Ouran Koukou Host Club Ch.56-68 เมื่อเธอเดเร่ความโม้เอ้จึงบังเกิด XD
posted on 25 Jul 2008 12:03 by palmcj in Host-bu** อย่าสนใจหัวเอนทรี่เลยค่ะ ตั้งไปได้ไงไม่รู้ 555 **
ดองสปอยมานานมาก ๆ ค่ะ พอดีช่วงก่อนโดนเรื่องอื่นดูดพลังชีวิตไปเยอะ (บ้าดูอนิเมะด้วย แถมยังมีเรียนอีก) เลยไม่ได้สปอยโอรันเลยค่ะ รู้สึกผิดนิด ๆ แฮะ (แต่ตอนนั่งแปลนี่รู้สึกผิดมาก ๆ ที่ดองไว้เยอะเกิน แปลจนเหนื่อยเลย 555)
สามตอนก่อนนะคะ (แค่นี้ก็เมื่อยแล้ว) เหลืออีกสี่ตอนน่าจะได้ลงวันเสาร์อาทิตย์ ถ้ามีเวลาว่างแปลนะ ถ้าไม่ว่างก็คงอาทิตย์หน้าค่ะ
สามตอนนี้ฮารุจังน่ารัก โมเอ้ มาก ๆ ค่ะ XD ปกติไม่เคยรู้สึกว่าฮารุฮิน่ารักขนาดนี้มาก่อน พออาการเดเร่ออกเท่านั้นแหละ น่ารักขึ้น x10 เลยค่ะ แหะแหะ
คำเตือน :: ค่อนข้างยาวนะคะ อันที่จริงก็พยายามตัด ๆ แล้วนะเนี่ย ถ้าจะให้บรรยายความน่ารักของฮารุฮิในสามตอนนี้คงยาวมากเลยค่ะ รู้สึกเหมือนในที่สุดฮารุฮิก็ได้โมเอ้กับเค้าสักทีค่ะ (ขโมยตำแหน่งจากรุ่นพี่ฮันนี่เฉยเลย จะว่าไปช่วงนี้รุ่นพี่ฮันนี่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแฮะ หรือเป็นเพราะไม่ค่อยมีบทหว่า พอจะมีบททีก็ต้องสวมวิญญาณรุ่นพี่แสนดีช่วยดูแลรุ่นน้อง ไม่ค่อยได้อ้อนโมริเท่าไหร่ --> รอฮันนี่คุงเรียก "ทาคาชิ" พร้อมสายตาปิ๊ง ๆ อยู่น่อ อิอิ ^^')
--------------------------------------------------------
หลังจากหลงทางอยู่นาน ในที่สุดเคียวยะก็มาถึงสถานที่ที่ได้ยินมาว่าแม่ของทามากิอาศัยอยู่ เคียวยะต้องการดักรอพบแม่ทามากิ แต่ด้วยความอ่อนล้าที่สะสมมาหลายวันบวกกับความที่เคียวยะเป็นคนความดันต่ำ (อารมณ์เสียตอนตื่นนอนอีกต่างหาก) ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินโซเซไปนอนบนทางเท้าโดยไม่สนใจเหล่าผู้ติดตามที่พยายามห้ามสุดฤทธิ์ (ท่านเคียวยะรั่ว – แรร์อีเวนท์เลยนะเนี่ย หุหุ) ทันทีที่เคียวยะหลับไป หญิงสาวคนหนึ่งที่พาหมาซึ่งละม้ายคล้ายแองตัวเนตต์ (หมาของทามากิ) ออกมาเดินเล่นก็มาพบเคียวยะเข้าพอดี หญิงสาวจำเคียวยะได้จึงพาเคียวยะไปนอนพักที่บ้าน
เคียวยะถูกปลุกด้วยเสียงเปียโนที่คุ้นเคย (เพราะคล้ายกับเสียงเปียโนของทามากิ) ขณะที่กำลังสะลึมสะลือชายหนุ่มได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ “แอนน์ โซฟี” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าชื่อนี้เป็นชื่อของแม่ทามากิ เคียวยะก็ตื่นเต็มตาและสะดุ้งขึ้นมาจากที่นอน
เคียวยะเดินสำรวจรอบ ๆ ห้องรับแขกที่ตนนอนอยู่และได้พบกับสิ่งที่ยืนยันว่าในที่สุดเขาก็หาแม่ทามากิจนเจอ...รูปถ่ายของทามากิตั้งแต่สมัยม.ต้น เรื่อยมาจนถึงงานกีฬาซึ่งเพิ่งจัดไปไม่นานถูกใส่กรอบตั้งโชว์ไว้อย่างดี....
