FMA 88 :: The Feelings of a Parent and Child

posted on 12 Oct 2008 09:46 by palmcj  in Alchemic-world

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยค่ะที่มาสปอยช้า  ทั้ง ๆ ที่ raw ออกเร็วมาก ๆ ^^' <-- อาการขี้เกียจหลังส่งวิทยานิพนธ์หรือเปล่านะ...

ตอนนี้เขียนค่อนข้างยากค่ะ  มีหลายฉากที่อธิบายได้ด้วยภาพ  แต่จะลงภาพมาก ๆ ก็ไม่ดี เลยต้องพยายามหาคำมาอธิบาย  ไม่รู้ว่าจะเขียนออกมาแปลก ๆ หรือเปล่า  =w="

 

Chapter 88 The Feelings of a Parent and Child

 

หลังจากกลืนกลัทโทนี่ย์เข้าไป  ไพร์ดก็ยิ่งทวีความร้ายกาจมากขึ้น  เงาขนาดยักษ์และคมเขี้ยวมหึมาจู่โจมใส่พวกเอ็ดไม่ยั้ง   พวกเอ็ดได้แต่ตั้งรับพลังอันรวดเร็วรุนแรงของเงามรณะที่ทำให้พื้นดินและต้นไม้บริเวณนั้นถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง  เศษหินและต้นไม้ที่หักปลิวว่อนไปทั่วจนเอ็ดและพรรคพวกไม่สามารถตอบโต้ไพร์ดได้เลย...

“นายน้อย...” รันฟานร้องเรียกหลินเมื่อได้พบหน้าเจ้านายที่จากกันไปนานอีกครั้ง
“โทษทีนะ...ฉันคือกรีด”  กรีดเข้ามาประชิดตัวรันฟานพร้อมบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่าตอนนี้ร่างของหลินยังคงอยู่ใต้การควบคุมของตน

รันฟานสบถออกมาอย่างแค้นใจแล้วบอกให้กรีดคืนร่างให้หลิน  กรีดปฏิเสธพร้อมเตือนให้รันฟานตั้งสติเอาไว้เพราะเงาของไพร์ดกำลังพุ่งเข้าหาทั้งสองอย่างรวดเร็ว

กรีดและรันฟานหลบคมเขี้ยวของไพร์ดได้อย่างหวุดหวิด  ไพร์ดไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าโจมตีกรีดซ้ำทันที  รันฟานเห็นสถานการณ์ด้านกรีดเป็นรองจึงตั้งท่าจะเข้าไปช่วย  ทว่าเงาของไพร์ดที่ซุ่มอยู่หลังรันฟานพุ่งเข้าตัดกิ่งไม้ที่หญิงสาวยืนอยู่อย่างรวดเร็ว   รันฟานกระโดดหลบเงาปีศาจของไพร์ดได้  แต่บนพื้นเบื้องล่าง  ปากขนาดยักษ์ของไพร์ดได้อ้ารอเพื่อจะเขมือบรันฟานที่กำลังร่วงลงมา...


วินาทีที่ร่างของรันฟานกำลังจะตกลงสู่พื้น  เอ็ดก็พุ่งเข้ามาถีบรันฟานเต็มแรงจนร่างของหญิงสาวกระเด็นไปไกลและพ้นจากคมเขี้ยวไพร์ดไปได้อย่างฉิวเฉียด

“ทำอะไรของนายน่ะ”  รันฟานตะโกนถามเอ็ดซึ่งได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายขณะที่ช่วยตน...
“ “ทำอะไรของนายน่ะ” งั้นเหรอ...พูดอย่างนี้ได้ไง  แขนของเธอยังใช้งานได้ไม่เต็มที่แท้ๆ..กรีดน่ะดูแลตัวเองได้  เธอแค่ระวังตัวให้ดี ๆ เอาชีวิตตัวเองรอดไว้ก่อนก็พอแล้ว  เพราะอีกหน่อยพวกเราต้องการให้เธอช่วย”  

