FMA 91 The Philosopher' s Revival

posted on 12 Jan 2009 02:42 by palmcj  in Alchemic-world

ตอนนี้มาลงช้ามากค่ะ  ไม่ได้ลืมนะแต่พอดีช่วงนี้ยุ่ง ๆ แถมโรคอู้กำเริบอย่างหนักอีก  ต้องขอโทษถั่วน้อยและพรรคพวกจริง ๆ ค่ะ

ปล. ตอนนี้กำลังเริ่มทำ side story ของเฮตาเลียโปรเจคท์ค่ะ  คิดว่าคงเสร็จแบบฉิว ๆ (แต่อยากให้เสร็จชิลล์ ๆ มากกว่านะ ^^\\\)

 

CHAPTER 91  The Philosopher’s Revival

 

ขณะที่อัลฟอนส์กำลังวิกฤต  ชาวสลัมคาติมาก็ถูกทหารขับไล่ออกจากพื้นที่  ชาวสลัมต่างไม่พอใจที่อยู่ ๆ ก็ต้องทิ้งบ้านของตัวเองและกลายเป็นพวกไร้ที่อยู่  มาร์โกซึ่งอยู่รอพวกเอ็ดในสลัมเป็นห่วงอัลฟอนส์จึงพยายามเข้าไปห้ามทหารแต่ถูกโยกิรั้งเอาไว้  เพราะหากทหารรู้ว่า “ชายอัปลักษณ์” ที่อยู่ในสลัมคือ ดร.มาร์โก  ดร.มาร์โกอาจถูกจับเป็นตัวประกันทำให้อัลตกที่นั่งลำบากกว่าเดิม  เหตุผลของโยกิทำให้ดร.มาร์โกจำต้องวางเฉยต่อสถานการณ์ตรงหน้า  มาร์โกถอนใจพร้อมแหงนหน้ามองไปยังโดมที่ขังไพร์ดและอัลอย่างเป็นห่วง...

หลังจากช่วยไพร์ดออกจากโดมได้แล้วคิมลี่ย์ถามถึงกลัทโทนี่ย์ด้วยความประหลาดใจที่กลัทโทนี่ย์ซึ่งออกปฏิบัติการพร้อมกับไพร์ดทิ้งให้พี่ใหญ่อย่างไพร์ดอยู่คนเดียว  ความข้องใจของคิมลี่ย์ทวีขึ้นเมื่อโฮมุนคูลัสร่างเล็กบอกว่าตนได้กลืนกลัทโทนี่ย์ลงไปแล้ว...

“...หมายถึงคุณกินเขา....กินน้องชายตัวเอง...??”
“...เจ้านั่นไม่ใช่พี่น้อง  ก็แค่ส่วนหนึ่งของระบบเท่านั้น  เราสองคนถือกำเนิดจากท่านพ่อ  และตอนนี้เราก็แค่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง...”

ทันใดนั้นเฮนเคลก็ฟื้นขึ้น  คิเมร่าครางเบา ๆ ด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจรวยรินเพราะร่างกายบอบช้ำสาหัสจากการซุ่มโจมตีของคิมลี่ย์  คิมลี่ย์ประหลาดใจปนทึ่งในความอึดของคิเมร่า  ส่วนอัลเมื่อเห็นว่าเพื่อนยังมีชีวิตอยู่ก็ลุกไปหาด้วยความห่วงใย  ทว่าเงาของไพร์ดรั้งขาของอัลเอาไว้

“นายห้ามไปไหนทั้งนั้น...” ไพร์ดออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด

เมื่อร่างกายส่วนล่างถูกเรี่ยวแรงมหาศาลดึงรั้งเอาไว้  โดยที่ไม่มีใครคาดคิดอัลใช้วิชาแปรธาตุตัดขาทั้งสองของตนทิ้ง  ปฏิกิริยาจากวิชาเล่นแร่แปรธาตุทำให้เกิดฝุ่นตลบไปทั่ว อัลฉวยโอกาสนั้นคลานไปหาเฮนเคลด้วยความเป็นห่วง  เฮนเคลบอกอัลให้ทิ้งตนเสียแล้วหนีไป  แต่อัลไม่ยอม  

“ดูสถานการณ์ตอนนี้สิเจ้าโง่...พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับไพร์ดแล้วก็คิมลี่ย์...ไปซะ...”
“...อย่าไล่ผมแบบนั้นสิ...ผมจะหาทางช่วยคุณเอง!!”