ขณะที่เคียวยะกำลังดูรูปถ่ายของทามากิอยู่ แม่ของทามากิก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าท่าทางร่าเริงแจ่มใส ไม่มีเค้าของคนที่สุขภาพอ่อนแอเลยสักนิด สร้างความประหลาดใจให้เคียวยะเป็นอย่างมาก
เมื่อได้สนทนากันเคียวยะก็พบว่าทามากิได้รับบุคลิกและอุปนิสัยต่าง ๆ (รวมทั้งความบ้าและความรั่ว) มาจากแม่นั่นเอง โซฟีเล่าให้เคียวยะฟังว่าหลังจากแยกกับทามากิ โซฟีก็หลบมาอยู่ที่นี่ (ทั้ง ๆ ที่ความจริงจะใช้ชิวิตสุขสบายตามเดิมก็ได้เพราะโซฟีรับข้อเสนอของย่าทามากิโดยแลกกับความช่วยเหลือจากตระกูลสุโอ) เพราะ “...คนที่ขายลูกชายเป็นคนที่ไม่อาจให้อภัยได้...” หญิงสาวรำลึกความหลังด้วยรอยยิ้มที่เศร้าหมอง....
หลังจากย้ายมาอยู่ในที่ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและต้องทำอะไรเองมากขึ้น เพราะไม่มีคนรับใช้เหมือนแต่ก่อน สุขภาพของโซฟีก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวยังบอกเคียวยะอีกด้วยว่าแม้จะไม่สามารถติดต่อกับทามากิได้โดยตรง แต่เธอก็รู้ว่าลูกชายใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ห่างไกลอย่างมีชีวิตชีวา สิ่งนี้ทำให้เคียวยะสงสัยว่าพ่อทามากิอาจแอบติดต่อกับภรรยาโดยไม่ให้ใครรู้ ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่พ่อทามากิปิดบังเรื่องนี้กับลูกชาย (เพราะทามากิเป็นทุกข์เรื่องแม่มาโดยตลอด แต่พ่อก็ยังปิดบังเรื่องแม่ไม่ให้ทามากิรู้)
“...ท่านประธานกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่...หรือว่าท่านกำลังเลือกเวลาที่เหมาะสมอยู่...ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านประธานรออะไรอยู่กันแน่นะ...”
ไกลออกไปที่ประเทศญี่ปุ่น ย่าของทามากิได้รับรายชื่อของเพื่อนทามากิทั้งหมดที่ตนได้วานให้ใครสักคนไปสืบมาให้....
หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ ๆ เคียวยะก็ขอตัวกลับ หลังจากเคียวยะจากไป แม่ทามากิก็เอารูปถ่ายของทามากิกับชมรมโฮสท์ออกมาดูพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มซึมออกมาจากตาทั้งสองข้าง แล้วหญิงสาวก็รำพึงว่า “ลูกมีเพื่อนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ... ทามากิ”
หลังจากกลับจากฝรั่งเศสเคียวยะก็เอาของฝากมาให้สมาชิกชมรมทุกคนยกเว้นทามากิ (ที่ฝากซื้อหอไอเฟลจำลองสูงสองเมตร –w-“) ฮารุฮิเริ่มมีท่าทางแปลก ๆ ต่อหน้าทามากิ หญิงสาวพยายามเฉไฉเปลี่ยนเรื่องพูดเมื่อมีคนพูดถึงทามากิและพยายามหลบตาทามากิอยู่ตลอด ทุกคน (โดยเฉพาะฮิคารุ แต่ยกเว้นท่านทามากิ) สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของฮารุฮิ
เมื่อเคียวยะบอกทามากิว่าเขาได้พบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวและหมาที่คล้ายแองตัวเนตต์ที่ฝรั่งเศส...หญิงสาวที่เฝ้าคิดถึงลูกชายที่ต้องพรากจากกันอยู่ทุกวัน...
