FMA 100 Locked Gate
posted on 14 Oct 2009 04:28 by palmcj in Alchemic-world
ย่องเข้ามาอย่างรู้สึกผิด...
ตอนนี้มาช้ามาก
ๆ เลยค่ะ ต้องขอโทษจริง ๆ พอดีติดงานสำคัญจนถึงเย็นวันอาทิตย์เลยค่ะ
แล้วก็คงเพราะคืนวันเสาร์โต้รุ่ง (แถมก่อนหน้านั้นก็แทบไม่ได้นอน TvT)
วันอาทิตย์ก็ยังซ่าส์นอนซะเกือบเช้าอีก วันจันทร์เลยไข้ขึ้นซะงั้น
เพิ่งจะรู้สึกดีขึ้นบ้างเลยแวบมาทำสปอยค่ะ (จริง ๆ คือ
นอนมากเกินไปจนตอนนี้ตาค้าง แหะแหะ)
ตอนนี้คุณวัวใจร้ายมาก ๆ ค่ะ
อ่านแล้วแบบว่า.... TvT ตอนนี้อ่านแล้วร้องไห้ด้วยล่ะ
อ่านครั้งแรกก็ร้อง ตอนทำสปอยก็ร้องอีก สงสัยอินจัด แย่ ^^''
Chapter 100 Locked Gate
เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้น
ประตูแห่งสัจจะก็เปิดออก มือเงาเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนยืดยาวออกมาดึงเอ็ด
อัล และอิสึมิเข้าไปในประตูต่อหน้าเพื่อนพ้องที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
ปฏิกิริยา
แปรธาตุที่รุนแรงทำให้เกิดแรงสะเทือนและเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว
เซ็นทรัล ทุกคนที่อยู่ในเมือง ทั้งชาวบ้าน ชาวอิชวาล พวกมาร์โก เหม่ย
พวกฟิวรี่
และพวกฟาลแมนที่กำลังต่อสู้อยู่ที่ประตูใหญ่ของศูนย์บัญชาการกลางก็สัมผัส
ได้ถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติและน่าขนพองสยองเกล้าที่กำลังคืบคลานเข้ามา
แรง
สั่นสะเทือนทำให้กรีดหลินที่กำลังต่อสู้กับแบรดเล่ย์อย่างดุเดือดเสียสมาธิ
แบรดเล่ย์ซึ่งไม่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะรู้แผนการทั้งหมดของพวกโฮมุ
นคูลัสอยู่แล้วจึงฉวยโอกาสล็อกแขนของกรีดแล้วจับทุ่มลงไปยังพื้นเบื้องล่าง
ทว่าแรงเหวี่ยงที่รุนแรงส่งผลให้แบรดเล่ย์ร่วงลงไปพร้อม ๆ กับกรีด
กรีด
พยายามสุดชีวิตที่จะเอาชีวิตรอด
โฮมุนคูลัสแห่งความโลภยื่นแขนซ้ายขึ้นไปอย่างสุดเอื้อมแล้วใช้กรงเล็บแข็ง
แรงยึดขอบกำแพงไว้ได้ ส่วนแบรดเล่ย์เองก็จับมือขวาของกรีดไว้ได้เช่นกัน
ร่างของโฮมุนคูลัสสองตนจึงห้อยอยู่ที่กำแพงสูงของศูนย์บัญชาการกลางอย่าง
น่าหวาดเสียว
น้ำหนักของโฮมุนคูลัสสองตนเกินขีดจำกัดที่กรงเล็บ
ของกรีดจะยึดเอาไว้ได้ ในที่สุดกรงเล็บของกรีดก็หลุดออกจากกำแพง
กรีดจึงร่วงลงไปพร้อมกับแบรดเล่ย์
ทว่าวินาทีที่กรีดกำลังจะร่วงลงจากกำแพงสูง
รันฟานก็เอื้อมแขนซ้ายที่เป็นออโต้เมลจับแขนซ้ายของกรีดเอาไว้ได้
หลิน
บอกให้รันฟานปล่อยมือเสียเพราะแขนออโต้เมลของรันฟานไม่สามารถรับน้ำหนักมาก
ๆ ได้ กล้ามเนื้อของหญิงสาวส่วนที่เชื่อมติดกับออโต้เมลเริ่มรับไม่ไหว
เลือดสีแดงฉานไหลรินออกจากกล้ามเนื้อที่เริ่มฉีกขาด
แต่รันฟานก็ยังไม่ยอมปล่อยมือหลิน...
