FMA 86 Messenger From the Void
posted on 14 Aug 2008 18:57 by palmcj in Alchemic-world
ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ ตอนนี้ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว (แต่ยังไม่ค่อยชินกับเฝือกเท่าไหร่เลยแฮะ ^^a) สปอยตอนนี้ทำ ๆ หยุด ๆ นะคะ (เมื่อยเมื่อไหร่ก็อู้เมื่อนั้น แต่ก็สนุกดีค่ะ แก้เบื่อตอนไม่มีอะไรทำได้ดี) อ่านแล้วแปลก ๆ ยังไงก็ขอโทษด้วยน่อ
ไม่เกริ่นมากแล้วนะคะ (ขี้เกียจพิมพ์ เหอเหอ) เข้าเรื่องเลยดีกว่า
CHAPTER 86 Messenger From the Void
ขณะที่อัลหมดสติไป ดวงวิญญาณของเด็กหนุ่มในร่างชุดเกราะก็จมดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ในความว่างเปล่า สิ่งที่รายล้อมอัลอยู่มีเพียงทิวทัศน์ของหุบเหวสีขาวโพลนที่ไม่รู้ว่าก้นบึ้งอยู่ที่ไหนกันแน่ ทันใดนั้นเอง เสียงเรียกที่ไม่คุ้นเคยก็ปลุกอัลให้ตื่นจากภวังค์
“....อัลฟอนส์....ตั้งสติไว้สิ....ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะจากไป....”
เงารูปมือเล็ก ๆ สีขาวยื่นมาจากที่ไกลแสนไกล มือนั้นค่อย ๆ ประคองหน้าอัลขึ้นเพื่อเรียกสติ
แต่แล้วเงานั้นก็เปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน ใบหน้าที่เหมือนหัวชุดเกราะของอัลหากแต่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายเข้ามาประชิดกับใบหน้าของเด็กหนุ่มทันที “ดวงตา” ที่อยู่ในเงาสามารถบ่งบอกตัวเจ้าของได้เป็นอย่างดี....ไพรด์กำลังพยายามดึงอัลขึ้นมาจากความตาย
“....เธอยังตายไม่ได้...พวกเรายังต้องใช้เธออยู่....”
ความมุ่งร้ายของไพรด์เปลี่ยนทิวทัศน์สีขาวรอบตัวอัลเป็นสีแดงฉานเหมือนเลือด...
หลังจากผบ.สูงสุด หายตัวไปจากการจู่โจมของชาวอิชวาล เหล่าทหารก็ออกตามหาอย่างสุดความสามารถ กราแมนและไมล์สไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อติดตามความคืบหน้าของการค้นหาแบรดเล่ย์ กองค้นหาพบศพของหนึ่งในผู้ติดตามแบรดเล่ย์ที่ปลายน้ำ แต่แบรดเล่ย์ยังคงสาบสูญ กราแมนบอกไมล์สว่ามีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยให้ผบ.สูงสุด รอดจากการซุ่มโจมตีครั้งนี้ไปได้ และตนได้ขอให้กองทัพภาคเหนือช่วยในการหา (ศพ) ของแบรดเล่ย์ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด
“ฉันจะยังวางใจไม่ได้จนกว่าจะเห็นศพด้วยตาตัวเอง” กราแมนบอกกับไมล์ส
ไมล์สแปลกใจที่กราแมนไม่สั่งเดินทัพไปยังเซ็นทรัลตามที่ตกลงกันไว้ กราแมนบอกไมล์สว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเคลื่อนไหว “...ตอนนี้พวกเราก็ปล่อยให้พันเอกมัสแตงจัดการกับงานสกปรกไปก่อนละกัน...”
แท้จริงแล้วกราแมนคิดจะถือโอกาสตอนที่รอยและโอลิเวียร์เข้ายึดอำนาจที่เซ็นทรัลเป็นบันไดไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจเสียเอง ทันทีที่รอยและโอลิเวียร์ก่อการตามแผน ทั้งสองก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ เมื่อถึงตอนนั้นกราแมนก็จะทำทีเป็นฮีโร่เข้าไปช่วยเซ็นทรัลจากการยึดอำนาจของรอยและโอลิเวียร์...
