FMA 102 扉の前 :: In Front of the Gate
posted on 13 Dec 2009 15:37 by palmcj in Alchemic-world
ก่อนอื่นต้องขอโทษค่ะที่มาลงช้า (มาก)
หลังจากคร่ำครวญเรื่องคุณวัวใจร้ายกับเพื่อนในเอ็มชุดใหญ่ก็งานเข้าค่ะ
เพิ่งจะว่างทำเมื่อคืน (แถมยังเผลอหลับอีก =___='')
คิดว่าหลาย ๆ คนคงรู้กันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้อ่านจบแล้วร้าวรานใจมากค่ะ คุณวัวทำกันได้ TvT
รอยพลาดท่าถูกราธจับตรึงกลางวงเวทย์ที่ใช้ในการแปร
ธาตุมนุษย์...ในเมื่อไม่ว่าจะข่มขู่อย่างไรรอยก็ไม่ยอมทำตามคำสั่ง
ราธและไพร์ดจึงต้องงัดไม้แข็งที่สุดออกมาใช้
“...จริง ๆ ก็ไม่อยากใช้วิธีนี้หรอกนะ..แต่พวกเราไม่มีทางเลือก..ไม่มีเวลาเหลือแล้ว”
ไพร์
ดบอกกับรอยที่ถูกดาบตรึงมือทั้งสองไว้กลางวงเวทย์
มือเงานับไม่ถ้วนของไพร์ดพันธนาการหมอฟันทองไว้แน่น
ร่างของหมอถูกยกขึ้นเหนือวงเวทย์เพื่อเตรียมการแปรธาตุ
ราธบอก
รอยว่าพวกเขาจะบังคับให้รอยแปรธาตุ รอยยืนกรานปฏิเสธ
ทว่าราธกลับบอกว่าตอนนี้ไม่จำเป็นจะต้องให้รอยแปรธาตุ “ด้วยตัวเอง”
เพราะไพร์ดได้ดูดกลืนหมอฟันทองซึ่งเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเอาไว้แล้ว...หมอ
ฟันทองให้ทั้ง “ความสามารถในการแปรธาตุ” แก่ไพร์ด
และยังเป็นวัตถุดิบในการแปรธาตุมนุษย์อีกด้วย...รอยได้ฟังถึงกับหน้าซีด
เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มใบหน้าด้วยความตระหนกและคาดไม่ถึง...
ไพร์
ดสั่งให้ราธออกจากวงเวทย์เพราะบัดนี้มือเงาของไพร์ดได้ตรึงแขนขารอยไว้ใน
ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว
ราธทำตามคำสั่งพี่ใหญ่ของตน...ทันทีที่งานใหญ่ลุล่วง
เลือดก็ไหลออกจากมุมปากของราธ...ความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้
ที่หน้าประตูใหญ่ของกองบัญชาการกลางเริ่มปรากฎให้เห็น
“สงสัยจังว่านายจะถูกเอาอะไรไป...”
คำ
เยาะเย้ยของโฮมุนคูลัสและเสียงร้องของริซ่าเป็นสิ่งสุดท้ายที่รอยได้ยิน
...ร่างของชายหนุ่มค่อย ๆ
ถูกดึงไปยังหน้าประตูทันทีที่ไพร์ดเริ่มทำการแปรธาตุ...
เมื่อ
ปฏิกิริยาอันรุนแรงที่เกิดจากการแปรธาตุมนุษย์สิ้นสุดลง
สิ่งที่เหลืออยู่กลางวงเวทย์มีเพียงก้อนเนื้อทรงกลมรูปร่างอัปลักษณ์
...ร่างที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าเป็นหมอฟันทองที่ทำทุกวิถีทางเพื่อบีบ
บังคับให้รอยทำตามความต้องการของตน
ราธเห็นสีหน้าตระหนกของพวกริซ่าก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง...ตอนนี้ร่างของรอยถูกส่งไปยังห้องของท่านพ่อแล้ว
“แต่ฉันก็การันตีไม่ได้หรอกนะว่า เขาจะได้พบท่านพ่อด้วยอาการครบ 32”
ราธเงื้อดาบทั้งสองขึ้นพร้อมกับค่อย ๆ เดินเข้าไปประชิดสการ์ ริซ่า เหม่ย และเหล่าคิเมร่า...
