FMA 90 The Immortal Army

posted on 12 Dec 2008 22:27 by palmcj  in Alchemic-world

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรค่ะ  ชอบป่วยช่วงนี้ของเดือนอยู่เรื่อย (ไหนว่าคนบ้าไม่ป่วยไง orz!!)

อ่านตอนนี้แล้วบรรยายไม่ถูกค่ะ  สนุกมาก  ลึกล้ำสุด ๆ คุณวัวทำเราอึ้งได้อีก =A=

ปล. หน้าเปิดสีขอไม่แปะนะคะ  เพราะแค่นี้ก็รู้สึกว่าลงเยอะแล้ว (ตอนนี้เลือกรูปยากจริง ๆ ค่ะ)  ส่วนหน้าแถมเป็นเปิดโหวตตัวละครครั้งที่สามจะแปะตอนท้ายนะคะ แล้วก็มีโปสเตร์โปรโมตอนิเมะก็จะไว้ตอนท้ายเช่นกัน ^^

 

Chapter 90  The Immortal Army

ขณะที่ทั้งเมืองเซ็นทรัลกำลังวุ่นวายด้วยการก่อการของรอยและพรรคพวก  พวกเอ็ดก็รอจังหวะในการบุกอยู่ในป่า  รันฟานซึ่งสังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้มองเห็นควันลอยออกมาจากทั่วเมืองเซ็นทรัลและได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย  เอ็ดจึงรู้ว่ารอยได้ปฏิบัติการตามแผนแล้ว  เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจอาศัยความชุลมุนที่พวกรอยทำไว้ลักลอบเข้าไปยังไต้ดินของเซ็นทรัลซึ่งเป็นแหล่งกบดานของเหล่าโฮมุนคูลัสเพื่อทำลายทิ้งให้สิ้นซากก่อนที่ท่านพ่อจะกระตุ้นวงแหวนเวทย์ที่สลักไว้บนแผ่นดินอเมสทริสให้ทำงาน...

โฮเอนไฮม์เห็นด้วยกับความคิดของลูกชาย  เพราะแม้โฮเอนไฮม์จะเตรียมการรับมือวงแหวนเวทย์ที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานไว้เรียบร้อยแล้ว  แต่จะดีที่สุดหากสามารถป้องกันไม่ให้ท่านพ่อได้ทำตามที่ปรารถนา

“...แม้เจ้านั่นจะเติบโตขึ้นมากแล้ว  แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตกะจ้อยร่อยในหลอดทดลองเช่นในอดีต...ถ้าเราทำลายภาชนะที่โอบล้อมเจ้านั่นได้เจ้านั่นก็จะตาย...และวิญญาณของชาวคูเซลเซสที่เจ้านั่นจองจำไว้ในตัวก็จะถูกปลดปล่อย...”


ซันปาโน่สงสัยว่าจะลงไปยังใต้ดินได้อย่างไร  สการ์ตอบว่าตนรู้ว่าทางเข้าอยู่ที่ไหนเพราะก่อนหน้านี้สการ์กับเหม่ยได้ลักลอบเข้าไปยังแหล่งกบดานของท่านพ่อมาแล้ว  และแม้ที่นั่นจะมีคิเมร่ากระหายเลือดนับไม่ถ้วนคอยเฝ้าอยู่ แต่สัตว์ประหลาดเหล่านั้นคงไม่ครนามือพวกตนแต่อย่างใด...

พวกเอ็ดตกลงให้เฮนเคลซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับไพรด์ มาร์โก และโยกิ  คอยเฝ้าโดมที่ขังไพร์ดและอัลเอาไว้  มาร์โกรับปากพร้อมทั้งบอกว่าจะรออยู่ที่เดิมจนกว่าฝูที่ไปสังเกตการณ์ในเซ็นทรัลจะกลับมา

ก่อนออกเดินทางเอ็ดเดินไปที่โดมเพื่อบอกลาอัล  อัลกำชับให้พี่ชายระวังตัว  
“อืม...” เอ็ดรับคำพร้อมใช้มือขวาเคาะผนังโดมเพื่อลาน้องชาย  อัลเคาะผนังตอบจากด้านในด้วยความเป็นห่วง...