อัลพูดพลางลุกขึ้นยืนด้วยความร้อนใจโดยลืมตัวไปว่าตอนนี้ตนไม่มีขาแล้ว  อัลจึงล้มลงเพราะไม่สามารถทรงตัวได้  เฮนเคลมอบศิลานักปราชญ์ให้อัลชิ้นหนึ่ง

“...คิมลี่ย์ทำหล่นไว้ที่เหมืองแร่ในภาคเหนือ (ตอนสู้กับเอ็ด) แล้วฉันเก็บมา  รับไว้เถอะอัลฟอนส์...”  

ไพร์ดและคิมลี่ย์เดินฝ่ากลุ่มฝุ่นควันเข้าไปหาพวกอัลในโดม  คิมลี่ย์เสนอว่าตนสามารถกำจัดฝุ่นเหล่านี้ได้ในพริบตาแต่ไพร์ดบอกว่าไม่จำเป็นเพราะอัลไม่มีทางหนีไปไหนได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีขาทั้งสองข้าง  ทันใดนั้นเองก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้าไพร์ดและคิมลี่ย์  ประกายไฟจากปฏิกิริยาแปรธาตุที่รุนแรงทำให้คิมลี่ย์ตระหนักว่าเรื่องคงไม่ได้ง่ายอย่างที่ไพร์ดคิดเสียแล้ว  ทว่าแทนที่คิมลี่ย์จะตื่นตระหนก   นักเล่นแร่แปรธาตุดอกบัวแดงกลับยิ้มอย่างตื่นเต้นและเหี้ยมเกรียมด้วยสัญชาติญาณของผู้กระหายสงครามและการต่อสู้

“...วิเศษ...วิเศษจริง ๆ อัลฟอนส์ เอลริค!!”

คิมลี่ย์รำพึงเมื่อเห็นอัลที่มีขาครบทั้งสองข้างก้าวออกมาจากกลุ่มควัน  ท่าทีของเด็กหนุ่มขึงขังทรงพลัง  แสงที่เปล่งออกจากดวงตาทั้งสองของชุดเกราะทำให้อัลดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น  คิมลี่ย์ยิ่งรู้สึกพึงใจที่เด็กหนุ่มใจอ่อนอย่างอัลเปลี่ยนเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับคนโหดเหี้ยมอย่างตน

 

 

 

อีกมุมหนึ่งในใต้ดินของเซ็นทรัล  เหม่ยซึ่งถูกเอ็นวี่ลวงให้กลับมายังเซ็นทรัลกำลังวิ่งหนีกองทัพทหารซอมบี้อย่างสุดชีวิต  ในมือถือขวดแก้วที่ขังร่างต้นของเอ็นวี่เอาไว้

“ลื้อหลอกอั๊วอาเอ็นวี่”
“ฉันไม่ได้โกหกนะ  ที่นี่มีความลับของการเป็นอมตะอยู่จริง ๆ”  เอ็นวี่ในร่างลูกน้ำครวญคราง


เหม่ยก้มตัวหลบการโจมตีของซอมบี้ตนหนึ่งได้อย่างหวุดหวิดทำให้ขวดที่ใส่เอ็นวี่กระเด็นหลุดจากมือแต่เด็กสาวก็ใช้ขาซ้ายรับไว้ได้  เหม่ยต่อสู้ไปพลางหลบหลีกการโจมตีของศัตรูไปพลางอย่างคล่องแคล่ว  ขวดที่ใส่เอ็นวี่ถูกโยนขึ้นไปในอากาศหลายครั้งตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเหม่ย  

เอ็นวี่น้ำตานองด้วยความกลัวปากก็โวยวายไม่หยุด  ขณะที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศโฮมุนคูลัสใช้หางรัวฟาดจุกที่ปิดขวดอย่างเอาเป็นเอาตาย  แรงกระแทกจากหางเอ็นวี่ทำให้จุกหลุดออกจากปากขวด  ร่างลูกน้ำของเอ็นวี่ร่วงลงไปในหมู่ซอมบี้  เอ็นวี่จึงสบโอกาสหวนคืนร่างเดิม