“...แล้วฉันก็จะได้ครองอำนาจโดยไม่เสี่ยงต่อเรื่องฉาวโฉ่ที่จะตามมา....ตอนนี้ก็ปล่อยงานสกปรกให้เด็ก ๆ จัดการไปก่อน...”
ไมล์สรู้ทันกราแมน ชายหนุ่มรู้สึกผิดที่ลากนายพลเฒ่าเข้ามาร่วมแผนการจนทำให้กราแมนเกิดความทะเยอทะยานจนซ้อนแผนดัดหลังรอยและโอลิเวียร์ขึ้นมา....เรื่องที่กราแมนคิดไม่ซื่อและเรื่องการหายตัวไปของอัลทำให้ไมล์สกังวลเป็นอย่างมากแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้....
อัลที่ถูกไพร์ดควบคุมปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเอ็ด เมื่อเห็นเงาที่เต็มไปด้วยตาและปากมากมายของไพร์ดค่อย ๆ ไหลออกมาจากชุดเกราะของอัล ทุกคนยกเว้นกรีดก็ตกใจและแปลกใจว่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงหน้าคือตัวอะไรกันแน่...
กรีดบอกเอ็ดว่าเจ้าของเงานั่นคือ “ไพรด์” พี่ใหญ่ของเหล่าโฮมุนคูลัส เอ็ดคิดว่าไพร์ดปลอมเป็นอัลเพื่อหลอกให้ตนไขว้เขว เมื่อได้ยินเช่นนั้นไพร์ดก็ยืดเงายันส่วนหัวของชุดเกราะออก เผยให้เห็นอักขระเลือดซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าเอ็ดเป็นชุดเกราะของอัลจริง ๆ
“...นี่ไม่ใช่ร่างปลอมหรอกนะ....นี่น่ะเป็น....น้องชายนาย...” ขณะที่ปีศาจเงาพูด แขนเงาเล็ก ๆ ก็โถมเข้าไปหาอักขระเลือด เมื่อเอ็ดรู้ความจริงก็หน้าถอดสีแล้วสบถออกมาอย่างเจ็บใจ...
กรีดถามไพร์ดว่าหาพวกตนเจอได้อย่างไร ไพร์ดไม่ตอบหากแต่พูดว่าตนมาเพื่อกำจัดคนทรยศอย่างกรีด...
“....แล้วก็....นักแปรธาตุเหล็กไหล....เธอต้องมากับฉัน....” ไพร์ดบอกวัตถุประสงค์อีกอย่างของตนให้เอ็ดได้รู้....
เอ็ดบอกให้ทุกคนหนีไปส่วนตนตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้กับไพร์ด เพราะเด็กหนุ่มรู้ดีว่าไพร์ดต้องการใช้ตนกับอัลในฐานะเสามนุษย์ ยังไงเสียตนก็ไม่ถูกฆ่าอย่างแน่นอน....
ไพร์ดตั้งใจจะหักกระดูกเอ็ดเพื่อพาตัวเด็กหนุ่มไปกับตน ปีศาจเงาใช้เงาจู่โจมเอ็ดทันที เด็กหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัวจึงได้แต่วิ่งหนี แต่แล้วเอ็ดไม่สามารถหนีต่อไปได้เพราะเบื้องหน้าคือสลัมซึ่งมีคนอาศัยอยู่เต็ม เอ็ดไม่ต้องการให้คนในสลัมรับเคราะห์จึงแปรธาตุสร้างเกราะหินขึ้นมาหวังจะชะลอการจู่โจมของไพร์ด แต่เกราะหินเหล่านั้นก็ไม่อาจขวางการโจมตีที่รุนแรงของไพร์ดได้เลย...
กรีดเสียหลักถูกไพร์ดจับตัวไว้ได้ ไพร์ดได้ทีจึงเอาชีวิตของคนในสลัมมาขู่
“เห....เจ้านั่นจี้จุดอ่อนของนายพอดีเลยนะ”
“ไม่มีใครใช้มุกเดิมเล่นงานฉันซ้ำสองได้หรอกน่า!!”
