FMA 87 An Underground Oath (คำปฏิญาณ ณ ทางเดินใต้ดิน)
posted on 12 Sep 2008 19:33 by palmcj in Alchemic-world
ฮากาเร็นตอนนี้มาพร้อมข่าวดีค่ะ ทาง Bones คอนเฟิร์มเรื่อง FMA อนิเมะฉบับสร้างใหม่แล้ว (ต้องเตรียมโหลดอีกแล้วสิเนี่ย ^^')
ตอนนี้ต้องบอกลาตัวละคร (ที่น่ารัก !!?) อีกตัวหนึ่งแล้วค่ะ จะว่าไงดีล่ะ ตอนตายนี่ก็เศร้าเหมือนกัน (ถึงตอนแรก ๆ จะไม่ค่อยชอบ แต่พออ่านมาแปดสิบกว่าตอนชักเริ่มชอบซะงั้น ^^')
อ้อ แฟน ๆ ป๋าเตรียมกรี๊ดนะคะ เพราะตอนนี้ป๋ามีคิวมากกว่าสองหน้า !! แถมมี RoyAi ซีนอีก >.<" เรื่องนี้คงใกล้จบมาก ๆ แล้วสินะ...
เปิดตอนค่ะ
Chapter 87 An Underground Oath
คืนหนึ่งในเซ็นทรัล รอยไปพบมาดามคริสต์มาสที่บาร์ของมาดาม มาดามคริสต์มาสให้รอยดูหลักฐานที่ตนรวบรวมมาได้ที่ช่วยยืนยันว่า เซริม แบรดเล่ย์ไม่ใช่มนุษย์
เซริมปรากฏตัวในรูปถ่ายที่เก่าแก่มากหลายใบ...20 ปีก่อน..35 ปีก่อน..40 ปีก่อน หรือกระทั่ง 50 ปีก่อน ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปเนิ่นนานร่วมครึ่งศตวรรษแต่รูปลักษณ์ของเซริมกลับแทบไม่เปลี่ยนไปเลย และในรูปถ่ายแต่ละใบ เซริมจะอยู่ใกล้ชิดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเสมอ...
มาดามคริสต์มาสบอกรอยว่า ตนได้ไปตรวจสอบสถานที่ที่อ้างว่าเป็นบ้านเกิดของแบรดเล่ย์มาแล้ว แม้ว่าหลักฐานทางเอกสารที่พบจะบ่งชี้ว่าผบ.สูงสุดเกิดและเติบโตที่นั่น ทว่าชาวบ้านที่อายุมากที่สุดในเมืองกลับไม่รู้จักคนที่ชื่อแบรดเล่ย์เลย...
“แสดงว่าที่อยู่ของแบรดเล่ย์ที่บ้านเกิดเป็นของปลอม..และแน่นอนว่าเขาไม่มีญาติอยู่เลย...” มาดามคริสต์มาสสรุปเรื่องผบ.สูงสุด จากข้อมูลที่หามาได้อย่างยากลำบาก...
มาดามคริสต์มาสสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่มีใครสังเกตเรื่องของเซริม เพราะเซริมเองก็ต้องตรวจร่างกายประจำปีที่โรงเรียนเช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ รอยตอบว่าเซริมใช้อภิสิทธิ์ของการเป็นลูกชาย ผบ.สูงสุดเข้าตรวจร่างกายกับหมอประจำตระกูลแล้วบิดเบือนข้อมูลเอาภายหลัง...
ขณะที่รอยกำลังคุยกับมาดามคริสต์มาส นอกบาร์มีคนของทางการซุ่มอยู่ พวกเขาสะกดรอยตามรอยตั้งแต่เข้าไปในบาร์แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามพวกเขาก็สืบพบข้อมูลที่สำคัญอย่างหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมาดามคริสต์มาสกับรอย
...ชื่อจริงของมาดามคริสต์มาสคือ “คริส มัสแตง”..แม่ทูนหัวของ รอย มัสแตงนั่นเอง
ทั้งสามคนตัดสินใจบุกเข้าไปในบาร์เพื่อจัดการกับรอย แต่รอยไหวตัวทันจึงไปซ่อนตัวที่ทางน้ำใต้ดิน ผู้พันหนุ่มจัดการกดสวิตซ์ระเบิดระเบิดบาร์ของมาดามเป็นจุณไปพร้อม ๆ กับผู้สะกดรอยทั้งสาม...
