ฮากาเร็นตอนนี้มาพร้อมข่าวดีค่ะ  ทาง Bones คอนเฟิร์มเรื่อง FMA อนิเมะฉบับสร้างใหม่แล้ว (ต้องเตรียมโหลดอีกแล้วสิเนี่ย ^^')  

ตอนนี้ต้องบอกลาตัวละคร (ที่น่ารัก !!?) อีกตัวหนึ่งแล้วค่ะ  จะว่าไงดีล่ะ  ตอนตายนี่ก็เศร้าเหมือนกัน (ถึงตอนแรก ๆ จะไม่ค่อยชอบ แต่พออ่านมาแปดสิบกว่าตอนชักเริ่มชอบซะงั้น ^^')

อ้อ แฟน ๆ ป๋าเตรียมกรี๊ดนะคะ  เพราะตอนนี้ป๋ามีคิวมากกว่าสองหน้า !! แถมมี RoyAi ซีนอีก  >.<"  เรื่องนี้คงใกล้จบมาก ๆ แล้วสินะ...



เปิดตอนค่ะ

 

Chapter 87  An Underground Oath

 

 

 

คืนหนึ่งในเซ็นทรัล  รอยไปพบมาดามคริสต์มาสที่บาร์ของมาดาม  มาดามคริสต์มาสให้รอยดูหลักฐานที่ตนรวบรวมมาได้ที่ช่วยยืนยันว่า เซริม  แบรดเล่ย์ไม่ใช่มนุษย์

เซริมปรากฏตัวในรูปถ่ายที่เก่าแก่มากหลายใบ...20 ปีก่อน..35 ปีก่อน..40 ปีก่อน หรือกระทั่ง 50 ปีก่อน  ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปเนิ่นนานร่วมครึ่งศตวรรษแต่รูปลักษณ์ของเซริมกลับแทบไม่เปลี่ยนไปเลย  และในรูปถ่ายแต่ละใบ  เซริมจะอยู่ใกล้ชิดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเสมอ...

มาดามคริสต์มาสบอกรอยว่า  ตนได้ไปตรวจสอบสถานที่ที่อ้างว่าเป็นบ้านเกิดของแบรดเล่ย์มาแล้ว  แม้ว่าหลักฐานทางเอกสารที่พบจะบ่งชี้ว่าผบ.สูงสุดเกิดและเติบโตที่นั่น  ทว่าชาวบ้านที่อายุมากที่สุดในเมืองกลับไม่รู้จักคนที่ชื่อแบรดเล่ย์เลย...

“แสดงว่าที่อยู่ของแบรดเล่ย์ที่บ้านเกิดเป็นของปลอม..และแน่นอนว่าเขาไม่มีญาติอยู่เลย...” มาดามคริสต์มาสสรุปเรื่องผบ.สูงสุด จากข้อมูลที่หามาได้อย่างยากลำบาก...

มาดามคริสต์มาสสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่มีใครสังเกตเรื่องของเซริม  เพราะเซริมเองก็ต้องตรวจร่างกายประจำปีที่โรงเรียนเช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ  รอยตอบว่าเซริมใช้อภิสิทธิ์ของการเป็นลูกชาย ผบ.สูงสุดเข้าตรวจร่างกายกับหมอประจำตระกูลแล้วบิดเบือนข้อมูลเอาภายหลัง...


ขณะที่รอยกำลังคุยกับมาดามคริสต์มาส  นอกบาร์มีคนของทางการซุ่มอยู่   พวกเขาสะกดรอยตามรอยตั้งแต่เข้าไปในบาร์แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด  อย่างไรก็ตามพวกเขาก็สืบพบข้อมูลที่สำคัญอย่างหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมาดามคริสต์มาสกับรอย

...ชื่อจริงของมาดามคริสต์มาสคือ “คริส  มัสแตง”..แม่ทูนหัวของ รอย มัสแตงนั่นเอง

 

 

 

ทั้งสามคนตัดสินใจบุกเข้าไปในบาร์เพื่อจัดการกับรอย  แต่รอยไหวตัวทันจึงไปซ่อนตัวที่ทางน้ำใต้ดิน  ผู้พันหนุ่มจัดการกดสวิตซ์ระเบิดระเบิดบาร์ของมาดามเป็นจุณไปพร้อม ๆ กับผู้สะกดรอยทั้งสาม...