"นายน้อย...หน้าที่ของฉันคือปกป้องนายน้อย..."
เลือดของรันฟานหยดลงบนใบหน้าของหลินที่อยู่เบื้องล่าง
"ออโต้เมลของเธอรับน้ำหนักมากขนาดนี้ไม่ไหวหรอก ไปซะ...ไปดูอาการปู่ของเธอดีกว่า.."
น้ำตาของรันฟานไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ หญิงสาวบอกหลินว่าสายไปเสียแล้ว...ฝูได้จากไปแล้ว
รัน
ฟานขอความช่วยเหลือจากทหารบริกส์
ทหารบริกส์จึงจัดการกราดยิงใส่แบรดเล่ย์ซึ่งห้อยเป็นเป้านิ่งอยู่เบื้อง
ล่าง แบรดเล่ย์พยายามเอาตัวรอดโดยปามีดสั้นใส่ทหารบริกส์
ทว่ามีดนั้นกลับถูกเป้าเพียงถาก ๆ
เท่านั้น...แม้แบรดเล่ย์จะมีฝีมือร้ายกาจ
แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างในตอนนั้นได้
กระสุนฝังลงไปที่ช่องท้องของแบรดเล่ย์
โฮมุนคูลัสสิ้นเรี่ยวแรงที่จะยึดมือของหลินไว้ได้จึงร่วงลงไปยังพื้นน้ำ
เบื้องล่าง
.....แต่ดูเหมือนแบรดเล่ย์...ราธ...จะไม่สิ้นฤทธิ์
ง่าย ๆ ขณะกำลังจมดิ่งลงในสู่ก้นของบึง
โฮมุนคูลัสจ้องไปยังทางระบายน้ำเบื้องหน้า สีหน้าครุ่นคิด...
หลังจากรันฟานและทหารบริกส์ช่วยหลินขึ้นมาได้สำเร็จ
หลินร้องหาคนช่วยฝูอย่างบ้าคลั่ง เพราะฝูคอยติดตามดูแลเขามาตลอด
ถึงจะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่ก็ใกล้ชิดยิ่งกว่าพ่อแท้ ๆ
ซึ่งเป็นจักรพรรดิแห่งชินเสียอีก
"...ใครก็ได้ตามหมอมาที
มีหมอที่แปรธาตุได้บ้างมั๊ย...ชั้นมีศิลานักปราชญ์...ใช้ได้มากเท่าที่ต้อง
การเลย!...ได้โปรดเถอะ...ใครก็ได้...ประเทศนี้มีนักแปรธาตุอยู่มากมายไม่ใช่
หรือ...ทำไมถึงได้ไม่มีใครมาช่วย..ทำไม..."
หลินเริ่มคุมสติไม่อยู่ ข้าง ๆ เขามีร่างไร้วิญญาณของฝูนอนอยู่ ไม่ไกลกันนักบัคคาเนียร์ก็หายใจรวยรินเต็มที....
ทหารเซ็นทรัลถือโอกาสตอนที่หลินไม่ทันระวังตัวยิงเข้าที่หัวหลินอย่างจัง ทว่าร่างของหลินนั้นเป็นอมตะเพราะศิลานักปราชญ์
"ฉันได้อะไรมาบ้าง....นี่เป็นสิ่งที่มอบความอมตะให้ฉันไม่ใช่หรือไง.."
หลินร้องไห้อย่างสุดกลั้น สิ้นหวังที่ตัวเองไม่สามารถช่วยชีวิตฝูเอาไว้ได้ทั้ง ๆ ที่ตนนั้นได้ศิลานักปราชญ์มาอยู่ในมือแล้ว...
เสียง
ไอของบัคคาเนียร์ที่นอนสิ้นเรี่ยวแรงอยู่ใกล้ ๆ เรียกสติหลินกลับคืนมา
หลินขอโทษบัคคาเนียร์ที่ตนไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของบัคคาเนียร์ได้
"...เพราะ
ความกล้าของคุณ
พวกเราถึงทำให้แบรดเล่ย์บาดเจ็บถึงตายได้....เพราะคุณการเสียสละของฝูถึง
ไม่เปล่าประโยชน์...แต่ถึงอย่างนั้น....ชั้นก็ไม่สามารถตอบแทนอะไรคุณได้
เลย..."
