FMA 90 The Immortal Army
posted on 12 Dec 2008 22:27 by palmcj in Alchemic-world
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรค่ะ ชอบป่วยช่วงนี้ของเดือนอยู่เรื่อย (ไหนว่าคนบ้าไม่ป่วยไง orz!!)
อ่านตอนนี้แล้วบรรยายไม่ถูกค่ะ สนุกมาก ลึกล้ำสุด ๆ คุณวัวทำเราอึ้งได้อีก =A=
ปล. หน้าเปิดสีขอไม่แปะนะคะ เพราะแค่นี้ก็รู้สึกว่าลงเยอะแล้ว (ตอนนี้เลือกรูปยากจริง ๆ ค่ะ) ส่วนหน้าแถมเป็นเปิดโหวตตัวละครครั้งที่สามจะแปะตอนท้ายนะคะ แล้วก็มีโปสเตร์โปรโมตอนิเมะก็จะไว้ตอนท้ายเช่นกัน ^^
Chapter 90 The Immortal Army
ขณะที่ทั้งเมืองเซ็นทรัลกำลังวุ่นวายด้วยการก่อการของรอยและพรรคพวก พวกเอ็ดก็รอจังหวะในการบุกอยู่ในป่า รันฟานซึ่งสังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้มองเห็นควันลอยออกมาจากทั่วเมืองเซ็นทรัลและได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย เอ็ดจึงรู้ว่ารอยได้ปฏิบัติการตามแผนแล้ว เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจอาศัยความชุลมุนที่พวกรอยทำไว้ลักลอบเข้าไปยังไต้ดินของเซ็นทรัลซึ่งเป็นแหล่งกบดานของเหล่าโฮมุนคูลัสเพื่อทำลายทิ้งให้สิ้นซากก่อนที่ท่านพ่อจะกระตุ้นวงแหวนเวทย์ที่สลักไว้บนแผ่นดินอเมสทริสให้ทำงาน...
โฮเอนไฮม์เห็นด้วยกับความคิดของลูกชาย เพราะแม้โฮเอนไฮม์จะเตรียมการรับมือวงแหวนเวทย์ที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จะดีที่สุดหากสามารถป้องกันไม่ให้ท่านพ่อได้ทำตามที่ปรารถนา
“...แม้เจ้านั่นจะเติบโตขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตกะจ้อยร่อยในหลอดทดลองเช่นในอดีต...ถ้าเราทำลายภาชนะที่โอบล้อมเจ้านั่นได้เจ้านั่นก็จะตาย...และวิญญาณของชาวคูเซลเซสที่เจ้านั่นจองจำไว้ในตัวก็จะถูกปลดปล่อย...”
ซันปาโน่สงสัยว่าจะลงไปยังใต้ดินได้อย่างไร สการ์ตอบว่าตนรู้ว่าทางเข้าอยู่ที่ไหนเพราะก่อนหน้านี้สการ์กับเหม่ยได้ลักลอบเข้าไปยังแหล่งกบดานของท่านพ่อมาแล้ว และแม้ที่นั่นจะมีคิเมร่ากระหายเลือดนับไม่ถ้วนคอยเฝ้าอยู่ แต่สัตว์ประหลาดเหล่านั้นคงไม่ครนามือพวกตนแต่อย่างใด...
พวกเอ็ดตกลงให้เฮนเคลซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับไพรด์ มาร์โก และโยกิ คอยเฝ้าโดมที่ขังไพร์ดและอัลเอาไว้ มาร์โกรับปากพร้อมทั้งบอกว่าจะรออยู่ที่เดิมจนกว่าฝูที่ไปสังเกตการณ์ในเซ็นทรัลจะกลับมา
ก่อนออกเดินทางเอ็ดเดินไปที่โดมเพื่อบอกลาอัล อัลกำชับให้พี่ชายระวังตัว
“อืม...” เอ็ดรับคำพร้อมใช้มือขวาเคาะผนังโดมเพื่อลาน้องชาย อัลเคาะผนังตอบจากด้านในด้วยความเป็นห่วง...
ขณะเดียวกันไพร์ดที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของโดมกำลังใช้กิ่งไม้เคาะหัวของอัลเป็นจังหวะในความมืด...