รอยบอกมาดามว่าเขาจะชดใช้ร้านใหม่ให้  แต่มาดามปฏิเสธโดยบอกว่าตนจะหลบไปซ่อนตัวสักพัก  รอยถามถึงสาว ๆ ในบาร์ของมาดามคริสต์มาส  มาดามตอบว่าตนได้ให้การ์ดที่ดีที่สุดพาตัวเด็ก ๆ ในร้านหลบไปต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว...


ก่อนจะแยกกันไป รอยขอบคุณผู้เป็นแม่ทูนหัวจากใจพร้อมสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณในอนาคต  มาดามคริสต์มาสบอกรอยว่าตนขอแค่ให้รอยไต่เต้าไปถึงจุดสูงสุดก็พอแล้ว...
“...ฉันคาดหวังสิ่งดี ๆ จากเธออยู่นะ...เจ้าหนูรอย...”

“...เฮ้อ  เมื่อไหร่จะเลิกทำเหมือนเราเป็นเด็ก ๆ เสียทีนะ...”
รอยยิ้มขณะที่ทอดสายตามองหญิงสาวผู้เลี้ยงดูตนมาเดินจากไปอย่างช้า ๆ

 

 

 

หลังจากแยกจากมาดามคริสต์มาส  รอยก็มุ่งตรงไปยังอุโมงค์ขนาดใหญ่ใต้เซ็นทรัล  สิ่งที่รายล้อมผู้พันหนุ่มอยู่คือซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนจะถูกละทิ้งมาเป็นเวลานานแล้ว  เมื่อรอยเปิดประตูเก่า ๆ เข้าไปยัง “ที่นัดหมาย” เขาก็ได้พบกับผู้ใต้บังคับบัญชาผู้จงรักภักดีที่สละตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองมารวมตัวกันเพื่อปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย... ริซ่า เบรด้า ฟิวรี่ และฮายาเตะ (!?) มารวมตัวกันพร้อมหน้า

“มาช้านะพันเอก  พวกเราเกือบจะทิ้งคุณอยู่แล้วรู้เปล่า”  เบรด้าทักทายรอยอย่างสนิทสนม
รอยยิ้มพร้อมบอกว่าเขาดีใจที่ได้พบทุกคนอีก
“ถึงนายจะปีนเกลียวฉันเห็น ๆ ฉันก็ยังดีใจ...” รอยพูดกับเบรด้า

รอยถามริซ่าว่าแน่ใจหรือเปล่าว่าไม่ถูกสะกดรอย  ริซ่าบอกด้วยความมั่นใจว่าหากพวกตนถูกสะกดรอย  ฮายาเตะก็ต้องบอกให้รู้แล้ว

“...เจ้าตัวเล็กนี่ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ...” รอยชมฮายาเตะ
ฟิวรี่เปรยว่าให้ติดยศให้ฮายาเตะ  รอยจึงตั้งให้ฮายาเตะเป็น “ร้อยตรี”  ฟิวรี่ถึงกับตกใจที่หมาของริซ่ามียศสูงกว่าตน

หลังจากหยอกล้อกับลูกน้องพอสมควรแล้ว  รอยก็ถามถึงความเคลื่อนไหวของพวกแบรดเล่ย์  ริซ่าตอบว่าตนรู้ความเคลื่อนไหวในอีกสามวันข้างหน้าของภรรยาผบ. สูงสุด  พร้อมทั้งรายงานว่าเซริมร่วมทางกับพ่อไปยังศูนย์ฝึกภาคตะวันออก  ส่วนคิง แบรดเล่ย์ นั้นหายตัวไปหลังจากรถไฟโดยสารถูกลอบวางระเบิด

เบรด้ารู้ทันทีว่าการหายตัวไปของแบรดเล่ย์เป็นฝีมือของกราแมน  รอยบอกทุกคนว่าการหายตัวไปของผบ.สูงสุด กับลูกชาย  อาจเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่จะทำให้ภารกิจลุล่วง  หรืออาจเป็นกับดักของกราแมนก็ได้...

