FMA 93 :: Arch Enemy
posted on 13 Mar 2009 09:56 by palmcj in Alchemic-world
ตอนนี้มาช้าอีกแล้วค่ะ ไม่มีอะไรจะแก้ตัว ยังไงก็รับคำขอโทษ (จริงใจนะเออ) ไว้ด้วยนะคะ แหะแหะ
อ่านตอนนี้จบแล้วอยากสครีมค่ะ (อันที่จริงคือสครีมในเอ็มไปเรียบร้อยแล้ว 555) มีตัวละครโผล่มาเท่หลายคน (โดยเฉพาะคนคนนั้น ^^'') มีฮีโร่แบบไม่คาดฝันด้วยค่ะ
ตอนนี้ต้องบอกลาตัวละครคนหนึ่งด้วย คิดว่าคงจะพอเดาได้ว่าเป็นใคร ไม่เกริ่นแล้วดีกว่าจะได้เข้าเรื่องสักที ^^
Chapter 93 Arch Enemy
“คิมลี่ย์...พวกมันอยู่ใต้ลม!!!”
ไพร์ดร้องบอกคิมลี่ย์ให้ระวังอุบายของพวกอัล แต่สายไปเสียแล้ว คมเขี้ยวของเฮนเคลในร่างสิงโตฝังลึกเข้าที่คอของคิมลี่ย์....เลือดสีแดงฉานทะลักออกจาดบาดแผลฉกรรจ์ย้อมสูทสีขาวเป็นสีเลือด ไพร์ดซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนักยืนจ้องเฮนเคลเขม็ง คิเมร่าคำรามเป็นเชิงขู่แต่สีหน้าของไพร์ดกลับยังสงบเยือกเย็น ทันใดนั้นเองเงาพิฆาตก็พุ่งออกจากไพร์ดไปยังเฮนเคล เฮนเคลเห็นท่าไม่ดีจึงคายร่างของคิมลี่ย์แล้วใช้ร่างอันสิ้นเรี่ยวแรงนั้นขวางทางเงามรณะไว้ต่างเกราะป้องกัน
โดยที่ไม่มีใครคาดคิด...เงาของไพร์ดหดกลับมา...เฮนเคลถึงกับประหลาดใจที่การใช้คิมลี่ย์เป็นโล่ดูเหมือนจะได้ผล อัลเองก็อึ้งไม่แพ้กันที่ไพร์ดทำสิ่งที่ขัดกับนิสัยตัวเองอย่างยอมถอยเมื่อร่างของ “ผู้ร่วมงาน” อย่างคิมลี่ย์มาขวางทางตัวเองเอาไว้...
รอยยิ้มยียวนผุดขึ้นบนใบหน้าของไพร์ดพร้อมคำพูดเย้ยหยันพวกอัล
“เข้าใจแล้ว...เป็นอย่างที่แกเคยพูดไว้...มนุษย์มีจิตใจแน่วแน่ไม่ลดละ...แต่พวกแกไม่มีทางชนะ...ไม่มีวันตราบที่ท่านพ่อยังอยู่ในเซ็นทรัล...แล้วก็ถ้าหวังจะไปเซ็นทรัล พวกแกก็ต้องหาทางรอดจากตรงนี้ให้ได้เสียก่อน...”
สิ้นคำพูดของไพร์ด เงาของปีศาจร้ายก็พุ่งไปยังเป้าหมายใหม่...ดร.มาร์โก นั่นเอง!!!
ทว่าก่อนเงามรณะจะปลิดชีวิตมาร์โก รถจี๊ปคันหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาขวางเอาไว้ เงากระทบหลังคารถที่วิ่งด้วยความเร็วจึงเบี่ยงออกจากเป้าหมาย...เมื่อช่วยมาร์โกได้แล้ว รถจี๊ปปริศนาก็พุ่งเข้าชนไพร์ดและอัลอย่างจัง แรงปะทะจากรถที่วิ่งด้วยความเร็วส่งทั้งสองไปลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
“เกิดอะไรขึ้น...ใครกัน...” อัลพึมพำออกมาอย่างแปลกใจที่มีคนมาช่วยพวกตนอย่างไม่คาดคิด...
