FMA 92 Combined Strength

posted on 13 Feb 2009 11:51 by palmcj  in Alchemic-world

เดือนนี้มาลงช้าอีกแล้วค่ะ  ขอโทษจริง ๆ ช่วงนี้งานเข้าแถมโรคอู้รุมเร้าอย่างหนักอีก  (มันน่ามั๊ยล่ะนั่น -_-'')

ตอนนี้สู้กันทั้งตอนเลยค่ะ  พออ่านจบแฟน ๆ เจ๊โออย่างเราก็กระวนกระวายขึ้นมาเลย แหะแหะ

Chapter 92  Combined  Strength

 

ขณะที่กำลังอยู่ในห้วงวิกฤติ  อัลรับหินนักปราชญ์ที่เฮนเคลยื่นให้...ศิลาวิเศษที่สามารถช่วยให้ทั้งคู่มีโอกาสรอดจากไพร์ดและคิมลี่ย์ได้  หากแต่เด็กหนุ่มกลับนั่งจ้องศิลาในมือเฮนเคลอย่างลังเล  เพราะอัลรู้อยู่เต็มอกว่าศิลาในมือของตนนั้นต้องสังเวยชีวิตมนุษย์มากมายเพื่อหลอมขึ้น

เฮนเคลเข้าใจความรู้สึกของอัลดี  เพราะเอ็ดเคยบอกไว้ว่าอัลต้องการร่างกายกลับคืนมาโดยที่ไม่ใช้หินนักปราชญ์

“...ฉะนั้น...อย่าใช้หินนี่เพื่อตัวเอง...ใช้เพื่อปกป้องโลก...ที่ฉันวางใจมอบศิลาให้เธอเพราะเธอมองเห็นแม้แต่ชีวิตที่สิงสถิตอยู่ในก้อนกรวดเล็ก ๆ แบบนี้...ไม่ว่าพวกเราจะเป็นยังไง  เราต่างก็ต่อสู้เพื่อปกป้องบางสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเรา..ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกเขาช่วยเราด้วยเถอะ...”


อัลเห็นด้วยกับเฮนเคล...พวกตนใช้ศิลาเพื่ออเมสทริส  เพื่อปกป้องชีวิตมากมายที่กำลังจะถูกช่วงชิงไป  เด็กหนุ่มจึงรับศิลาจากเฮนเคลเพื่อเผชิญหน้ากับไพร์ดและคิมลี่ย์


คิมลี่ย์แปลกใจมากที่อัลมีหินนักปราชญ์ในครอบครอง  อัลใช้พลังจากหินร่วมกับวิชาแปรธาตุจู่โจมไพร์ดและคิมลี่ย์ทันที  พลังจากหินช่วยให้อัลเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น  หากแต่ไพร์ดและคิมลี่ย์ก็อาศัยประสบการณ์ตั้งรับได้อย่างคู่คี่  คิมลี่ย์ใช้วิชาแปรธาตุระเบิดพื้นดินหวังให้อัลเสียหลัก  แต่เด็กหนุ่มก็สร้างบังเกอร์กันไว้ได้  ไพร์ดจึงใช้เงาพุ่งเข้าตัดบังเกอร์อย่างรวดเร็ว  ทั้งบังเกอร์และเกราะของอัลถูกเฉือนด้วยเงาคมกริบ  แขนซ้ายของอัลขาด  แต่ด้วยพลังของศิลานักปราชญ์แขนของอัลก็งอกขึ้นมาใหม่ราวปาฏิหาริย์  เด็กหนุ่มพุ่งเข้าหาไพร์ดอย่างรวดเร็ว...


ไพร์ดเห็นท่าจะไม่ดีจึงใช้เงาทุ่มขาของอัล (ที่ถูกระเบิดของคิมลี่ย์จนขาดในตอนแรก) ใส่เด็กหนุ่ม  หากแต่อัลรับใช้มือซ้ายไว้ได้ทั้งยังใช้วิชาเปลี่ยนขาโลหะให้เป็นดาบขนาดใหญ่  มือขวาของอัลชักดาบออกมาจากขาโลหะเหมือนชักดาบออกมาจากฝักแล้วเงื้อดาบเข้าหาไพร์ด   ไพร์ดใช้เงากันดาบของอัลไว้ได้  ทว่าด้วยพลังของหินนักปราชญ์  ปลายดาบก็โค้งงออ้อมเงาพุ่งเข้าหาโฮมุนคูลัสทันที  ไพร์ดอาศัยปฏิกิริยาที่รวดเร็วเอี้ยวคอหลบคมดาบของอัลได้อย่างหวุดหวิด...

