดตอนนี้อะ)

สาว ๆ ในโรงเรียนต่างวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานาถึงสาเหตุที่ทำให้ทามากิเป็นหวัด สุดท้ายเรนเกะก็สรุปว่าสาเหตุนั้นก็คือ เหตุการณ์ที่ทามากิเรียกโมริมาคุยหลังเลิกเรียน ทามากิถามโมริว่า

รุ่นพี่โมริเคยรู้สึกอยากจะจูบรุ่นพี่ฮันนี่บ้างไหม... =[]=
แต่โมริปฏิเสธ (แน่อยู่แล้วล่ะ) เรนเกะบอกทุกคนว่าทามากิคงช็อกจนป่วยและสาว ๆ ก็เชื่ออย่างนั้น ทำให้โมริหนักใจที่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ทามากิป่วย

ด้วยความเป็นห่วงทุกคนจึงตัดสินใจจะไปเยี่ยมทามากิหลังเลิกเรียน


ทามากิกำลังนอนซมอยู่บนเตียง คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนมิเชลปรับความเข้าใจกับคนรัก ตอนนั้นทามากิรู้สึกอยากจะจูบฮารุฮิ (ที่ตัวเองคิดอยู่ตลอดว่าเป็นลูกสาว) ทามากิคิดว่าการที่พ่ออยากคิสลูกตัวเองเป็นเรื่องแปลก (เพราะพอถามโมริ ที่ทามากิคิดเอาเองว่ามีความสัมพันธ์แบบพ่อกับลูกกับฮันนี่ โมริก็ตอบว่าไม่เคยอยากจะคิสฮันนี่เลย) ทามากิคิดมากจนอาการป่วยทรุดลง

ขณะที่ทามากิกำลังกระวนกระวายใจอย่างหนัก ชิมะซังก็พาเชฟและเมทสาว ๆ มาบริการทามากิถึงข้างเตียง ระหว่างที่ทามากิกำลังถูกสาวๆ รุมทึ้งเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า (และใส่บอกเซอร์แค่ตัวเดียว) บรรดาโฮสต์คลับก็เข้ามาในห้อง ทามากิดีใจที่เพื่อน ๆ มาหา

แต่พอรู้ว่าฮารุฮิก็มาด้วยทามากิก็เขินจนอาการทรุดลงไปอีก (ท่าทางฝาแฝดจะสนุกที่ได้แกล้งทามากินะ เหอเหอ)


โฮสต์คลับอยู่เป็นเพื่อนทามากิได้พักใหญ่ ๆ ก็พากันลากลับ หลังจากนั้นพ่อของทามากิก็มาเยี่ยม พ่อจูบทามากิที่หน้าผากด้วยความรักและเป็นห่วง ทามากิตกใจที่อยู่ ๆ พ่อก็ทำอย่างนี้ แต่พ่อของทามากิบอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อจะจูบลูก และไม่ว่าทามากิจะอายุมากขึ้น ๆ ตัวเองก็ยังอยากจะจูบลูกชายเหมือนเดิม ทามากิจึงคิดได้ว่าการที่พ่อจะจูบลูกไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร....

ทันใดนั้นฮารุฮิก็กลับมาหาทามากิ เพื่อเอาของเล่นที่ทามากิยกให้มาคืน ทันทีที่ฮารุฮิเข้ามาใกล้ ทามากิก็คิสฮารุฮิที่หน้าผาก (>_<) แล้วทามากิก็ยิ้มและหลับไป แต่เมื่อหายป่วยทามากิกลับจำอะไรไม่ได้เลย.... แต่สุดท้ายคนที่ได้รับความกระทบกระเทือนด้านจิตใจที่สุดคือโมริ ที่ยังคงคิดมากเรื่องที่ตัวเองทำให้ทามากิป่วยอยู่ แต่ยังไงก็ไม่อยากพูดโกหกโดยการบอกทามากิว่า ตัวเองอยากจะคิสฮันนี่ อยู่ดี....