“...คิ
เมร่า..ชาวต่างชาติ...สุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของมัสแตง...ใครกันที่จะถูกจด
จำตลอดไปในฐานะผู้ที่โค่นชั้นคนนี้ลงได้..หรือบางที..พวกเธอหมายปองความเป็น
อมตะอยู่กันแน่?”
โฮมุนโคลัสแห่งความโกรธอยู่ในท่าพร้อมสู้
แววตาเหี้ยมเกรียมจับจ้องที่คู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า
แม้ราธที่บาดเจ็บสาหัสจะต้องสู้กับพวกสการ์ตามลำพังแต่ไม่มีความหวั่นไหวใน
ดวงตาคู่นั้นเลย
ผู้นำแห่งอเมสทริสไม่เปิดช่องโหว่ให้คู่ต่อสู้แม้แต่น้อย...
เจ
ลโซบอกสการ์ว่า
พอเหม่ยพูดว่าท่านพ่ออยู่ในอุโมงค์ชั้นล่างราธก็เอาผ้าปิดตาซ้ายออกทันที
...ราธพยายามทุกวิถีทางไม่ให้พวกตนล่วงล้ำลงไปยังชั้นล่าง...ล่วงล้ำลงไปยัง
ห้องของท่านพ่อแล้วขัดขวางแผนการที่ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย...
สการ์รู้ทันทีว่าศูนย์กลางของความหายนะอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกตนนั่นเอง...
“เจ้านั่นอยู่ข้างล่างนี่!!”
สการ์ใช้วิชาแยกส่วนทำลายพื้นเบื้องหน้าเพื่อลงไปเผชิญหน้ากับท่านพ่อ
รอยถูกดึงไปยังมิติขาวโพลนกว้างสุดลูกหูลูกตา
ชายหนุ่มยืนตะลึงอยู่หน้าประตูแห่งสัจจะ...ทันใดนั้นรอยก็รู้สึกเหมือนมี
อะไรที่น่าพรั่นพรึงอยู่ข้างหลังเขา ชายหนุ่มค่อย ๆ
หันไปมอง...ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงด้วยความหวาดหวั่น... “สัจจะ”
ปรากฎตัวขึ้น...สัจจะที่รูปร่างเป็นผู้ใหญ่แสยะยิ้มขณะที่ประตูแห่งสัจจะ
เปิดออก
สิ่งที่อยู่หลังประตูคือดวงตาขนาดมหึมา...แขนเรียวยาวยื่นออกจากประตูเข้า
หาร่างของรอย มัสแตง...
เมื่อรอยถูกดึงไปยังโลกแห่งสัจจะ
วงเวทย์ที่สลักลงบนเพดานห้องท่านพ่อก็ค่อย ๆ เปิดออก
รอยถูกส่งตัวมาหาท่านพ่อในฐานะเสามนุษย์พร้อม ๆ กับไพร์ด
“ผมพาเสามนุษย์คนที่ห้ามาแล้วนะครับท่านพ่อ”
“เราได้ร่างมาครบห้าคนแล้วก็จริง แต่ตอนนี้อัลฟอนส์ เอลริค ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก”
ท่าน
พ่อพูดพลางหันไปยังที่ที่ร่างชุดเกราะของอัลนอนอยู่
เกราะนั้นว่างเปล่าเพราะวิญญาณที่เคยสิงสู่อยู่บัดนี้ถูกดึงไปยังอีกที่
หนึ่ง...
“พันเอก!!” เอ็ดวิ่งเข้าไปหารอย เด็กหนุ่มประหลาดใจที่อยู่ ๆ รอยก็ปรากฎตัวขึ้นในห้องท่านพ่อเช่นเดียวกับตน
เอ็ด
ถามรอยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
รอยตอบว่าเขาถูกดึงตัวไปยังโลกสีขาวโพลนที่มีประตูตั้งตระหง่านอยู่
เอ็ดรู้ทันทีว่านั่นคือโลกแห่งสัจจะและรอยจะต้องสังเวยอวัยวะบางส่วนเป็น
ค่าผ่านทาง
“...ทำอะไรน่ะ...นายอยู่ข้าง ๆ
ฉันหรือเปล่าเจ้าเหล็กไหล...ที่นี่มืดจนมองไม่เห็นอะไรเลย
พวกเราอยู่ไหนกันแน่ นายมองเห็นแสงบ้างหรือเปล่า...”