 

 

 

คิมลี่ย์พยายามช่วยไพร์ดโดยใช้วิชาแปรธาตุถล่มพื้นดินแต่อัลก็ใช้พลังของหินนักปราชญ์หนีออกมาได้ทันท่วงที...ไพร์ดยังคงพยายามต่อสู้อย่างไม่ลดละ  เงาแหลมคมของโฮมุนคูลัสพุ่งเข้าเสียบตาของอัลอย่างจัง  แต่อัลก็ไม่ได้รับความเจ็บปวดแต่อย่างใด  ทันใดนั้นเองอัลก็สร้างระเบิดแสงขึ้น  เมื่อไพร์ดเห็นระเบิดแสงในมืออัลก็รู้ทันทีว่าอัลจะใช้แสงไล่เงาซึ่งเป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวของตน  ไพร์ดจึงใช้เงาตัดระเบิดในมืออัลเป็นสองท่อนทันที...

“เสร็จฉันล่ะ!!”

อัลพูดขึ้นมาพร้อมกับที่ระเบิดแสงอีกอันผุดขึ้นมาจากพื้นดินแล้วระเบิดขึ้นทันที  แสงสว่างจ้าทำให้เงาของไพร์ดหายไป  อัลจึงถือโอกาสนั้นสร้างโดมเล็ก ๆ ขึ้นมาขังไพร์ดได้สำเร็จ

 

 

 

“พลังของศิลานักปราชญ์ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ...ฉันรู้ดีเพราะตัวฉันเองก็เคยใช้...แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ...ทำไมนายถึงไม่ใช้มันเพื่อเอาร่างเดิมของตัวเองคืนมา...อย่างนายน่ะน่าจะใช้พลังของศิลาหลบหนีออกไปจากสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างสบาย  แล้วเมื่อพวกนายอยู่ในที่ที่ปลอดภัยก็ค่อยใช้ศิลาทำให้ร่างกายกลับไปเป็นเหมือนเดิม...การเดินทางของพวกนายควรจะจบแบบนั้นไม่ใช่หรือ...”

คิมลี่ย์ถามอัลด้วยความข้องใจ


“แต่..ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเราก็ช่วยคนอื่นไม่ได้น่ะสิ...ผมสงสัย...ว่าทำไมเราถึงมีทางเลือกแค่สองทาง — เอาตัวรอดแล้วทิ้งให้คนอื่นตาย  หรือยอมเสียสละไม่ไขว่คว้าร่างเดิมเพื่อช่วยโลก –  ทำไมทางเลือกถึงมีแค่นั้น...ทำไมผมจะเลือกที่จะคืนร่างเดิมพร้อม ๆ กับช่วยโลกไม่ได้?”


คิมลี่ย์ค้านอัลโดยยกกฎแห่งการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมขึ้นมาอ้าง  อัลจึงแย้งว่าการไขว่คว้าหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ โดยไม่ตีกรอบตัวเองอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการค้นพบใหม่ ๆ และทำให้มนุษย์มีพัฒนาการ...


“อ้อ...ทดลองให้ถ่องแท้แล้วจะค้นพบสิ่งใหม่...กฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทั้งโลกจะต้องทำตามสินะ...งั้นก็หมายความว่ามีทางเลือกที่สี่ด้วย --- พวกนายสูญเสียโอกาสที่จะคืนร่างเดิมตลอดไปแถมยังช่วยโลกไม่ได้อีกด้วย...”


คิมลี่ย์แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับคายหินนักปราชญ์ของตัวเองออกมา  เมื่ออัลเห็นคิมลี่ย์จะใช้ศิลาจึงยื่นมือออกไปกันเอาไว้ เมื่อพลังของศิลานักปราชญ์ทั้งสองก้อนถูกปลดปล่อยออกมาพร้อม ๆ กันก็เกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว...