ตอนต่อมาเปิดฉากด้วยชมรมเวทย์มนตร์ดำที่พยายามเลียนแบบโฮสต์คลับ (แต่แป๊ก อิอิ)


คานาซึกิ เรโกะ (เจ้าหญิงของชมรมเวทย์มนตร์ดำ และเป็นเพื่อนร่วมห้องกับคาซาโนดะ) เกิดมาตกหลุมรักฮันนี่เข้าอย่างจัง แต่เรโกะ (ที่เป็นสาวซึน) กลับเอาแต่พูดว่าเป็นตัวเองกำลังสาปแช่งฮันนี่อยู่ และการกระทำทุกอย่างทั้งเขียนชื่อฮันนี่ลงในกระจก อ่านหนังสือ How to เกี่ยวกับความรัก วาดร่มความรักของตัวเองกับฮันนี่ ....บลาๆๆ... เป็นคำสาป แม้เหล่าโฮสต์คลับจะบอกว่านี่เป็นอาการของคนมีความรัก เรโกะก็ไม่ยอมรับ


เรโกะตามติดฮันนี่จนฮันนี่เริ่มเหนื่อยใจ เรโกะคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ฮันนี่ตลอดถึงกับจะขอยืมน้องกระต่ายที่ฮันนี่หวงเหลือเกิน


โมริหมดความอดทนจึงพูดกับเรโกะไปตรง ๆ ว่าถ้าเรโกะยังทำอะไรโดยไม่เข้าใจความรู้สึกคนอื่น ไม่ว่าอย่างไร เรโกะก็ไม่สามารถเอาชนะใจคน ๆ นั้นได้แน่นอน


เมื่อได้ฟังคำสอนจากโมริ และคำพูดปลอบใจที่อ่อนโยนจากฮันนี่ เรโกะก็ปรับปรุงตัวและกลายเป็นเพื่อนกินเค้กที่เข้ากันได้ดีกับฮันนี่ในที่สุด....


วันสุดท้ายของภาคเรียนก่อนจะปิดเทอมฤดูร้อน ฮารุฮิโดดกิจกรรมชมรมโดยอ้างว่ามีธุระสำคัญ เมื่อเคียวยะบอกทุกคนว่าธุระที่ว่าก็คือ ไปโรงเรียนของลูกสาวของมิซึสุ (ชื่อ Mei) ตามคำขอของมิซึสุซึ่งมาขอให้รันกะและฮารุฮิช่วยจัดการทำอะไรสักอย่างลูกสาวเจ้าปัญหา...


พวกโฮสต์คลับจึงตัดสินใจตามไปช่วยฮารุฮิ (ที่กำลังช่วยมิซึสุและ Mei อยู่ ฟังดูซับซ้อนชอบกลเนอะ) เมื่อเห็นฮารุฮิในเครื่องแบบนักเรียนหญิง สมาชิกโฮสต์คลับ (โดยเฉพาะทามากิและฝาแฝด) ต่างตะลึงในความน่ารักของหญิงสาว


Mei กำลังหงุดหงิดที่ฮารุฮิคอยตาม และก็ต้องหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อมีพวกทามากิมาสมทบ สุดท้ายทุกคนก็ไปร้องคาราโอเกะกัน (ได้ไงเนี่ย -__-)


สาเหตุที่ทำให้หญิงสาวต่อต้านพ่อ (หรือจะเรียกแม่ดี ^^') ของตัวเอง


ที่ร้านคาราโอเกะคาโอรุเริ่มทำตัวสนิทสนมกับฮารุฮิมากขึ้น โดยปลีกตัวมาอยู่กับฮารุฮิสองต่อสองตอนที่ฮารุฮิออกไปซื้อน้ำ ส่วน Mei ก็เริ่มมีใจให้ทามากิขึ้นมาบ้างแล้ว....


ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ฮารุฮิอ่านหนังสืออยู่กับบ้านโดยปล่อยให้ Mei อยู่กับพวกโฮสต์คลับ แต่ Mei กลับรู้สึกเหนื่อยทุกครั้งที่ต้องออกไปเที่ยวและรับมือกับหนุ่ม ๆ จอมวุ่นวายทั้งหกคน


ทามากิตัดสินใจไปทำงานพิเศษที่แพนชั่นของมิซึสุในคารุอิซาวะเพื่อ กระชับความสัมพันธ์พ่อลูกกับฮารุฮิ เมื่อฝาแฝดรู้เรื่องจากเคียวยะว่าทามากิกับฮารุฮิอยู่กันตามลำพังที่คารุอิซาว่า ฮิคารุก็เกิดอาการไม่พอใจจนออกนอกหน้า....ส่วนคาโอรุก็ได้แต่นั่งมองคู่แฝดของตัวเองอย่างกังวลใจ....