“หล่อนสวยหรือเปล่า” ฮันนี่ถามเคียวยะ
“..ใช่...สวยมากเลย” เคียวยะยิ้มตอบ
“..แล้วหล่อนมีความสุขดีหรือเปล่า...” ฮารุฮิถามเคียวยะด้วยท่าทีที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฮารุฮิแคร์ทามากิมาก
“...ใช่...หล่อนอยู่อย่างสุขสบายและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวคนนั้นเฝ้าอธิษฐานให้ลูกชายใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขที่ญี่ปุ่น...”
คำตอบของเคียวยะทำให้ทามากิยิ้มและร้องไห้ด้วยความตื้นตันและสุขใจที่แม่มีความสุขดี เมื่อเห็นทามากิร้องไห้ น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มของฮารุฮิก็ไหลออกมาด้วยเช่นกัน...
ทามากิโทรศัพท์ไปหาพ่อบอกว่าเขาได้ตัดสินใจเรื่องที่คุยกันวันก่อนแล้ว (น่าจะเรื่องสืบทอดบริษัทนะ) เมื่อยูสึรุ (พ่อทามากิ) ได้ฟังคำพูดของทามากิก็ยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ...
“...การตัดสินใจของรุ่นพี่ทามากิ...ในอนาคตเมื่อเรามองย้อนกลับมาก็จะพบว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่นำพาไปสู่จุดจบของชมรมโฮสท์....ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้...แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่จะเกิดภายหลัง...”
คืนนั้นฮารุฮินอนไม่หลับ หญิงสาวกระวนกระวายและสับสนที่ตัวเองไม่สามารถสบตาทามากิได้ อีกทั้งเมื่อยู่ต่อหน้าทามากิใจของฮารุฮิก็เต้นระรัวแถมยังรู้สึกหายใจไม่ออก...ฮารุฮิไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่.....
หลังจากเคียวยะกลับจากฝรั่งเศส กิจกรรมของชมรมโฮสท์ก็ดำเนินไปตามปกติ เว้นเสียแต่ว่าทามากิเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการมากขึ้น (จากเมื่อก่อนที่ปล่อยให้เคียวยะทำคนเดียว) ส่วนฮารุฮิก็ยังคงมีอาการ “ไข้ใจ” หญิงสาวไม่สามารถสบตาทามากิได้ และรู้สึกกินอะไรไม่ลง
บรรดาสาว ๆ เห็นฮารุฮิมีท่าทางเหมือนเป็นไข้ไม่หายสักทีก็รู้สึกเป็นห่วงจึงบอกให้ฮารุฮิไปหาหมอ ฮารุฮิตอบว่าตนไปโรงพยาบาลแล้วแต่หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร...
“...ไม่ว่าจะทำยังไงผมก็ยังกินอะไรไม่ลง ผมอยากรู้จังว่าขนมตุรกีพวกนี้จะเก็บไว้ได้นานหรือเปล่า...” (กินอะไรไม่ลงแต่ก็ยังอยากกินแฮะ ท่าทางฮารุจังตอนนี้โมเอ้มาก ๆ เลยค่ะ >w<) เมื่อที่ทามากิได้ยินว่าฮารุฮิยังไม่หายป่วย ทามากิก็เป็นห่วงจึงเอาหน้าผากตัวเองอังกับหน้าผากฮารุฮิเพื่อวัดอุณหภูมิ ทันที่ที่ทามากิทำอย่างนั้นฮารุฮิก็ใจเต้นแรง หน้าแดง และตัวร้อนขึ้นจนทามากิคิดว่าฮารุฮิป่วยมาก ฮารุฮิบอกทามากิว่าตนไม่เป็นไรแล้ววิ่งหนีไปแต่ทามากิก็ยังไล่ตาม อาการของฮารุฮิแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าหญิงสาวตกหลุมรักทามากิเสียแล้ว สมาชิกชมรมโฮสท์คนอื่น ๆ สังเกตได้ว่าฮารุฮิคงมีใจให้ทามากิ แต่ทั้งฮารุฮิและทามากิต่างก็ไม่รู้ใจตัวเองสักที....