รอยบอกมาดามว่าเขาจะชดใช้ร้านใหม่ให้ แต่มาดามปฏิเสธโดยบอกว่าตนจะหลบไปซ่อนตัวสักพัก รอยถามถึงสาว ๆ ในบาร์ของมาดามคริสต์มาส มาดามตอบว่าตนได้ให้การ์ดที่ดีที่สุดพาตัวเด็ก ๆ ในร้านหลบไปต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว...
ก่อนจะแยกกันไป รอยขอบคุณผู้เป็นแม่ทูนหัวจากใจพร้อมสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณในอนาคต มาดามคริสต์มาสบอกรอยว่าตนขอแค่ให้รอยไต่เต้าไปถึงจุดสูงสุดก็พอแล้ว...
“...ฉันคาดหวังสิ่งดี ๆ จากเธออยู่นะ...เจ้าหนูรอย...”
“...เฮ้อ เมื่อไหร่จะเลิกทำเหมือนเราเป็นเด็ก ๆ เสียทีนะ...”
รอยยิ้มขณะที่ทอดสายตามองหญิงสาวผู้เลี้ยงดูตนมาเดินจากไปอย่างช้า ๆ
หลังจากแยกจากมาดามคริสต์มาส รอยก็มุ่งตรงไปยังอุโมงค์ขนาดใหญ่ใต้เซ็นทรัล สิ่งที่รายล้อมผู้พันหนุ่มอยู่คือซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนจะถูกละทิ้งมาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อรอยเปิดประตูเก่า ๆ เข้าไปยัง “ที่นัดหมาย” เขาก็ได้พบกับผู้ใต้บังคับบัญชาผู้จงรักภักดีที่สละตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองมารวมตัวกันเพื่อปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย... ริซ่า เบรด้า ฟิวรี่ และฮายาเตะ (!?) มารวมตัวกันพร้อมหน้า
“มาช้านะพันเอก พวกเราเกือบจะทิ้งคุณอยู่แล้วรู้เปล่า” เบรด้าทักทายรอยอย่างสนิทสนม
รอยยิ้มพร้อมบอกว่าเขาดีใจที่ได้พบทุกคนอีก
“ถึงนายจะปีนเกลียวฉันเห็น ๆ ฉันก็ยังดีใจ...” รอยพูดกับเบรด้า
รอยถามริซ่าว่าแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ถูกสะกดรอย ริซ่าบอกด้วยความมั่นใจว่าหากพวกตนถูกสะกดรอย ฮายาเตะก็ต้องบอกให้รู้แล้ว
“...เจ้าตัวเล็กนี่ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ...” รอยชมฮายาเตะ
ฟิวรี่เปรยว่าให้ติดยศให้ฮายาเตะ รอยจึงตั้งให้ฮายาเตะเป็น “ร้อยตรี” ฟิวรี่ถึงกับตกใจที่หมาของริซ่ามียศสูงกว่าตน
หลังจากหยอกล้อกับลูกน้องพอสมควรแล้ว รอยก็ถามถึงความเคลื่อนไหวของพวกแบรดเล่ย์ ริซ่าตอบว่าตนรู้ความเคลื่อนไหวในอีกสามวันข้างหน้าของภรรยาผบ. สูงสุด พร้อมทั้งรายงานว่าเซริมร่วมทางกับพ่อไปยังศูนย์ฝึกภาคตะวันออก ส่วนคิง แบรดเล่ย์ นั้นหายตัวไปหลังจากรถไฟโดยสารถูกลอบวางระเบิด
เบรด้ารู้ทันทีว่าการหายตัวไปของแบรดเล่ย์เป็นฝีมือของกราแมน รอยบอกทุกคนว่าการหายตัวไปของผบ.สูงสุด กับลูกชาย อาจเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่จะทำให้ภารกิจลุล่วง หรืออาจเป็นกับดักของกราแมนก็ได้...
“...แต่ถึงมันจะเป็นกับดัก เราก็ต้องก้าวต่อไป นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกนายจะถอนตัวแล้วนะ...”
“พอได้แล้ว !!” ลูกน้องของรอยทุกคนพร้อมจะร่วมหัวจมท้ายกับรอยโดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายที่รอพวกเขาอยู่...