เอ็ดบอกกรีดพร้อมกับประกบมือเพื่อแปรธาตุทำลายเสาไฟฟ้าที่จ่ายไฟไปยังสลัม โชคเข้าข้างพวกเอ็ดที่คืนนั้นเป็นคืนแรมที่ไร้แสงดาว เมื่อแสงไฟที่สลัมดับไปบริเวณนั้นก็มืดสนิท เมื่อไม่มีแสง...ไม่มีเงา ไพร์ดก็ไม่สามารถโจมตีได้อีกต่อไป
ไพร์ดคิดว่าพวกเอ็ดเองก็เคลื่อนไหวในความมืดไม่ได้เช่นกัน โฮมุนคูลัสเงาจึงรอคอยแสงสว่างอย่างเยือกเย็น แต่ไพร์ดคาดผิดเพราะในกลุ่มของเอ็ดมีเฮนเคลซึ่งเป็นคิเมร่าสิงโตอยู่ เฮนเคลเปลี่ยนร่างเป็นสิงโตตัวมหึมาแล้วใช้ “ความสามารถมองในที่มืด” ของสิงโตจู่โจมไพร์ด...
แม้ร่างเล็ก ๆ ของไพร์ดจะถูกกรงเล็บที่ทั้งใหญ่ทั้งแหลมคมของเฮนเคลตะปบไม่ยั้งอย่างไม่ปรานี สีหน้าของไพร์ดก็ไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย...ยังคงเฉยชาและเยือกเย็น...
“น่าประทับใจจริง ๆ ที่แกโจมตีฉันที่อยู่ในร่างนี้ได้โดยไม่ลังเลเลย...” ไพร์ดแปลกใจที่ตนไม่สามารถใช้ “ความน่ารักในร่างเด็ก” หลอกล่อศัตรูได้
เฮนเคลเองก็รู้สึกไม่ดีนักที่ต้องทำร้ายร่างที่ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนเด็กชายอ่อนแอไม่มีทางสู้ แต่สัญชาติญาณสัตว์ป่าของคิเมร่าสิงโตก็บอกว่าหากไม่ฆ่า “เด็กน้อย” ตรงหน้าเสียตอนนี้ ตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายถูกฆ่าเสียเองอย่างแน่นอน...
เมื่อไพร์ดหมดฤทธิ์ ชุดเกราะของอัลก็หยุดเคลื่อนไหว เอ็ดพยายามเดินเข้าไปหาอัลด้วยความเป็นห่วงแต่คิเมร่าอีกตนที่ซุ่มอยู่แถวนั้นก็ห้ามเอาไว้เพราะเกรงว่านี่อาจเป็นกับดักของปีศาจเจ้าเล่ห์อย่างไพร์ด
เอ็ดถามคิเมร่าคิงคองว่าจะจัดการกับไพร์ดอย่างไร คิเมร่าตอบว่าที่ทำได้ตอนนี้คือภาวนาให้เฮนเคลฆ่าไพร์ดให้ได้ก่อนที่แสงสว่างจะกลับมาอีกครั้ง...
กรีดยังคงสงสัยว่าไพร์ดหาพวกตนเจอได้อย่างไร ขณะที่กรีดและเอ็ดทำอะไรไม่ได้เพราะอยู่ในความมืด ปีศาจร่างยักษ์อีกตนหนึ่งก็เข้าโจมตีพวกเอ็ดอย่างรวดเร็ว แต่สัญชาติญาณสัตว์ของคิงคองก็ช่วยทั้งสองไว้ได้
“....ได้กลิ่นแล้ว...กลิ่นของนักแปรธาตุเหล็กไหล....ได้กลิ่นของกรีดด้วยอะ...”
เสียงของกลัทโทนี่ย์ช่วยไขข้อข้องใจของกรีดได้ทันที...ไพร์ดตามหาพวกตนโดยใช้ความสามารถในการดมกลิ่นของกลัทโทนี่ย์นั่นเอง...
พวกเอ็ดจำต้องให้คิงคองที่ความสามารถในการต่อสู้ในที่มืดด้อยกว่าเฮนเคลมากรับมือกับกลัทโทนี่ย์ตามลำพัง เพราะทั้งเอ็ดและกรีดไม่สามารถต่อสู้ในที่มืดได้ คิเมร่าพยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้แค่พอสูสี (แถมพลาดไปโดนเอ็ดจังเต็ม ๆ อีกหนึ่งดอก ทำเอาเอ็ดจุกไปเลย ^^’)
กรีดกำลังกังวลกับสถานการณ์ที่กำลังเป็นรองปีศาจทั้งสองตนอย่างเห็นได้ชัด...