ฮิคารุรู้สึกหึงและโกรธที่ฮารุฮิแสดงอาการเดเร่ต่อทามากิจนคาโอรุต้องมาช่วยให้สงบลง คาโอรุเอาใจช่วยและสนับสนุนฮิคารุเต็มที่ เด็กหนุ่มห้ามไม่ให้ทุกคน “บอกใบ้ให้ฮารุฮิรู้ตัวว่าชอบทามากิ”แต่อย่างไรก็ตามคาโอรุก็บอกกับทุกคนว่าหากวันหนึ่งฮารุฮิรู้ตัวว่าตนมีใจให้ทามากิจริงตนก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามและต้องยอมรับการตัดสินใจของฮารุฮิ...
ฮารุฮิกลับบ้านด้วยความรู้สึกสับสนในตัวเอง เมื่อไปถึงบ้านก็พบกับไมที่ดักรออยู่ ฮารุฮิทักทายและพาไมเข้าไปในบ้านเพื่อทำกับข้าวให้กิน ในใจก็คิดถึงทามากิอยู่ตลอด
“ป่านนี้รุ่นพี่ทามากิคงไปถึงโรงแรมแล้วสินะ...” (ทามากิมีนัดประชุมของสุโอกรุ๊ปที่โรงแรมหลังเลิกเรียน)
“ฮารุฮิจะปลอดภัยกลับบ้านหรือเปล่านะ...เราควรจะ (น่าจะ และอยากจะ ^^’) พาฮารุฮิไปส่งที่บ้าน...พรุ่งนี้ถ้าฮารุฮิยังไม่หายป่วยเราคงต้องพาไปโรงพยาบาลให้ได้...” ทามากิที่อยู่ระหว่างทางไปโรงแรมก็คิดถึงฮารุฮิเช่นกัน...
เมื่อไปถึงโรงแรมทามากิก็ได้พบกับทนายของบริษัทชื่อ “โคซากะ” ซึ่งยูสึรุส่งมาให้เป็นพี่เลี้ยงช่วยสอนงานต่าง ๆ ให้ทามากิ ....
ฮารุฮิปรึกษาเรื่องของตัวเองกับไม ฮารุฮิกำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ (เป็นไข้ใจต่างหาก อิอิ) พอไมถามสาเหตุ ฮารุฮิก็ตอบว่า...
“...พอมองหน้ารุนพี่ทามากิหัวใจฉันก็เจ็บปวด ทุกครั้งที่เห็นหน้ารุ่นพี่หัวใจฉันจะเต้นแรง...รู้สึกตัวร้อนผ่าว แล้วฉันก็ไม่สามารถคุยกับรุ่นพี่ได้เลย...” (ฮารุฮิโมเอ้มาก ๆ เลยค่า ทั้งตอนเลย กรี๊ดดดด)
ไมรู้ทันทีว่าฮารุฮิตกหลุมรักทามากิโดยไม่รู้ตัวเข้าแล้ว ไมกำลังจะบอกฮารุฮิแต่คาโอรุก็โทรมาขัดจังหวะพอดี คาโอรุขอร้องไม่ให้ไม “บอกเรื่องไม่เป็นเรื่อง” กับฮารุฮิ ไมไม่อยากทำผิดต่อฮิคารุและคาโอรุแต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความรู้สึกของฮารุฮิได้ ก่อนกลับบ้านไมจึงให้ฮารุฮิยืมนิตยสาร Girl Lip (นิตยสารสำหรับผู้หญิง) ไปอ่าน ฮารุฮินั่งอ่านนิตยสารเล่มนั้นในครัวจนถึงเที่ยงคืน (คงจะหลายชั่วโมงอยู่นะนั่น ^^’)...