“เราทำได้แล้ว!! สำเร็จ—ย๊ากกกกก!!!” เสียงอันคุ้นเคยดังออกมาจากรถจี๊ปอย่างบ้าคลั่ง...โยกินั่นเอง!!
โยกิรวบรวมความกล้าทั้งหมดเข้ามาช่วยพวกอัลเอาไว้ มือที่กำพวงมาลัยอยู่สั่นเทา น้ำมูกและน้ำตาไหลนองหน้า
มาร์โกรีบขึ้นรถทันทีพร้อมบอกโยกิว่าไม่คิดไม่ฝันเลยว่าโยกิจะมาช่วย
“ฉันไม่ยอมให้นายเท่อยู่คนเดียวหรอกน่า...ฉันเองก็อยากแจมด้วยเหมือนกัน..บ้าชิบ!!! --- ดูซะ!!! ท่านโยกิคนนี้จัดการกับโฮมุนคูลัสที่แกร่งที่สุดได้แล้ว!!” โยกิคุยโวทั้งที่ยังสั่นไม่หยุด
เฮนเคลถือโอกาสคว้าข้อเท้าของอัลแล้วลากถูลู่ถูกังขึ้นไปสบทบกับพวกโยกิบนรถเพื่อหนีจากเงื้อมมือของปีศาจร้าย...
ทันทีที่เจอโยกิ เฮนเคลก็ถามว่าเอารถมาจากไหน โยกิตอบว่ารถคันนี้เป็นรถที่คิมลี่ย์นั่งมา ส่วนคนขับนั้นมาร์โกได้ใช้วิชาแปรธาตุตรึงไว้กับพื้นดินเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ เฮนเคลก็เหลือบไปเห็นไพร์ดกำลังลุกขึ้น คิเมร่าจึงทุ่มร่างของคิมลี่ย์ไปยังไพร์ด โฮมุนคูลัสถูกร่างที่ใหญ่กว่ามากกระแทกอย่างแรงจนล้มลงอีกครั้ง เฮนเคลรีบขึ้นรถแล้วสั่งให้โยกิเหยียบคันเร่งสุดแรงเกิด..
ไพร์ดยังคงไม่ละความพยายามที่จะไล่ล่าพวกอัล จะงอยปากเงาแหลมคมขนาดยักษ์พุ่งเข้าใส่รถจี๊ปหวังจะสกัดการหลบหนี ทว่าพื้นที่ขรุขระทำให้เล็งเป้าหมายได้ยากขึ้น แทนที่จะเสียบเข้ากลางคันรถ..เงานั้นโฉบเอาหลังคาหายไปทั้งกระบิ โยกิร้องโหวกเหวกด้วยความกลัว
“หุบปากซะ แล้วขับให้เร็วที่สุด ฉันไม่อยากสู้กับเจ้าปีศาจนั่นจัง ๆ อีกแล้ว...เราต้องหนีเข้าไปในเซ็นทรัล...ไปสบทบกับเอ็ดแล้วจัดการกับคนที่เจ้าพวกนั้นเรียกว่า ท่านพ่อ ก่อนที่มันจะตามเราทัน!!”
เมื่อเห็นว่าไล่ตามไม่ทันแล้ว ไพร์ดจึงยืนมองพวกอัลหนีห่างออกไปเรื่อย ๆ โฮมุนคูลัสถอนหายใจพร้อมรำพึงว่า มนุษย์ที่กล้าหาญช่างตกหลุมพรางได้ง่ายเหลือเกิน...ข้าง ๆ ไพร์ด คิมลี่ย์นอนจมกองเลือดอยู่ แม้ชายหนุ่มจะยังไม่ตายแต่ลมหายใจก็รวยรินเต็มที...