เมื่อโอลิเวียร์แสดงอาการกระด้างกระเดื่องต่อกองทัพอย่างชัดเจน นายทหารระดับสูงสมุนของท่านพ่อก็หันปากกระบอกปืนไปทางโอลิเวียร์พร้อมสั่งให้ถอนกำลังบริกส์ออกจากเซ็นทรัลทันที แต่นายพลสาวก็ไม่ยี่หระ โอลิเวียร์ถามนายทหารอย่างเยือกเย็นว่ารู้เรื่องจุดประสงค์และแผนการของท่านพ่อหรือไม่ และรู้หรือไม่ว่าเพื่อการนั้นอเมสทริสต้องเสียอะไรไปบ้าง...
“พวกเรารู้อยู่แล้ว...เราซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเลือกจะไต่เต้าขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ขณะที่อเมสทริสเปลี่ยนแปลงโลกนี้...การเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความเจ็บปวดเสมอ..ทำไมคุณถึงไม่เข้าใจนะ”
สิ้นคำของนายทหาร โอลิเวียร์ก็พึมพำว่าเหล่าสมุนของท่านพ่อต่างก็กู่ไม่กลับเสียแล้ว โอลิเวียร์ชักดาบสปริงขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับปล่อยคมดาบออกมาจากฝัก ดาบยาวคมกริบพุ่งเข้าเฉือนเนื้อที่แขนขวาของผู้ปองร้ายอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ปืนที่จี้ไปยังโอลิเวียร์ร่วงหลุดจากมือของนายทหาร นายพลสาวจึงใช้มือซ้ายฉวยปืนเอาไว้แล้วหันปากกระบอกไปยังทหารอีกคนหนึ่งทันที
โอลิเวียร์พลิกสถานการณ์มาเป็นผู้ได้เปรียบได้ในชั่วพริบตาด้วยฝีมือและสัญชาติญาณของนักสู้แห่งบริกส์
“คนอย่างพวกคุณเอาแต่นั่งสั่งการ..จับตาดูสมรภูมิอยู่อย่างสุขสบายในที่ปลอดภัย..ห่างไกลจากสนามรบ...คอยสร้างความเจ็บปวดทรมานให้คนอื่นเพียงเพื่อไต่เต้าสู่ยศถาบรรดาศักดิ์..”
“คุณเองก็เป็นกบฏเหมือนกันหรือ..อาร์มสตรอง” นายทหารถามโอลิเวียร์ด้วยเสียงสั่นเครือ
“คงงั้นมั๊ง...มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ฉันอาจจะได้เป็นวีรสตรี...แต่ไม่ใช่วีรสตรีหน่อมแน้มไร้ประโยชน์อย่างวีรบุรุษแห่งสงครามอิชวาลแน่ ๆ”
ทันทีที่พูดจบ โอลิเวียร์ก็ลั่นไกปืน กระสุนพุ่งเข้ากลางหน้าผากของนายทหารผู้ทะเยอทะยานจนตายคาที่...
ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าห้องได้ยินเสียงปืนก็เข้ามาในห้องทันที ภาพนายทหารระดับสูงนอนตายอยู่ข้างหลังโอลิเวียร์ที่มือซ้ายถือปืน มือขวากำดาบที่เสียบอยู่ที่แขนของนายทหารระดับสูงอีกคนหนึ่ง สร้างความตกตะลึงให้ทหารที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก กระนั้นสีหน้าของนายพลสาวก็ยังเยือกเย็นไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย...
อเล็กซ์ หลุยส์ อาร์มสตรอง กำลังสั่งการทหารเพื่อจัดการกับความวุ่นวายที่รอยก่อขึ้น ควันจากระเบิดที่รีเบกก้าใช้ลอยคลุ้งไปทั่วทำให้บรอชตามกลุ่มควันมายังที่เกิดเหตุ เมื่อชายหนุ่มเห็นอเล็กซ์ก็ร้องทักทันที
อเล็กซ์บอกบรอชว่าพวกรอยก่อความวุ่นวายขึ้นทั่วเซ็นทรัลโดยจับคุณนายแบรดเล่ย์เป็นตัวประกัน อีกทั้งยังดัดแปลงรถขนไอศกรีมที่ขโมยมาเป็นคลังอาวุธขับหนีไปกบดานยังที่ปลอดภัยแล้ว และตอนนี้กำลังพลจากบริกส์ที่อยู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นก็ร่วมมือกับพวกรอยโจมตีกองทัพเซ็นทรัล
“...เจ้าบ้านั่น ตอนแรกก็ฆ่าผู้กองรอส คราวนี้ก็ภรรยาผบ.สูงสุด...หมอนั่นมันปีศาจในคราบมนุษย์ชัด ๆ...”