 

 

 

โฮมุนคูลัสแห่งความริษยาดูดดวงวิญญาณที่อัดอยู่อยู่ในร่างของซอมบี้แล้วหลอมรวมทั้งร่างและวิญญาณของซอมบี้เป็นหนึ่งเดียว  เมื่อดวงวิญญาณทั้งหมดหลอมรวมเป็นหนึ่งร่างมหึมาของเอ็นวี่ในร่างปีศาจก็ปรากฏขึ้น  ร่างมนุษย์ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากกลางหน้าผากของปีศาจ  รูปร่างของร่างนั้นค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นกลายเป็นเอ็นวี่ในร่างมนุษย์

“ฉันกลับมาแล้ว...ขอบใจมากที่พาฉันมาถึงที่นี่  ยายเปี๊ยก...”   เอ็นวี่ยิ้มเยาะเหม่ยที่หลงกลตนจนตนได้ร่างมนุษย์กลับคืนมา  เหม่ยยิ้มตอบเอ็นวี่อย่างท้าทายพร้อมตั้งท่าเตรียมรับศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

 

 

ขณะเดียวกันกองบัญชาการกลางเซ็นทรัลกำลังตกอยู่ในความสับสนเมื่อโอลิเวียร์จับนายทหารระดับสูงคนหนึ่งเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองให้ออกคำสั่งถอนกำลังทหารที่กำลังต่อสู้กับกิองทัพบริกส์และกองกำลังส่วนตัวของรอย  มือขวาของนายพลสาวถือดาบยาว...คมดาบพาดอยู่ที่คอพร้อมจะปลิดชีวิตตัวประกันได้ทุกเมื่อ  ส่วนปืนในมือซ้ายก็พร้อมจะลั่นไกขจัดทุกคนที่เข้ามาขัดขวาง


เมื่อทหารในศูนย์บัญชาการมีทีท่าแข็งขืน  โอลิเวียร์ก็ใช้ดาบเสียบเข้าที่เท้าของตัวประกันพร้อมบอกให้ทหารยอมจำนน  โอลิเวียร์จี้ปืนที่คอของนายพลพร้อมขู่ว่ากองกำลังบริกส์จะไม่มีออมมือแม้แต่วินาทีเดียวหากนายพลยังไม่สั่งถอนกำลัง  นายพลตัวประกันขบกรามแน่นด้วยความแค้นแล้วตะโกนสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปิดทางเข้าออกศูนย์บัญชาการทุกทาง

“ห้ามพวกมันเข้ามาแม้แต่คนเดียว  ทั้งกองทัพบริกส์และพวกมัสแตง!!”

การแข็งข้อของตัวประกันสร้างความประหลาดใจให้โอลิเวียร์ไม่น้อย
“โฮ่...เข้าใจแล้ว...ถึงคุณจะเป็นพวกฉ้อฉลแต่ก็ยังมีความกล้าหาญอยู่บ้างล่ะนะ...”

เมื่อถูกปรามาสความโกรธของนายพลก็ยิ่งทวีขึ้น  นายพลตัวประกันทั้งขู่ทั้งก่นด่าโอลิเวียร์ด้วยความแค้น  
“แกไม่มีทางรอดไปได้หรอก.พวกเราจะขยี้ทั้งแกแล้วก็กองทัพกอริลล่าหน้าโง่ของแกให้...”
ยังไม่ทันสิ้นคำของนายพล  สโลธก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วใช้มือขวาที่ทั้งใหญ่และทรงพลังขยี้ร่างตัวประกันจนแหลกคาที่  โอลิเวียร์ไหวตัวทันจึงหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด

“โอ...ใช่แล้ว...พวกเขาบอกว่า...จะปล่อยให้เกิดปัญหา...มากกว่านี้ไม่ได้....จะต้อง..หยุดแกเสีย...น่ารำคาญชะมัด...”

สโลธถูกส่งตัวมากำจัดโอลิเวียร์แต่นายพลสาวก็ไม่พรั่นพรึงแต่อย่างใด
“ตอนนี้มีตำแหน่งว่างเพิ่มอีกที่แล้วสินะ...ขอบใจมากโฮมุนคูลัส..ขอบใจที่ทำให้ฉัน..ผู้สืบทอดสายเลือดสูงส่งของตระกูลอาร์มสตรองไม่ต้องแปดเปื้อนกับเลือดของสวะพรรค์นั้น!!”