“...แต่ถึงมันจะเป็นกับดัก  เราก็ต้องก้าวต่อไป  นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกนายจะถอนตัวแล้วนะ...”
“พอได้แล้ว !!” ลูกน้องของรอยทุกคนพร้อมจะร่วมหัวจมท้ายกับรอยโดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายที่รอพวกเขาอยู่...

“กรุณาออกคำสั่งด้วยค่ะ”  ริซ่าแสดงความมุ่งมั่นโดยขอให้รอยออกคำสั่งแรกกับพวกตน
“พวกเราทั้งสี่คนตีตั๋วรถเที่ยวเดียวไปยังสมรภูมิ...ถ้าเราล้มเหลวก็จะไม่มีที่ให้หันหลังกลับ...เพราะอย่างนั้นฉันขอสั่งพวกนายเพียงอย่างเดียว  และพวกนายต้องฟังคำสั่งนี้ ... “ห้ามตายเด็ดขาด”...เข้าใจมั๊ย”

ทั้งสามรับคำสั่งรอยด้วยความแข็งขันแล้วเริ่มปฏิบัติการทันที...

 

 

 

ขณะเดียวกันที่ห้องประชุมของกองทัพ  พวกเบื้องบนของกองทัพกำลังรายงานความเคลื่อนไหวของพวกรอยแก่เจ้านายของตน
“อดีตลูกน้องของมัสแตงกำลังปฏิบัติการอย่างลับที่สุดเท่าที่จะทำได้...”
“ลับ ๆ งั้นหรือ...ฉันพนันได้เลยว่าพวกนั้นกำลังเร่งเครื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายตามแผนในคราวเดียวมากกว่า”  

ท่านพ่อรับฟังความเห็นที่แตกต่างกันของผู้ร่วมประชุมอย่างครุ่นคิดแล้วถามขึ้นมาว่าพวกรอยจะทำอะไรต่อไป

โอลิเวียร์ตอบท่านพ่อว่าหากตนเป็นรอยที่กำลังเตรียมการขั้นสุดท้าย  ตนจะพุ่งเป้าไปยังภรรยาของแบรดเล่ย์

“..ลักพาตัวงั้นหรือ...ไร้สาระสิ้นดี...จับคนไร้ประโยชน์เป็นตัวประกันเพียงเพื่อต้องการให้ตัวเองถูกมองเป็นคนทรยศ... มนุษย์นี่มันน่าสิ้นหวังเหลื่อเชื่อจริง ๆ...” ท่านพ่อไม่ยี่หระต่อการกระทำของพวกรอยพร้อมพูดจาเย้ยหยันอย่างดูแคลน...


ทุกอย่างเป็นไปตามที่โอลิเวียร์บอกท่านพ่อในห้องประชุม  รอยพร้อมลูกน้องดักลักพาตัวภรรยาของแบรดเล่ย์กลางดึก  

“...ขออภัยที่ล่วงเกินนะครับท่าน  แต่ท่านจะมากับพวกเราหน่อยได้ไหม..”  รอยพูดกับตัวประกันอย่างสุภาพและไม่มีความมุ่งร้ายแม้แต่น้อย...

