FMA 92 Combined Strength
posted on 13 Feb 2009 11:51 by palmcj in Alchemic-world
เดือนนี้มาลงช้าอีกแล้วค่ะ ขอโทษจริง ๆ ช่วงนี้งานเข้าแถมโรคอู้รุมเร้าอย่างหนักอีก (มันน่ามั๊ยล่ะนั่น -_-'')
ตอนนี้สู้กันทั้งตอนเลยค่ะ พออ่านจบแฟน ๆ เจ๊โออย่างเราก็กระวนกระวายขึ้นมาเลย แหะแหะ
Chapter 92 Combined Strength
ขณะที่กำลังอยู่ในห้วงวิกฤติ อัลรับหินนักปราชญ์ที่เฮนเคลยื่นให้...ศิลาวิเศษที่สามารถช่วยให้ทั้งคู่มีโอกาสรอดจากไพร์ดและคิมลี่ย์ได้ หากแต่เด็กหนุ่มกลับนั่งจ้องศิลาในมือเฮนเคลอย่างลังเล เพราะอัลรู้อยู่เต็มอกว่าศิลาในมือของตนนั้นต้องสังเวยชีวิตมนุษย์มากมายเพื่อหลอมขึ้น
เฮนเคลเข้าใจความรู้สึกของอัลดี เพราะเอ็ดเคยบอกไว้ว่าอัลต้องการร่างกายกลับคืนมาโดยที่ไม่ใช้หินนักปราชญ์
“...ฉะนั้น...อย่าใช้หินนี่เพื่อตัวเอง...ใช้เพื่อปกป้องโลก...ที่ฉันวางใจมอบศิลาให้เธอเพราะเธอมองเห็นแม้แต่ชีวิตที่สิงสถิตอยู่ในก้อนกรวดเล็ก ๆ แบบนี้...ไม่ว่าพวกเราจะเป็นยังไง เราต่างก็ต่อสู้เพื่อปกป้องบางสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเรา..ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกเขาช่วยเราด้วยเถอะ...”
อัลเห็นด้วยกับเฮนเคล...พวกตนใช้ศิลาเพื่ออเมสทริส เพื่อปกป้องชีวิตมากมายที่กำลังจะถูกช่วงชิงไป เด็กหนุ่มจึงรับศิลาจากเฮนเคลเพื่อเผชิญหน้ากับไพร์ดและคิมลี่ย์
คิมลี่ย์แปลกใจมากที่อัลมีหินนักปราชญ์ในครอบครอง อัลใช้พลังจากหินร่วมกับวิชาแปรธาตุจู่โจมไพร์ดและคิมลี่ย์ทันที พลังจากหินช่วยให้อัลเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น หากแต่ไพร์ดและคิมลี่ย์ก็อาศัยประสบการณ์ตั้งรับได้อย่างคู่คี่ คิมลี่ย์ใช้วิชาแปรธาตุระเบิดพื้นดินหวังให้อัลเสียหลัก แต่เด็กหนุ่มก็สร้างบังเกอร์กันไว้ได้ ไพร์ดจึงใช้เงาพุ่งเข้าตัดบังเกอร์อย่างรวดเร็ว ทั้งบังเกอร์และเกราะของอัลถูกเฉือนด้วยเงาคมกริบ แขนซ้ายของอัลขาด แต่ด้วยพลังของศิลานักปราชญ์แขนของอัลก็งอกขึ้นมาใหม่ราวปาฏิหาริย์ เด็กหนุ่มพุ่งเข้าหาไพร์ดอย่างรวดเร็ว...
ไพร์ดเห็นท่าจะไม่ดีจึงใช้เงาทุ่มขาของอัล (ที่ถูกระเบิดของคิมลี่ย์จนขาดในตอนแรก) ใส่เด็กหนุ่ม หากแต่อัลรับใช้มือซ้ายไว้ได้ทั้งยังใช้วิชาเปลี่ยนขาโลหะให้เป็นดาบขนาดใหญ่ มือขวาของอัลชักดาบออกมาจากขาโลหะเหมือนชักดาบออกมาจากฝักแล้วเงื้อดาบเข้าหาไพร์ด ไพร์ดใช้เงากันดาบของอัลไว้ได้ ทว่าด้วยพลังของหินนักปราชญ์ ปลายดาบก็โค้งงออ้อมเงาพุ่งเข้าหาโฮมุนคูลัสทันที ไพร์ดอาศัยปฏิกิริยาที่รวดเร็วเอี้ยวคอหลบคมดาบของอัลได้อย่างหวุดหวิด...