 

 

 

ขณะเดียวกันโอลิเวียร์ก็กำลังเผชิญหน้ากับสโลธในกองบัญชาการกลาง  สโลธใช้โซ่ตรวนที่เคยล่ามมือตนเป็นอาวุธไล่ฟาดโอลิเวียร์  ทว่านายพลสาวก็หลบได้อย่างว่องไว  โอลิเวียร์หลบไปพลางระดมยิงสโลธไปพลาง  ทว่าแม้กระสุนทุกนัดจะเข้าจุดตายแต่ก็ไม่ระคายผิวโอมุนคูลัสร่างยักษ์แม้แต่น้อย...


ทันใดนั้นทหารจากกองบัญชาการกลางก็เข้ามาล้อมโอลิเวียร์ไว้พร้อมกับบอกให้หญิงสาวยอมให้จับกุมในฐานะกบฏแต่โดยดี  เมื่อโอลิเวียร์ไม่สนใจ  หัวหน้ากองก็สั่งทหารเตรียมยิง  ทันทีที่ออกคำสั่งให้ยิง  โอลิเวียร์ก็หมอบลงทันที  ทำให้โซ่ที่สโลธหวดมาหวังปลิดชีวิตหญิงสาวกราดเข้าใส่กองทหารแทน  ทหารทั้งหมดถูกแรงหวดอันรุนแรงของโซ่จนหมดสติไป

“ในสถานการณ์แบบนี้อย่ากระจุกกำลังไว้ที่เดียว...เจ้าโง่!!”  โอลิเวียร์สั่งสอนทหารที่จะมาจับตนพร้อมกับปลดสลักระเบิดแล้วโยนเข้าใส่โสลธทันที  โอลิเวียร์หลบอยู่หลังเสาพลางหวังว่าแรงระเบิดจะทำให้สโลธบาดเจ็บบ้างแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี...

ขณะที่โอลิเวียร์กำลังซ่อนตัวอยู่ก็มีมือขนาดมหึมามาคว้าตัวโอลิเวียร์เอาไว้...
“จับได้แล้ว...คราวนี้ไม่พลาดแน่...ต้องฆ่านายพลผู้หญิงซะ...”  สโลธใช้มือทั้งสองบีบทั้งโอลิเวียร์ทั้งเสาแรงขึ้นเรื่อย ๆ หวังจะปลิดชีวิตนายพลสาวตามคำสั่งของท่านพ่อ...


ขณะที่โอลิเวียร์กำลังตกที่นั่งลำบาก  อเล็กซ์ก็มาช่วยพี่สาว  แรงกระแทกจากพลังแปรธาตุของอเล็กซ์โดนเข้าที่กลางแสกหน้าของสโลธอย่างจังทำให้โฮมุนคูลัสกระเด็นไป


“พี่...พี่ไม่เป็นไรใช่มั๊ย”  อเล็กซ์ถามโอลิเวียร์หลังจากอัดสโสธกระเด็นไปแล้ว

“นายคิดว่ากำลังพูดอยู่กับใครหือ...อเล็กซ์”  โอลิเวียร์ยิ้มอย่างท้าทาย  กำลังใจกลับคืนมาหลังจากได้กำลังหนุนที่แข็งแกร่งอย่างอเล็กซ์ หลุยส์ อาร์มสตรอง

 

 

 

โอลิเวียร์บอกอเล็กซ์ว่าสโลธเป็นโฮมุนคูลัส...กระสุนทำอะไรสัตว์ประหลาดอย่างสโลธไม่ได้  ต้องใช้แรงขนาดปืนใหญ่ถึงจะพอระคายผิวได้บ้าง...

“ดีล่ะ...เข้าทางผมพอดีเลยจริงมั๊ย”

อเล็กซ์ใช้วิชาแปรธาตุแขนภูผาของตนโจมตีสโลธอย่างไม่ปรานี  สโลธถึงกับชะงักเมื่อเจอการจู่โจมอย่างรวดเร็วรุนแรงของอเล็กซ์  เมื่อโฮมุนคูลัสเผยช่องว่าง  โอลิเวียร์ก็ถือโอกาสกระโดดขึ้นกลางอากาศแล้วใช้ดาบคู่ใจเสียบเข้ากลางหน้าผากของสโลธ  สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด...