เพราะนั่งตากลมอยู่ในครัวจนดึกดื่น วันรุ่งขึ้นฮารุฮิจึงเป็นหวัดขึ้นมาจริง ๆ ฝาแฝดเป็นห่วงฮารุฮิมาก (ฮิคารุสติแตกไปเลย ถึงกับบอกว่าจะเอาเตียงไปไว้ในห้องเรียน ฮารุฮิจะได้นอนพักไปด้วยเรียนไปด้วยได้ ^^’) ทามากิเห็นทั้งสามเดินมาด้วยกันก็เข้าไปทักทาย ทันทีที่เจอทามากิ ฮารุฮิก็หน้าแดงและประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก ฮารุฮิวิ่งหนีทามากิ เรื่องที่อ่านในนิตยสารเมื่อคืนวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา....
“…1…. พอคิดถึงคนคนนั้นคุณรู้สึกเจ็บหน้าอก...”
“…2…. ถ้าคนคนนั้นมีความสุขคุณก็มีความสุขไปด้วย...”
“…3…. เมื่อไรก็ตามที่เขายิ้ม คุณรู้สึกอยากร้องไห้...”
“…4…. แม้จะอยู่ท่ามกลางเสียงจอแจ คุณก็ได้ยินเสียงเขาแจ่มชัดกว่าเสียงคนอื่น ๆ อยู่เสมอ...”
“…5….คุณพบว่าคนคนนั้นมีหลายแง่มุมที่ทำให้คุณเชื่อถือ...”
“…6….คุณต้องการจะเป็นพลังและความแข็งแกร่งให้คนคนนั้น...”
“....ถ้าคุณได้คะแนนมากกว่าแปดสิบ....แน่นอนว่าคุณตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว...”
“....เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด...ไม่...ไม่เอาน้า------!!” ฮารุฮิพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้ชอบทามากิทั้ง ๆ ที่อาการของตัวเองตรงกับที่แบบทดสอบบอกทุกข้อ....แม้จะพยายามปฏิเสธสุดชีวิตแต่ลึก ๆ แล้วฮารุฮิก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรต่อทามากิ...
....ฮิคารุเริ่มเดือดมากขึ้นด้วยความหึงเมื่อเห็นอาการของฮารุฮิจนคาโอรุต้องเข้ามาช่วยตะล่อม ส่วนทามากิก็ยังคงไม่รู้ตัวอยู่นั่นเอง.... (ทำไมท่านทามากิถึงได้ทึ่มขนาดนี้น้า...)
...ถึงคุณแม่ที่อยู่บนสวรรค์...ความรักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นปุบปับแบบนี้เลยเหรอคะ??...
เปิดตอนค่ะ (คลิกขยายได้นะคะ)
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง สมาชิกโฮสท์คลับทุกคนก็ไปเยี่ยมฮารุฮิที่ห้องพยาบาลด้วยความเป็นห่วง (โดยเฉพาะทามากิกับฮิคารุเป็นห่วงจนออกนอกหน้าเลย หุหุ) อาจารย์ห้องพยาบาลบอกว่าฮารุฮิป่วยหนักจึงขอลากลับบ้านทำให้ทุกคนเป็นห่วงมากขึ้นเพราะฮารุฮิต้องกลับบ้านเพียงลำพังทั้ง ๆ ที่ป่วยอยู่...