“กรุณาออกคำสั่งด้วยค่ะ” ริซ่าแสดงความมุ่งมั่นโดยขอให้รอยออกคำสั่งแรกกับพวกตน
“พวกเราทั้งสี่คนตีตั๋วรถเที่ยวเดียวไปยังสมรภูมิ...ถ้าเราล้มเหลวก็จะไม่มีที่ให้หันหลังกลับ...เพราะอย่างนั้นฉันขอสั่งพวกนายเพียงอย่างเดียว และพวกนายต้องฟังคำสั่งนี้ ... “ห้ามตายเด็ดขาด”...เข้าใจมั๊ย”
ทั้งสามรับคำสั่งรอยด้วยความแข็งขันแล้วเริ่มปฏิบัติการทันที...
ขณะเดียวกันที่ห้องประชุมของกองทัพ พวกเบื้องบนของกองทัพกำลังรายงานความเคลื่อนไหวของพวกรอยแก่เจ้านายของตน
“อดีตลูกน้องของมัสแตงกำลังปฏิบัติการอย่างลับที่สุดเท่าที่จะทำได้...”
“ลับ ๆ งั้นหรือ...ฉันพนันได้เลยว่าพวกนั้นกำลังเร่งเครื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายตามแผนในคราวเดียวมากกว่า”
ท่านพ่อรับฟังความเห็นที่แตกต่างกันของผู้ร่วมประชุมอย่างครุ่นคิดแล้วถามขึ้นมาว่าพวกรอยจะทำอะไรต่อไป
โอลิเวียร์ตอบท่านพ่อว่าหากตนเป็นรอยที่กำลังเตรียมการขั้นสุดท้าย ตนจะพุ่งเป้าไปยังภรรยาของแบรดเล่ย์
“..ลักพาตัวงั้นหรือ...ไร้สาระสิ้นดี...จับคนไร้ประโยชน์เป็นตัวประกันเพียงเพื่อต้องการให้ตัวเองถูกมองเป็นคนทรยศ... มนุษย์นี่มันน่าสิ้นหวังเหลื่อเชื่อจริง ๆ...” ท่านพ่อไม่ยี่หระต่อการกระทำของพวกรอยพร้อมพูดจาเย้ยหยันอย่างดูแคลน...
ทุกอย่างเป็นไปตามที่โอลิเวียร์บอกท่านพ่อในห้องประชุม รอยพร้อมลูกน้องดักลักพาตัวภรรยาของแบรดเล่ย์กลางดึก
“...ขออภัยที่ล่วงเกินนะครับท่าน แต่ท่านจะมากับพวกเราหน่อยได้ไหม..” รอยพูดกับตัวประกันอย่างสุภาพและไม่มีความมุ่งร้ายแม้แต่น้อย...
การปรากฏตัวของรันฟานเป็นกำลังสำคัญให้กับพวกเอ็ดเป็นอย่างมาก กลัทโทนี่ย์ถึงกับสิ้นฤทธิ์เมื่อถูกหลินและรันฟานจู่โจมอย่างแม่นยำในความมืด กลัทโทนี่ย์ถามรันฟานว่ารู้ตำแหน่งของตนได้อย่างไร (มีน้ำตาซึมด้วยแฮะ ^^’) รันฟานตอบว่า
ราชนิกูลของอาณาจักรชินและผู้ติดตามสามารถอ่านกระแสการไหลของพลังชีวิต (ชี่) ได้ประหนึ่งว่าพลังชีวิตเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต่อสู้ในที่มืดได้ดี
ขณะที่หลินและรันฟานจัดการกับกลัทโทนี่ย์ ฟูก็ปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ เอ็ด ฟูบอกเอ็ดว่าตนซ่อนตัวไปพลางเก็บข้อมูลไปพลางอยู่ในเซ็นทรัล เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตมหาศาลหลายดวงที่รวมตัวอยู่แถวสลัม ฟูจึงตามพลังนั้นมาและได้พบกับเอ็ด
“...พอมาอยู่ตรงนี้แล้วรู้สึกว่าเรื่องจะยุ่งกว่าที่คิด มีพลังชีวิตมหาศาลสองดวงอยู่ตรงหน้าเราพอดี..”
เอ็ดบอกว่าเจ้าของพลังนั้นคงเป็นกรีดกับกลัทโทนี่ย์ เมื่อฟูรู้ว่ากรีดอยู่เบื้องหน้าตนก็รำพึงออกมาอย่างคับแค้นที่กรีดชิงร่างของหลินไป...