“โอวววว...ฉันตายอีกแล้ว...เกลียดการตาย...พอตายแล้วต้องพยายาม...เกลียด...เกลียด...เกลียด...”


สองพี่น้องอาร์มสตรองรู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของสโลธ  ขณะที่สองพี่น้องยืนมองสโลธ  กองทหารสมทบก็เข้ามาเพื่อจับกุมโอลิเวียร์  สโลธรู้สึกหงุดหงิดที่มีทหารจำนวนมากเข้ามาขวางหูขวางตา...

 

 

 

ทันใดนั้นเองสโลธก็เคลื่อนไหวผ่านสองพี่น้องตระกูลอาร์มสตรองไปอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการกับเจ้าหน้าที่ของทางการ  เพียงชั่วพริบตาโฮมุนคูลัสร่างยักษ์ก็พาร่างมหึมาไปยังอีกมุมหนึ่งของห้องเพื่อจัดการกับมดปลวกที่เข้ามาขวางการต่อสู้  ทหารเคราะห์ร้ายจำนวนมากถูกแรงบีบอัดตายในคราวเดียว...

โอลิเวียร์ตกตะลึงสุดขีดกับความเร็วอันเหลือเชื่อของสัตว์ประหลาดร่างยักษ์อย่างสโลธ  สโลธสูญเสียการควบคุมตัวเองพุ่งผ่านโอลิเวียร์ไปยังอีกมุมหนึ่งของห้อง  หลังจากรวบรวมสติได้แล้วโอลิเวียร์ก็ถามอเล็กซ์ว่าเห็นการเคลื่อนไหวของสโลธหรือเปล่า  อเล็กซ์ตอบว่าเห็นแค่ราง ๆ เท่านั้น...

“ความเร็วขนาดนั้นในร่างกายมหึมา...นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย...”

“ไม่...ฉันคือ...โฮมุนคูลัสที่ว่องไวที่สุด...”
สโลธตอบสองพี่น้องก่อนจะใช้สปีดอันเหลือเชื่อพุ่งเฉียดอเล็กซ์ไปยังกำแพงอย่างควบคุมไม่ได้  ส่วนโอลิเวียร์นั้นหลบสโลธได้อย่างหวุดหวิด

ทว่าขณะที่โอลิเวียร์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว  สโลธก็โถมเข้าทับโอลิเวียร์อย่างจัง  น้ำหนักอันมหาศาลรวมกับสปีดที่เหนือกว่าโฮมุนคูลัสทั้งปวงของสโลธก่อให้เกิดแรงอัดกระแทกจนพื้นบริเวณนั้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ โอลิเวียร์ไม่น่าจะรอดชีวิตจากการโจมตีในครั้งนี้ได้แต่อเล็กซ์ก็เข้ามาช่วยพี่สาวได้ทันเป็นครั้งที่สอง...


เหนือร่างของโอลิเวียร์ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างหมดสภาพ...นักเล่นแร่แปรธาตุแดขนภูผากำลังใช้พลังทั้งหมดในร่างของตนต้านสโลธเอาไว้เพื่อปกป้องพี่สาวคนโตแห่งบ้านอาร์มสตรอง  

 

 

 

อเล็กซ์รวบรวมพลังใช้วิชาแปรธาตุพังพื้นตรงที่สโลธยืนอยู่  เมื่อพื้นทลายสโลธก็ร่วงลงไปยังชั้นล่างท่ามกลางความตกตะลึงของทหารหลายนายที่ตรึงกำลังอยู่ที่ชั้นล่าง...