ฮารุฮิแวะไปหาไมที่โรงเรียน ทันทีที่เห็นหน้าไม ฮารุฮิก็เริ่มสติแตก ฮารุฮิละล่ำละลักบอกไมว่านิตยสารที่ไมให้ตนยืมอ่านต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ เพราะไม่ว่าจะทำแบบทดสอบสักกี่ครั้งผลที่ได้ก็คือ “ฮารุฮิตกหลุมรักทามากิเข้าแล้ว”...
ไมข้องใจว่าเพราะอะไรฮารุฮิจึงคิดว่าผลของแบบทดสอบผิดพลาด ฮารุฮิตอบว่าเป็นเรื่องแปลกที่อยู่ ๆ ตนก็ชอบทามากิขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ฮารุฮิกังวลจนทำอะไรไม่ถูก ไมเป็นห่วงเพื่อนแต่คัวเองก็มีเรียนตอนบ่าย หญิงสาวจึงบอกให้ฮารุฮิไปรอตนที่บ้าน พอเลิกเรียนแล้วตนจะไปหาฮารุฮิทันที...
“...อ้อ แล้วฉันขอบอกเธอเรื่องหนึ่ง ความรักน่ะไม่ใช่อยู่ ๆ ก็จะเกิดได้หรอกนะ....แต่สำหรับเธอ แน่ใจแล้วเหรอว่าความรักของเธอเกิดขึ้นกะทันหันแบบนั้น...กลับบ้านไปนอนพักแล้วไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี ๆ ล่ะ”
ไมเตือนฮารุฮิก่อนจะแยกตัวไปเข้าห้องเรียน (ฮารุฮินี่บทจะสับสนก็ทำอะไรไม่ถูกเลยแฮะ ไมดูเหมือนคุณแม่ไปเลยอะ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าฮารุฮิเดเร่ได้น่ารักสุด ๆ ^^’)
ฮารุฮิยังไม่อยากยอมรับว่าตัวเองชอบคนรั่ว ๆ อย่างทามากิ ฮารุฮิจึงแวะร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือหลาย ๆ เล่มมาอ่าน (เผื่อว่าจะมีสักเล่มที่บอกว่าฮารุฮิไม่ได้รักทามากิ แต่ยิ่งอ่านยิ่งแย่กว่าเดิมจนฮารุฮิเหวอไปเลย ถึงขั้นจินตนาการว่าตัวเองกับทามากิมีลูกด้วยกัน แถมสวีทหวานแหววกันสุด ๆ อีกต่างหาก)
หลังจากออกจากร้านหนังสือ ฮารุฮิก็มองตัวเองในกระจกพลางคิดในใจอย่างซึมๆ ว่า ตัวเองดูยังไงก็เหมือนเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ถึงทามากิจะจูบตนที่หน้าผาก แต่คงไม่มีอะไรมากไปกว่า “ความรู้สึกแบบพ่อกับลูกสาว”...
“...สุดท้ายเราก็เป็นได้แค่ทานุกิอยู่ดี...” ฮารุฮิแอบน้อยใจเพราะคิดว่าความรู้สึกที่ทามากิมีต่อตนเป็นความรักแบบพ่อลูก ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาว...
แทนที่จะกลับไปนอนพักที่บ้าน ฮารุฮิกลับไปนั่งใจลอยอยู่ในสวนสาธารณะ ขณะที่ฮารุฮิกำลังสะลึมสะลือคิดถึงแม่ โคซากะก็เดินมาทักฮารุฮิ ฮารุฮิแปลกใจที่โคซากะซึ่งเพิ่งเคยพบกันครั้งแรกรู้เรื่องตนอย่างละเอียดยิบ
แท้จริงแล้วทามากิเป็นคนขอให้โคซากะซึ่งทำงานอยู่ละแวกนั้นพอดีช่วยตามหาฮารุฮิ เนื่องจากหลังจากอาจารย์ห้องพยาบาลบอกว่าฮารุฮิกลับบ้านไปแล้ว ทามากิก็โทรไปหาฮารุฮิที่บ้านแต่ไม่มีคนรับสาย ทามากิจึงเป็นห่วงว่าฮารุฮิจะเป็นลมระหว่างทางกลับบ้าน ชายหนุ่มจึงวานให้โคซากะช่วยตามหาฮารุฮิให้ ทันทีที่รู้ว่าฮารุฮิอยู่ที่ไหนทามากิก็กุลีกุจอโดดเรียนมาหาทันทีด้วยความห่วงใย...