ฝาแฝดตัดสินใจตามทามากิไปที่คารุอิซาวะ เมื่อถึงแพนชั่นของมิซึสุก็พบว่าทามากิถูกฮารุฮิใช้งานเยี่ยงทาสอยู่ (ท่าทางฮารุฮิโหดมาก ทามะจังร้องไห้ซะน่าสงสารเลย หุหุ)


ทั้งเคียวยะ ฮันนี่ โมริ และ Mei ต่างก็อยู่ที่แพนชั่นกันพร้อมหน้า ทุกคนจึงตัดสินใจไปเที่ยวงานวัดกัน (ฮารุฮิ Mei และหนุ่ม ๆ โฮสต์คลับใส่ยูคาตะกันทุกคนเลย ^[]^)


ดูหนุ่ม ๆ กันมั่ง หุหุ


พวกทามากิพบคาซาโนดะและลูกน้องในแก๊งค์ที่งานวัดจึงเดินเที่ยวด้วยกัน เมื่อ Mei มีโอกาสอยู่กับทามากิสองต่อสอง Mei ก็ถามทามากิว่า
....ชอบฮารุฮิใช่มั๊ย...
ทามากิปฏิเสธ โดยอ้างความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกเหมือนทุกที.....


คาซาโนดะกับ Mei (ที่ดูโหด ๆ เหมือนกัน) มีปากเสียงกัน มิซึสุรีบเข้ามาห้าม Mei จึงหันไปโต้คารมกับพ่อแทนแต่ก็ทำให้ความรู้สึกของทั้งสองคนสื่อถึงกันได้อีกนิดหนึ่ง....


ฮารุฮิและ Mei มาเป็นแขกบ้านฮิตาจิอิง ฮารุฮิถูกฝาแฝด แม่ของฝาแฝด และโฮสต์คลับ (ที่ตามมาสมทบทีหลัง) จับแต่งตัวและให้เดินแฟชั่นโชว์ (เป็นนางแบบจำเป็น...ว่างั้นเถอะ ^^) ในบ้าน


ฮารุฮิน่ารักเนอะ


ฮารุฮิหนีออกมากลางคันจึงถูกคนอื่น ๆ ไล่จับ แต่พ่อของฝาแฝด (ที่ตัวตนจืดจางมากจนฮารุฮิไม่ทันสังเกตทั้ง ๆ ที่พ่ออยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น =[]=) ก็มาช่วยเอาไว้


เมื่ออยู่กันตามลำพัง พ่อของฝาแฝดก็เล่าเรื่องของพวกลูกชายให้ฮารุฮิฟัง คาโอรุเดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดีก็มีท่าทางอึ้ง ๆ แต่ก็พยายามทำตัวปกติเมื่ออยู่ต่อหน้าทุกคน และยังคงสนิทสนมกับฮิคารุเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ฮันนี่ก็สังเกตได้ว่าคาโอรุมีบางอย่างแปลกไป ฮันนี่จึงหาจังหวะพูดกับคาโอรุและพบว่าคาโอรุเก็บงำความลับบางอย่างเอาไว้ !!?


จบแล้วจ้า คราวนี้จบตอนที่ 45


ไว้เร็ว ๆ นี้จะมาโพสต่อนะ (ขอเคลียร์งานนิดนึง เริ่มมีการบ้านเยอะแล้วง่ะ T__T)


ช่วงต่อไปจะเป็นงานกีฬาสี ก่อนจะวกเข้าเนื้อเรื่องหลัก (ซึ่งมันแบบว่า กะรี๊ดดดด มากมาย ไม่เชื่อลองดูภาพตัวอย่าง หุหุ)


สุดท้ายขอให้สนุกกับการอ่านจ้า ^[]^


ภาพโหลดนรกมากมาย (เน็ตมหาลัยอืดดดดซ้า เฮ้อ) ยังไงก็ขอโทษสำหรับคนเน็ตเต่า (เหมือนข้าพเจ้า) ด้วยน่อ


พบกันใหม่เอนทรี่หน้า

บายงับ