ขณะที่หลินพูดกับบัคคาเนียร์ ทหารกองใหม่จากเซ็นทรัลก็ประชิดเข้ามา ทหารบริกส์รายงานว่าพวกเขาคงไม่สามารถต้านทานต่อไปได้อีกแล้ว...
บัคคาเนียร์บอกหลินว่า หากหลินรู้สึกติดค้างตนจริงก็ให้ช่วยต้านทหารเซ็นทรัลไม่ได้เปิดประตูใหญ่ของศูนย์บัญชาการกลางเข้าไปได้
"...พวก
เราจะเปิดประตูนั่นไม่ได้จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากราชินีของเรา...ฉันขอร้อง
นาย...ปกป้องมันแทนฉันได้ไหม...ด้วยพลังของนาย...ต้องสำเร็จ..แน่นอน...ไม่
สิ...มีแต่นายเท่านั้นที่ทำได้...ฉันขอให้นายช่วยเพราะมีแค่นายคนเดียวที่
ต้านพวกนั้นได้..."
หลินหันไปมองรันฟาน
กวาดสายตามองทหารบริกส์ซึ่งช่วยชีวิตตนเอาไว้
รวมทั้งฝูที่สละชีวิตเพื่อตน
แล้วชายหนุ่มก็พูดกับกรีดที่อยู่ในร่างของเขา...หลินขอยืมพลังของกรีดเพื่อ
ทำความปรารถนาของบัคคาเนียร์ให้เป็นจริง...
กรีดแหงนมองพระอาทิตย์แล้วตอบตกลง เพราะเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่ตนจะเริ่มเคลื่อนไหวตามแผนขั้นต่อไป
หลิน
พยายามข่มความเศร้าเอาไว้ สีหน้าของชายหนุ่มตอนนี้สงบและเย็นชา
หลินขอให้รันฟานช่วยอารักขาทุกคนที่อยู่ที่ป้อม
รันฟานรับปากอย่างแข็งขัน...
"นายจะช่วยฉันได้ไหม..."
"ได้สิ...ฉันสัญญา...ชาวชินน่ะไม่เคยผิดสัญญาหรอกนะ.."
หลิน
คลุมร่างกายของตัวเองด้วยเกราะของกรีด
ชายหนุ่มฝ่าดงกระสุนของทหารเซ็นทรัลเข้าไปเพียงลำพัง...เพียงไม่กี่อึดใจ
ปีศาจสีดำทะมึนก็เผชิญหน้ากับทหารเซ็นทรัลซึ่งแทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าหลิน
จะสามารถฝ่าดงกระสุนเข้ามาประชิดตัวพวกตนได้ในพริบตา
"...ใครที่ไม่อยากเจ็บตัว...คนที่มีครอบครัวและคนรักถอยไป....แล้วก็ผู้หญิงด้วย...ชั้นไม่มีนิยมสู้กับผู้หญิง!!"
ทหาร
เซ็นทรัลยังคงตั้งป้อมประจันหน้ากับหลินกรีด
เพราะไม่คิดว่าคนคนเดียวจะฝ่ากองทัพทั้งกองไปได้
ทว่าความเสียใจที่สูญเสียคนสำคัญไป
และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะตอบแทนบุญคุณบัคคาเนียร์ทำให้หลินในตอนนั้น
แข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล หลินบุกฝ่าดงกระสุนไปได้อย่างง่ายดาย
ทหารเซ็นทรัลเห็นท่าจะไม่ดีจึงขับรถพุ่งเข้าชนหลินอย่างแรง
แต่ความ
พยายามของทหารเซ็นทรัลก็ไร้ประโยชน์เพราะกรีดสามารถหยุดรถได้
หลินใช้มือขวาทะลวงเข้าไปยังเครื่องหน้ารถทำให้รถระเบิดเป็นจุณ...ความ
ร้ายกาจของหลินสร้างความตกตะลึงให้ทุกคน
ไม่เว้นแม้แต่ฟาลแมนที่พอจะรู้เรื่องความร้ายกาจของโฮมุนคูลัสอยู่บ้างแล้ว
"ยอดไปเลย...นั่นมันหลิน เหยา หรือโฮมุนคูลัสกันแน่..."
