FMA 98 The Unlimited Greed

posted on 13 Aug 2009 21:09 by palmcj  in Alchemic-world

ตอนนี้ raw ออกช้ามากค่ะ  รอจนเกิดอาการเฉื่อยเลยทีเดียว  แถมยังปวดหลังอีก (แก่แล้วสินะ...orz)  ตอนนี้ซื้อยาแก้ปวดกล้ามเนื้อมาแปะแล้วค่ะ  ไม่ค่อยปวดแล้วเลยพิมพ์ต่อจนเสร็จ  (ไม่งั้นไม่เสร็จแน่ ๆ นั่งนาน ๆ ไม่ไหว แหแหะ)

ตอนนี้...ตัวประกอบในอดีตออกโรงค่ะ  ชอบคุณวัวตรงนี้แหละ  ตัวประกอบในอดีตอาจมาเป็นไฮไลท์ได้ตลอด  เดาทางไม่ถูกจริง ๆ ว่าแต่ราธนี่เทพมากเลยแฮะ  จะเทพไปแล้ว  (แต่ก็แอบหวังนะว่าคุณวัวจะปล่อยราธให้ป๋าจัดการ  ^^;)

ตอนนี้ป๋ามีประโยคเด็ดด้วยล่ะ  แม่ยก royai โบกธงกันเลยทีเดียว  >3</~

เริ่มด้วยหน้าคู่เปิดตอนนะคะ

 

Chapter 98  Unlimited Greed

 

กรีด - หลิน  และราธเผชิญหน้ากันอีกครั้ง  ราธแหงนหน้าขึ้นมองกรีดที่มองลงมาจากกำแพงสูงใหญ่ของศูนย์บัญชาการ  รายยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายอยู่บนใบหน้า

"นายน่าจะหนีไปซะตั้งแต่ตอนที่ยังมีโอกาสนะ..."  
"โทษทีนะพวก...พอดีชั้นเป็นพวกโลภมากแบบไม่มีขอบเขต...และตอนนี้..."
 
กรีด ไม่แยแสต่อคำสบประมาทของราธ  มือขวาของโฮมุนคูลัสแห่งความโลภในร่างของหลินเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแหลมคม... "โล่สุดแกร่ง" เตรียมเข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง

"...ตอนนี้ชั้นต้องการชีวิตของนาย  ราธ.."
กรีด มองมาที่ราธอย่างดุดันท้าทาย  ราธ...โฮมุนคูลัสที่เป็นต้นเหตุให้ร่างเดิมของกรีดต้องสูญสลาย  และราธคนเดียวกันนี่เองที่ทำให้รันฟาน..คนสำคัญของหลิน..ต้องเสียแขนไปข้าง หนึ่ง  กรีด - หลินจึงกระหายที่จะเอาชีวิตของราธให้จงได้...


ข่าว เรื่องการกลับมาของแบรดเล่ย์แพร่กระจายไปยังทหารเซ็นทรัลอย่างรวดเร็ว  ทหารเซ็นทรัลรุ้สึกสะใจที่รถถังของบริกส์ถูกแบรดเล่ย์จัดการอย่างง่ายดาย  เมื่อขวัญกำลังใจกลับคืนมา  ทหารเซ็นทรัลก็เริ่มวางแผนรวบรวมกำลังที่มีอยู่ยึดศูนย์บัญชาการกลับมาให้ ได้  ทว่านอกจากกองทัพบริกส์ที่แข็งแกร่งแล้ว  ทหารเซ็นทรัลยังต้องคอยระวังกองทัพซอมบี้กระหายเลือดที่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ ตายอีกด้วย

"...พวกนั้นมาจากไหนกันแน่"
"...บางทีอาจเป็นอาวุธใหม่ของพวกบริกส์ก็ได้"
"...แต่พวกบริกส์เองก็สู้กับพวกมันเหมือนกันนี่?"
ทหารเซ็นทรัลไม่รู้เลยว่าฝ่ายที่สร้างกองทัพซอมบี้ที่น่าสะพรึงกลัวชึ้นมาก็คือเซ็นทรัลนั่นเอง

รัน ฟานที่แยกกับพวกเอ็ดซ่อนตัวอยู่แถวนั้นพอดี หญิงสาวได้ยินเรื่องที่ทหารคุยกันทั้งหมดรวมทั้งเรื่องที่แบรดเล่ย์อยู่ที่ ประตูหน้าของศูนย์บัญชาการกลางอีกด้วย
"แบรดเล่ย์อยู่ที่ประตูหน้างั้นเหรอ...?"