“อเล็กซ์...”  โอลิเวียร์เรียกน้องชายด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรครับ...ก็แค่กระดูกเคลื่อนนิดหน่อย  แล้วพี่เป็นไงบ้าง”
“ก็แค่...กระดูกหักเล็ก ๆ น้อย ๆ...”  โอลิเวียร์ตอบพลางถ่มเลือดออกจากปาก

ทันใดนั้นเอง  กำปั้นมหึมาของสโลธก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง  เรี่ยวแรงมหาศาลทำให้พื้นแตกเป็นรูขนาดใหญ่...สองพี่น้องตระกูลอาร์มสตรองร่วงลงมายังพื้นเบื้องหน้าเผชิญหน้ากับสโลธอีกครั้ง

สถานการณ์คับขันถึงที่สุดเมื่ออเล็กซ์ได้รับบาดเจ็บ  ส่วนโอลิเวียร์นั้นนอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของพื้นที่ถล่มลงมา

“ฉันต้องฆ่าแก...โดยเร็ว...แล้วจะได้นอน...”
สโลธพุ่งเข้าหาอเล็กซ์ทันทีหมายจะปลิดชีวิตสองพี่น้องโดยเร็วที่สุด..

 

 

 

ทางด้านอัล  แรงระเบิดจากศิลานักปราชญ์ทำให้โดมที่อัลสร้างขึ้นแตก  ไพร์ดจึงออกมาได้  

“อัลฟอนส์ เอลริค ยังอยู่แถวนี้” ไพร์ดบอกคิมลี่ย์
“แน่นอน...หมอนั่นไม่หนีไปไหนหรอก”

ทันทีที่พูดจบ  คิมลี่ย์ก็กำกรวดก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมากำใหญ่แล้วปาเข้าไปในกลุ่มควัน  เสียงกรวดกระทบโลหะทำให้คิมลี่ย์รู้ตำแหน่งที่อัลซ่อนตัวอยู่  นักเล่นแร่แปรธาตุดอกบัวแดงจึงใช้วิชาแปรธาตุโจมตีอัล  แต่อัลก็หลบออกมาได้ทันท่วงที

อัลใช้วิชาแปรธาตุสร้างกลุ่มฝุ่นควันหนาขึ้นมาจากพื้นดินเพื่อพรางตัวอีกครั้งแล้วพุ่งเข้าจู่โจมไพร์ดจากด้านหลัง

“นั่นน่ะใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว”
ไพร์ดบอกอัลพร้อมกับส่งมือเงามากมายอ้อมไปทางด้านหลังของอัลแล้วตะครุบร่างเด็กหนุ่มเอาไว้  อัลนอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างหมดท่าเมื่อถูกมือเงาเล็ก ๆ ของไพร์ดตรึงเอาไว้

“รุกฆาต”
“แน่ใจเหรอ...นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งสินะที่พิสูจน์ว่ามนุษย์เองก็ดื้อไม่เบาเหมือนกัน...”

ไพร์ดรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดของอัลจึงกดร่างของเด็กหนุ่มแรงยิ่งขึ้นเพราะคิดว่าอัลจะใช้พลังของหินนักปราชญ์ในมือ

“ถึงจะมีศิลานักปราชญ์  มนุษย์อย่างพวกแกก็ไม่มีทางที่จะ...”

“ฉันไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง!!!”
สิ้นเสียงของอัล  ไพร์ดก็สังเกตเห็นว่าศิลานักปราชญ์ไม่ได้อยู่ในมืออัลเสียแล้ว

“...เจ้านั่นไม่ได้ใช้ฝุ่นเพื่อพรางตัวเองเท่านั้น  มันจับทิศทางของลมแล้วซุ่มโจมตีจากทางใต้ลมเพื่อให้เราจับกลิ่นพวกมันไม่ได้...”
ในที่สุดไพร์ดก็ล่วงรู้ถึงแผนการที่แท้จริงของพวกอัล  ไกลออกไปทางใต้ลมมาร์โกถือศิลานักปราชญ์อยู่พร้อมจะจัดการพวกไพร์ดได้ทุกเมื่อ

 

 

 

“คิมลี่ย์  พวกมันอยู่ใต้ลม!!”

ไพร์ดร้องเตือนคิมลี่ย์  แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อเฮนเคลเปลี่ยนร่างเป็นสิงโตแล้วกระโจนเข้างับคอคิมลี่ย์อย่างจัง

...ล้มกระดาน...มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด!!!...