ขณะที่เอ็ดกำลังเตือนสติรันฟาน  เงาของไพร์ดก็พุ่งเข้าหาฟูและเฮนเคลอย่างรวดเร็วหมายจะเอาชีวิต  เอ็ดที่กำลังตะโกนคุยกับรันฟานเห็นพรรคพวกอีกฝ่ายตกอยู่ในอันตรายจึงรีบเข้าไปช่วยทันที  เด็กหนุ่มใช้หมัดขวาซัดเงาของไพร์ดเต็มแรงจนเพื่อเบี่ยงทิศทางของเงาก่อนที่จะถึงร่างของฟูและเฮนเคล

 

 

 

เมื่อเอ็ด กรีด ฟู และเฮนเคล ได้มารวมตัวกันอีกครั้ง  คิเมร่าก็ขอโทษทุกคนที่ตนจัดการฆ่าไพร์ดไม่สำเร็จ  กรีดบอกเฮนเคลให้เลียแผลรักษาตัวเองก่อน  ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น...

“ขนาดฉันยังคิดเลยว่าเจ้านั่นมันปีศาจชัด ๆ”  กรีดยิ้มอย่างเกรง ๆ ขณะที่มองไปยังร่างเล็ก ๆ เบื้องหน้า  ไพร์ดมองกรีดและพรรคพวกอย่างเยือกเย็น  เงาที่ทอดออกจากร่างเล็ก ๆ นั้นกำลังกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว...

“ใจร้ายจังนะกรีดที่พูดถึงพี่น้องตัวเองอย่างนั้น...ว่าแต่สงสัยจังว่าฉันจะกินนายได้หรือเปล่า...”  ไพร์ดถามกรีดพร้อมยิ้มอย่างไร้เดียงสาเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป...

“ไม่รู้สิ...กินฉันลงไประวังอาหารไม่ย่อยนะพี่ใหญ่..”  กรีดทำใจดีสู้เสือขณะที่เผชิญหน้ากับปีศาจร้ายเบื้องหน้า...

 

 

 

ขณะที่พวกเอ็ดกำลังต่อสู้กับไพร์ด  โฮเอนไฮม์และดาริอุสก็พาร่างของอัลไปยังที่ปลอดภัย  โฮเอนไฮม์ยื่นมือเข้าไปสัมผัสอักขระเลือดพร้อมทั้งเรียกชื่อลูกชาย  ไม่นานอัลก็ได้สติ...

ทันทีที่อัลได้สติก็บอกโฮเอนไฮม์ถึงตัวตนที่แท้จริงของเซริม  โฮเอนไฮม์ตอบอัลว่าดาริอุสได้เล่าทุกอย่างให้ตนฟังแล้ว  

“..เจ้านั่นเข้ามาในตัวผมแล้วควบคุมวิญญาณผมเอาไว้...ผมรู้สึกคลื่นไส้...”  อัลเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้พ่อฟัง

โฮเอนไฮม์สันนิษฐานว่าการที่ไพร์ดสามารถเข้าแทรกแซงวิญญาณอัลซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนได้ง่าย ๆ คงเป็นเพราะไพร์ดเป็นส่วนหนึ่งของ “ตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของโฮเอนไฮม์ ” (ท่านพ่อ)  ซึ่งก็คือไพร์ดก็สืบสายเลือดจากโฮเอนไฮม์เช่นเดียวกับอัล  ไพร์ดจึงเข้าควบคุมวิญญาณอัลได้อย่างง่ายดายนั่นเอง


ฟูพาเฮนเคลซึ่งบาดเจ็บมาสมทบกับพวกโฮเอนไฮม์   ทั้งสองเล่าสถานการณ์ทางด้านเอ็ดให้พวกโฮเอนไฮม์ฟังเพื่อวางกลยุทธ์รับมือไพร์ดที่ทวีความร้ายกาจเมื่อกลืนกลัทโทนี่ย์ลงไป  

ฟูบอกว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดีนักเนื่องจากไฟที่ลุกลามเป็นแหล่งกำเนิดแสงอย่างดี  “...แล้วเราก็ใช้ระเบิดแสงจนหมดแล้วเลยใช้แผนเดิมไม่ได้อีก...”  ชายชราปรึกษาทุกคนด้วยความกังวลใจ...

ดาริอุสเสริมว่าหากยังไม่สามารถหยุดไพร์ดได้ชาวบ้านในสลัมจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน   คำพูดของคิเมร่าทำให้อัล ซึ่งคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของตนเพียงคนเดียวตัดสินใจอะไรบางอย่าง...