 

 

 

ที่ประตูหลักของศูนย์บัญชาการกลาง  ศึกใหญ่ระหว่างโฮมุนคูลัสกำลังปะทุขึ้น  กรีดกระโดดลงมาจากกำแพงเผชิญหน้ากับพี่น้องและศัตรูตัวฉกาจอย่างราธ  โฮมุนคูลัสแห่งความโลภแสยะยิ้มอย่างกระหายในชัยชนะ  ทว่าราธที่เยือกเย็นไม่มีทีท่าหวั่นไหวแม้แต่น้อย   ขณะที่บัคคาเนียร์ที่รอดตายอย่างหวุดหวิดประหลาดใจกับท่าทีของกรีดที่เข้ามา ช่วยพวกตน

กรีดถามราธว่ารอดมาจากเหตุการณ์ระเบิดรถไฟได้อย่างไร  ราธตอบว่าความสามารถในการมองเห็นที่ตนครอบครองนั้นล้นเหลือถึงขนาดสามารถหา ทางรอดจากรถไฟที่กำลังระเบิดได้แม้ในทัศนิวิสัยทีเต็มไปด้วยฝุ่นควันและเศษ หินจากการระเบิด

"...แต่ยังไงก็เอาชนะสังขารไม่ได้  ร่างกายของฉันน่ะไม่ฟิตเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว..."

กรีด ตระหนักได้ถึงความร้ายกาจของคู่ต่อสู้  เพราะแม้แต่ในสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์  ราธยังสามารถจัดการหน่วยรถถังอันแข็งแกร่งของบริกส์ได้อย่างง่ายดาย...


ฟาลแมนถามกรีด - หลิน ว่า  กรีด - หลิน ในตอนนี้คือหลิน เหยา ใช่ไหม  รอยยิ้มเป็นมิตรแบบหนุ่มอารมณ์ดีของหลินผุดขึ้นทันที

"เรา ไม่ได้เจอกันอีกเลยตั้งแต่ที่ผมพักซ่อนตัวที่บ้านคุณ  เป็นยังไงบ้างล่ะจ่าฟาลแมน...ผมติดค้างคุณเรื่องอาหารและที่ซ่อนตัว  นี่แหละเป็นโอกาสที่จะได้ตอบแทนบุญคุณเสียที"

"งั้นก็..."
หลินเข้าครองร่างกรีดอีกครั้งพร้อมกับเปลี่ยนมือทั้งสองข้างเป็นกรงเล็บที่แข็งแกร่งดุจเพชร
"ชั้นพร้อมแล้วที่จะสู้เพื่อตัวเอง"

สิ้น คำของกรีด  โฮมุนคูลัสทั้งสองก็พุ่งเข้าปะทะกันทันที  ร่างของเจ้าชายหนุ่มจากชินเข้าประชิดราธหวังเอาชิวิต  จิตใต้สำนึกสองดวงในร่างนั้นจะมีจุดประสงค์ในการต่อสู้ที่แตกต่างกัน ...กรีดต้องการล้างแค้นราธที่ทำลายร่างเดิมของตน  ส่วนหลินต้องการชำระแค้นให้กับรันฟาน...แต่ทั้งสองต่างต้องการชีวิตรา ธเหมือนกัน  ความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะจึงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ 

 

 

 

ทว่าความแข็งแกร่งของราธนั้นเหนือความคาดหมาย  กรีดเกือบจะเพลี่ยงพล้ำแต่ก็สามารถหลบคมดาบของราธได้อย่างหวุดหวิด  กรีดสามารถตั้งหลักได้อย่างว่องไวพร้อมทั้งวิ่งเข้าประชิดตัวราธที่จุดบอด ของสายตา

ราธรู้สึกทึ่งที่กรีดใช้สมองในการต่อสู่ต่างกับในอดีต  กรีดตอบว่าหลินที่อยู่ในร่างเดียวกันช่วยบอกกลยุทธ์ในการต่อสู้ให้ตน

"งั้นหรอกเหรอ...ถ้าอย่างนั้นลองนี่หน่อยเป็นไง!"