คิมลี่ย์พยายามช่วยไพร์ดโดยใช้วิชาแปรธาตุถล่มพื้นดินแต่อัลก็ใช้พลังของหินนักปราชญ์หนีออกมาได้ทันท่วงที...ไพร์ดยังคงพยายามต่อสู้อย่างไม่ลดละ เงาแหลมคมของโฮมุนคูลัสพุ่งเข้าเสียบตาของอัลอย่างจัง แต่อัลก็ไม่ได้รับความเจ็บปวดแต่อย่างใด ทันใดนั้นเองอัลก็สร้างระเบิดแสงขึ้น เมื่อไพร์ดเห็นระเบิดแสงในมืออัลก็รู้ทันทีว่าอัลจะใช้แสงไล่เงาซึ่งเป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวของตน ไพร์ดจึงใช้เงาตัดระเบิดในมืออัลเป็นสองท่อนทันที...
“เสร็จฉันล่ะ!!”
อัลพูดขึ้นมาพร้อมกับที่ระเบิดแสงอีกอันผุดขึ้นมาจากพื้นดินแล้วระเบิดขึ้นทันที แสงสว่างจ้าทำให้เงาของไพร์ดหายไป อัลจึงถือโอกาสนั้นสร้างโดมเล็ก ๆ ขึ้นมาขังไพร์ดได้สำเร็จ
“พลังของศิลานักปราชญ์ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ...ฉันรู้ดีเพราะตัวฉันเองก็เคยใช้...แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ...ทำไมนายถึงไม่ใช้มันเพื่อเอาร่างเดิมของตัวเองคืนมา...อย่างนายน่ะน่าจะใช้พลังของศิลาหลบหนีออกไปจากสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างสบาย แล้วเมื่อพวกนายอยู่ในที่ที่ปลอดภัยก็ค่อยใช้ศิลาทำให้ร่างกายกลับไปเป็นเหมือนเดิม...การเดินทางของพวกนายควรจะจบแบบนั้นไม่ใช่หรือ...”
คิมลี่ย์ถามอัลด้วยความข้องใจ
“แต่..ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเราก็ช่วยคนอื่นไม่ได้น่ะสิ...ผมสงสัย...ว่าทำไมเราถึงมีทางเลือกแค่สองทาง — เอาตัวรอดแล้วทิ้งให้คนอื่นตาย หรือยอมเสียสละไม่ไขว่คว้าร่างเดิมเพื่อช่วยโลก – ทำไมทางเลือกถึงมีแค่นั้น...ทำไมผมจะเลือกที่จะคืนร่างเดิมพร้อม ๆ กับช่วยโลกไม่ได้?”
คิมลี่ย์ค้านอัลโดยยกกฎแห่งการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมขึ้นมาอ้าง อัลจึงแย้งว่าการไขว่คว้าหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ โดยไม่ตีกรอบตัวเองอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการค้นพบใหม่ ๆ และทำให้มนุษย์มีพัฒนาการ...
“อ้อ...ทดลองให้ถ่องแท้แล้วจะค้นพบสิ่งใหม่...กฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ที่ทั้งโลกจะต้องทำตามสินะ...งั้นก็หมายความว่ามีทางเลือกที่สี่ด้วย --- พวกนายสูญเสียโอกาสที่จะคืนร่างเดิมตลอดไปแถมยังช่วยโลกไม่ได้อีกด้วย...”
คิมลี่ย์แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับคายหินนักปราชญ์ของตัวเองออกมา เมื่ออัลเห็นคิมลี่ย์จะใช้ศิลาจึงยื่นมือออกไปกันเอาไว้ เมื่อพลังของศิลานักปราชญ์ทั้งสองก้อนถูกปลดปล่อยออกมาพร้อม ๆ กันก็เกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว...
ขณะเดียวกันโอลิเวียร์ก็กำลังเผชิญหน้ากับสโลธในกองบัญชาการกลาง สโลธใช้โซ่ตรวนที่เคยล่ามมือตนเป็นอาวุธไล่ฟาดโอลิเวียร์ ทว่านายพลสาวก็หลบได้อย่างว่องไว โอลิเวียร์หลบไปพลางระดมยิงสโลธไปพลาง ทว่าแม้กระสุนทุกนัดจะเข้าจุดตายแต่ก็ไม่ระคายผิวโอมุนคูลัสร่างยักษ์แม้แต่น้อย...