“พ่อฮะ..พ่อเป็นนักแปรธาตุที่เก่งกาจใช่หรือเปล่า...”  อัลถามโฮเอนไฮม์
โฮเอนไฮม์ตอบลูกชายว่าฝีมือของตนจัดว่าไม่เป็นรองใคร  อัลจึงเสนอแผนการรับมือไพร์ด..แผนซึ่งต้องอาศัยความสามารถในการแปรธาตุของโฮเอนไฮม์เป็นองค์ประกอบสำคัญ...


ความร้ายกาจของไพร์ดที่ได้ความสามารถของกลัทโทนี่ย์มาทำให้เอ็ดและกรีดถูกไล่ต้อนจนจนมุม  เงาที่ขยายขอบเขตการโจมตี  ประกอบกับเขี้ยวที่แหลมคมนับไม่ถ้วนที่กัดกินทุกอย่างที่ขวางหน้า  ทำให้กรีดตายไปหลายครั้งและเริ่มอ่อนแรงลง

“...ซ่อนตัวในเงาไม้อย่างนั้นไม่มีประโยชน์หรอกเพราะตอนนี้ฉันได้กลิ่นของแก...”  ไพร์ดขู่รันฟานที่ซ่อนตัวอยู่ในเงาของต้นไม้..ทันใดนั้นเองไพร์ดก็สัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของ “เหยื่อ” อีกหนึ่งคน...โฮเอนไฮม์นั่นเอง  
“ยอมโผล่หัวออกมาจนได้นะ  โฮเอนไฮม์...”

 

 

 

“ฮีโร่ก็มักมาสายอย่างนี้แหละ  จริงหรือเปล่า”  โฮเอนไฮม์ไม่มีทีท่าเกรงกลัวไพร์ดแต่อย่างใด
“ฮีโร่..งั้นเหรอ..หมายความว่าแกตั้งใจจะโค่นชั้นงั้นสิ”  ไพร์ดถามโฮเอนไฮม์
โฮเอนไฮม์บอกว่าตนไม่อยากสู้กับไพร์ดเลยแม้แต่น้อย  เพราะไพร์ดน่ากลัวเกินกว่าจะต่อกรด้วย

ไพร์ดไม่รู้ว่าโฮเอนไฮม์มีแผนการอะไรกันแน่  ขณะกำลังใช้ความคิด เงาของโฮมุนคูลัสก็ค่อย ๆ หดกลับไปยังร่างหลักเพื่อจะรวบรวมกำลังเอาไว้รับมือโฮเอนไฮม์ ...ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด

“ดีล่ะ...เจ้านั่นกำลังรวบรวมเงาไว้ที่ร่างหลักเพื่อเตรียมรับมือเรา...อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวก็จะถึงจุดศูนย์กลางแล้ว...”  ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่อัลเสนอกับโฮเอนไฮม์

ทันทีที่เงาของไพร์ดมารวมตัวกันที่ร่างต้น  อัลก็พุ่งเข้าหาไพร์ดทันที  หากแต่ไพร์ดไหวตัวทันจึงใช้เงาตรึงการเคลื่อนไหวของอัลไว้ได้  และจับอัลเป็นตัวประกันอีกครั้ง
“ดีล่ะ...ตอนนี้ฉันก็ได้ตัวประกันคืนมาแล้ว...ลูกชายแกยังต้องเรียนรู้อีกมากนะโฮเอนไฮม์”  ไพร์ดถอดส่วนหัวของอัลออกพร้อมยิ้มอย่างท้าทาย

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของอัล  สีหน้าของโฮเอนไฮม์ก็ดุดันขึ้นมาทันที  พร้อมกับเตือนไพร์ดว่าอย่าได้ดูถูกอัลเด็ดขาด...