ฟูบอกพวกเอ็ดว่าในป่ามีพลังชีวิตอีกดวง พลังชีวิตของสิ่งที่อยู่ในป่านั้นมากกว่าพลังของกรีดและกลัทโทนี่ย์ และที่น่าตกใจไปกว่านั้น...มีพลังชี่มหาศาล...มากกว่ากลัทโทนี่ย์...มากกว่ากรีด...และมากกว่าไพร์ดอย่างเทียบกันไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน
“...มันคืออะไรกันแน่..??” ฟูแทบไม่เชื่อสัมผัสพลังของตนเอง...
ดูเรียส (คิเมร่าคิงคอง) ตอบว่าเจ้าของพลังนั้นคงเป็นโฮเอนไฮม์พ่อของเอ็ด ฟูตกใจที่พ่อของเอ็ดไม่ใช่มนุษย์ แต่เอ็ดบอกฟูว่าไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือจัดการกับโฮมุนคูลัสสองตนที่อยู่ตรงหน้า...
“ไม่ต้องห่วงหรอก รันฟานจะจัดการกลัทโทนี่ย์เอง”
เมื่อเอ็ดรู้ว่าคนที่กำลังต่อสู้กับกลัทโทนี่ย์อย่างดุเดือดคือรันฟาน เด็กหนุ่มก็แทบไม่อยากเชื่อที่หญิงสาวสามารถทำกายภาพบำบัดจนร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับออโต้เมลได้โดยใช้เวลาเพียงหกเดือนเท่านั้น เอ็ดบอกว่ารันฟานไม่ควรต่อสู้หลังจากติดออโต้เมลได้เพียงครึ่งปี
ทันทีที่รันฟานได้ยินคำสบประมาทของเอ็ดก็ปลดสลักระเบิดแล้วโยนไปทางเด็กหนุ่ม เอ็ดโกรธที่อยู่ ๆ รันฟานก็ขว้างระเบิดใส่ตน
“...เข้าใจแล้ว ๆ ใช่รันฟานจริง ๆ ด้วย ยัยนั่นเป็นคนคนเดียวที่ใช้...”
ระเบิดของรันฟานทำให้เอ็ดก็คิดแผนการต่อกรกับไพร์ดได้ เอ็ดหันไปถามฟูว่าฟูมีระเบิดแบบไหนอีกบ้าง
“เยอะแยะ...แก๊สน้ำตา ระเบิดแสง ระเบิดไฟ...”
เอ็ดต้องการไปหาเฮนเคลให้เร็วที่สุดแต่กลับถูกดูเรียสรั้งเอาไว้ เมื่อเอ็ดถามว่ามีปัญหาอะไร คิเมร่าคิงคองก็ตอบเอ็ดว่า
“...ฟังนะ...ไพร์ดน่ะ....” ดูเรียสบอกความลับบางอย่างของไพร์ดกับเอ็ด....
ลึกเข้าไปในป่า เฮนเคลเริ่มหงุดหงิดที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรไพร์ดก็ไม่ตาย...ไม่มีทีท่าเจ็บปวด ไม่แม้แต่จะต่อกรหรือป้องกันตัว
และแล้วโอกาสของไพร์ดก็มาถึง เมื่อชาวบ้านถือตะเกียงน้ำมันเข้ามาสำรวจในป่า เมื่อแสงสว่างสาดส่องเข้ามาถึงร่างเล็ก ๆ ของไพร์ด เงาอันแหลมคมก็พุ่งเข้าใส่เฮนเคลอย่างรวดเร็ว เฮนเคลกระเด็นไปพร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากเงาเพชฌฆาตของไพร์ด
หลังจากเฮนเคลกระเด็นไป เงาของไพร์ดก็พุ่งไปปัดตะเกียงที่ชาวบ้านถืออยู่ น้ำมันที่หกนองเต็มพื้นเป็นเชื่อเพลิงอย่างดี...ไฟลามอย่างรวดเร็วทำให้บริเวณนั้นสว่างไสวกลายเป็นสมรภูมิที่ไพร์ดได้เปรียบอย่างที่สุด...
“ตอนนี้ฉันมีแหล่งกำเนิดแสงถาวรแล้ว...ลาก่อน..คิเมร่า”
ไพร์ดเปลี่ยนเงาเป็นหนามขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาเฮนเคลหมายจะปลิดชีวิต แต่เอ็ดเข้ามาขวางไว้พอดี เงาของไพร์ดถูกเบี่ยงไปเมื่อกระทบกับออโต้เมลใหม่ของเอ็ดที่วินรี่ใช้คาร์บอน – วัสดุเดียวกับโล่ของกรีด – สร้างขึ้น
“ทำไมเงาของเราถึงทำอะไรเจ้านั่นไม่ได้เลย..”