ทันใดนั้นทหารจากกองบัญชาการกลางก็เข้ามาล้อมโอลิเวียร์ไว้พร้อมกับบอกให้หญิงสาวยอมให้จับกุมในฐานะกบฏแต่โดยดี เมื่อโอลิเวียร์ไม่สนใจ หัวหน้ากองก็สั่งทหารเตรียมยิง ทันทีที่ออกคำสั่งให้ยิง โอลิเวียร์ก็หมอบลงทันที ทำให้โซ่ที่สโลธหวดมาหวังปลิดชีวิตหญิงสาวกราดเข้าใส่กองทหารแทน ทหารทั้งหมดถูกแรงหวดอันรุนแรงของโซ่จนหมดสติไป
“ในสถานการณ์แบบนี้อย่ากระจุกกำลังไว้ที่เดียว...เจ้าโง่!!” โอลิเวียร์สั่งสอนทหารที่จะมาจับตนพร้อมกับปลดสลักระเบิดแล้วโยนเข้าใส่โสลธทันที โอลิเวียร์หลบอยู่หลังเสาพลางหวังว่าแรงระเบิดจะทำให้สโลธบาดเจ็บบ้างแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี...
ขณะที่โอลิเวียร์กำลังซ่อนตัวอยู่ก็มีมือขนาดมหึมามาคว้าตัวโอลิเวียร์เอาไว้...
“จับได้แล้ว...คราวนี้ไม่พลาดแน่...ต้องฆ่านายพลผู้หญิงซะ...” สโลธใช้มือทั้งสองบีบทั้งโอลิเวียร์ทั้งเสาแรงขึ้นเรื่อย ๆ หวังจะปลิดชีวิตนายพลสาวตามคำสั่งของท่านพ่อ...
ขณะที่โอลิเวียร์กำลังตกที่นั่งลำบาก อเล็กซ์ก็มาช่วยพี่สาว แรงกระแทกจากพลังแปรธาตุของอเล็กซ์โดนเข้าที่กลางแสกหน้าของสโลธอย่างจังทำให้โฮมุนคูลัสกระเด็นไป
“พี่...พี่ไม่เป็นไรใช่มั๊ย” อเล็กซ์ถามโอลิเวียร์หลังจากอัดสโสธกระเด็นไปแล้ว
“นายคิดว่ากำลังพูดอยู่กับใครหือ...อเล็กซ์” โอลิเวียร์ยิ้มอย่างท้าทาย กำลังใจกลับคืนมาหลังจากได้กำลังหนุนที่แข็งแกร่งอย่างอเล็กซ์ หลุยส์ อาร์มสตรอง
โอลิเวียร์บอกอเล็กซ์ว่าสโลธเป็นโฮมุนคูลัส...กระสุนทำอะไรสัตว์ประหลาดอย่างสโลธไม่ได้ ต้องใช้แรงขนาดปืนใหญ่ถึงจะพอระคายผิวได้บ้าง...
“ดีล่ะ...เข้าทางผมพอดีเลยจริงมั๊ย”
อเล็กซ์ใช้วิชาแปรธาตุแขนภูผาของตนโจมตีสโลธอย่างไม่ปรานี สโลธถึงกับชะงักเมื่อเจอการจู่โจมอย่างรวดเร็วรุนแรงของอเล็กซ์ เมื่อโฮมุนคูลัสเผยช่องว่าง โอลิเวียร์ก็ถือโอกาสกระโดดขึ้นกลางอากาศแล้วใช้ดาบคู่ใจเสียบเข้ากลางหน้าผากของสโลธ สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด...
“โอวววว...ฉันตายอีกแล้ว...เกลียดการตาย...พอตายแล้วต้องพยายาม...เกลียด...เกลียด...เกลียด...”
สองพี่น้องอาร์มสตรองรู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของสโลธ ขณะที่สองพี่น้องยืนมองสโลธ กองทหารสมทบก็เข้ามาเพื่อจับกุมโอลิเวียร์ สโลธรู้สึกหงุดหงิดที่มีทหารจำนวนมากเข้ามาขวางหูขวางตา...