ขณะเดียวกันไพร์ดที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของโดมกำลังใช้กิ่งไม้เคาะหัวของอัลเป็นจังหวะในความมืด...

 

 

 

เมื่อโอลิเวียร์แสดงอาการกระด้างกระเดื่องต่อกองทัพอย่างชัดเจน  นายทหารระดับสูงสมุนของท่านพ่อก็หันปากกระบอกปืนไปทางโอลิเวียร์พร้อมสั่งให้ถอนกำลังบริกส์ออกจากเซ็นทรัลทันที  แต่นายพลสาวก็ไม่ยี่หระ  โอลิเวียร์ถามนายทหารอย่างเยือกเย็นว่ารู้เรื่องจุดประสงค์และแผนการของท่านพ่อหรือไม่  และรู้หรือไม่ว่าเพื่อการนั้นอเมสทริสต้องเสียอะไรไปบ้าง...

“พวกเรารู้อยู่แล้ว...เราซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเลือกจะไต่เต้าขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ขณะที่อเมสทริสเปลี่ยนแปลงโลกนี้...การเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความเจ็บปวดเสมอ..ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจนะ”

สิ้นคำของนายทหาร  โอลิเวียร์ก็พึมพำว่าเหล่าสมุนของท่านพ่อต่างก็กู่ไม่กลับเสียแล้ว  โอลิเวียร์ชักดาบสปริงขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับปล่อยคมดาบออกมาจากฝัก  ดาบยาวคมกริบพุ่งเข้าเฉือนเนื้อที่แขนขวาของผู้ปองร้ายอย่างแม่นยำและรวดเร็ว  ปืนที่จี้ไปยังโอลิเวียร์ร่วงหลุดจากมือของนายทหาร  นายพลสาวจึงใช้มือซ้ายฉวยปืนเอาไว้แล้วหันปากกระบอกไปยังทหารอีกคนหนึ่งทันที

โอลิเวียร์พลิกสถานการณ์มาเป็นผู้ได้เปรียบได้ในชั่วพริบตาด้วยฝีมือและสัญชาติญาณของนักสู้แห่งบริกส์

“คนอย่างพวกคุณเอาแต่นั่งสั่งการ..จับตาดูสมรภูมิอยู่อย่างสุขสบายในที่ปลอดภัย..ห่างไกลจากสนามรบ...คอยสร้างความเจ็บปวดทรมานให้คนอื่นเพียงเพื่อไต่เต้าสู่ยศถาบรรดาศักดิ์..”


“คุณเองก็เป็นกบฏเหมือนกันหรือ..อาร์มสตรอง” นายทหารถามโอลิเวียร์ด้วยเสียงสั่นเครือ

“คงงั้นมั๊ง...มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร  ฉันอาจจะได้เป็นวีรสตรี...แต่ไม่ใช่วีรสตรีหน่อมแน้มไร้ประโยชน์อย่างวีรบุรุษแห่งสงครามอิชวาลแน่ ๆ”  


ทันทีที่พูดจบ  โอลิเวียร์ก็ลั่นไกปืน  กระสุนพุ่งเข้ากลางหน้าผากของนายทหารผู้ทะเยอทะยานจนตายคาที่...


ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าห้องได้ยินเสียงปืนก็เข้ามาในห้องทันที  ภาพนายทหารระดับสูงนอนตายอยู่ข้างหลังโอลิเวียร์ที่มือซ้ายถือปืน  มือขวากำดาบที่เสียบอยู่ที่แขนของนายทหารระดับสูงอีกคนหนึ่ง สร้างความตกตะลึงให้ทหารที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก  กระนั้นสีหน้าของนายพลสาวก็ยังเยือกเย็นไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย...