 

 

 

การปรากฏตัวของรันฟานเป็นกำลังสำคัญให้กับพวกเอ็ดเป็นอย่างมาก  กลัทโทนี่ย์ถึงกับสิ้นฤทธิ์เมื่อถูกหลินและรันฟานจู่โจมอย่างแม่นยำในความมืด  กลัทโทนี่ย์ถามรันฟานว่ารู้ตำแหน่งของตนได้อย่างไร (มีน้ำตาซึมด้วยแฮะ ^^’)  รันฟานตอบว่า

ราชนิกูลของอาณาจักรชินและผู้ติดตามสามารถอ่านกระแสการไหลของพลังชีวิต (ชี่) ได้ประหนึ่งว่าพลังชีวิตเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา  ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต่อสู้ในที่มืดได้ดี


ขณะที่หลินและรันฟานจัดการกับกลัทโทนี่ย์  ฟูก็ปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ เอ็ด  ฟูบอกเอ็ดว่าตนซ่อนตัวไปพลางเก็บข้อมูลไปพลางอยู่ในเซ็นทรัล  เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตมหาศาลหลายดวงที่รวมตัวอยู่แถวสลัม  ฟูจึงตามพลังนั้นมาและได้พบกับเอ็ด

“...พอมาอยู่ตรงนี้แล้วรู้สึกว่าเรื่องจะยุ่งกว่าที่คิด  มีพลังชีวิตมหาศาลสองดวงอยู่ตรงหน้าเราพอดี..”

เอ็ดบอกว่าเจ้าของพลังนั้นคงเป็นกรีดกับกลัทโทนี่ย์  เมื่อฟูรู้ว่ากรีดอยู่เบื้องหน้าตนก็รำพึงออกมาอย่างคับแค้นที่กรีดชิงร่างของหลินไป...


ฟูบอกพวกเอ็ดว่าในป่ามีพลังชีวิตอีกดวง  พลังชีวิตของสิ่งที่อยู่ในป่านั้นมากกว่าพลังของกรีดและกลัทโทนี่ย์  และที่น่าตกใจไปกว่านั้น...มีพลังชี่มหาศาล...มากกว่ากลัทโทนี่ย์...มากกว่ากรีด...และมากกว่าไพร์ดอย่างเทียบกันไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน

“...มันคืออะไรกันแน่..??”  ฟูแทบไม่เชื่อสัมผัสพลังของตนเอง...


ดูเรียส (คิเมร่าคิงคอง) ตอบว่าเจ้าของพลังนั้นคงเป็นโฮเอนไฮม์พ่อของเอ็ด   ฟูตกใจที่พ่อของเอ็ดไม่ใช่มนุษย์  แต่เอ็ดบอกฟูว่าไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้  สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือจัดการกับโฮมุนคูลัสสองตนที่อยู่ตรงหน้า...

“ไม่ต้องห่วงหรอก  รันฟานจะจัดการกลัทโทนี่ย์เอง”


เมื่อเอ็ดรู้ว่าคนที่กำลังต่อสู้กับกลัทโทนี่ย์อย่างดุเดือดคือรันฟาน  เด็กหนุ่มก็แทบไม่อยากเชื่อที่หญิงสาวสามารถทำกายภาพบำบัดจนร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับออโต้เมลได้โดยใช้เวลาเพียงหกเดือนเท่านั้น  เอ็ดบอกว่ารันฟานไม่ควรต่อสู้หลังจากติดออโต้เมลได้เพียงครึ่งปี


ทันทีที่รันฟานได้ยินคำสบประมาทของเอ็ดก็ปลดสลักระเบิดแล้วโยนไปทางเด็กหนุ่ม  เอ็ดโกรธที่อยู่ ๆ รันฟานก็ขว้างระเบิดใส่ตน

“...เข้าใจแล้ว ๆ ใช่รันฟานจริง ๆ ด้วย  ยัยนั่นเป็นคนคนเดียวที่ใช้...”  
ระเบิดของรันฟานทำให้เอ็ดก็คิดแผนการต่อกรกับไพร์ดได้  เอ็ดหันไปถามฟูว่าฟูมีระเบิดแบบไหนอีกบ้าง

“เยอะแยะ...แก๊สน้ำตา  ระเบิดแสง  ระเบิดไฟ...”