บรอชสบถออกมาด้วยความเกลียดชังรอย เพราะชายหนุ่มคิดว่ารอยเป็นผู้สังหารรอสอย่างโหดเหี้ยม...
ทันใดนั้นเอง ทหารนายหนึ่งเข้ามารายงานอเล็กซ์เรื่องโอลิเวียร์ เมื่อได้รับรู้ถึงวีรกรรมของโอลิเวียร์ อเล็กซ์ถึงกับเหงื่อตกด้วยความตกตะลึงในความบ้าบิ่นของพี่สาวคนโต
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของฝูซึ่งแฝงตัวอยู่กับชาวเมืองคอยติดตามความเคลื่อนไหวของรอย กองทัพ และตามหากรีด
“...อืม..สถานการณ์พัฒนาไปเร็วกว่าที่คิด...ตอนนี้จำเป็นต้องหาองค์ชายให้เจอ...กรีดกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนกันแน่นะ...”
ฝูไม่สามารถหาตัวกรีดโดยอาศัยสัมผัสของพลังชี่ตามปกติ เพราะพลังชี่ทั้งหมดในเมืองถูกกลบด้วยชี่ขนาดมหึมาจากใต้ดิน และพลังนั้นดูเหมือนจะเติบโตขึ้นกว่าที่เคยสัมผัสได้เมื่อวานอีกด้วย
ลึกลงไปใต้ดิน ท่านพ่อนั่งอย่างสงบบนบัลลังก์ที่มีสายและท่อระโยงระยางอยู่มากมายโดยมีสโลธหลับอย่างเกียจคร้านอยู่ข้าง ๆ เสียงประหลาดดังก้องออกมาจากท่อซึ่งเชื่อมโยงไปทั่วใต้ดินของเซ็นทรัล บรรดาสัตว์ต่างมีปฏิกิริยาต่อเสียงนั้น กระทั่งหมาที่เดินอยู่กลางเมืองยังเห่าใส่พื้นดินที่อย่างหวาดระแวง หากแต่ไม่มีมนุษย์คนไหนสัมผัสถึงกลิ่นไอแห่งความชั่วร้ายนั้นได้เลย...
แหล่งกำเนิดเสียงประหลาดนั้นอยู่ในป่าชานเมือง...ในโดมที่ขังไพร์ดกับอัลเอาไว้นั่นเอง ไพร์ดใช้กิ่งไม้เคาะหัวโลหะของอัลเป็นจังหวะเพื่อส่งรหัสมอสไปตามท่อเพื่อส่งข่าวให้ท่านพ่อรู้...เมื่อรู้สถานการณ์ของไพรด์ประมุขแห่งความชั่วร้ายก็ลืมตาขึ้น สายตานั้นเย็นเยียบและดุดัน...
พวกเอ็ดไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปใต้ดินโดยใช้ทางที่สการ์เสนอได้เพราะบริเวณนั้นมีทหารลาดตะเวนอยู่อย่างแน่นหนา ทันใดนั้นเอ็ดก็นึกขึ้นได้ว่าสามารถลงไปใต้ดินทางห้องทดลองที่สามอันเป็นที่ที่รอยสู้กับลัสท์ได้เช่นกัน หน้าสถาบันทดลองที่สามมีทหารยามอยู่สามนาย ซันปาโน่และเกอโซตั้งใจจะใช้กำลังจัดการแต่เอ็ดห้ามเอาไว้โดยบอกว่าจะใช้กลอุบายเล่นงานทหารเหล่านั้นแทน...