บัคคาเนียร์เห็นความแข็งแกร่งของหลินก็เบาใจ
นายทหารแห่งบริกส์บอกกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าแค่นี้เขาก็หมดห่วงและจากไป
อย่างสงบได้เสียที
ลูกน้องพยายามพูดให้กำลังใจบัคคาเนียร์...บอกให้อดทนอีกนิดจนกว่าแผนของโอ
ลิเวียร์จะสำเร็จ...
"...เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราคงจะต้องการท่าน ....ต้องการยิ่งกว่าตอนนี้..."
"...หืม
มมม...อากาศขมุกขมัวในเซ็นทรัลไม่เหมาะกับฉันหรอก...ลาก่อน...เพื่อนพ้อง
ทั้งหลาย...ฉันกำลังจะไปยังสถานที่...ที่สูงขึ้นไปจากเทือกเขาบริกส์....อีก
..นิด.."
บัคคาเนียร์ทำวันทยหัตถ์ครั้งสุดท้ายแล้วจากไปด้วยรอยยิ้ม...
อีก
ด้านหนึ่งของเมืองเซ็นทรัล ชาวบ้านพากันพูดเรื่องที่กองทัพประกาศเคอร์ฟิว
เอลิเซียบอกกราเซียว่าเธอมีนัดไปดูสุริยคราสที่บ้านเพื่อน
แต่กราเซียไม่ให้ไปเพราะติดเคอร์ฟิว
"...สุริยคราสกำลังจะเริ่มแล้ว งั้นลูกก็ดูกับแม่แล้วกันนะจ๊ะ..."
"อื้ม..."
สองแม่ลูกแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า...ดวงอาทิตย์เริ่มถูกบดบังทีละน้อย...
เอ็ดที่ถูกดึงเข้าไปในประตูแห่งสัจจะโผล่ออกมาในสถาน
ที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาได้เจออิสึมิซึ่งถูกดึงตัวมาเช่นกัน
เอ็ดร้องทักอิสึมิด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้นเอง
อัลซึ่งผ่านเข้าประตูแห่งสัจจะมาพร้อม ๆ กันก็ปรากฏตัวขึ้น
ทว่าอัลในตอนนั้นไม่รู้สึกตัวเสียแล้ว...
"นี่มันอะไรกัน...เกิดอะไรขึ้นกันแน่..." เอ็ดเข้าไปหาอัล ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกตน
"ที่นี่มันที่ไหนกัน..." อิสึมิถามเอ็ด เอ็ดตอบว่าเขาเองก็อยากรู้เช่นกัน
"1....2....3....4 คน....เรายังขาดอีกหนึ่งคน...คาดว่าคนสุดท้ายกำลังจะตามมาแล้วล่ะนะ..."
เสียง
ใครคนหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนาของเอ็ดและอิสึมิ
ทั้งสองถึงกับผงะเมื่อเห็นรูปลักษณ์อันอัปลักษณ์และพิลึกกึกกือของเจ้าของ
เสียงที่ค่อย ๆ เดินออกมาจากความมืด...
ร่างนั้นมีรูปร่างเหมือน
คนตัวใหญ่เทอะทะที่แขนยาวจนผิดส่วน ร่างทั้งร่างเป็นสีดำทะมึน
ปากกว้างแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ดวงตาขนาดใหญ่มากมายพาดเป็นลายทั่วทั้งตัว
แต่สิ่งที่ดูน่าขนลุกที่สุดก็คือ ร่างของแวน โฮเอนไฮม์
ที่เหมือนจะถูกกลืนเข้าไปในร่างสีดำนั้น
หัวของโฮเอนไฮม์โผล่ออกมา
จากท้องน้อยอ้วนกลม มือซ้ายโผล่ออกมาจากช่องท้อง
ขาข้างหนึ่งโผล่ออกมาจากหน้าอก ส่วนขาอีกข้างยื่นออกมาจากหลัง
"โฮเอนไฮม์!?" เอ็ดตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นพ่อของตัวเองในสภาพนั้น
"เอ็ดเวิร์ด อัลฟอนส์...ก็ถูกจับมาเหมือนกันหรือ...คุณอิสึมิก็ด้วย...ขอโทษที่ออกมาต้อนรับคุณในสภาพน่าสมเพชแบบนี้..."