รา ธถอดผ้าปิดตาออกทันที  จุดบอดที่เคยเป็นจุดอ่อนร้ายแรงจึงหายไปพร้อมกับความสามารถในการมองเห็นที่ เพิ่มขึ้น  ราธอาศัยจังหวะนั้นใช้ดาบฟันกรีดที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วและ แม่นยำ  แม้คมดาบนั้นจะไม่ระคายผิวของโล่สุดแกร่งแม้แต่น้อยแต่ก็ทำให้กรีดตกเป็น รองในการต่อสู้อยู่ดี...

ทหารบริกส์เห็นว่าสถานการณ์ด้านกรีดเป็นรอง จึงหาทางช่วย  จังหวะมาถึงเมื่อแบรดเล่ย์ถอยห่างจากกรีด  ทหารบริกส์จึงใช้ปืนยาวระดมยิงแบรดเล่ย์จากระยะประชิด  ทว่าดวงตาปีศาจของแบรดเล่ย์ก็ช่วยให้แบรดเล่ย์หลบประสุนได้อย่างสบาย...

"อย่านะ!  เจ้าพวกโง่  อย่าเข้ามายุ่งเซ่!"
กรีดร้องห้าม  แต่สายไปเสียแล้ว  แบรดเล่ย์ตวัดดาบคมกริบปลิดชีวิตทหารบริกส์เหล่านั้นในพริบตา

 

 

 

บัคคาเนียร์เห็นลูกน้องจบชีวิตลงต่อหน้าต่อตาจึงพุ่ง เข้าหาราธ  ราธใช้ดาบคู่ใจเสียบเข้าที่ช่องท้องบัคคาเนียร์อย่างจัง  ทว่าเหมือนบัคคาเนียร์จะหวังให้ราธทำเช่นนี้อยู่แล้ว  บัคคาเนียร์ใช้กล้ามเนื้อท้องที่แข็งแกร่งบีบดาบของราธเอาไว้ทำให้ราธไม่ สามารถดึงดาบออกมาได้  บัคคาเนียร์จึงสามารถชิงดาบมาจากศัตรูที่ร้ายกาจได้สำเร็จ

"หัวหน้า!!" ฟาลแมนร้องเรียกบัคคาเนียร์ด้วยความเป็นห่วง
"นายบ้าไปแล้วเหรอไง!  แต่ก็...ทำดีมาก!"
กรีด อาศัยจังหวะที่ราธถูกชิงอาวุธพุ่งเข้าหาราธทันที  แต่ราธเองก็ไม่ยอมถอยง่าย ๆ โฮมุนคูลัสแห่งความโกรธฉวยมีดสั้นจากร่างไร้วิญญาณของทหารบริกส์ขึ้นมาคู่ หนึ่งแล้วเผชิญหน้ากับกรีดอย่างองอาจ

"...ฉันว่าฉันคงใช้เจ้านี่ได้ไม่คล่องเท่าดาบหรอกนะ.."
กรีดขัดใจที่ไม่สามารถล้มราธได้เสียที... 

 

 

 

ทหารเซ็นทรัลเฝ้าสังเกตการณ์การต่อสู้ระหว่างโฮมุนคู ลัสทั้งสองจากระยะไกล  หัวหน้าหน่วยสั่งห้ามไม่ให้ทหารเข้าไปยุ่งกับศึกระหว่างโฮมุนคูลัสทั้งสอง  แต่ให้พุ่งเป้าไปที่ทหารบริกส์เท่านั้น  พร้อมออกคำสั่งให้ทหารติดอาวุธครบมือเคลื่อนพลเข้าปะทะกองทัพบริกส์เพื่อ ชิงประตูใหญ่แห่งกองบัญชาการกลางคืนมาให้ได้...