 

ทันใดนั้นชาวบ้านในสลัมก็ซ่อมเครื่องจ่ายไฟได้  สลัมจึงกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง  เอ็ดตระหนักได้ว่าอีกไม่นานไพร์ดก็จะกลับมาแผลงฤทธิ์ได้อีกครั้ง  เด็กหนุ่มรู้สึกเป็นห่วงเฮนเคลที่กำลังจัดการกับไพร์ดขึ้นมาทันที  เอ็ดจึงขอให้ฟูพาตนไปหาไพร์ดในป่าเพื่อช่วยเฮนเคล

เอ็ดต้องการไปหาเฮนเคลให้เร็วที่สุดแต่กลับถูกดูเรียสรั้งเอาไว้  เมื่อเอ็ดถามว่ามีปัญหาอะไร  คิเมร่าคิงคองก็ตอบเอ็ดว่า
“...ฟังนะ...ไพร์ดน่ะ....”  ดูเรียสบอกความลับบางอย่างของไพร์ดกับเอ็ด....


ลึกเข้าไปในป่า  เฮนเคลเริ่มหงุดหงิดที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรไพร์ดก็ไม่ตาย...ไม่มีทีท่าเจ็บปวด  ไม่แม้แต่จะต่อกรหรือป้องกันตัว  

และแล้วโอกาสของไพร์ดก็มาถึง  เมื่อชาวบ้านถือตะเกียงน้ำมันเข้ามาสำรวจในป่า  เมื่อแสงสว่างสาดส่องเข้ามาถึงร่างเล็ก ๆ ของไพร์ด  เงาอันแหลมคมก็พุ่งเข้าใส่เฮนเคลอย่างรวดเร็ว  เฮนเคลกระเด็นไปพร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากเงาเพชฌฆาตของไพร์ด

หลังจากเฮนเคลกระเด็นไป  เงาของไพร์ดก็พุ่งไปปัดตะเกียงที่ชาวบ้านถืออยู่  น้ำมันที่หกนองเต็มพื้นเป็นเชื่อเพลิงอย่างดี...ไฟลามอย่างรวดเร็วทำให้บริเวณนั้นสว่างไสวกลายเป็นสมรภูมิที่ไพร์ดได้เปรียบอย่างที่สุด...

“ตอนนี้ฉันมีแหล่งกำเนิดแสงถาวรแล้ว...ลาก่อน..คิเมร่า”

ไพร์ดเปลี่ยนเงาเป็นหนามขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาเฮนเคลหมายจะปลิดชีวิต  แต่เอ็ดเข้ามาขวางไว้พอดี  เงาของไพร์ดถูกเบี่ยงไปเมื่อกระทบกับออโต้เมลใหม่ของเอ็ดที่วินรี่ใช้คาร์บอน – วัสดุเดียวกับโล่ของกรีด – สร้างขึ้น
ไพร์ดไม่รู้ว่าเอ็ดได้อัพเกรดออโต้เมลแล้วจึงยั่วโทสะเอ็ด  ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด  ไพร์ดแปลกใจที่เงาที่ทะลุทะลวงได้ทุกอย่างของตนไม่ระคายออโต้เมลของเอ็ดแม้แต่น้อย

“ทำไมเงาของเราถึงทำอะไรเจ้านั่นไม่ได้เลย..”
“...ฉันเคยคิดว่าออโต้เมลของภาคเหนือคงไม่ได้เจ๋งไปกว่าแบบเดิมของฉันเท่าไหร่...ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าพวกนั้นคงใช้เส้นใยคาร์บอนสักตันมาหลอมเป็นแขนขาให้ฉันแน่ ๆ..”