ว่าแล้วเอ็ดก็วิ่งถลาไปทางทหาร ชูนาฬิกาพกขึ้นแล้วตะโกนว่าตนเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุทางการที่กำลังถูกสการ์ไล่ล่าจึงมาขอความช่วยเหลือจากทหาร ทหารเหลือบไปเห็นซันปาโน่และเกอโซแล้วจำได้ว่าเป็นคนที่ทางการต้องการตัวจึงพยายามจะจับกุม เอ็ดจึงอาศัยจังหวะนั้นเข้าโจมตีทหารยามทั้งหมดที่หัวจนสลบคาที่
เมื่อเข้าไปในสถาบันทดลองได้แล้ว เอ็ดก็ใช้วิชาแปรธาตุสร้างประตูขึ้นที่ผนัง ภายหลังบานประตูคือเส้นทางสู่แหล่งกบดานของท่านพ่อนั่นเอง
เอ็ดเสนอให้แยกกันตามหาท่านพ่อ โฮเอนไฮม์เห็นด้วยจึงให้สการ์และคิเมร่าอีกสามตนไปกับเอ็ด ส่วนตนจะไปกับรันฟานเพียงสองคน ตอนแรกเอ็ดโวยวายที่ต้องร่วมทางกับสการ์ โฮเอนไฮม์จึงให้เหตุผลว่าทั้งสองทีมจำเป็นต้องมีคนที่ใช้วิชาแปรธาตุได้ นอกจากนี้วิชาของสการ์ยังเป็นประโยชน์ต่อเอ็ดที่ไม่สามารถใช้วิชาแปรธาตุต่อหน้าท่านพ่อได้อีกด้วย
“...แต่พ่อเป็นกรณีพิเศษ (สามารถใช้วิชาแปรธาตุสู้กับท่านพ่อได้) พ่อดูแลตัวเองได้ ฉะนั้นทีมของพ่อจอแค่ตัวพ่อกับบอดี้การ์ดสักคนก็พอ...งั้นขอแม่หนูจากชินเป็นเพื่อนร่วมทางแล้วกัน”
โฮเอนไฮม์กำชับว่าทีมไหนเจอท่านพ่อก่อนให้ใช้ทุกวิถีทางเอาชนะท่านพ่อให้ได้
เมื่ออยู่กับรันฟานตามลำพังโอเอนไฮม์ก็ถามหญิงสาวว่าต้องการตามหาหลินใช่ไหม รันฟานผงกหัวเป็นเชิงยอมรับ โฮเอนไฮม์จึงบอกให้รันฟานแยกตัวไปตามหาหลินพลางยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน...
“...ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราหรอก..เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอไม่ใช่เหรอ”
รันฟานกล่าวของคุณโฮเอนไฮม์ด้วยความตื้นตันแล้วแยกตัวออกตามหาหลินทันที
ใต้ดินของเซ็นทรัลใกล้ ๆ กับที่ที่พวกเอ็ดอยู่...การทดลองสร้างกองทัพอมตะที่ทางกองทัพทำอยู่อย่างลับ ๆ ดำเนินไปตามปกติ ทันใดนั้นเองนายพลคนหนึ่งก็บุกเข้ามาในห้องทดลองด้วยความโกรธจัดที่ทางกองทัพไม่สามารถจัดการกับพวกรอยได้เสียที นายพลเฒ่าตรงไปยังห้องควบคุมการถ่ายวิญญาณจากหินนักปราชญ์เข้าสู่หุ่นทหารไร้วิญญาณโดยไม่สนคำทัดทานของเจ้าหน้าที่ห้องทดลองที่ว่าการทดลองถ่ายวิญญาณยังไม่สมบูรณ์
“ถ้าไม่ใช้กองทัพอมตะตอนนี้แล้วจะใช้ตอนไหน สถานการณ์แบบนี้แหละเป็นเหตุผลที่เราสร้างหินนักปราชญ์ทั้งหมดนี่ขึ้นมา!!”
ทันทีที่นายพลโยกคันบังคับเพื่อถ่ายวิญญาณจากหินนักปราชญ์ในหลอดทดลองขนาดมหึมาไปยังหุ่นทหารนับไม่ถ้วนที่แขวนห้อยหัวอยู่ในห้องเก็บหุ่น ดวงตาที่มีอยู่เพียงดวงเดียวกลางหน้าผากหุ่นก็เบิกโพลงขึ้น ปากที่เคยปิดก็อ้าออกพร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูไปทั่วบริเวณ
“..เจ็บจัง...”
“..แม่จ๋า?...”
“..ช่วยด้วย...”
“..หิวจัง...”
“..พ่อจ๋า...”
“..พ่อ...”