ฟาลแมนเริ่มลนลาน เมื่อเห็นกองกำลังเสริมจากเซ็นทรัล  เพราะตนและทหารที่เหลืออยู่ไม่สามารถเตรียมปืนใหญ่เพื่อใช้ตอบโต้ได้ทัน  บัคคาเนียร์ซึ่งเป็นกำลังสำคัญก็บาดเจ็บหนักจนไม่สามารถต่อสู้ได้อีกแล้ว  

ทาง เซ็นทรัลเห็นว่าทหารของตนได้เปรียบจึงสั่งให้หน่วยสื่อสารติดต่อคนที่อยู่ใน ศูนย์บัญชาการให้เปิดประตูให้จากด้านใน  ทว่าทันใดนั้นเองก็เกิดกลุ่มควันคลุ้งขึ้นที่ที่กบดานของกองกำลังเซ็นทรัล  ทหารที่ยังบุกไปได้ไม่ไกลต่างสำลักควันจนต้องหยุดเคลื่อนพล  ร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งวิ่งผ่านทหารเซ็นทรัลไปอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงเงาตะคุ่มสีดำ เท่านั้น  พริบตาที่ร่างนั้นพุ่งผ่านทหารเซ็นทรัลไป  ขาของทหารทุกนายก็ถูกฟันเป็นแผลลึกจนไม่สามารถมุ่งหน้าต่อไปได้  


ร่าง นั้นมุ่งหน้าไปยังประตูหน้า  ที่ซึ่งราธและกรีดต่อสู้กันอยู่แล้วบุกเข้าประชิดตัวทั้งสองอย่างรวดเร็ว  ราธตวัดมีดแทงไปยังร่างปริศนา  ทว่าร่างนั้นก็ใช้วิชาลอกคราบหนีพ้นคมมีดของราธไปได้  ราธโจมตีซ้ำขณะที่ร่างเล็กร่วงลงสู่พื้นแต่ร่างนั้นก็กันไว้ได้  พร้อม ๆ กับทรงตัวขึ้นยืนเผชิญหน้ากับราธอย่างองอาจ

ฝูปรากฏตัวขึ้นช่วยบุกคนไว้ได้อย่างทันท่วงที! 

 

 

 

ทั้งราธและกรีดต่างก็รู้สึกทึ่งกับการเคลื่อนไหวอัน รวดเร็วและฝีมืออันน่าตื่นตะลึงของชายชราอย่างฝู  ฝูบอกกรีดว่าเขาสัมผัสได้ถึงพลังชี่ของกรีดที่แผ่ของมาจากร่างของหลินเขา จึงสามารถเกะรอยกรีด - หลินเจอได้อย่างง่ายดาย  แล้วฝูก็ถามกรีดว่าศัตรูที่ร้ายกาจที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใคร

"นั่นน่ะ  คิงก์  แบรดเล่ย์"  กรีดตอบฝู

ทันทีที่ได้ฟังคำตอบฝูก็นิ่งไปครู่หนึ่งพร้อมพูดขึ้นมาว่าเขาไม่เคยเจอคิงก์  แบรดเล่ย์มาก่อนเลย
"งั้นเจ้านี่ก็เป็นคนตัดแขนหลานสาวของชั้นน่ะสิ!"
ฝูกำดาบในมือแน่นในท่าพร้อมรบ  สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดุดัน 

 

 

 

คุณนายแบรดเล่ย์รู้สึกโล่งใจที่ได้ข่าวว่าสามีของเธอ ปลอดภัย  แต่ก็ยังอดเป็นห่วงเซริมไม่ได้  เบรด้าเข้าไปให้กำลังใจคุณนายแบรดเล่ย์พร้อมกับบอกว่าการที่แบรดเล่ย์สู้ กับทหารบริกส์หมายความว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการกบฏคือโอลิเวียร์นั่นเอง


ฟิว รี่กับรอสเฝ้าดูคุณนายแบรดเล่ย์อยู่ห่าง ๆ ด้วยความกังวล  เพราะพวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าคงจะใช้คุณนายแบรดเล่ย์เป็นตัวประกันเพื่อต่อ รองกับแบรดเล่ย์ไม่ได้ผล  เพราะจากการที่แบรดเล่ย์หลอกใช้ภรรยาตัวเองมาตลอดทำให้พวกเขาคิดว่าแบรด เล่ย์คงจะโจมตีพวกตนโดยไม่สนใจว่าภรรยาตัวเองจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