โอลิเวียร์ยิ้มท้าทายพร้อมชักดาบขึ้นเผชิญหน้ากับโฮมุนคูลัสร่างยักษ์อย่างองอาจ

 

 

 

ขณะเดียวกันพวกเอ็ดกำลังต่อสู้กับกองทัพทหารซองบี้อย่างดุเดือด  ทว่าแม้ว่าจะโจมตีรุนแรงขนาดไหนทหารเหล่านั้นก็ฟื้นขึ้นมาได้ราวกับมีชีวิตอมตะ  

“..พวกนี้เป็นตุ๊กตา..เป็นหุ่นที่มีวิญญาณสิงสถิตอยู่”
“..นายหมายถึงพวกนี้เป็นเหมือนอัลฟอนส์ใช่ไหม  แล้วจะหยุดมันได้ไงล่ะ”  เจลโซถามเอ็ดด้วยความร้อนใจที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ฆ่าซอมบี้เหล่านี้ไม่ตาย  แถมเรี่ยวแรงของพวกตนก็ถดถอยลงไปทุกที

ซอมบี้บางตนที่รู้ตัวว่าสู้พวกเอ็ดไม่ได้ก็พยายามหนี  เอ็ดจึงใช้วิชาแปรธาตุสร้างผนังปกคลุมประตูเพื่อปิดทางเข้าออก  พรรคพวกทุกคนเห็นด้วยกับแผน “ปิดประตูตีแมว” ของเอ็ดเพราะพวกเขาไม่อาจปล่อยให้ซอมบี้พวกนี้เล็ดลอดเข้าไปสร้างความวุ่นวายในเมืองได้


“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้านั่นจะสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้...”

เอ็ดพูดขณะที่มองไปยังประตูสลักลวดลายวงเวทย์ที่เปิดแง้มอยู่เบื้องหลังกองทัพซอมบี้  เด็กหนุ่มและพรรคพวกจะต้องฝ่ากองทหารอมตะนี้ไปให้ได้เพื่อจะได้เผชิญหน้ากับท่านพ่อ  นายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังแผนชั่วร้ายทั้งปวง...

 

 

 

ณ ห้องลับแหล่งกบดานของเหล่าโฮมุนคูลัส  ท่านพ่อนั่งอยู่ในห้องเพียงลำพัง  ท่านพ่อสัมผัสได้ว่ามีผู้บุกรุกเล็ดลอดเข้ามาได้สำเร็จ  ท่านพ่อจึงทักผู้มาเยือน..เพื่อนเก่าที่คุ้นเคยของตน...

“แกมาคนเดียวเหรอ...ฉันหวังให้สองพี่น้องมากับแกด้วย”

“ไม่จำเป็นต้องยกโขยงมาเพื่อทำโทษเด็กไม่ดีแค่คนเดียวหรอก...จริงมั๊ยสหายตัวจ้อยจากหลอดแก้ว...”  
โฮเอนไฮม์ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาท่านพ่อพลางผิวปากอย่างสบายอารมณ์  ท่านพ่อเหลือบมองโฮเอนไฮม์ที่ยิ้มให้ตนอย่างท้าทายแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับโฮเอนไฮม์จากบนบัลลังก์

“ทาสหมายเลข 23...คราวก่อนแกให้ร่างกายส่วนหนึ่งกับฉัน  คราวนี้ฉันจะทำให้แกกลายเป็นส่วนหนึ่งของฉันให้ได้!!”

ในที่สุดเพื่อนเก่าทั้งสองก็กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในศึกสุดท้ายที่ตัดสินชะตากรรมของอเมสทริส!!