ทันใดนั้นเองสโลธก็เคลื่อนไหวผ่านสองพี่น้องตระกูลอาร์มสตรองไปอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการกับเจ้าหน้าที่ของทางการ เพียงชั่วพริบตาโฮมุนคูลัสร่างยักษ์ก็พาร่างมหึมาไปยังอีกมุมหนึ่งของห้องเพื่อจัดการกับมดปลวกที่เข้ามาขวางการต่อสู้ ทหารเคราะห์ร้ายจำนวนมากถูกแรงบีบอัดตายในคราวเดียว...
โอลิเวียร์ตกตะลึงสุดขีดกับความเร็วอันเหลือเชื่อของสัตว์ประหลาดร่างยักษ์อย่างสโลธ สโลธสูญเสียการควบคุมตัวเองพุ่งผ่านโอลิเวียร์ไปยังอีกมุมหนึ่งของห้อง หลังจากรวบรวมสติได้แล้วโอลิเวียร์ก็ถามอเล็กซ์ว่าเห็นการเคลื่อนไหวของสโลธหรือเปล่า อเล็กซ์ตอบว่าเห็นแค่ราง ๆ เท่านั้น...
“ความเร็วขนาดนั้นในร่างกายมหึมา...นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย...”
“ไม่...ฉันคือ...โฮมุนคูลัสที่ว่องไวที่สุด...”
สโลธตอบสองพี่น้องก่อนจะใช้สปีดอันเหลือเชื่อพุ่งเฉียดอเล็กซ์ไปยังกำแพงอย่างควบคุมไม่ได้ ส่วนโอลิเวียร์นั้นหลบสโลธได้อย่างหวุดหวิด
ทว่าขณะที่โอลิเวียร์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว สโลธก็โถมเข้าทับโอลิเวียร์อย่างจัง น้ำหนักอันมหาศาลรวมกับสปีดที่เหนือกว่าโฮมุนคูลัสทั้งปวงของสโลธก่อให้เกิดแรงอัดกระแทกจนพื้นบริเวณนั้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ โอลิเวียร์ไม่น่าจะรอดชีวิตจากการโจมตีในครั้งนี้ได้แต่อเล็กซ์ก็เข้ามาช่วยพี่สาวได้ทันเป็นครั้งที่สอง...
เหนือร่างของโอลิเวียร์ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างหมดสภาพ...นักเล่นแร่แปรธาตุแดขนภูผากำลังใช้พลังทั้งหมดในร่างของตนต้านสโลธเอาไว้เพื่อปกป้องพี่สาวคนโตแห่งบ้านอาร์มสตรอง
อเล็กซ์รวบรวมพลังใช้วิชาแปรธาตุพังพื้นตรงที่สโลธยืนอยู่ เมื่อพื้นทลายสโลธก็ร่วงลงไปยังชั้นล่างท่ามกลางความตกตะลึงของทหารหลายนายที่ตรึงกำลังอยู่ที่ชั้นล่าง...
“อเล็กซ์...” โอลิเวียร์เรียกน้องชายด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรครับ...ก็แค่กระดูกเคลื่อนนิดหน่อย แล้วพี่เป็นไงบ้าง”
“ก็แค่...กระดูกหักเล็ก ๆ น้อย ๆ...” โอลิเวียร์ตอบพลางถ่มเลือดออกจากปาก
ทันใดนั้นเอง กำปั้นมหึมาของสโลธก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง เรี่ยวแรงมหาศาลทำให้พื้นแตกเป็นรูขนาดใหญ่...สองพี่น้องตระกูลอาร์มสตรองร่วงลงมายังพื้นเบื้องหน้าเผชิญหน้ากับสโลธอีกครั้ง
สถานการณ์คับขันถึงที่สุดเมื่ออเล็กซ์ได้รับบาดเจ็บ ส่วนโอลิเวียร์นั้นนอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของพื้นที่ถล่มลงมา
“ฉันต้องฆ่าแก...โดยเร็ว...แล้วจะได้นอน...”
สโลธพุ่งเข้าหาอเล็กซ์ทันทีหมายจะปลิดชีวิตสองพี่น้องโดยเร็วที่สุด..