"ที่นี่ก็คงจะอันตรายเหมือนกัน..."  ฟิวรี่เปรยกับรอส


เมื่อ ฟิวรี่กับรอสเดินมาถึงประตูหน้าสถานีวิทยุก็ได้ยินเสียงคนโวยวาย  รอสถามรีเบคก้าว่าเกิดอะไรขึ้น  รีเบคก้าตอบว่ามีคนพยายามเข้ามาในสถานีโดยบอกว่าจะขอร่วมต่อสู้ด้วย

"ฉันจะเข้าไปคนเดียว  อย่ายิงนะ!" คนคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนบอกพวกรีเบคก้า

มาเรียมองไปนอกประตู  รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า...
"...ไม่เป็นไรหรอก  ให้เขาเข้ามาเถอะ  คนคนนี้น่ะไว้ใจได้"

เดน นี่ บรอช  เดินเข้ามาข้างในสถานี  ขณะที่พวกรีเบคก้ากำลังค้นร่างกาย  บรอชก็หันไปเห็นรอส  หญิงสาวโบกมือทักทายเพื่อนสนิทที่ไม่ได้พบหน้ามานานด้วยรอยยิ้ม  บรอชอึ้งที่รอสยังมีชีวิตอยู่  ชายหนุ่มถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ด้วยความดีใจอย่างที่สุด... 

 

 

 

อิสึมิและโอลิเวียร์กำลังเค้นความจริงของเรื่องทั้ง หมดที่เบื้องบนทำอย่างลับ ๆ มาโดยตลอดจากนายพลที่อิสึมิช่วยชีวิตเอาไว้  นายพลนั่งตัวสั่นด้วยความกลัวพร้อมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทั้งสองฟัง

"ผบ.สูงสุดรู้เรื่องทุกอย่างใช่มั๊ย"  อเล็กซ์ถามนายพล
"ใช่แล้ว  ท่านถูกแต่งตั้งเป็นผู้นำประเทศนี้ก็เพื่อการนี้แหละ...โลกที่เน่าเฟะแห่งนี้ต้องการการเกิดใหม่...  "  นายพลให้เหตุผล

"ก่อนอื่นก็เลยต้องทำลายทุกอย่างสินะ.."  อิสึมิเริ่มไม่สบอารมณ์
"ไม่ ใช่ทำลาย! เป็นการสร้างใหม่ต่างหากล่ะ  แยกส่วนแล้วสร้างขึ้นใหม่เหมือนกับวิชาเล่นแร่แปรธาตุนั่นแหละ...คนเหล่า นั้นจะไม่ต้องทุกข์ทรมานกับความตาย  เขาจะอยู่กับเราตลอดไปในตัวของเราและพวกเราก็จะสร้างโลกใหม่ด้วยกัน!"

"...หนึ่งเดียวคือทุกสิ่ง  ทุกสิ่งคือหนึ่งเดียว  พวกเราคือคนที่ถูกเลือกของอเมสทริส  พวกเราคือ..."

อิ สึมิกลั้นโทสะไว้ไม่อยู่จึงใช้รองเท้าตบหน้านายพลอย่างแรง  แล้วอิสึมิก็หันไปถามทหารเซ็นทรัลว่าจะทำอะไรต่อไปเมื่อรู้ความจริงที่ซ่อน อยู่ของผู้บังคับบัญชาของตน

"พวกคุณคิดว่าความคิดพวกเขาถูกหรือเปล่า  แล้วจะปล่อยพวกนี้ไปงั้นเหรอ"

นาย พลยังคงไม่สำนึกจนถึงขนาดสั่งให้ทหารทั้งหมดมาช่วยตน  อิสึมิจึงใช้รองเท้าตบหัวซ้ำอย่างแรง  ส่วนโอลิเวียร์ก็กระทืบซ้ำด้วยความหงุดหงิด


เหล่าทหารเซ็นทรัลมองหน้ากันแล้วพูดว่าทหารอย่างพวกเขาจะต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

"...แต่ขอพูดตามตรง...ตอนนี้พวกเราไม่รู้เลยว่าควรจะเชื่ออะไรดี.."
"งั้นก็จงเชื่อในตัวเอง  เลือกเดินในทางที่ตัวคุณ...จิตวิญญาณลึก ๆ ของคุณจะไม่ละอายใจในภายหลัง..."  อิสึมิเตือนสติทหาร