“ยอดไปเลย...นี่นายยังไม่ตายเหรอ...สูทของนายเปลี่ยนเป็นสีสวยเชียวนะคิมลี่ย์...สมแล้วที่ว่ากันว่าสิงโตเป็นจ้าวแห่งป่า ดูสิ..เจ้านั่นขย้ำคอนายง่าย ๆ เลย...สุดท้ายพวกมนุษย์ก็ยังเป็นสิ่งที่อ่อนแอไม่มีคุณค่าพอจะให้ความสำคัญอย่างที่คิดจริง ๆ...นายเคยพูดอยู่เสมอว่าจะรอดูว่าใครกันแน่ที่โลกนี้จะเลือก...แต่แล้วนายก็ต้องพ่ายแพ้ยับเยินที่นี่..คงจะผิดหวังมากสินะ...”
ไพร์ดพูดพลางมองคิมลี่ย์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ...สัญชาติญาณของกลัทโทนี่ย์ที่บัดนี้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับไพร์ดตื่นขึ้นอีกครั้ง...ไพร์ดเลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย...
“...แต่ไม่ต้องเป็นห่วง...นายจะยังคงอยู่ในตัวฉัน...”
เงาสีดำทะมึนแผ่ปกคลุมไปทั่ว...จะงอยปากของเงาปีศาจอ้าออกเผยให้เห็นฟันเลื่อยแหลมคม มือเงาพันรอบแขนคิมลี่ย์...ไพร์ดกลืนกินคิมลี่ย์ตามกลัทโทนี่ย์ไปติด ๆ ...นักเล่นแร่แปรธาตุดอกบัวแดงพบจุดจบอย่างน่าอนาถ...
รอยและพรรคพวกขับรถตระเวนไปรอบ ๆ ศูนย์บัญชาการเพื่อหาทางเข้า แต่ทางเข้าทุกแห่งทั้งทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก มีทหารคุ้มกันอย่างแน่นหนา เพราะทางกองทัพรู้ดีว่ารอยจะต้องหาทางบุกเข้าไปในกองบัญชาการอย่างแน่นอน จึงสั่งให้ตรึงกำลังเพื่อดักจับ “รถขนไอศกรีม” ของพวกรอย รอยไหวตัวทันจึงใช้วิชาแปรธาตุเปลี่ยนรถให้เป็นรถของร้านขายเนื้อแทน
ในที่สุดพวกรอยก็เจอทางเล็ดลอดเข้าไปในกองทัพ ริซ่าและรอสถามรอยว่าจะทำอย่างไรต่อไป รอยตอบว่าปล่อยให้ทหารจากบริกส์จัดการกับสมรภูมินอกศูนย์บัญชาการ ส่วนพวกตนจะลอบเข้าไปในศูนย์บัญชาการเพื่อสมทบกับพรรคพวกที่อยู่ด้านใน...
โอลิเวียร์บาดเจ็บหนักจากการต่อสู้กับสโลธ หญิงสาวที่สติยังรางเลือนคลานออกมาจากซากอาคารที่พังลงมาอย่างทุลักทุเล... เสียงเลือดที่หยดอยู่ข้าง ๆ เรียกสติโอลิเวียร์กลับมา หญิงสาวเรียกหาน้องชายด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับหันไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น...
ภาพที่อยู่เบื้องหน้าคือ อเล็กซ์ใช้ร่างกายบังโอลิเวียร์เอาไว้ ส่วนสโลธที่จะเข้ามาทำร้ายนายพลสาวถูกหนามขนาดมหึมาที่อเล็กซ์ใช้วิชาแปรธาตุสร้างขึ้นจากพื้นคอนกรีตตรึงไว้ หนามนั้นพุ่งเข้าใส่แขนขวา ไปยังปาก และทะลุออกทางหัว บาดแผลฉกรรจ์นี้ช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของปีศาจร่างยักษ์ไว้ได้...
“นี่ อย่าลืมนะว่าทหารพวกนี้ได้รับคำสั่งให้มาเก็บชั้น...” โอลิเวียร์บอกน้องชาย
“งั้นก็แย่น่ะสิ...ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็ต้องรับมรดกต่อจากพี่..พี่ช่วยจัดการเรื่องเอกสารที่จำเป็นก่อนถูกฆ่าด้วยแล้วกัน...” อเล็กซ์ล้อเล่นกับพี่สาว
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ถ้าฉันตายมรดกทั้งหมดจะตกเป็นของพันเอกมัสแตง เทียบกับเจ้างั่งอย่างนายแล้วหมอนั่นยังดีกว่า ถึงหมอนั่นจะอยู่ลีกเดียวกับอมีบาก็เถอะ...”