 

 

 

อเล็กซ์ หลุยส์ อาร์มสตรอง กำลังสั่งการทหารเพื่อจัดการกับความวุ่นวายที่รอยก่อขึ้น  ควันจากระเบิดที่รีเบกก้าใช้ลอยคลุ้งไปทั่วทำให้บรอชตามกลุ่มควันมายังที่เกิดเหตุ  เมื่อชายหนุ่มเห็นอเล็กซ์ก็ร้องทักทันที

อเล็กซ์บอกบรอชว่าพวกรอยก่อความวุ่นวายขึ้นทั่วเซ็นทรัลโดยจับคุณนายแบรดเล่ย์เป็นตัวประกัน  อีกทั้งยังดัดแปลงรถขนไอศกรีมที่ขโมยมาเป็นคลังอาวุธขับหนีไปกบดานยังที่ปลอดภัยแล้ว  และตอนนี้กำลังพลจากบริกส์ที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นก็ร่วมมือกับพวกรอยโจมตีกองทัพเซ็นทรัล

“...เจ้าบ้านั่น  ตอนแรกก็ฆ่าผู้กองรอส  คราวนี้ก็ภรรยาผบ.สูงสุด...หมอนั่นมันปีศาจในคราบมนุษย์ชัด ๆ...”
บรอชสบถออกมาด้วยความเกลียดชังรอย  เพราะชายหนุ่มคิดว่ารอยเป็นผู้สังหารรอสอย่างโหดเหี้ยม...

ทันใดนั้นเอง  ทหารนายหนึ่งเข้ามารายงานอเล็กซ์เรื่องโอลิเวียร์  เมื่อได้รับรู้ถึงวีรกรรมของโอลิเวียร์ อเล็กซ์ถึงกับเหงื่อตกด้วยความตกตะลึงในความบ้าบิ่นของพี่สาวคนโต  

เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของฝูซึ่งแฝงตัวอยู่กับชาวเมืองคอยติดตามความเคลื่อนไหวของรอย กองทัพ และตามหากรีด

“...อืม..สถานการณ์พัฒนาไปเร็วกว่าที่คิด...ตอนนี้จำเป็นต้องหาองค์ชายให้เจอ...กรีดกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนกันแน่นะ...”

ฝูไม่สามารถหาตัวกรีดโดยอาศัยสัมผัสของพลังชี่ตามปกติ  เพราะพลังชี่ทั้งหมดในเมืองถูกกลบด้วยชี่ขนาดมหึมาจากใต้ดิน  และพลังนั้นดูเหมือนจะเติบโตขึ้นกว่าที่เคยสัมผัสได้เมื่อวานอีกด้วย

ลึกลงไปใต้ดิน  ท่านพ่อนั่งอย่างสงบบนบัลลังก์ที่มีสายและท่อระโยงระยางอยู่มากมายโดยมีสโลธหลับอย่างเกียจคร้านอยู่ข้าง ๆ  เสียงประหลาดดังก้องออกมาจากท่อซึ่งเชื่อมโยงไปทั่วใต้ดินของเซ็นทรัล  บรรดาสัตว์ต่างมีปฏิกิริยาต่อเสียงนั้น  กระทั่งหมาที่เดินอยู่กลางเมืองยังเห่าใส่พื้นดินที่อย่างหวาดระแวง  หากแต่ไม่มีมนุษย์คนไหนสัมผัสถึงกลิ่นไอแห่งความชั่วร้ายนั้นได้เลย...

แหล่งกำเนิดเสียงประหลาดนั้นอยู่ในป่าชานเมือง...ในโดมที่ขังไพร์ดกับอัลเอาไว้นั่นเอง  ไพร์ดใช้กิ่งไม้เคาะหัวโลหะของอัลเป็นจังหวะเพื่อส่งรหัสมอสไปตามท่อเพื่อส่งข่าวให้ท่านพ่อรู้...เมื่อรู้สถานการณ์ของไพรด์ประมุขแห่งความชั่วร้ายก็ลืมตาขึ้น  สายตานั้นเย็นเยียบและดุดัน...

 

 

 

พวกเอ็ดไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปใต้ดินโดยใช้ทางที่สการ์เสนอได้เพราะบริเวณนั้นมีทหารลาดตะเวนอยู่อย่างแน่นหนา  ทันใดนั้นเอ็ดก็นึกขึ้นได้ว่าสามารถลงไปใต้ดินทางห้องทดลองที่สามอันเป็นที่ที่รอยสู้กับลัสท์ได้เช่นกัน  หน้าสถาบันทดลองที่สามมีทหารยามอยู่สามนาย  ซันปาโน่และเกอโซตั้งใจจะใช้กำลังจัดการแต่เอ็ดห้ามเอาไว้โดยบอกว่าจะใช้กลอุบายเล่นงานทหารเหล่านั้นแทน...