ทหาร แต่ละคนทอดสายตาไปยังเมืองที่ซึ่งครอบครัวอันเป็นที่รัก...ภรรยา  ลูกสาว ลูกชาย อาศัยอยู่  พวกเขาตัดสินใจปลดอินทรธนูที่มีตราสัญลักษณ์ของกองทัพอเมสทริสอยู่พร้อมกับ ถอดหมวกทิ้งลงต่อหน้าของนายพลเฒ่าอย่างไม่ใยดี  
"นายพลบริกาเดีย...นี่คือคำตอบของพวกเรา"

เหล่าทหารที่สิ้นศรัทธากับผู้บังคับบัญชาต่างทิ้งให้บริกาเดียนั่งคอตกอย่างสิ้นหวังอยู่ตามลำพัง...



โอลิเวียร์โทรติดต่อไปยังหน่วยบัญชาการที่เข้ายึดห้องสื่อสารของกองบัญชาการกลางเพื่อถามข่าวคราว
หน่วยบัญชาการแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี  เว้นแต่มีทหารของเซ็นทรัลเคลื่อนพลเข้ามาสมทบกันจากทุกด้านเพื่อเตรียมตอบโต้
"ตอนนี้ท่านนายพลอยู่ที่ไหนครับ"

โอ ลิเวียร์ตอบว่าอยู่ในห้องทำงานของผบ.สูงสุด  หน่วยบัญชาการจึงแจ้งว่าพวกเขาไม่สามารถติดต่อกับกองกำลังบริกส์ที่เข้า ปฏิบัติภารกิจในบริเวณนั้นได้  จึงมีความเป็นไปได้ว่ากองทัพบริกส์ในบริเวณนั้นถูกล้อมไว้อย่างเบ็ดเสร็จ

โอลิเวียร์จึงบอกลูกน้องของตนว่าหากการยึดฐานที่มั่นในศูนย์บัญชาการเสี่ยงเกินไป  ให้ทิ้งเธอเอาไว้แล้วหนีไปทางอุโมงค์

โอลิเวียร์บอกพวกอิสึมิว่าศัตรูคงบุกเข้ามาไม่ช้าก็เร็ว
"...ก็ หมายความว่า....ลึกลงไปที่นั่น.."  อิสึมิพูดพลางมุ่งหน้าไปยังประตูลับที่เชื่อมไปยังใต้ดิน  ที่สุดทางของบันไดที่ลึกสุดหยั่งมีเสียงประหลาดดัง "แกร๊ง ๆ" ก้องอยู่ตลอดเวลา... 

 

 

 

อีกด้านหนึ่งในศูนย์บัญชาการกลาง  พวกเอ็ดเดินตามหาเหม่ยที่พลัดหลงกันระหว่างเอ็ดและสการ์ออกตามหารอย

"นาย หลงทางแล้วล่ะเจ้าเหล็กไหล...ตัวนายเสนอหน้ามาทั้ง ๆ ที่ไม่มีประโยชน์สักนิดแถมยังทำพวกเราหลงทางอีก  ความผิดนายเห็น ๆ!... ไม่มีใครขอให้นายออกตามหาฉันซะหน่อย"

"ปากดีนักนะ  ถ้าผมกับสการ์ไม่อยู่ที่นั่นป่านนี้คุณก็ทำอะไรเกินขอบเขตไปแล้วรู้ไว้ด้วย"
"อย่าทำมาพูดเหมือนฉันติดหนี้นายสิ  คนที่หยุดฉันเอาไว้น่ะคือร้อยโทของฉัน  ไม่ใช่พวกนายซะหน่อย.."

ดู เหมือนรอยคนเดิมจะกลับมาแล้ว  รอยกับเอ็ดเถียงกันแบบไม่มีใครยอมใครเหมือนเดิมจนสการ์ต้องบอกให้เงียบก่อน ที่ศัตรูจะได้ยินแล้วพากันแห่มา 

 

 

 

ริซ่าถือโอกาสขอบคุณสการ์ที่ช่วยเตือนสติรอย
"...เขา...เกือบจะเดินทางผิดจนหลงทางตลอดไปเสียแล้ว...ขอบคุณนะ..."