 

 

 

GanGan ฉบับนี้มีโปสเตอร์รูปป๋ากับพรรคพวกแถมมาด้วยค่ะ  แต่ยังหาสแกนดี ๆ ไม่ได้เลย  มีแต่รูป LQ เลยยังไม่เอามาลงนะคะ

ได้อ่านสัมภาษณ์ผู้กำกับอนิเมะกับคุณวัวผ่าน ๆ แล้วรู้สึกใจชื้นค่ะ

ตอนที่คุณวัวบอกว่าคิดไว้แล้วว่าตอนจบจะให้ใครสู้กับใคร  แต่ยังไม่คิดฉากแอคชั่น
ที่สำคัญคุณวัวบอกว่า  ในตอนจบคุณวัวเองก็อยากให้ตัวละครที่ผ่านศึกหนักมามากมีความสุขเสียที  ....อ่านแล้วโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่งค่ะ XD

ปล. อนิเมะทำไปถึงตอนสิบแปดแล้ว  คิดว่าคงไม่มีเผา  แถมคุณยาสึฮิโร่ (ผู้กำกับ) ก็ดูตั้งใจมากเลยค่ะ  ประสานงานกับคุณวัวตลอด
อ้อ คุณวัวยังบอกอีกว่าฉากที่อยากดูคือตอนป๋าสู้กับลัสท์ค่ะ ^3^

 

ปล. พรุ่งนี้ก็วาเลนไทน์แล้ว  อ่า...รูป...ยังไม่รู้จะวาดอะไร  T_T

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ มันส์พะย่ะค่ะ
เมื่อไรของไทยจะออกหนอ
Hot!

#1 By H][m@w@t on 2009-02-13 12:56

ขอบคุณสำหรับ spoil ดีๆนะค่ะ
มันส์มากมาย *0*

#2 By CrazyKid (124.121.123.24) on 2009-02-13 14:24

อร๊ากกก อัลฟองเซ่เท่มากมา ยย
ว่าแต่พ่อเม็ดถั่วหายไปเลยหนึ่งตอนopen-mounthed smile
คิดถึงงงเสียจริง

ตอนนี้อยากดูอนิเมะมาก พึ่งได้ดูตัวอย่างไป
อ๊ากก อยากดููๆ

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านอีกครั้งค่ะ
สู้ๆกะงานน้าค่ะbig smile

#3 By FlebilE13 on 2009-02-13 16:01

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกซ์!!!!!

คิมบลี่ย์ของช้านนนนนนนนนนน!!!!
wink

ปล.ขอบคุณสำหรับSpoilคร่า~~
จะมาชมภาพวาเลนไทน์นะค้าา ^^~

#5 By Ki-kYo on 2009-02-13 19:11

>w< ชอบเจ๊โอลิเวียร์จังเค่อะ

อนิเมภาค 2 น่าดูครั่กๆ นั่งโหลด trailer มานั่งดูอย่างบ้าคลั่งก่ะ 555

ปล. ขอบคุณสำหรับสปอยด์นะคร้า

#6 By ※ Rokang ※ on 2009-02-13 19:45

ตอนนี้มันส์!! ได้ใจมาก
ปล. ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านกัน ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#7 By แมวหัวหอม (58.8.84.21) on 2009-02-13 20:51

อยากรู้ตอนจบ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้จบเลย T T

ขอบคุณที่นำสปอยส์มาแปลระหว่างรออีกเช่นเคยนะคะ confused smile
ในที่สุดก็อ่านหน้านี้จบจนได้ (เปิดค้างทิ้งไว้ 3 วันแล้ว เพิ่งจะได้เริ่มอ่าน)


ตอนนี้สุ้กันมันมาก นาน ๆ ทีจะเห็นฉากที่อัลฟ์บู๊เดี่ยวนานหลายตอนขนาดนี้ ยิ่งอ่านยิ่งดูเท่กว่าพี่ชายแฮะ open-mounthed smile

ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ

#9 By LUMiN on 2009-02-14 17:14

อ่านด้วยความเคร่งเครียดมาก (ก๊าก) โอลิเวียร์เท่สุดๆเลยค่ะ อัลด้วย ลืมไปเลยนะว่าบู๊เก่งกว่าพี่น่ะ o.O

อ่านถึงตรงปลแล้วรู้สึกดีมาก อย่างน้อยก็จะจบอย่างมีความสุขสินะตะ

ขอบคุณพี่ปาล์มที่แปลให้อ่านมากๆค่ะcry

#10 By 【いくみ】 on 2009-02-16 00:36