เมื่อไพร์ดไม่สามารถทำลายออโต้เมลของเอ็ดได้  โฮมุนคูลัสจอมเจ้าเล่ห์ก็เปลี่ยนไปใช้ร่างของอัลในการโจมตีแทน
ทุกอย่างเป็นไปตามที่เอ็ดคาดเอาไว้  ทันทีที่เงาของไพร์ดแทรกซึมเข้าไปในชุดเกราะของอัล  เด็กหนุ่มก็สั่งให้ฟูโยนระเบิดแสงใส่ชุดเกราะทันที  ระเบิดแสงที่ระเบิดเหนือชุดเกราะพอดีเป็นแหล่งกำเนิดแสงอย่างดี

ไพร์ดใช้เงาเป็นอาวุธได้เมื่ออยู่ในที่ที่มีแสง  ทว่าหากแสงจ้าจนเกินไปเงาก็จะไม่เกิดขึ้น  เอ็ดรู้ความจริงข้อนี้จึงวางแผนกับฟูก่อนจะมาเผชิญหน้ากับไพร์ด...

เอ็ดใช้กลยุทธ์ระเบิดแสงจัดการไล่เงาของไพร์ดที่แทรกซึมอยู่ในร่างอัลไปจนหมด  เด็กหนุ่มสั่งให้ดูเรียสพาเกราะของอัลไปไว้ที่อื่น  ไพร์ดยืดเงาออกไปอีกครั้งหวังจะขัดขวางเอ็ด  เอ็ดจึงสั่งให้ฟูปาระเบิดแสงอีกลูกหนึ่งเพื่อสกัดไพร์ดเอาไว้...
เมื่อไพร์ดตระหนักว่าเอ็ดมีกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมในการรับมือกับตน  ความคิดชั่วร้ายก็ผุดขึ้นในสมองของปีศาจจอมเจ้าเล่ห์ทันที...

“แกตายไปกี่ครั้งแล้วกลัทโทนี่ย์”
“...ไม่รู้สิ...เยอะจนนับไม่ได้แล้วอะ”

“งั้นเหรอ...ฉันก็เหมือนกัน...ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้เราทั้งคู่คงถูกกำจัด...ท่านพ่อคงต้องซ่อมฉันอีกแล้วล่ะนะ..”

รอยยิ้มเลือดเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าไพร์ดพร้อม ๆ กับเงาขนาดยักษ์คมกริบที่ทะลวงร่างของกลัทโทนี่ย์อย่างไม่ปรานี  เงาส่วนที่พุ่งตัดร่างของกลัทโทนี่ย์เป็นสองส่วนมีปากขนาดมหึมาอยู่...ไพร์ดกำลัง “กัดกิน” กลัทโทนี่ย์ซึ่งเปรียบเหมือนน้องชายของตนทั้งเป็น...

“ไม่นะ...อย่ากินฉัน...เจ็บจัง  ช่วยด้วย...ช่วยฉันที....ลั..ส..ท์...”  
กลัทโทนี่ย์ร้องเรียกลัสท์คู่หูที่ดีที่สุดของตนในวาระสุดท้ายของชีวิต  แล้วร่างของกลัทโทนี่ย์ก็ค่อย ๆ สลายไป...
เมื่อ “กิน” กลัทโทนี่ย์แล้ว  ไพร์ดก็ได้ความสามารถในการดมกลิ่นของกลัทโทนี่ย์มาครอบครอง
“....ตอนนี้ฉันก็จะใช้จมูกจับตำแหน่งของพวกนายได้แล้ว...ถึงไอ้ความตะกละที่ติดมาด้วยจะน่ารำคาญไปหน่อยก็เถอะ  แต่ก็นับว่าสะดวกไม่เลว...”


ขณะที่เอ็ดและหลินตกตะลึงกับความโหดเหี้ยมเลือดเย็นของไพร์ด  โฮเอนไฮม์ก็ปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ ดูเรียสเพื่อปกป้องชุดเกราะของอัล  ไพร์ดรู้ทันทีว่า “ผู้มาเยือนคนใหม่” คือใคร...