 

 

 

สิ้นคำของโฮเอนไฮม์  ปฏิกิริยาแปรธาตุที่รุนแรงก็เกิดขึ้นทันที  หินขนาดมหึมางอกขึ้นมาจากพื้นรอบ ๆ ตัวไพร์ด   หินแต่ละก้อนพุ่งเข้าหากันบนท้องฟ้าเหนือร่างไพรด์พอดีราวกับที่นั่นมีแรงดึงดูดมหาศาลดูดเสาปลายเสาหินแต่ละเสามาประสานกัน  ไพร์ดรู้ตัวว่าหลงกลศัตรูเข้าแล้วจึงคิดจะหนีแต่ก็ถูกอัลรั้งตัวเอาไว้  เมื่อเห็นว่าตนคงจะหนีจากบริเวณนั้นไม่พ้น  ไพร์ดก็ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายโดยยืดเงาอันแหลมคมลอดช่องว่างระหว่างเสาหินที่ยังไม่ประสานกันสนิทพุ่งเข้าใส่โฮเอนไฮม์  ทว่าในที่สุดเสาหินทั้งหมดก็มาบรรจบกันก่อเกิดเป็นโดมหินขนาดมหึมาครอบร่างของไพร์ดและอัลเอาไว้   เงาของไพร์ดลูกตัดขาดและสลายไปก่อนที่จะถึงตัวโฮเอนไฮม์พอดี... ในที่สุดแผนการคุมขังไพร์ดในความมืดของอัลก็บรรลุผล


ไพร์ดสบถออกมาอย่างเจ็บใจที่ถูกโฮเอนไฮม์ขังไว้ในความมืดทำให้ไม่สามารถใช้เงาได้อีก  เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตนอัลก็หัวเราะขึ้นมา  ไพร์ดแปลกใจที่โฮเอนไฮม์ถึงกับขังลูกชายพร้อม ๆ กับตน...

ไพร์ดคิดว่าอัลจะต้องหาทางหนีออกไปอย่างแน่นอนจึงขู่ว่าทันทีที่อัลจะออกจากโดม  ไพร์ดก็จะส่งเงาลอดรอยแตกที่อัลสร้างขึ้นออกไปภายนอกได้  ทว่าอัลตอกกลับทันทีว่าตนไม่คิดที่จะออกไปจนกว่าวันแห่งคำสัญญาจะผ่านพ้นไป...

“ผมจะไม่ออกไปจากที่นี่หรอกนะ  แล้วผมจะคอยดูว่าระหว่างเราใครจะอดทนกว่ากันเซริม...ไม่ใช่สิ...ไพร์ด...  ร่างกายของผมไม่ต้องการอาหาร  ไม่ต้องการน้ำ  ไม่ต้องการแม้แต่อากาศ...คุณกับผมจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าวันแห่งคำสัญญาจะผ่านไป...”
สิ้นคำพูดของอัล  สีหน้าของไพร์ดก็เต็มไปด้วยความแค้นอย่างที่สุดที่ตนหลงกลเด็กหนุ่มจนต้องถูกคุมขังอยู่ในความมืดซึ่งไม่สามารถหลบหนีออกไปได้เลย...

 

 

 

เอ็ดโวยวายใส่โฮเอนไฮม์ที่ผู้เป็นพ่อขังน้องชายไปพร้อม ๆ กับไพร์ด  โฮเอนไฮม์จึงบอกเอ็ดว่าทั้งหมดเป็นความคิดของอัล
“...จากรูปการณ์ตอนนี้หากจะเอาชนะไพร์ดในการต่อสู้จะเสี่ยงเกินไปที่จะทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมารับเคราะห์ด้วย...ดังนั้นเราจึงต้องหาทางขังเจ้านั่นแทนเพื่อที่จะซื้อเวลาและวางกลยุทธ์ในการต่อสู้ใหม่...”

เอ็ดถามโฮเอนไฮม์ว่าทำไมไม่ปรึกษาตนก่อน  โฮเอนไฮม์ตอบว่าอัลห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเอ็ด...เพราะเอ็ดต้องไม่ยอมให้อัลเสียสละตัวเองแบบนี้แน่ ๆ...

“เราต้องพยายามล่อให้เจ้านั่นรวบรวมเงาไว้ที่จุดเดียว...เพื่อการนั้นอัลจึงเสียสละตัวเองเพราะเขาเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะรับหน้าที่นี้...นี่เป็นแผนที่อัลคิดขึ้นเพื่อให้เราทุกคนมีชีวิตรอด...เอาล่ะก่อนอื่นเราต้องช่วยกันดับไฟนี่เสียก่อน..ก่อนที่อัลจะถูกย่าง” (ร่างอัลเป็นเกราะทำให้รับความร้อนที่แผ่ออกมาจากไฟได้ดี)

“บ้าชิบ!!”  เอ็ดสบถพร้อมแหงนหน้ามองโดมมหึมาที่น้องชายถูกคุมขังอยู่ด้วยความเจ็บใจ...