“...ฉันดีใจที่เห็นเธอไม่เป็นอะไร...” ทามากิใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำมูกให้ฮารุฮิพร้อมยิ้มอย่างอ่อนโยน....
ทามากิแนะนำให้ฮารุฮิรู้จักกับโคซากะทนายประจำบริษัทสุโอซึ่งเคยเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของแม่ฮารุฮิ ทามากิบอกฮารุฮิซึ่งอยากเป็นทนายเหมือนแม่ว่าให้ปรึกษาโคซากะเรื่องวิชาชีพทนายได้หากฮารุฮิต้องการ...
โคซากะเตือนฮารุฮิว่า หากอยากเป็นทนายจริง ๆ แค่เรียนดีอย่างเดียวคงจะไม่สามารถทำให้ฮารุฮิเป็นทนายที่ดีได้..
“...มันก็โอเคอยู่หรอกนะที่จะเรียนหนักเพื่อให้สอบได้คะแนนดี ๆ แต่ทนายเป็นอาชีพที่ต้องเกี่ยวพันกับคนอื่น เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลากหลาย ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์หลาย ๆ รูปแบบ ทนายแต่ละคนจะต้องฟังและทำตามความต้องการของลูกความ...หากเธอต้องเป็นปากเสียงให้คนอื่นแบบนี้ แค่นั่งเรียนอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะ...”
ทามากิขอให้โคซากะหยุดตำหนิฮารุฮิเพราะฮารุฮิยังป่วยอยู่ แต่โคซากะก็ยังคงพูดไม่หยุด คำสอนของโคซากะทำให้ฮารุฮิคิดถึงคำพูดคำหนึ่งที่ทามากิมักจะพูดอยู่เสมอขึ้นมาทันที.... “ทุกอย่างที่ลองทำเป็นประสบการณ์ชีวิต” ฮารุฮินึกถึงสีหน้าของทามากิทุกครั้งที่พูดประโยคนี้ ในที่สุดฮารุฮิก็เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง แล้วหญิงสาวก็สลบไปด้วยพิษไข้ ขณะที่สลบฮารุฮิฝันถึงตอนที่ตัวเองตกลงไปในทะเลแล้วทามากิกระโดดลงไปช่วย...
“....ตอนที่รุ่นพี่ทามากิช่วยเราเอาไว้ เราได้ขอบคุณรุ่นพี่หรือเปล่านะ...ตอนที่รุ่นพี่เป็นห่วงแล้วตะโกนใส่เรา...ที่เขาช่วยให้เราหายกลัวฟ้าผ่าตอนมีพายุ....เขาช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราทั้ง ๆ ที่เราชอบหนีปัญหาอยู่เสมอ...รุ่นพี่ทำอะไรให้เรามากมายเหลือเกินโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว...ถูกแล้ว...ใช่แล้วล่ะ...ความรู้สึกนั้นไม่ใช่อยู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาหรอก...”
ฮารุฮิค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น ภาพเบื้องหน้าคือทามากิที่เฝ้าอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าทามากิจะลนลานจนทำอะไรไม่ถูก แต่ตอนนี้ฮารุฮิไม่ได้รู้สึกว่าทามากิงี่เง่าหรือน่ารำคาญอีกต่อไปแล้ว....
“....รุ่นพี่ใจดียิ่งกว่าใคร ๆ....รุ่นพี่ไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีหัวใจที่กว้างใหญ่ขนาดไหน....บางทีความรู้สึกที่เติบโตในใจเรามาตลอดอาจจะไม่ใช่ “ความนับถือ” ก็ได้...”