ว่าแล้วเอ็ดก็วิ่งถลาไปทางทหาร ชูนาฬิกาพกขึ้นแล้วตะโกนว่าตนเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุทางการที่กำลังถูกสการ์ไล่ล่าจึงมาขอความช่วยเหลือจากทหาร  ทหารเหลือบไปเห็นซันปาโน่และเกอโซแล้วจำได้ว่าเป็นคนที่ทางการต้องการตัวจึงพยายามจะจับกุม  เอ็ดจึงอาศัยจังหวะนั้นเข้าโจมตีทหารยามทั้งหมดที่หัวจนสลบคาที่  

เมื่อเข้าไปในสถาบันทดลองได้แล้ว  เอ็ดก็ใช้วิชาแปรธาตุสร้างประตูขึ้นที่ผนัง  ภายหลังบานประตูคือเส้นทางสู่แหล่งกบดานของท่านพ่อนั่นเอง

เอ็ดเสนอให้แยกกันตามหาท่านพ่อ  โฮเอนไฮม์เห็นด้วยจึงให้สการ์และคิเมร่าอีกสามตนไปกับเอ็ด  ส่วนตนจะไปกับรันฟานเพียงสองคน  ตอนแรกเอ็ดโวยวายที่ต้องร่วมทางกับสการ์  โฮเอนไฮม์จึงให้เหตุผลว่าทั้งสองทีมจำเป็นต้องมีคนที่ใช้วิชาแปรธาตุได้  นอกจากนี้วิชาของสการ์ยังเป็นประโยชน์ต่อเอ็ดที่ไม่สามารถใช้วิชาแปรธาตุต่อหน้าท่านพ่อได้อีกด้วย

“...แต่พ่อเป็นกรณีพิเศษ (สามารถใช้วิชาแปรธาตุสู้กับท่านพ่อได้)  พ่อดูแลตัวเองได้  ฉะนั้นทีมของพ่อจอแค่ตัวพ่อกับบอดี้การ์ดสักคนก็พอ...งั้นขอแม่หนูจากชินเป็นเพื่อนร่วมทางแล้วกัน”

โฮเอนไฮม์กำชับว่าทีมไหนเจอท่านพ่อก่อนให้ใช้ทุกวิถีทางเอาชนะท่านพ่อให้ได้  

เมื่ออยู่กับรันฟานตามลำพังโอเอนไฮม์ก็ถามหญิงสาวว่าต้องการตามหาหลินใช่ไหม  รันฟานผงกหัวเป็นเชิงยอมรับ  โฮเอนไฮม์จึงบอกให้รันฟานแยกตัวไปตามหาหลินพลางยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน...

“...ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราหรอก..เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอไม่ใช่เหรอ”

รันฟานกล่าวของคุณโฮเอนไฮม์ด้วยความตื้นตันแล้วแยกตัวออกตามหาหลินทันที

 

 

 

ใต้ดินของเซ็นทรัลใกล้ ๆ กับที่ที่พวกเอ็ดอยู่...การทดลองสร้างกองทัพอมตะที่ทางกองทัพทำอยู่อย่างลับ ๆ ดำเนินไปตามปกติ  ทันใดนั้นเองนายพลคนหนึ่งก็บุกเข้ามาในห้องทดลองด้วยความโกรธจัดที่ทางกองทัพไม่สามารถจัดการกับพวกรอยได้เสียที  นายพลเฒ่าตรงไปยังห้องควบคุมการถ่ายวิญญาณจากหินนักปราชญ์เข้าสู่หุ่นทหารไร้วิญญาณโดยไม่สนคำทัดทานของเจ้าหน้าที่ห้องทดลองที่ว่าการทดลองถ่ายวิญญาณยังไม่สมบูรณ์

“ถ้าไม่ใช้กองทัพอมตะตอนนี้แล้วจะใช้ตอนไหน  สถานการณ์แบบนี้แหละเป็นเหตุผลที่เราสร้างหินนักปราชญ์ทั้งหมดนี่ขึ้นมา!!”