“หวา...นี่พี่ตอบแทนคนที่ช่วยชีวิตอย่างนี้เหรอ..”
สองพี่น้องเถียงกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทหารที่จี้ปืนไปยังโอลิเวียร์เพื่อเตรียมยิงถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนสโลธก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูร่างกายทีละน้อย...
อเล็กซ์ถามโอลิเวียร์อย่างห่วงใยว่าลุกไหวไหม โอลิเวียร์พยายามพยุงตัวขึ้น ทันใดนั้นเสียงปลดสลักปืนก็ดังขึ้น...ทหารสามนายจี้ปืนมายังสองพี่น้องตระกูลอาร์มสตรอง !!
ขณะที่สองพี่น้องตระกูลอาร์มสตรองอยู่ในห้วงวิกฤต กองทัพซอมบี้ก็บุกเข้ามาในห้อง ซอมบี้ที่หิวหระหายกระโจนเข้ากินทหารคนแล้วคนเล่า เหล่าทหารพยายามยิงโต้แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกองทัพซอมบี้ได้เลย โอลิเวียร์จึงถือโอกาสต่อรองให้ทหารปล่อยตัวพวกตน โดยให้เหตุผลว่ามีเพียงตนและอเล็กซ์เท่านั้นที่สามารถรับมือกับสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้...
ข้อต่อรองของโอลิเวียร์สร้างความสับสนให้ทหารเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งก็ต้องฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาตามหน้าที่ของทหาร แต่อีกใจหนึ่งก็อยากรักษาชีวิตตัวเองจากเงื้อมมือของปีศาจร้าย...กองทัพซอมบี้รุกคืบเข้ามาทุกที ในขณะที่สโลธค่อย ๆ ฟื้นจากความตาย...แขนขวาขนาดยักษ์ที่ห้อยต่องแต่งหลุดออกจากร่างพร้อม ๆ กับที่แขนใหม่งอกออกมา บาดแผลตามร่างกายก็ค่อย ๆ หายไป...
“นายจะเอายังไง!!” โอลิเวียร์ถามทหารด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ไม่มีความกลัวอยู่ในแววตาคู่นั้นแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่มีปืนจี้อยู่กลางหน้าผาก...
“นายจะยิงพวกเราแล้วถูกสัตว์ประหลาดพวกนี้กินทีหลัง หรือจะร่วมมือกับเราจัดการกับเจ้าพวกนี้...ใช้สมองของตัวเองคิดแล้วรีบ ๆ ตัดสินใจซะ!!” โอลิเวียร์พูดเตือนสติทหารอย่างเฉียบขาด
ในขณะเดียวกัน เหม่ยต้องรับศึกหนักเช่นเดียวกับโอลิเวียร์ เด็กสาวกับเสี่ยวเหมยต้องรับมือทั้งเอ็นวี่ที่ไล่ล่าพวกตน ทั้งกองทัพซอมบี้ที่ประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน
เหม่ยเตะก้านคอซอมบี้จนหัก ทว่าซอมบี้กลับไม่เป็นอะไรเลย สร้างความประหลาดใจแก่เด็กสาวเป็นอย่างมาก
“ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะพวกนี้เป็นหุ่นกระบอกที่ปลูกถ่ายวิญญาณด้วยศิลานักปราชญ์...พวกมันไม่ตายง่าย ๆ หรอกน่า”
เอ็นวี่ยืดแขนเข้าหาเหม่ยอย่างรวดเร็ว เหม่ยก้มตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด แขนนั้นจึงไปรัดคอซอมบี้ที่กำลังพุ่งเข้าหาเหม่ยแทน...ทันทีที่แขนเอ็นวี่สัมผัสร่างซอมบี้ ซ่อมบี้ก็ค่อย ๆ กลืนหายไปในแขนนั้น
“ระหว่างที่เธอหนีฉันหัวซุกหัวซุน..ฉันก็แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วยการดูดกลืนเจ้าพวกนี้ซะ”
เอ็นวี่หวดแขนที่ขยายขนาดขึ้นหลายเท่าใส่เหม่ยอีกครั้ง แต่เด็กสาวก็หลบได้อย่างสวยงาม
“ท่าทางลื้อจะไม่เข้าใจอะไรเลยน่อ...หนีลื้อคนเดียวง่ายกว่าหนีเจ้าพวกนี้ทั้งฝูงตั้งเยอะ!!”