สการ์บอกริซ่าว่าเขาไม่ได้ต้องการคำขอบคุณอะไรทั้งนั้นแต่ลึก ๆ แล้วสการ์คงซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย...

บทสนทนาระหว่างริซ่ากับสการ์  และสงครามน้ำลายระหว่างเอ็ดกับรอยสิ้นสุดลงเมื่อพวกเขาเดินมาเจอกับคนคนหนึ่งโดยบังเอิญ...

"...โอ้...แหม ๆ  ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้ชมมาด้วย..ตอนนี้ชักจะประหม่าแล้วสิ...แต่ว่า..."
เบื้อง หน้าพวกเอ็ดคือหมอสติเฟื่องที่ทำการทดลองเปลี่ยนแบรดเล่ย์ให้เป็นราธ  สร้างโฮมุนคูลัสแห่งความโกรธขึ้นมาจากมนุษย์  หมอสติเฟื่องแสยะยิ้มเหมือนคนเสียสติ...

"...แต่ว่าเรามาเริ่มโชว์กันเถอะ"

...เวลาแห่งการตัดสินชะตาได้มาถึงแล้ว..!! 

 

 

 

ปก GanGan ที่เป็นปกเล่ม 23 ด้วยค่ะ
ป๋าเด่นเป็นสง่าจริง ๆ >3<

 

 

 

จบแล้วค่ะ

อา...รู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองทำตัวเวิ่นเว้อมากมาย  เพ้อเจ้อแล้วก็ยังมาเนียแปลก ๆ อีกต่างหาก 

 

จบก่อนดีกว่าเนอะ

บายค่า 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านสปอยล์แล้วล่ะ

ชอบปู่จังแฮะตอนนี้ รู้สึกแกมีบทบาทขึ้นมาทันที

คิงแบรดเก่งไปแล้วล่ะ เป็นลุงก็อยู่แบบตาแก่ไปเซ่!!
แล้ว ไอ้หมอโรคจิตนั่น....ยังอยู่อีก /วังเวง

#1 By Raveno Sinyor on 2009-08-13 21:33

อยากอ่านรวมเล่มเร็วๆครับconfused smile

#2 By [Zol~o!!]The-Flame> on 2009-08-13 21:50

คู่นี้มันจริงๆครับลุงฟูเเววตายเริ่มฉายเเล้ว คึงบลัดเล่ย์มันจะเเพ้ยังไงนึกภาพไม่ออกพี่เเกหลบได้หมดทุกอย่างเเบบนี้
ปล.รันฟานก็ยังไม่ได้ออก เเล้วไพร์ล่ะ(ไม่กล่าวถึงเลยเเฮะ)sad smile

#3 By meemeeshion on 2009-08-13 22:00

หลิน-กรีดนี่เท่ห์จนพูดไม่ออกเลยค่ะ >w< (หลงรักตัวประกอบรึไงเอ็ง = =;)คุณปู่ฝูเองก็เท่ห์มากเลย

จ่าบรอช...ดีใจมากเลยสินะ

อาจารย์อิสึมิกับโอลิเวีย ใช้อุปกรณ์อวัยวะเบื้องต่ำได้สะใจมากค่ะ ฮ่าๆๆ

หมอโรคจิตนั่น...ฟันทองหลุดไปแล้วสินะ = =;;

ขอบคุณสำหรับตอนใหม่นะคะพี่ปาล์ม สนุกมากๆเลยค่ะ>w<b
ปู่เท่ห์ดีอ่า!!


กรีด-หลินก็สุดยอด!!

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านค่า~~
cry
สนุกที่สุดเลยค่ะ confused smile

#6 By RanfaN on 2009-08-14 21:54

ลุงฝูคัมแบค!!

#7 By แมวหัวหอม (58.8.90.134) on 2009-08-15 13:16

มีแต่คนเท่ๆอ่ะ

วี้ดดดดดดดดดดดด


ก๊ากกกกกกกกก
ชอบอิสึมิกับโอลิเวียร์

ฮา~~

#8 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2009-09-06 23:49