ทันทีที่นายพลโยกคันบังคับเพื่อถ่ายวิญญาณจากหินนักปราชญ์ในหลอดทดลองขนาดมหึมาไปยังหุ่นทหารนับไม่ถ้วนที่แขวนห้อยหัวอยู่ในห้องเก็บหุ่น  ดวงตาที่มีอยู่เพียงดวงเดียวกลางหน้าผากหุ่นก็เบิกโพลงขึ้น  ปากที่เคยปิดก็อ้าออกพร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูไปทั่วบริเวณ

“..เจ็บจัง...”
“..แม่จ๋า?...”
“..ช่วยด้วย...”
“..หิวจัง...”
“..พ่อจ๋า...”
“..พ่อ...”

หุ่นทหารกระโจนจากเพดานลงสู่พื้น  ทุกตนเดินเอียงคอ  น้ำลายไหลยืด และร้องครวญครางเหมือนคนวิกลจริต ไปโอบล้อมนายพลและเจ้าหน้าที่ห้องทดลองเอาไว้

 

 

 

นายพลเฒ่าย่ามใจที่หุ่นทหารเรียกหาพ่อ  จึงบอกว่าตนนี่แหละเป็นพ่อผู้ให้ชีวิตกับพวกมัน...
“..พะ..พ่อ..?”

หุ่นทหารแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว  น้ำลายไหลยืดออกมาออกมาอย่างหิวกระหาย  แล้วพุ่งเข้างับคอนายพลอย่างไม่ทันตั้งตัว  เมื่อหุ่นตนหนึ่งได้ลิ้มรสเลือดมนุษย์  หุ่นตัวอื่น ๆ ต่างก็กระโจนเข้าฉีกเนื้อมนุษย์ทุกคนในห้องทดลองกินอย่างหิวกระหาย  แม้จะถูกเจ้าหน้าที่ที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวยิงเข้าจุดตาย หุ่นเหล่านั้นก็ไม่ยี่หระแต่อย่างใด  เจ้าหน้าที่ทุกคนในห้องทดลองจึงถูกกองทัพซอมบี้กัดกินอย่างโหดเหี้ยม

 

 

 

พวกเอ็ดเดินสำรวจมาถึงห้องที่แบรี่ เดอะชอปเปอร์  ตายเมื่อรอยสู้กับลัสท์  ในห้องนั้นมีประตูบานใหญ่ที่สลักวงเวทย์เอาไว้  เอ็ดพยายามออกแรงเปิดประตูแต่ไม่เป็นผล  แต่แล้วประตูก็ค่อย ๆ แง้มออกอย่างช้า ๆ เหมือนมีคนเปิดจากอีกฟากของประตู  เอ็ดยืนตะลึงอย่างคาดไม่ถึง

ทันใดนั้นเองกองทัพซอมบี้กระหายเลือดก็กรูกันออกจากประตูแล้วถลาเข้าหาพวกเอ็ด “เหยื่อ” รายต่อไปอย่างหิวกระหาย

 

 

 

เวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่อัลถูกขังอยู่ในโดมกับไพร์ด  เฮนเคลได้ยินเสียงประหลาดดังก้องออกจากโดมไม่หยุดจึงถามอัลว่าทำอะไรกันอยู่  อัลตอบว่าเซริมกำลังเล่นโดยใช้ไม้เคาะหัวโลหะของตน  เฮนเคลฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่าปีศาจเจ้าเล่ห์อย่างไพร์ดต้องมีเจตนาไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน...

“...หยุดเจ้านั่นซะ อัลฟอนส์  อย่าให้มันเคาะส่งเสียงได้อีก...นั่นมันรหัสมอสที่กองทัพใช้ในการสื่อสาร...เจ้านั่นกำลังบอกที่อยู่ของเราให้ศัตรู...”

ยังไม่ทันสิ้นคำเตือนของเฮนเคล  คิมลี่ย์ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังพร้อมใช้วิชาแปรธาตุระเบิดโดมเพื่อปล่อยไพร์ดพร้อม ๆ กับปลิดชีวิตของคิเมร่าผู้เคราะห์ร้ายอย่างไม่ทันตั้งตัว

“..ขอบใจที่มาช่วยฉัน..คิมลี่ย์...ฉันสัญญาว่าจะไม่อ่อนข้อให้พวกมันอีกแล้ว...”