“อ้าว...กรีดหายไปไหนแล้วล่ะ”  ดาริอุสถามขึ้นเมื่อสังเกตว่ากรีดไม่ได้อยู่กับพวกตนเสียแล้ว...


กรีดอาศัยจังหวะที่ทุกคนช่วยกันดับไฟผละออกจากกลุ่มและมุ่งหน้าสู่เซ็นทรัล
“..ลัสท์ตายไปแล้ว  เอ็นวี่กับกลัทโทนี่ย์ก็ด้วย...ราธอยู่ที่ศูนย์ฝึกภาคตะวันออก...ไพร์ดก็ถูกขัง...ตอนนี้ในเซ็นทรัลก็เหลือแค่ท่านพ่อกับสโลธ...”  กรีดเร่งฝีเท้ากลับเซ็นทรัลด้วยความลิงโลดใจ


“เจ้าบ้าเอ๊ย...นายคิดอะไรอยู่กันแน่”  หลินถามกรีด
“ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันจะครองโลกให้ดู!!!”  

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของกรีด  เบื้องหน้าจ้าวแห่งความโลภคือทิวทัศน์ของเมืองเซ็นทรัลที่สว่างไสวด้วยแสงไฟในยามค่ำคืน...

 

 

 

ไพร์ดพยายามจะขุดรูที่ผนังเพื่อให้แสงลอดเข้ามาได้  อัลบอกไพร์ดว่าพยายามไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะโฮเอนไฮม์คงจะสร้างโดมนี้ขึ้นมาแข็งแรงพอที่จะไม่ถูกเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างไพร์ดทำลาย..
“ยอมรับซะเถอะว่าคุณแพ้แล้ว...”

เมื่อพยายามเจาะรูอย่างไรก็ไม่สำเร็จ  ไพร์ดจึงผละออกจากกำแพงแล้วเดินไปทางอื่น  ความมืดภายในโดมทำให้ไพร์ดที่มองอะไรไม่เห็นสะดุดส่วนหัวของอัลแล้วล้มลงอย่างหมดท่า...

พฤติกรรมเหมือนเด็ก ๆ ของไพร์ดทำให้อัลไม่อยากจะเชื่อว่าแท้จริงแล้วไพร์ดเป็นโฮมุนคูลัสที่ร้ายกาจ
“...เขาเป็นโฮมุนคูลัสที่น่ากลัวขนาดนั้นจริงหรือเปล่านะ...พอใช้พลังไม่ได้เขาก็กลายเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง...”

ไพร์ดถามอัลว่ากำลังหัวเราะเยาะตนอยู่ใช่ไหม  อัลตอบว่าตนไม่ได้หัวเราะเยาะไพร์ด  เพียงแต่คิดว่าหากไพร์ดไม่ได้เป็นโฮมุนคูลัสไพร์ดก็เป็นเด็กธรรมดา ๆ ได้อย่างสบาย...
“...นายถึงได้หลอกคุณนายแบรดเล่ย์ได้ง่าย ๆ แบบนี้ไงล่ะ...เดี๋ยวสิ...หรือว่าคุณนายรู้เรื่องทั้งหมด..”
อัลเกิดความสงสัยในตัวภรรยาผบ.สูงสุดขึ้นมาทันที

ไพร์ดตอบอัลว่าคุณนายแบรดเล่ย์เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย...

“แปลว่าคุณหลอกคุณนายที่อ่อนโยนและใจดีคนนั้นมาตลอดงั้นสิ...หลอกลวงแล้วคอยหัวเราะเยาะอยู่ในเงามืด...”  อัลพูดกับไพร์ดด้วยความขุ่นเคือง

 

 

 

“ใช่แล้ว...เจ้านั่นน่ะเป็นแม่ที่ดีของฉันตอนใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับพวกมนุษย์...ครั้งหนึ่งฉันเกือบจะถูกรถชน  เจ้านั่นก็กระโดดมาขวางเอาไว้เพื่อจะปกป้องฉัน  ตอนนั้นฉันยืนนิ่งให้เจ้านั่นกอดทั้ง ๆ ที่ความจริงฉันจะขยับตัวเมื่อไหร่ก็ได้หากฉันต้องการ...แต่ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องฉันของเจ้านั่นทำให้ฉันสับสนอย่างที่สุด...ตลอดมาแม้ว่าฉันจะมีพ่อ  แต่ก็ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นแม่เลย...ฉะนั้นตอนนั้นฉันก็เลยเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่า...ความรู้สึกที่ได้มีแม่มันเป็นอย่างนี้หรือเปล่า...ถึงเรื่องที่พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันจะเป็นเรื่องโกหก  แต่เรื่องที่ฉันชอบเจ้านั่นเป็นความจริง...”