เหม่ยเยาะเย้ยเอ็นวี่
เมื่อถูกเด็กสาวดูถูก เอ็นวี่ก็โกรธจัด ปีศาจแห่งความริษยาออกอาวุธใส่เหม่ยไม่ยั้ง เหม่ยอาศัยร่างกายที่เล็กและคล่องแคล่วหลบได้อย่างสบาย...
“ซอมบี้พวกนี้ถูกปลุกขึ้นด้วยศิลานักปราชญ์...ถ้าอั๊วหาเจอว่าพวกมันมาจากไหน อั๊วก็น่าจะเจอศิลาก้อนใหญ่กว่าที่นั่น...”
เหม่ยทบทวนแผนการในใจพลางตะลุยเข้าไปยังทิศที่กองทัพซอมบี้ถูกปล่อยออกมา...เด็กสาวยอมเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวง ทั้งหมดก็เพื่อให้ได้มาซึ่งศิลานักปราชญ์...
พวกเอ็ดกำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อต้องต่อสู้กับกองทัพซอมบี้ที่ดูเหมือนจะเป็นอัมตะ แม้พวกเด็กหนุ่มจะพบวิธีต่อกรกับซอมบี้แล้วก็ตาม (พวกเอ็ดโจมตีโดยใช้วิธีตัดขาเพื่อให้ซอมบี้เดินหรือวิ่งไม่ได้) แต่ซอมบี้ยังคงหลั่งไหลออกมาเรื่อย ๆ จนพวกเอ็ดเริ่มอ่อนแรง ซันปาโน่คิเมร่าหมูป่าเริ่มงอกหนามไม่ออก ส่วนเกลโซที่เป็นคางคกก็เริ่มรู้สึกว่าตนพ่นเมือกออกจากปากมากไปจนคอแห้งผาก...
ขณะที่กำลังชุลมุน เอ็ดพลาดท่าถูกซอมบี้ขาขาดสองตัวคลานมาเกาะขาเอาไว้ ดาริอุสตะโกนเรียกชื่อเอ็ดด้วยความเป็นห่วง ทันใดนั้นเอง ประตูก็เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดอัดเอ็ดและเหล่าซอมบี้กระเด็น..แม้ว่าเอ็ดจะเจ็บตัวแต่ก็รอดจากเงื้อมมือของซอมบี้มาได้
“ฉันเจอทหารถูกเล่นงานหมอบกระแตที่หน้าแล็บ ใช่ฝีมือนายหรือเปล่า...” ผู้ช่วยชีวิตทักทายเอ็ดด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย
“ดูเหมือนนายต้องการความช่วยเหลือจากเรานะ เจ้าเหล็กไหล...”
รอย มัสแตง ปรากฏตัวขึ้นในยามวิกฤต กำลังเสริมที่แข็งแกร่งเรียกกำลังใจเอ็ดกลับคืนมา
“ที่นี่ทำให้คิดถึงความหลังจริง ๆ เลยนะร้อยโท...ฉันยังจำใบหน้าที่นองด้วยน้ำตาของเธอได้อยู่เลย...ถ้าได้เห็นน้ำตาอันแสนบริสุทธิ์นั่นอีกครั้งคงจะดีไม่น้อย...”
รอย ยังคงแซวริซ่าแม้จะถูกรายล้อมด้วยกองทัพปีศาจ
“ฉันคิดว่าคุณเกลียดน้ำเสียอีกนะคะ เพราะพออยู่ใกล้น้ำความสามารถคุณก็ไร้ประโยชน์ขึ้นมาเลย...”