เอ็ดอึ้ง
ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน...เด็กหนุ่มรู้แล้วว่ารอยต้องจ่ายอะไรเป็น
ค่าผ่านทาง...เอ็ดช็อกจนพูดอะไรไม่ออก
ความเงียบอันน่าอึดอัดทำให้รอยตระหนักว่าในที่นี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่มอง
ไม่เห็น...
นักเล่นแร่แปรธาตุอัคคีสูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไปกับการแปรธาตมนุษย์ที่เขาไม่ต้องการแม้แต่น้อย...
“ฉัน...มองไม่เห็น...”
รอยค่อย ๆ พยุงตัวขึ้น ชายหนุ่มเดินโซเซอย่างไร้จุดหมายแล้วสะดุดท่อล้มลงอย่างแรงเพราะมองอะไรไม่เห็น...
“ไม่นะ...” เอ็ดร้องออกมาขณะที่รอยที่ช็อกสุดขีดล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น...
“นายตาบอดงั้นหรือ...ยอดไปเลย...ในบรรดานักแปรธาตุที่อยู่ที่นี่ความสามารถของนายเป็นปัญหามากที่สุด...”
ไพร์ดยิ้มอย่างลิงโลดที่การที่พวกตนทำงานได้ง่ายขึ้นจากการที่รอยสูญเสียการมองเห็น...
“...ตอนนี้..จงลิ้มรสความทุกข์ทรมานซะ..”
“...สัจจะ
นั้นโหดร้าย...พี่น้องที่ละทิ้งเหตุผลทั้งปวงเพื่อชุบชีวิตให้แม่อันเป็นที่
รัก...เพียงเพื่อจะได้สัมผัสความอบอุ่นอีกครั้ง..คนหนึ่งสูญเสียขาที่ใช้ยืน
หยัดและครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว...ส่วนอีกคนหนึ่งไม่สามารถสัมผัส
ความอบอุ่นที่โหยหามาตลอดได้อีกต่อไป...”
“...ผู้หญิงที่พยายามนำลูกที่ตายไปกลับมา...สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงร่างกายที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกได้อีก...”
“...ชายผู้มีวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่...คนที่ปรารถนาจะปกป้องประเทศของเขา..จะไม่สามารถเห็นอนาคตของประเทศอันเป็นที่รักไปตลอดกาล...”
...ทุก
คนได้รับการลงโทษที่สาสม...การลงโทษที่พรากเอาความทะนง...ความภาคภูมิไป
...นั่นแหละคือสิ่งที่มนุษย์อย่างพวกแกยกย่องบูชาว่าเป็นพระเจ้า..สิ่งที่
เรียกว่า “สัจจะ”...
แรงระเบิดจากวิชาของสการ์ทำให้พื้นห้องหายวับไปเป็น
บริเวณกว้าง
เหล่าคิเมร่าถือโอกาสที่ฝุ่นจากการระเบิดบดบังการมองเห็นของราธหนีไปยัง
ชั้นล่างเพื่อหยุดยั้งแผนการร้ายของท่านพ่อ
ทันใดนั้นราธก็
สัมผัสจิตสังหารอันรุนแรงได้จากด้านหลัง...สการ์ที่ใช้ฝุ่นพรางตัวพุ่งเข้า
หาราธอย่างรวดเร็วหมายเอาชีวิต ทว่าราธหลบการโจมตีของสการ์ได้
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด...
“หืมมม...คู่ต่อสู้คนสุดท้ายของฉันคือชายผู้ที่มีพลังแห่งการทำลายสินะ...”