“...กลิ่นนี้มัน....แกอยู่ตรงนั้นสินะโฮเอนไฮม์...”  

ในที่สุดโฮเอนไฮม์กับไพร์ดก็กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง !!!
กลัทโทนี่ย์ตายซะแล้ว  แถมคุณวัวยังเขียนให้ถูกกินทั้งเป็นเหมือนกับในตำนานของบาปเจ็ดประการเลยค่ะ

ป๋ารู้ทันกราแมนจริง ๆ ด้วย  ส่วนเจ๊โอก็น่าคิดว่าเตี๊ยมกับรอยไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า  ^^'

** เพิ่งสังเกตว่าฟันของไพร์ดเปลี่ยนไป  จากเดิมฟันจะทื่อ ๆ เหมือนฟันวัว  ตอนนี้กลายเป็นฟันแหลม ๆ ซะแล้ว -o-"


แถมค่ะ
รูปป๋าใน Box set limited edition  ที่กำลังจะปิดจอง  (ลายเส้นเปลี่ยนรึเปล่านะ??)
---------------------------------------------------------
จบแล้วค่ะ  ตอนนี้ยาวได้ใจจริง ๆ
ช่วงนี้อาจดองบลอคหน่อยนะคะ  ต้องปั่นวิทยานิพนธ์แล้วค่ะ  TAT
คอมเมนท์ยกไปงวดหน้านะคะ  ^^'

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบพระคุณขอรับ สปอยด์ได้สนุกมากๆ

#1 By แมวหัวหอม (58.8.92.87) on 2008-09-12 22:47

ฉบับสร้างใหม่!! เคยได้แค่คิดเล่นๆ ตอนนี้ฝันเป็นจริงแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด \T{}T/

ง่ะ แต่งฟิคเกี่ยวกับตัวเอกที่ใช้เงาไว้เหมือนกัน

เปล่าน้า~ ไม่ได้ลอกอาจารย์วัวมานะค้า~ TT TT
ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านกันมากๆเลยนะคร้าบ T^T
ดีใจที่จะได้เห็นFMAอีกครั้ง
(ปวดใจตั้งกะตอนที่แล้วมากมาย เจ๊วัวทำร้ายน้องอัล OTL)
ขออนุญาติลิ้งค์รูปบางอันไปสครีมนิดนึงนะครับ TwT"

#3 By Rebirth[KAOS] on 2008-09-13 02:28

ตามลิ้งค์มาค่ะ (จากบล็อคกลิ้ง)

ขอบคุณที่สปอยล์ให้อ่านมากๆเลยค่ะ ไม่ได้อ่านมานานแล้วคิดถึงมากเลย TTwTT

พึ่งรู้เหมือนกันค่ะว่าFMAสร้างใหม่!!! สุดยอดเลยค่ะ อยากดูเร็วๆจังเลย cry
กร๊าซซซซซซ

รู้สึกพี่ปาล์มจะตกใจทุกครั้งที่แพรอัพบลอค
(ก็น่าตกใจอยู่หรอก) 55+

ไม่ได้เห็นรอยตั้งนานนมมาแล้ว~
คิดถึงมากมายยยยยยยย~~~

#5 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2008-09-16 17:43

สวัสดีค่า ขออนุญาตแอดบล็อกนะคะ ^_^

กรี๊ดดด ตอนนี้คุณป๋ามีบทเยอะ แถมมีRoyAiซีนอีก><(แม่ยกRoyAiเหมือนกันค่า)
FMAจะรีเมค!? เพี้ยง ขอให้ลายเส้นสวยกว่าเดิมทีเถิด อย่าเผาเลยนะโบนส์จ๋า

ขอบคุณที่เอาสปอยล์มาให้อ่านกันนะคะ จะขอติดตามต่อไปค่ะsurprised smile

#6 By bel on 2008-09-28 00:29

งงอ่า ภาษาญี่ปุ่น - -*sad smile

#7 By กฤต (58.64.92.118) on 2009-07-11 10:55