คำตอบของไพร์ดทำให้อัลถึงกับอึ้งด้วยความคาดไม่ถึง  จนเด็กหนุ่มต้องเตือนสติตัวเองว่าอย่าได้ถูกไพร์ดหลอกให้เห็นใจอย่างเด็ดขาด  เมื่อตั้งสติได้อัลก็ถามไพร์ดเรื่องเสามนุษย์

“คุณต้องการตัวพวกเราในฐานะเสามนุษย์ใช่ไหม...แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าพวกเราหนีไปซ่อนตัวในต่างประเทศเสียความพยายามที่ผ่านมาของพวกคุณจะสูญเปล่าหมด...”

“แต่พวกแกก็ยังอยู่ไม่ใช่หรือ...พวกแกกลับมายังเซ็นทรัลเพื่อต่อสู้โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง...นี่ก็เพราะพวกแกเป็นมนุษย์...”  ไพร์ดตอบคำถามอัลจากอีกมุมหนึ่งภายในที่คุมขังอันมืดมิด...

 

 

 

ในที่สุดกลุ่มของสการ์ก็เดินทางมาถึงเซ็นทรัล  ชาวบ้านที่เห็นสการ์จำได้ว่าสการ์เป็นชาวอิชวาลที่ทางการต้องการตัว...  สการ์เดินเข้าไปถามชาวบ้านกลุ่มนั้นว่าสลัมคาร์นามาไปทางไหน  หลังจากบอกทางไปสลัมแก่พวกสการ์แล้ว  อยู่  ๆชาวบ้านก็พูดถึงเหม่ยจาง  พวกเขาบอกว่าเหม่ยจางเคยอยู่ที่นี่เมื่อไม่นานมานี้  สการ์จึงบอกชาวบ้านว่าเหม่ยจางเป็นพรรคพวกของพวกตน...


ณ อาคารร้างแห่งหนึ่ง  คิมลี่ย์ได้สังหารชาวอิชวาลที่กบดานอยู่ในอาคารอย่างเหี้ยมโหด
“เกือบถึงเวลาแล้วสินะ  เวลาที่เราจะทำภารกิจที่แท้จริงให้ลุล่วงเสียที...” คิมลี่ย์ยิ้มอย่างชั่วร้ายและพึงใจกับภารกิจของตน...

...นักเล่นแร่แปรธาตุดอกบัวแดงกลับสู่สมรภูมิมาพร้อมกับแผนการที่ไม่อาจหยั่งถึง !!?...

 

 

 

จบแล้วค่ะ

ตอนนี้ไพร์ดน่ารักมาก ๆ เลยแฮะ  ยิ่งตอนหกล้มแล้วก็ตอนนั่งกอดเข่านี่สุดยอด  >w<b

กรีดหนีไปซะงั้น  คุณวัวทำเราอึ้งอีกจนได้  ตอนหน้าไม่รู้จะเจออะไรอีก   -o-

 

คอมเมนท์ยกไว้คราวหน้านะคะ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบตอนที่ไปรดล้มเหมือนกันค่ะ น่ารักมากๆเลย อุ๊ปส์ โดนมนต์สเน่ห์เด็กหนุ่มผมสั้นเข้าไปเกือบลืมเลยว่ามันวางแผนชั่วอยู่นี่หว่า
อยากรู้มานานแล้วว่าไปรดคิดยังไงกับคุณนายแบรดลี่ย์ พอได้ฟังแล้วก็ชื้นใจค่ะcry

โฮเอนไฮม์ท่าทางกวนๆ แต่ใส่เสื้อกั๊กแบบนี้ให้อภัยได้(อะไรของมัน)

เพิ่งรู้นะคะว่ามีบลอคสปอยล์ฟูลเมอยู่ด้วยแหะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะconfused smile