“...ฉันเคยคิดว่าออโต้เมลของภาคเหนือคงไม่ได้เจ๋งไปกว่าแบบเดิมของฉันเท่าไหร่...ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าพวกนั้นคงใช้เส้นใยคาร์บอนสักตันมาหลอมเป็นแขนขาให้ฉันแน่ ๆ..”
เมื่อไพร์ดไม่สามารถทำลายออโต้เมลของเอ็ดได้ โฮมุนคูลัสจอมเจ้าเล่ห์ก็เปลี่ยนไปใช้ร่างของอัลในการโจมตีแทน
ไพร์ดใช้เงาเป็นอาวุธได้เมื่ออยู่ในที่ที่มีแสง ทว่าหากแสงจ้าจนเกินไปเงาก็จะไม่เกิดขึ้น เอ็ดรู้ความจริงข้อนี้จึงวางแผนกับฟูก่อนจะมาเผชิญหน้ากับไพร์ด...
เอ็ดใช้กลยุทธ์ระเบิดแสงจัดการไล่เงาของไพร์ดที่แทรกซึมอยู่ในร่างอัลไปจนหมด เด็กหนุ่มสั่งให้ดูเรียสพาเกราะของอัลไปไว้ที่อื่น ไพร์ดยืดเงาออกไปอีกครั้งหวังจะขัดขวางเอ็ด เอ็ดจึงสั่งให้ฟูปาระเบิดแสงอีกลูกหนึ่งเพื่อสกัดไพร์ดเอาไว้...
“แกตายไปกี่ครั้งแล้วกลัทโทนี่ย์”
“...ไม่รู้สิ...เยอะจนนับไม่ได้แล้วอะ”
“งั้นเหรอ...ฉันก็เหมือนกัน...ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้เราทั้งคู่คงถูกกำจัด...ท่านพ่อคงต้องซ่อมฉันอีกแล้วล่ะนะ..”
รอยยิ้มเลือดเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าไพร์ดพร้อม ๆ กับเงาขนาดยักษ์คมกริบที่ทะลวงร่างของกลัทโทนี่ย์อย่างไม่ปรานี เงาส่วนที่พุ่งตัดร่างของกลัทโทนี่ย์เป็นสองส่วนมีปากขนาดมหึมาอยู่...ไพร์ดกำลัง “กัดกิน” กลัทโทนี่ย์ซึ่งเปรียบเหมือนน้องชายของตนทั้งเป็น...
“ไม่นะ...อย่ากินฉัน...เจ็บจัง ช่วยด้วย...ช่วยฉันที....ลั..ส..ท์...”
กลัทโทนี่ย์ร้องเรียกลัสท์คู่หูที่ดีที่สุดของตนในวาระสุดท้ายของชีวิต แล้วร่างของกลัทโทนี่ย์ก็ค่อย ๆ สลายไป...
“....ตอนนี้ฉันก็จะใช้จมูกจับตำแหน่งของพวกนายได้แล้ว...ถึงไอ้ความตะกละที่ติดมาด้วยจะน่ารำคาญไปหน่อยก็เถอะ แต่ก็นับว่าสะดวกไม่เลว...”
ขณะที่เอ็ดและหลินตกตะลึงกับความโหดเหี้ยมเลือดเย็นของไพร์ด โฮเอนไฮม์ก็ปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ ดูเรียสเพื่อปกป้องชุดเกราะของอัล ไพร์ดรู้ทันทีว่า “ผู้มาเยือนคนใหม่” คือใคร...
“...กลิ่นนี้มัน....แกอยู่ตรงนั้นสินะโฮเอนไฮม์...”
ในที่สุดโฮเอนไฮม์กับไพร์ดก็กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง !!!
ป๋ารู้ทันกราแมนจริง ๆ ด้วย ส่วนเจ๊โอก็น่าคิดว่าเตี๊ยมกับรอยไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า ^^'
** เพิ่งสังเกตว่าฟันของไพร์ดเปลี่ยนไป จากเดิมฟันจะทื่อ ๆ เหมือนฟันวัว ตอนนี้กลายเป็นฟันแหลม ๆ ซะแล้ว -o-"
แถมค่ะ
รูปป๋าใน Box set limited edition ที่กำลังจะปิดจอง (ลายเส้นเปลี่ยนรึเปล่านะ??)
My Spoilers
My Projects

#1 By แมวหัวหอม (58.8.92.87) on 2008-09-12 22:47