 

 

 

ปล. น้องเท่ห์ห์ห์ห์ห์ห์ ------ >///<

ปปล. ชอบมุกตอนนี้อีกแล้วค่า (คุณวัวปล่อยมุกให้อมยิ้มทุกตอนเลย) --> ชอบตอนที่เจลโซโดนกัดที่คอแต่ไม่เข้า แล้วเจลโซก็พูดว่า โชคดีที่เกิดมาอ้วน

แล้วก็ชอบที่ถั่วบอกว่าพอสการ์เห็นด้วยก็ชักจะไม่ชอบแผนซะแล้ว  พูดได้สมเป็นถั่วจริง ๆ ไม่มีหลุดคาแรคเตอร์เลย XD

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้องอัลเป็นคนดีอีกแล้ว
เจ๊โอลิเวียร์ก็เท่ห์
ตอนนี้เหมือนเป็นการปูเนื้อเรื่องเลยนะคะ ตอนหน้าบู๊กันมันแน่
ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะcry

ปล.เห็นเอ็ดพูดถึงตาหนวดแล้วเผลอนึกไปถึงคุณพี่ฟรานซิส
^^"

#1 By bel on 2009-01-12 07:51

น้องอัลเทห์มากๆ ป๋าโฮเจอกับท่านพ่อแล้ว เรื่องมันสนุกขึ้นเรื่อยๆแล้ว ขอบคุณครับที่แปลให้อ่าน
ปล.เมื่อไรเล่ม 19 จะออกฟร้า~!

#2 By L-Justice on 2009-01-12 16:41

ผมว่าเนื้อเรื่องมันเริ่มงวดเข้ามาแล้วนะครับ ปริศนาหลายๆ อย่างก็เริ่มคลี่คลายแล้ว โฮเอนไฮม์กับท่านพ่อก้ได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งแล้ว อีกไม่กี่เล่ม ก็น่าจะถึงบทสรุปแล้วล่ะมังครับ

ขอบคุณที่มาโพสท์สปอยล์ให้อ่านกันน่ะครับ

#3 By PlaNaRiA on 2009-01-12 17:10

อัลเลเวลอัพ!! เจ๊โอลิเวียร์เท่ห์ไม่แพ้ริซ่าเลย << อ่า คิดถึงท่านริซ่า T T

เอ็นวี่รีเทิร์น =*= เหอะๆๆ เป็นลูกน้ำก็ดีอยู่แล้ว น่ารัก(?)

ขอบคุณสำหรับคำแปลนะคะ ^^ สนุกมากๆ
น้องอัลเท่จริงจัง~!!
อ.ฮิโรมุปล่อยมุขได้แม้แต่ตอนที่เนื้อเรื่องกำลังเครียดๆ
555

เมื่อไหร่ เล่ม19 จะออกกกกกกก



พี่ปาล์มขยันอัพจัง

ผิดกะแพรเลย
แพรนี่...ใกล้จะสอบอยู่แล้วยังทำตัวเฉื่อยๆแบบนี้อยู่เลย

5555+
(ไม่ได้สำนึกเล้ยยยย)

#5 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2009-01-12 18:56

น้องอัลเท่จริงจัง~!!
อ.ฮิโรมุปล่อยมุขได้แม้แต่ตอนที่เนื้อเรื่องกำลังเครียดๆ
555

เมื่อไหร่ เล่ม19 จะออกกกกกกก



พี่ปาล์มขยันอัพจัง

ผิดกะแพรเลย
แพรนี่...ใกล้จะสอบอยู่แล้วยังทำตัวเฉื่อยๆแบบนี้อยู่เลย

5555+
(ไม่ได้สำนึกเล้ยยยย)

#6 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2009-01-12 18:56

^^

ขอบคุณฮะพี่ปาล์ม~

แพรก็ชอบอ่านเหมือนกันนะหนังสือกลอนของใยไหม

สั่งสมประสบการณ์จากหนังสือพวกนี้นี่เอง 555+

สมัยพี่ยังเป็นสาวนี่นานขนาดนั้นเลยเหรอ????

555

#7 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2009-01-12 21:14

มันส์ขึ้นเรื่อยๆแล้วแฮะ
ดีใจที่เอ้นวี่กลับมา
เป็นตัวหนอนตั้งนาน 555+

คิมบลี่ย์ของชั้นยังดูโรคจิตเช่นเคย
cry
คุณวัสสุดยอดดดดดดดดดดดด
ปล. ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะขอรับ =w=

#9 By แมวหัวหอม (58.8.91.78) on 2009-01-13 19:48

อ๊าก เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ใกล้จบแล้วสินะ
ม่ายยยยยยยยยย

#10 By H][m@w@t on 2009-02-01 14:51