#1 By Lord Hanan♥Kinno61 on 2008-10-12 11:21

“..เจ้านั่นเข้ามาในตัวผมแล้วควบคุมวิญญาณผมเอาไว้" >>ฟังแล้วอกอีแต๋วแหก แม่ยกน้องพิโรธโกรธา กระทืบพื้นให้กริ้วๆเลยครับ (ฮา)
คุณวัวเอาอีกแล้วนะครับ ชอบทำให้เราหลงรักตัวละคร แล้วก็คอยดักกำจัดตอนที่คาดไม่ถึงทุกที (ไม่กล้าชอบเซริมครับ ดูแล้วอายุไม่ยืน..) OTL
คราวที่แล้วน้องวูบ คราวนี้น้องล้ม สุดจะช้ำเลยครับ T^T ฮือ
ขอบคุณพี่มากๆครับที่แปลให้อ่าน มีความสุขมากๆครับ ^^

#2 By Rebirth[KAOS] on 2008-10-12 12:08

“ใช่แล้ว...เจ้านั่นน่ะเป็นแม่ที่ดีของฉันตอนใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับพวกมนุษย์...ครั้งหนึ่งฉันเกือบจะถูกรถชน เจ้านั่นก็กระโดดมาขวางเอาไว้เพื่อจะปกป้องฉัน ตอนนั้นฉันยืนนิ่งให้เจ้านั่นกอดทั้ง ๆ ที่ความจริงฉันจะขยับตัวเมื่อไหร่ก็ได้หากฉันต้องการ...แต่ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องฉันของเจ้านั่นทำให้ฉันสับสนอย่างที่สุด...ตลอดมาแม้ว่าฉันจะมีพ่อ แต่ก็ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นแม่เลย...ฉะนั้นตอนนั้นฉันก็เลยเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่า...ความรู้สึกที่ได้มีแม่มันเป็นอย่างนี้หรือเปล่า...ถึงเรื่องที่พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันจะเป็นเรื่องโกหก แต่เรื่องที่ฉันชอบเจ้านั่นเป็นความจริง...”

นี่สินะความรักของแม่
ความจริงชอบเซริมนะ
แต่ไม่น่าเป็นไพร์ดเลย
ส่วนน้องอัลตอนนี้เท่มาก
น่าจะเป็นพระเอกแทนเอ็ดได้แล้วนะเนี่ย

#3 By hisukaya (125.25.132.55) on 2008-10-12 22:18

อร๊ากกก ขอบคุงมากๆค่ะ
ตอนนี้ก้อนั่งดูภาคแอนนนเมฯอยู่
(แต่ชอบแบบ หนังสือ มากกว่า)

แง๊ม ม ม ~อ่านไปลุ้นไป
จะมีตัวไหนตายอีกไหมหนอ
T^T

#4 By FlebilE13 on 2008-10-12 23:40

โอ๊ะ.. สปอยล์FMA

-น่ารักดีน้องทิป ลายเส้นพริ้วดี สีก็สบายตาด้วย
>///< ขอบคุณค่าา

#5 By Ki-kYo on 2008-10-13 16:53

น้องอัลจะเป็นคนดีมากเกินไปแล้ว ถึงกับเสียสละตัวเองแบบนี้เลยเหรอ
อย่าไปหลงกลหนูไพรด์เชียวนะลูก ถึงจะน่ารักก็เถอะ...←
ขอบคุณสำหรับสปอยล์ค่า ^_^

นอกเรื่อง เห็นบทพูดของคุณป๋าแล้วนึกถึงอัลเฟร็ดยังไงชอบกลค่ะsad smile

#6 By bel on 2008-10-13 17:56

ขอบพระคุณขอรับที่แปลให้อ่าน =w=

#7 By แมวหัวหอม (58.8.95.177) on 2008-10-13 20:48

เล่ม 18 ออกแล้วล้วbig smile ตอนนี้ไพร์ดน่ารักแฮะ น้องอัลเท่สุดๆ ขอบคุณครับ

#8 By L-Justice on 2008-10-15 16:41

ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากๆเลยconfused smile

#9 By RanfaN (125.27.150.245) on 2008-11-18 18:54

ชอบ

#10 By grimjow (124.122.170.98) on 2009-06-28 14:08