ริซ่าตอบโต้รอย...
สการ์ทนไม่ไหวจึงบอกให้รอยหยุดพล่ามแล้วช่วยกันปราบเหล่าซอมบี้ รอยกระฟัดกระเฟียดที่สการ์มาออกคำสั่งกับตนในขณะที่ริซ่าทำตามที่สการ์ขอแต่โดยดี นักเล่นแร้แปรธาตุอัคคีถึงกับหน้าเหวอเมื่อถูกเมิน...
เมื่อริซ่าตั้งท่าจะยิงปืนเข้าไปยังกองทัพซอมบี้ เอ็ดกับดาริอุสก็ห้ามไว้พร้อมบอกว่าลูกปืนไม่สามารถทำอะไรพวกนี้ได้ รอยเข้าใจทันทีว่าทำไมพวกเอ็ดจึงจ้องจะตัดขาซอมบี้ท่าเดียว...
“อย่าเอาแต่ดูเซ่ มาช่วยกันเร็วเข้า...”
เอ็ดยังพูดไม่ทันขาดคำ รอยก็ดีดนิ้วสร้างสะเก็ดไฟขึ้น เพียงชั่วพริบตาเปลวเพลิงก็ลุกพรึบเป็นวงกว้าง ร่างกายส่วนล่างของกองทัพซอมบี้ทั้งฝูงถูกเผาเป็นจุณในคราวเดียว
“เฮ้ อย่าบอกนะว่านายมีปัญหากับเรื่องแค่นี้...ถ้างั้นนายยังต้องฝึกอีกเยอะล่ะนะ..”
เอ็ดได้แต่ตกตะลึงที่รอยจัดการกองทัพซอมบี้ที่เกือบจะฆ่าพวกตนได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
เหม่ยหนีเอ็นวี่ที่กำลังหงุดหงิดอย่างรุนแรงที่จับเหม่ยไม่ได้สักทีอย่างไม่คิดชีวิต จนในที่สุดเด็กสาวก็หนีมาจนถึงห้องที่พวกเอ็ดอยู่โดยมีเอ็นวี่ตามมาติด ๆ
เอ็ดตกใจมากกับผู้มาเยือนที่ไม่คาดคิดทั้งสอง สการ์ตำหนิเหม่ยที่มาเพ่นพ่านอยู่ที่ที่อันตรายเซ็นทรัลแทนที่จะกลับชินตามที่ตกลงกันไว้...
“นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล..นักเล่นแร่แปรธาตุอัคคี..สการ์..แล้วก็คิเมร่าที่เจอที่ภาคเหนือ..ดีล่ะ..จะเริ่มจัดการกับใครก่อนดีนะ” เอ็นวี่แสยะยิ้ม
หลังจากทักทายรอยที่เพิ่งจะพบกันเป็นครั้งแรก เอ็นวี่ก็ยั่วยุสการ์โดยสะกิดแผลใจเรื่องที่รอยก็มีส่วนร่วมในสงครามกวาดล้างชาวอิชวาล หากแต่สการ์ไม่ตกหลุมพรางของเอ็นวี่..สการ์ตอบอย่างหนักแน่นว่าตนรู้อยู่แล้วว่ารอยเป็นใครและเคยทำอะไรมาบ้าง...ท่าทีสงบเยือกเย็นของสการ์ทำให้เอ็นวี่ไม่พอใจที่ปลุกปั่นฝ่ายตรงข้ามไม่สำเร็จ
“พวกนายดันมาสนิทกันได้ไง ?? ไม่ตลกเลยนะเฟ้ย แล้วความขัดแย้งในอดีตล่ะ..ฉันอยากเห็นความโสมมของพวกนายมากกว่านี้ เห็นพวกนายดิ้นพล่าน...ความสุขของฉันคือการได้เห็นแมลงไร้ค่าอย่างพวกนายกัดกันเองจนย่อยยับ...ถึงพวกเราจะเดือดร้อนนิดหน่อยถ้าพันเอกถูกฆ่าก็เถอะ ฮ่าๆๆ...”