“พวกเราจะยอมเปิดไฟแล้วให้ไพร์ดฆ่า....หรือถ้าดับไฟไว้อย่างนี้แล้วถูกกลัทโทนี่ย์เขมือบ...”
ขณะที่จิตใจของกรีดกำลังสับสน หลินก็ถือโอกาสโน้มน้าวให้กรีดยกให้ตนครองร่างชั่วคราวโดยให้เหตุผลว่า ตนสามารถ “สัมผัส” ถึงตัวตนของโฮมุนคูลัสได้แม้จะอยู่ในความมืด..
“ในความมืดอย่างนี้ฉันจะเอาตัวรอดได้ง่ายกว่านายนะ...”
กรีดเห็นด้วยกับหลินจึงยอมสลับตำแหน่งด้วย ทันทีที่หลินได้ครองร่าง เจ้าชายแห่งชินก็สามารถต่อกรกับกลัทโทนี่ย์ได้ หลินอัดกลัทโทนี่ย์ที่หัวอย่างแรงจนปีศาจตัวใหญ่ลงไปกองกับพื้น...
กลัทโทนี่ย์โกรธจนขาดสติที่ “เหยื่อ” ของตนขัดขืนไม่ยอมให้กินแต่โดยดี...
“...ทนไม่ไหวแล้วนะ...ที่มืดอย่างนี้มองก็ไม่เห็น...หิวก็หิวแต่ไม่มีใครยอมให้กินเลยอะ...ถ้างั้นฉันจะกลืนพวกแกให้หมด”
เมื่อกลัทโทนี่ย์ขาดสติ “ประตูปลอม” ที่ท้องก็เปิดขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่จะได้กลืนเหยื่อตรงหน้า ร่างลึกลับร่างหนึ่งก็โจมตีกลัทโทนี่ย์อย่างรวดเร็ว คมมีดกรีดเข้าที่ร่างมหึมาของโฮมุนคูลัสนับครั้งไม่ถ้วน
“...ฉันรู้จัก....กลิ่นนี้....” กลัทโทนี่ย์ยังพูดไม่ทันจบ เจ้าของกลิ่นก็จัดการลงศอกซ้ายลงกลางกระหม่อมกลัทโทนี่ย์อย่างแรง แรงศอกที่ลงบวกกับคมมีดคมกริบที่ติดไว้ที่ออโต้เมลล์แขนซ้ายเจาะหัวของโฮมุนคูลัสอย่างง่ายดาย...กลัทโทนี่ย์ล้มลงนอนแน่นิ่งอย่างหมดทางสู้...
ทันทีที่กลัทโทนี่ย์ล้มลง “ผู้มาเยือนคนใหม่” ก็กลับตัวกลางอากาศอย่างคล่องแคล่วแล้วใช้คมมีดซ้ำเข้าที่คอกลัทโทนี่ย์ที่นอนกองอยู่ที่พื้นอย่างแรง....หลินจำท่าทางคล่องแคล่ว พู่ที่ประดับที่เสื้อคลุมสีดำสนิท และหน้ากากที่เจ้าของร่างระหงนั้นสวมได้เป็นอย่างดี...
“...น่าดีใจนะที่เห็นเธอดีขึ้นขนาดนี้...ฉันอยากเจอเธอจะแย่อยู่แล้ว..รันฟาน!!!”
ผู้ช่วยที่แข็งแกร่งที่สุดของหลินกลับมาแล้ว !!!
จบแล้วค่า ออโต้เมลรันฟานเท่แฮะ ^^
แถมปก GanGan ค่ะ
เล่ม 20 ออกเดือนนี้ค่ะ (ที่ญี่ปุ่น)
XD
-----------------------------------------------------------
คอมเมนท์ยกไว้ตอบคราวหน้านะคะ วันนี้ไม่ไหวจริง ๆ แขนก็เดี้ยงแถมยังป่วยอีก (สงสัยความดันต่ำ + เลือดจางค่ะ) มึนหัวมาก ๆ อยากหายเร็ว ๆๆๆ >A<"
My Spoilers
My Projects


#1 By blackrain on 2008-08-14 19:16