โฮเอนไฮม์พูดกับพวกเอ็ด
อิสึมิถามโฮเอนไฮม์ว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านพ่อตอบว่าเขาพยายามจะดูดกลืนศิลานักปราชญ์ในตัวโฮเอนไฮม์แต่ล้มเหลว
"ตอนนี้ นี่เป็นทางเดียวที่จะควบคุมเจ้านี่เอาไว้ได้..."
"...เจ้าตัวดำ...นายเป็นใครกันแน่..." เอ็ดยังไม่รู้ว่าร่างตรงหน้าคือ ท่านพ่อ
โฮเอนไฮม์ตอบว่าร่างที่ดูดตนเข้ามาตอนนี้คือท่านพ่อ
นายใหญ่ของเหล่าโฮมุนคูลัส
เอ็ดแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมาเจอพ่อตัวเองในสภาพนี้
เด็กหนุ่มจึงถามโฮเอนไฮม์ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทว่าท่านพ่อไม่ยอมให้โฮเอนไฮม์ตอบคำถามเอ็ด
ร่างของโฮเอนไฮม์ส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวท่านพ่อค่อย ๆ จมหายไปในร่างนั้น
"เอาล่ะ...ขอต้อนรับเข้าสู่ปราสาทของฉัน เหล่าเสามนุษย์..."
ท่านพ่อพูดพลางค่อย ๆ เดินเข้าประชิดพวกเอ็ด ปากกว้างแสยะยิ้มอย่างลิงโลด...
เอ็ดเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงเรียกอัลให้ตื่น ทว่าอัลยังคงนอนแน่นิ่งไม่ตอบสนองแต่อย่างใด
"อัล...เฮ้..อัล! อัลฟอนส์!!"
เอ็ดพยายามร้องเรียกน้องชาย แต่ดูเหมือนวิญญาณของอัลจะหลุดออกจากชุดเกราะเสียแล้ว...
อีกมุมหนึ่งในใต้ดินของเซ็นทรัล
พวกรอยยังต่อสู้กับทหารที่เคยเป็นหนูทดลองของกองทัพอย่างดุเดือด
โดยมีหมอฟันทองมองดูไปพลางวิพากษ์วิจารณ์ "พวกบนดิน" ไปพลาง...
"...พวก
นั้นโง่อะไรแบบนี้น้า
แค่หาเสามนุษย์ห้าคนยังทำไม่ได้...แต่ก็นั่นแหละ...พวกนั้นก็แค่แมลงวันตัว
เล็ก ๆ ที่ถูกล่อด้วยเหยื่อพื้น ๆ อย่าง ความเป็นอมตะ
...ก็คงเป็นธรรมดาล่ะนะที่งานนี้จะยากเกินไปสำหรับพวกนั้น.."
แม้
รอย ริซ่า และสการ์ จะเป็นนักสู้ที่มีฝีมือ
แต่คู่ต่อสู้ของทั้งสามก็เป็นทหารฝีมือร้ายกาจจำนวนมากกว่าหลายเท่า
สุดท้ายทั้งสามก็ถูกต้อนจนจนมุม
สการ์ถูกทหารสี่คนใช้ดาบจี้เอาไว้ทำให้ขยับไม่ได้
ริซ่าที่สู้จนกระสุนหมดถูกทหารคนหนึ่งล็อกคอเอาไว้
ส่วนรอยที่ถุงมือถูกฟันขาดจนไม่สามารถแปรธาตุได้ก็ถูกควบคุมตัวไว้โดยทหาร
สองคน...
เมื่อรอย ริซ่า และสการ์ถูกจับตัวได้ หมอฟันทองก็ปรบมืออย่างยินดีในผลงานของทหารของตน...
"ฉัน
คิดว่าเธอจะอยู่ที่สถานีวิทยุเสียอีก แต่เธอกลับถ่อมาที่นี่เอง
นั่นช่วยให้เราประหยัดเวลาได้มาก แล้วก็เพราะเราเองก็มีเวลาไม่มาก
การตัดสินใจของเธอจึงมีประโยชน์ต่อเรามากเลย มัสแตง..."