ราธถามชื่อจริงของสการ์...ชาวอิชวาลที่แข็งแกร่งพอจะต่อกรกับตน...ชายที่อาจเป็นคู่ต่อสู้คนสุดท้ายในชีวิต
“ฉันไม่มีชื่อ..ชื่อน่ะทิ้งไปนานแล้ว”
“งั้นหรือ...น่าขันนะเพราะฉันก็ไม่รู้ชื่อจริงของตัวเองเหมือนกัน...การดวลเอาชีวิตระหว่างบุรุษไร้นามสองคน...น่าสนุกดีนี่!!”
รา
ธเงื้อดาบขึ้นทั้งสองเล่ม ในขณะที่สการ์ตั้งการ์ดอย่างระแวดระวัง
ทั้งสองต่างไม่เปิดช่องโหว่ให้อีกฝ่าย...การต่อสู้เอาชีวิตระหว่างผู้นำอเม
สทริสและชาวอิชวาลผู้รอดชีวิตกำลังจะเปิดฉากขึ้น...สการ์ต้องพยายามถ่วงเวลา
ให้ได้นานที่สุดเพื่อพรรคพวกที่ล่วงหน้าไปหยุดยั้งท่านพ่อ
ในที่สุดพวกเหม่ยก็หาห้องของท่านพ่อจนพบ
ถึงแม้รูปลักษณ์ของท่านพ่อที่อยู่เบื้องหน้าจะเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม
แต่เหม่ยก็สัมผัสได้ว่าท่านพ่อคือคนเดียวกับท่านพอที่ตนเคยพบ...ท่านพ่อผู้
นำของโฮมุนคูลัสที่ไม่แก่ไม่ตาย...
เหม่ยถามถึงอัลด้วยความเป็นห่วงเมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มหมดสติไป
“ท่านอัลฟอนส์...ท่านอัลฟอนส์...ตื่นสิท่านอัลฟอนส์!!”
วิญญาณของอัลถูกดึงไปยังหน้าประตูแห่งสัจจะ วิญญาณของเด็กหนุ่มยืนเผชิญหน้าอยู่กับสิ่งที่เฝ้าไขว่คว้ามาแสนนาน
ร่างผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกของอัลฟอนส์ เอลริคนั่งอยู่หน้าประตูแห่งสัจจะส่งยิ้มให้วิญญาณของตนอย่างอ่อนโยน
“ร่างกาย...ร่าง...ของฉัน”
อัล
เสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
วิญญาณของเด็กหนุ่มเดินเข้าหาร่างที่ถูกพรากไปแสนนานอย่างช้า ๆ
แล้วทรุดลงตรงหน้าร่างนั้น อัลยื่นมือทั้งสองไปยังร่างของตน
“...ฉันรอวันนี้มานานแล้ว...”
ร่างนั้นยิ้มแล้วยื่นมือไปหาวิญญาณของเขา ในที่สุดอัลก็จะได้ร่างเนื้อที่สัมผัสถึงความอบอุ่นได้ของตนคืนมา
ทว่าอัลกลับลังเล เด็กหนุ่มคว้าข้มมือผอมกะหร่องของร่างเนื้อแล้วฉุดให้ยืนขึ้น
“ทำไม
แขนฉันผอมอย่างนี้
ตัวฉันเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก...เหมือนกับตัวฉันไม่เคยแม้กระทั่งลุกขึ้น
ยืน...ทำไม...ฉันจะสู้ในร่างแบบนั้นได้อย่างไร!!”
อัลผิดหวังอย่าง
รุนแรงที่ร่างของเขานั้นดูอ่อนแอเหลือเกิน
เด็กหนุ่มรู้ดีว่าหากกลับไปหาทุกคนในร่างนั้นตัวเองไม่เพียงจะช่วยต่อสู้
ไม่ได้ ยังกลายเป็นตัวถ่วงคนอื่นอีกด้วย
“เธอไม่อยากได้ร่างคืนเหรอ”
ร่างเนื้อของอัลถามด้วยความสงสัย
“อยาก
สิ!!
แน่นอนอยู่แล้ว...ไม่ว่ากี่ปีต่อกี่ปี..ฉันเฝ้ารอเวลาที่จะได้คืนร่างเดิม
มาตลอด...แต่...แต่ว่า...ตอนนี้ฉันจะกลับไปในร่างนั้นไม่ได้...”