เอ็นวี่เริ่มพล่ามไม่หยุดจนพวกเอ็ดพูดไม่ออก
“ฉันไม่ว่างพอที่จะมาสนใจความคิดต่ำ ๆ ของนายหรอกนะ” รอยขัดเอ็นวี่ขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย
“ต่ำ ๆ...งั้นเหรอ..งั้นฉันขอถามหน่อย...เวลาเห็นคนอื่นโชคร้าย หรือดิ้นรนอย่างโง่ ๆ มนุษย์อย่างนายไม่ได้รู้สึกว่ามันสนุกหรอกหรือ..เพราะมันสนุกไม่ใช่หรือไงถึงได้เกิดสงครามมอยู่บ่อย ๆ”
“ก็จริงนะ...มันสนุกจริง ๆ นั่นแหละเวลาเห็นไอ้งั่งบางพวกดิ้นพล่านอย่างโง่ ๆ ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้เห็นไอ้งั่งที่เรียกว่า โฮมุนคูลัส ดิ้นพล่าน...นั่นแหละสนุกที่สุดเลยล่ะ”
รอยตอบโต้เอ็นวี่อย่างท้าทายทำเอาเอ็นวี่ถึงกับหยุดพูด หน้าตึงด้วยความโกรธ
หลังจากทำให้เอ็นวี่เงียบได้แล้ว รอยก็ถามคำถามที่ถามกับโฮมุนคูลัสทุกตนที่ได้พบ...ใครเป็นคนฆ่าแมส ฮิวจ์
เอ็นวี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้โดยบอกว่ามาเรีย รอส..คนที่รอยเผาทั้งเป็นกับมือ เป็นคนฆ่า รอยจึงตอกกลับทันทีว่าเขาไม่เชื่อว่ารอสเป็นคนทำ...
เอ็นวี่อารมณ์ดีขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่ารอยฆ่ารอสอย่างโหดเหี้ยมทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอถูกใส่ความ โฮมุนคูลัสเริ่มจ้อไม่หยุดอีกครั้งจนรอยต้องบอกให้หุบปากด้วยความหงุดหงิด ชายหนุ่มสั่งเอ็นวี่ให้รีบตอบคำถามมาเสีย...
เมื่อไม่สามารถเล่นลวดลายอะไรได้อีก เอ็นวี่ก็เริ่มหัวเราะ รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นมาบนใบหน้า..
“หึหึหึ ยินดีด้วยพันเอกมัสแตง...ที่ในที่สุดก็จับผู้ร้ายได้เสียที”
เอ็ดอุทานออกมาด้วยความตกใจ ริซ่าปลดสลักปืนเตรียมยิง ส่วนรอยนั้นไม่เชื่อว่าฮิวจ์จะเสียท่าโฮมุนคูลัสที่ดู “เห่ย” อย่างเอ็นวี่ได้
“ที่ทึ่มน่ะมันคนอย่างฮิวจ์ต่างหากเล่า...เจ้าโง่ที่หลงกลพื้น ๆ แบบนี้ได้น่ะ”
เอ็นวี่เปลี่ยนหน้าเป็นกลาเซีย ภรรยาสุดที่รักของฮิวจ์พร้อมยิ้มเยาะพวกรอย รอยและเอ็ดหน้าถอดสีขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วฮิวจ์ต้องพบจุดจบอย่างไร...
“ฮ่าๆๆๆ ดูสิ พวกนายหน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว ฉันล่ะชอบจริง ๆ เวลาเห็นสีหน้าแบบนี้...ก็เหมือนตอนที่ฆ่าฮิวจ์นั่นแหละ..สีหน้าของเจ้านั่น...สีหน้าของคนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า..สีหน้าที่สิ้นหวังเวลาที่ถูกคนที่หน้าเหมือนภรรยาที่รักยิง...ตอนนั้นน่ะสุดยอดไปเลย ฮ่าๆๆ”
เอ็นวี่พูดความจริงจนหมดเปลือกพร้อมแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังก้องไปทั่ว...