อัลฟอนส์กลับสู่ห้วงแห่งวิกฤติอีกครั้งเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของเสือและหมาป่า!!

 

 

 

หน้าแถมค่ะ (จะกลับมาอีดิทคำแปลถ้าอยากให้ลงนะคะ ^^')

 

 

 

โปสเตอร์ค่ะ

 

 

 

ปกเล่ม 21

 

 

 

จบแล้วค่ะ  ตอนนี้ช่างคิดจริง ๆ รหัสมอส อืม....

อัลช่างอินโนเซ้นส์จริง ๆ บอกเฮนเคลว่าไพร์ก็แค่นั่งเล่น OTL

 

น้องอันตรายอีกแล้ว  ;A;

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า ไพรด์นึกว่าเด็กดี...จะว่าไปเรื่องนี้มันหักเหลี่ยมโฉดทั้งเรื่องเลยนะเนี่ย -*-

#1 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-12-13 00:09

อร๊ากกก ก่อนอื่นขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ที่แปลมาให้อ่าน

อ่านไปก้อลุ้นไป ตอนสุดท้ายเซริม(ไพรด์)บ้าจี้ซะงั้น
กลายเป็นเด็กไม่ไดีไปได้ ไม่น่ารักเลยwink
อัลฟองเซ่ตกอยู่ในอันตรายอีกแล้ว ว
ไม่น๊า าา

#2 By FlebilE13 on 2008-12-13 01:16

โธ่ถัง ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านครับ

#3 By แมวหัวหอม (58.8.97.75) on 2008-12-13 13:28

--ขอบคุณมากมากค่าไพรด์เด็กดีอยู่มาหลายสิบปีรหัสแค่นี่จิ๊บๆมาก หนูอัลแย่ละปี่ขาช่วยด้วย

#4 By ฮิคา ซาอิ (125.26.76.136) on 2008-12-13 21:26

อาจารย์วัวววววววววววว จะอาฆาตแกตลอดชีวิต เห็นหัวใจของแฟนคลับน้องอัลเป็นของเล่นเรอะะะ
ตอนแรกเห็นไพรด์โดนขังก็สงสาร พอตอนนี้..อืมส์ ตายซะเถอะ คิมบลี่ย์ด้วย เกลียดพวกแก๊ แก๊ แก๊
ขอบคุณมากๆเลยคับพี่ ที่แปลมาให้อ่านกันอีกแล้ว XD ใจดีจริงๆ ถ้าไม่มีพี่แปลให้อ่านกัน ไม่รู้ความเป็นไปของน้องเลยนะนี่ ฮา
ปล. ปก21เชือดเฉือนใจมากครับ...รวดร้าว ;_;

#5 By Rebirth[KAOS] on 2008-12-14 01:59

เจ๊โอลิเวียร์เท่ห์
เห็นไพรด์นั่งเคาะกิ่งไม้อยู่ก็คิดเหมือนกันว่าคงกำลังคิดแผนอะไรอยู่แน่ แต่ไม่นึกว่าจะใช้ไม้นี้
เอ็ด ตำแหน่งนักแปรธาติของทางการเอาไว้ใช้แบบนี้เองสินะ ขำท่านกกระเรียนเหินหาวในช่องสุดท้าย 555+
ป๋ารอยได้ที่สองตลอดเลยเหรอคะ เปลี่ยนชื่อเป็นผู้พันที่สองดีมั้ยนะ (ฮา)
ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะcry

ปล.ขอถามหน่อยค่ะ อนิเมที่จะฉายนี่เป็นตอนใหม่ต่อจากคราวที่แล้วเหรอคะembarrassed

#6 By bel on 2008-12-14 06:04

อาจารย์ท่านจะให้ระทึกมันทุกตอนเลยใช่มั๊ยคะ!!

อ๊ากกกกกกกก อัลจะเป็นยังไงเนี่ยยยยย แล้วหัวเมื่อไหร่จะมา (ไม่ใช่และ = =;;)

ขอบคุณที่แปลมาฝากอีกเช่นเคยค่ะ ><

ปล.โปสเตอร์!!!!!
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!

คิมบลี่ย์ของช้านนนนนนนนนนนนนนนนน!!

ในที่สุดก็กลับมาแว้วววววว!!!!