"เธอจะแปรธาตุมนุษย์เพื่อเปิดประตูให้เราได้ไหม..."
รอยแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
หมอฟันทองบอกให้รอยเลือกว่าจะคืนชีพให้ใคร...พ่อแม่ที่ตายไปแล้ว...คนรักเก่า...หรือว่าเพื่อน
"..คน
ที่เคยเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอเป็นไง...เขาชื่ออะไรนะ...ฮิวจ์ใช่ไหม
คนนั้นก็ได้ เราจะเตรียมทุกอย่างที่จำเป็นเอาไว้ให้..."
รอยเริ่ม
เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของหมอฟันทอง
เขาจึงถามขึ้นมาว่าจะให้เอาเป็นเสามนุษย์หรือ หมอฟันทองตอบว่าใช่
แต่รอยก็ตอบกลับไปว่าเขาได้ยินจากพี่น้องเอลริคว่าไม่มีใครสามารถแปรธาตุ
มนุษย์ได้สำเร็จ แล้วเขาจะทำทำไมในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าต้องล้มเหลวแน่ ๆ
"นั่นก็จริง....สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ...เปิดประตูแล้วกลับมา..." หมอฟันทองทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินข้อโต้แย้งของรอย
"ชั้นขอปฏิเสธ ชั้นจะไม่แปรธาตุมนุษย์ แล้วก็จะไม่เปิดประตูด้วย" รอยยังยืนยันหนักแน่น
"บอกแล้วใช่ไหมว่า เราไม่มีเวลามากนักน่ะ..."
สิ้น
คำของหมอฟันทอง ดาบคมกริบก็ปาดเข้าที่ลำคอด้านซ้ายของริซ่าอย่างรวดเร็ว
เลือดสีแดงฉานทะลักออกมาจากปากแผลเรียบกริบ ริซ่าค่อย ๆ
ล้มลงเพราะความเจ็บปวดจากแผลฉกรรจ์
"ร้อยโท!!"
รอยตกใจแทบสิ้นสติ ชายหนุ่มร้องเรียกริซ่า เจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องหญิงสาวได้
"เธอจะเปิดประตูไหม...มัสแตงคุง"
ตาของหมอฟันทองเขออกทำให้ดูเหมือนคนวิปลาสขณะที่พยายามบีบบังคับให้รอยยอมแปรธาตุมนุษย์
รอยจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อคนสำคัญของตนตกอยู่ในห้วงแห่งความเป็นความตาย...
เปิดตอนค่ะ
อ่านตอนที่บัคคาเนีย์ตายแล้วบ่อ
น้ำตาตื้นอย่างประหลาดค่ะ ชอบบทพูดก่อนตายของลุงมากเลย
แล้วที่ลุงยิ้มอะนะ ดูแล้วรู้สึกรักลุงเพิ่งขึ้นเยอะเลยค่ะ TvT
FMA ใกล้จบแล้วสินะ คิดแล้วก็เหงาเหมือนกันแฮะ ตามมาหลายปีแล้วนี่นา ^^''
ปกกังกังค่ะ
จบไปอีกหนึ่งตอนแบบค้างคา (อีกแล้ว) คุณวัวทำกันได้ โฮววววววว
แค่นี้ จขบ. ก็นั่งไม่ติดไปอีกหนึ่งเดือน (แต่เชื่อสิ อีกสามวันก็กลับมานั่งวาดรูปต่อแล้ว 55555)
ขอตัวไปนอนก็นะคะ จ้องคอมนาน ๆ ชักมึน
บายค่า ^^)/~~
My Spoilers
My Projects











(ที่จริงว่าจะยังไม่อ่านแล้วรออ่านคอมมิคเอา แต่ตอนนี้ท่าทางต่อมอยากรู้มันบอกให้อ่าน 55)
ต้องไว้ดูสันปกรวมเล่มอีกที (ฮา)
ตอนเดียวซัดไปหลายคนเลยอ๊ะ
ริซ่ากับอัลก็ไม่รู้จะเป็นไรไหม
ขอบคุณที่มาแปะให้อ่านค่ะ
#1 By Firodendon on 2009-10-14 06:23