ทุกคนสลดใจเมื่อคิดถึงความเจ็บปวดที่ฮิวจ์ได้รับ เว้นแต่รอยที่ถูกไฟแค้นสุมอก
“...ได้คำตอบซะทีสินะ...แกฆ่าฮิวจ์...ฉันอยากรู้แค่นั้นแหละ...แกไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้แล้วเอ็นวี่...ฉันจะเผาแกให้เป็นธุลี..เริ่มจากลิ้นนั่นก่อนเลย..”
รอยสวมถุงมือขวาพร้อมพิพากษาโทษเอ็นวี่
เพลิงแค้นของนักเล่นแร่แปรธาตุอัคคีลุกโชนพร้อมเผาศัตรูที่ฆ่าเพื่อนรักให้เป็นจุณ!!!
ตอนนี้โยกิโผล่มาอย่างฮาเลยค่ะ แทนที่จะเป็นฮีโร่เราว่าดูเป็น ฮีรั่ว ยังไงชอบกล
คือ...ตอนช่วยอัลนี่ ถ้าคนที่ช่วยเป็นคนอื่นคงตายไปแล้วอะค่ะ เล่นขับรถชนอย่างแรง แถมฉากที่เฮนเคลลากอัลนี่ทำเอายิ้มไม่หุบเลยค่ะ ระทึกปนฮาจริง ๆ ^^b
คิมลี่ย์ตายจริง ๆ ด้วย ถูกไพร์ดกิน ไม่รู้ว่าไพร์ดจะได้รับความสามารถกับนิสัยของคิมลี่ย์ไปด้วยหรือเปล่า ถ้าได้นี่คงเทพขึ้นจนน่ากลัว =_=''
แต่ก็ไม่แน่เพราะไพร์ดกับกลัทโทนี่ย์เป็นพี่น้องกัน แต่คิมลี่ย์นี่เรียกว่าคนละสปีชี่ส์กันเลย ไม่รู้จะส่งต่อกันได้มั๊ย (แต่ติดใจตรงที่ไพร์ดพูดว่า นายจะยังอยู่ในตัวฉัน นี่แหละ)
ป๋างวดนี้หลากอารมณ์ดีค่ะ ปรากฎตัวอย่างเท่ หลังจากนั้นก็หลีสาว แล้วก็โดนเมิน (สีหน้าตอนพูดว่า ฉันโดนเมิน นี่ได้ใจมาก 555) ต่อด้วยโชว์เทพ เก๊ก สอบสวน (เป็นพนง.สอบสวนที่กวนมากมาย ^^) เอาจริงเอาจัง ตกใจ จบด้วยโกรธ (หน้าตอนโกรธเท่มากค่ะป๋า XD)
ชอบตอนป๋าแซวเจ๊ริจังเลย >3<
ดูเหมือนป๋าจะดวงสมพงษ์กับห้องนี้นะคะ ตอนฆ่าลัสท์ก็ห้องนี้ (ยังเห็นซากแบรี่ เดอะชอปเปอร์ อยู่เลย ^^) คราวนี้ก็เอ็นวี่อีก คิดว่าถ้าป๋าเป็นคนจัดการคงไม่ใช่แค่หดเป็นลูกน้ำแล้วล่ะค่ะ -_-
เอาโปสเตอร์โปรโมตรูปใหญ่มาฝากแล้วกันค่ะ ขี้เกียจย่อ (คุณโฟโต้เอื่อยมากมายช่วงนี้ T_T) เลย zip ไว้ค่ะ
ปล. บล็อกเบี้ยวเลยค่ะ เพราะป๋าหรอกนะถึงได้ยอม (ลำเอียงเห็น ๆ 555)
บายค่า ^^//
My Spoilers
My Projects

แหม่ ตอนนี้มันส์ดีจริงๆ ขอบคุณที่แปลมาให้ชม และนำโปสเตอร์มาให้ดูดนะครับ =w=
#1 By แมวหัวหอม (58.8.96.207) on 2009-03-13 14:20