ทางด้านอัล แรงระเบิดจากศิลานักปราชญ์ทำให้โดมที่อัลสร้างขึ้นแตก ไพร์ดจึงออกมาได้
“อัลฟอนส์ เอลริค ยังอยู่แถวนี้” ไพร์ดบอกคิมลี่ย์
“แน่นอน...หมอนั่นไม่หนีไปไหนหรอก”
ทันทีที่พูดจบ คิมลี่ย์ก็กำกรวดก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมากำใหญ่แล้วปาเข้าไปในกลุ่มควัน เสียงกรวดกระทบโลหะทำให้คิมลี่ย์รู้ตำแหน่งที่อัลซ่อนตัวอยู่ นักเล่นแร่แปรธาตุดอกบัวแดงจึงใช้วิชาแปรธาตุโจมตีอัล แต่อัลก็หลบออกมาได้ทันท่วงที
อัลใช้วิชาแปรธาตุสร้างกลุ่มฝุ่นควันหนาขึ้นมาจากพื้นดินเพื่อพรางตัวอีกครั้งแล้วพุ่งเข้าจู่โจมไพร์ดจากด้านหลัง
“นั่นน่ะใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว”
ไพร์ดบอกอัลพร้อมกับส่งมือเงามากมายอ้อมไปทางด้านหลังของอัลแล้วตะครุบร่างเด็กหนุ่มเอาไว้ อัลนอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างหมดท่าเมื่อถูกมือเงาเล็ก ๆ ของไพร์ดตรึงเอาไว้
“รุกฆาต”
“แน่ใจเหรอ...นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งสินะที่พิสูจน์ว่ามนุษย์เองก็ดื้อไม่เบาเหมือนกัน...”
ไพร์ดรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดของอัลจึงกดร่างของเด็กหนุ่มแรงยิ่งขึ้นเพราะคิดว่าอัลจะใช้พลังของหินนักปราชญ์ในมือ
“ถึงจะมีศิลานักปราชญ์ มนุษย์อย่างพวกแกก็ไม่มีทางที่จะ...”
“ฉันไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง!!!”
สิ้นเสียงของอัล ไพร์ดก็สังเกตเห็นว่าศิลานักปราชญ์ไม่ได้อยู่ในมืออัลเสียแล้ว
“...เจ้านั่นไม่ได้ใช้ฝุ่นเพื่อพรางตัวเองเท่านั้น มันจับทิศทางของลมแล้วซุ่มโจมตีจากทางใต้ลมเพื่อให้เราจับกลิ่นพวกมันไม่ได้...”
ในที่สุดไพร์ดก็ล่วงรู้ถึงแผนการที่แท้จริงของพวกอัล ไกลออกไปทางใต้ลมมาร์โกถือศิลานักปราชญ์อยู่พร้อมจะจัดการพวกไพร์ดได้ทุกเมื่อ
“คิมลี่ย์ พวกมันอยู่ใต้ลม!!”
ไพร์ดร้องเตือนคิมลี่ย์ แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อเฮนเคลเปลี่ยนร่างเป็นสิงโตแล้วกระโจนเข้างับคอคิมลี่ย์อย่างจัง
...ล้มกระดาน...มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด!!!...
GanGan ฉบับนี้มีโปสเตอร์รูปป๋ากับพรรคพวกแถมมาด้วยค่ะ แต่ยังหาสแกนดี ๆ ไม่ได้เลย มีแต่รูป LQ เลยยังไม่เอามาลงนะคะ
ได้อ่านสัมภาษณ์ผู้กำกับอนิเมะกับคุณวัวผ่าน ๆ แล้วรู้สึกใจชื้นค่ะ
ตอนที่คุณวัวบอกว่าคิดไว้แล้วว่าตอนจบจะให้ใครสู้กับใคร แต่ยังไม่คิดฉากแอคชั่น
ที่สำคัญคุณวัวบอกว่า ในตอนจบคุณวัวเองก็อยากให้ตัวละครที่ผ่านศึกหนักมามากมีความสุขเสียที ....อ่านแล้วโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่งค่ะ XD
ปล. อนิเมะทำไปถึงตอนสิบแปดแล้ว คิดว่าคงไม่มีเผา แถมคุณยาสึฮิโร่ (ผู้กำกับ) ก็ดูตั้งใจมากเลยค่ะ ประสานงานกับคุณวัวตลอด
อ้อ คุณวัวยังบอกอีกว่าฉากที่อยากดูคือตอนป๋าสู้กับลัสท์ค่ะ ^3^
ปล. พรุ่งนี้ก็วาเลนไทน์แล้ว อ่า...รูป...ยังไม่รู้จะวาดอะไร T_T
My Spoilers
My Projects

เพิ่งจะได้เริ่มอ่าน)
เมื่อไรของไทยจะออกหนอ
#1 By H][m@w@t on 2009-02-13 12:56