หุ่นทหารกระโจนจากเพดานลงสู่พื้น ทุกตนเดินเอียงคอ น้ำลายไหลยืด และร้องครวญครางเหมือนคนวิกลจริต ไปโอบล้อมนายพลและเจ้าหน้าที่ห้องทดลองเอาไว้
นายพลเฒ่าย่ามใจที่หุ่นทหารเรียกหาพ่อ จึงบอกว่าตนนี่แหละเป็นพ่อผู้ให้ชีวิตกับพวกมัน...
“..พะ..พ่อ..?”
หุ่นทหารแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว น้ำลายไหลยืดออกมาออกมาอย่างหิวกระหาย แล้วพุ่งเข้างับคอนายพลอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อหุ่นตนหนึ่งได้ลิ้มรสเลือดมนุษย์ หุ่นตัวอื่น ๆ ต่างก็กระโจนเข้าฉีกเนื้อมนุษย์ทุกคนในห้องทดลองกินอย่างหิวกระหาย แม้จะถูกเจ้าหน้าที่ที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวยิงเข้าจุดตาย หุ่นเหล่านั้นก็ไม่ยี่หระแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ทุกคนในห้องทดลองจึงถูกกองทัพซอมบี้กัดกินอย่างโหดเหี้ยม
พวกเอ็ดเดินสำรวจมาถึงห้องที่แบรี่ เดอะชอปเปอร์ ตายเมื่อรอยสู้กับลัสท์ ในห้องนั้นมีประตูบานใหญ่ที่สลักวงเวทย์เอาไว้ เอ็ดพยายามออกแรงเปิดประตูแต่ไม่เป็นผล แต่แล้วประตูก็ค่อย ๆ แง้มออกอย่างช้า ๆ เหมือนมีคนเปิดจากอีกฟากของประตู เอ็ดยืนตะลึงอย่างคาดไม่ถึง
ทันใดนั้นเองกองทัพซอมบี้กระหายเลือดก็กรูกันออกจากประตูแล้วถลาเข้าหาพวกเอ็ด “เหยื่อ” รายต่อไปอย่างหิวกระหาย
เวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่อัลถูกขังอยู่ในโดมกับไพร์ด เฮนเคลได้ยินเสียงประหลาดดังก้องออกจากโดมไม่หยุดจึงถามอัลว่าทำอะไรกันอยู่ อัลตอบว่าเซริมกำลังเล่นโดยใช้ไม้เคาะหัวโลหะของตน เฮนเคลฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่าปีศาจเจ้าเล่ห์อย่างไพร์ดต้องมีเจตนาไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน...
“...หยุดเจ้านั่นซะ อัลฟอนส์ อย่าให้มันเคาะส่งเสียงได้อีก...นั่นมันรหัสมอสที่กองทัพใช้ในการสื่อสาร...เจ้านั่นกำลังบอกที่อยู่ของเราให้ศัตรู...”
ยังไม่ทันสิ้นคำเตือนของเฮนเคล คิมลี่ย์ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังพร้อมใช้วิชาแปรธาตุระเบิดโดมเพื่อปล่อยไพร์ดพร้อม ๆ กับปลิดชีวิตของคิเมร่าผู้เคราะห์ร้ายอย่างไม่ทันตั้งตัว
“..ขอบใจที่มาช่วยฉัน..คิมลี่ย์...ฉันสัญญาว่าจะไม่อ่อนข้อให้พวกมันอีกแล้ว...”
อัลฟอนส์กลับสู่ห้วงแห่งวิกฤติอีกครั้งเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของเสือและหมาป่า!!
หน้าแถมค่ะ (จะกลับมาอีดิทคำแปลถ้าอยากให้ลงนะคะ ^^')
โปสเตอร์ค่ะ
ปกเล่ม 21
จบแล้วค่ะ ตอนนี้ช่างคิดจริง ๆ รหัสมอส อืม....
อัลช่างอินโนเซ้นส์จริง ๆ บอกเฮนเคลว่าไพร์ก็แค่นั่งเล่น OTL
น้องอันตรายอีกแล้ว ;A;
My Spoilers
My Projects




จะอาฆาตแกตลอดชีวิต เห็นหัวใจของแฟนคลับน้องอัลเป็นของเล่นเรอะะะ
#1 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-12-13 00:09