ร่างเนื้อของอัลจึงถามวิญญาณของเด็กหนุ่มว่าเขาต้องการกลับไปทั้ง ๆ ยังอยู่ในร่างเกราะหรือ...แล้วประตูแห่งสัจจะก็ค่อย ๆ เปิดออก...
“ถ้าเธอต้องการฉันก็จะไม่ห้าม...”
แขนเล็ก ๆ
จำนวนมากยื่นออกมาจากอีกฟากของประตู
อัลวิ่งเข้าไปยังบานประตูที่เปิดออก...ตัดใจจากร่างเนื้อที่ปรารถนามาแสน
นานเพื่อกลับไปช่วยคนอื่นต่อสู้ในศึกรั้งสุดท้าย
“ขอโทษนะ...แต่ฉันจะกลับมา...ช่วยรออีกนิด...ฉันสัญญาว่าจะกลับมาแน่ ๆ...ฉันสัญญา..”
อัลหายไปในประตูแห่งสัจจะ ทิ้งร่างของตนไว้เบื้องหลัง..
“ยอมสละร่างที่เฝ้าตามหามาแรมปีเพื่อคนอื่น...วิญญาณอันแสนสูงส่งของฉัน...ฉันภูมิใจที่ได้เป็นภาชนะของวิญญาณอย่างเธอ...แต่ว่า...”
“...การกลับมาของเธออาจมีแต่ความสูญเสียและหายนะ...อัลฟอนส์...”
“อัล...อัล!!...”
เอ็ดร้องเรียกน้องชายอย่างดีใจที่ในที่สุดอัลก็ได้สติ
อัลยังสับสนว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ เด็กหนุ่มในร่างชุดเกราะมองไปรอบ ๆ ก็พบกับไพร์ดและท่านพ่อในร่างเงาที่ไม่คุ้นตา
ดวง
ตาบนใบหน้านั้นเบิกโพลงด้วยความลิงโลด
ปากกว้างแสยะยิ้ม...ในที่สุดวินาทีที่ท่านพ่อรอคอยมานานก็มาถึง...วินาที
ที่แผนการขั้นสุดท้ายจะลุล่วง...วินาทีที่ได้เสามนุษย์ครบห้าคน
“มาแล้วสินะ...เสามนุษย์คนที่ห้า”
เอ็ด
เวิร์ด...อัลฟอนส์...โฮเอนไฮม์...อิสึมิ...รอย
ในที่สุดท่านพ่อก็รวบรวมเสามนุษย์ได้ครบทั้งห้าคน...แผนการที่จะหายนะมาสู่
อเมสทริสมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว...!!
เปิดตอนค่ะ
ปก กังกัง
ตอนนี้อ่านแล้ว... TT___TT กับป๋าจริง ๆ ...เหตุผลที่อวัยวะต่าง ๆ ถูกเอาไปอ่านแล้วสะอึก..สัจจะของคุณวัวโหดร้ายสุด ๆ
อัลพระเอกมากมายค่ะตอนนี้ ก็ลุ้นให้ในที่สุดอัลคุงได้ร่างคืน ฮืออออ
แอบกระซิบนิดว่าตอนนี้เผลอพิมพ์ อัล เป็น อัลฟ์ ไปเยอะมาก ตอนตรวจต้องมานั่งแก้ ก๊ากกกกก
สงสัยวาดรูปเบย์เอย์พอดีเลยเกิดอาการโมเอค้าง เง้อ =____=;;
รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองพิมพ์ออกมาสั้น ๆ แปลก ๆ แถมยังเศร้าอีก T3T
ก่อนเสกนตัวเต็มออกยังพูดกับเพื่อนเลยว่าสงสัยคุณวัวเป็นซึนเดเล่ถึงได้ชอบแกล้งป๋า แต่คราวนี้เหมือนจะซึนแรงไปหน่อยนะคะคุณวัว
ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นค่ะว่าพวกเอ็ดจะสู้กับท่านพ่อยังไง ต้องรออีกเดือนเชียวนะนี่
บายค่า >3<)/~~
My Spoilers
My Projects





