“รุ่นพี่ทามากิ...ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้ตอนตกลงไปในทะเล...แล้วก็ตอนมีพายุ....ขอบคุณที่ช่วยฉันตลอดมา รวมถึงวันนี้ด้วย...ขอบคุณที่คอยเป็นห่วงฉัน...”
ฮารุฮิขอบคุณทามากิ ทามากิไม่เคยเห็นฮารุฮิเป็นแบบนี้มาก่อนจึงคิดว่าฮารุฮิเพ้อเพราะพิษไข้ ทามากิเอามือไปอังที่หน้าผากฮารุฮิอย่างห่วงใย (และรั่วด้วย) ทำให้ตัวของฮารุฮิร้อนขึ้นมาทันทีจนฮารุฮิต้องขอให้ทามากิเอามือออก (ก็คนมันเขินนี่เนอะ XD) ไมที่เพิ่งกลับจากออกไปซื้อกับข้าวเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังดีจึงไม่เข้าไปขัดจังหวะ ปล่อยให้ทามากิและฮารุฮิได้อยู่กันตามลำพังนานขึ้น...
“...แต่รุ่นพี่...ฉันยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก...ดังนั้นแม้ว่านี่อาจจะเป็นความรัก แต่ตอนนี้ฉันคงยังบอกรุ่นพี่ไม่ได้...”
ในที่สุดฮารุฮิก็ยอมรับความรู้สึกของตนเองได้และตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง...เลิกหนีปัญหาและค้นหาประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย...
วันรุ่งขึ้นฮารุฮิก็หายป่วยจึงไปโรงเรียนตามปกติ ทันทีที่เข้าห้องเรียน หัวหน้าห้องก็กุลีกุจอเข้ามาบอกแกมขอร้องฮารุฮิให้คัดค้านการออกไปเล่นสกีของห้อง 1-A (หัวหน้าห้องเป็นโรคกลัวความสูงค่ะ ^^) แต่ฮารุฮิกลับตอบทันทีว่าอยากไปพร้อมขอให้ฮิคารุกับคาโอรุช่วยสอนตนเล่นสกีด้วย ฝาแฝดแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ฮารุฮิซึ่งเคยเฉื่อยชากลับกลายเป็นคนกระตือรือร้นที่จะออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ...
“ทุกอย่างที่ลองทำเป็นประสบการณ์ชีวิต” ฮารุฮิให้เหตุผลกับฝาแฝด...
....ก้าวต่อไป...มองไปข้างหน้า...เพื่อไล่ตามความฝันและหลังจากนั้น...หากฉันก้าวไปข้างหน้าแบบนี้...ก้าวไปก่อนใครๆ ...บางที่ฉันอาจจะเติบโตเป็นคนที่คู่ควรกับคนคนนั้นได้...
ฮารุฮิตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าโคซากะกำลังดูข้อมูลพร้อมรูปถ่ายของเธอพร้อมพึมพำว่า
“....บางทีตอนนั้นเราอาจพูดจาร้ายกาจเกินไปก็ได้นะ...ลูกสาวของโคโตโกะซังงั้นเหรอ...”
จบแล้วค่า
/me ปาดเหงื่อ ยาวดีจริง ๆ
เพิ่งสังเกตสีผมฮิคารุ ฮิกะคุงย้อมผมเป็นสีนี้เหรอเนี่ย ตอนแรกคิดว่าแค่ย้อมเป็นสีน้ำตาลเข้ม ไม่นึกว่าจะออกมาสีนี้แฮะ แต่ก็ดูดีไปอีกแบบนะ ช่วงนี้ฮิคารุบทเยอะค่ะ ดราม่า รั่ว น่าหยิก มีหมด เลยต้องโมดิฟายกันนิดถึง (แต่ยังไงข้าพเจ้าก็ยังชอบคาโอรุคุงมากกว่านิดนึงอะนะ เอาเข้าจริงแฝดนี่ต้องมาเป็นแพคคู่ค่ะถึงจะเวิร์กสุด ไม่ค่อยเลยแฮะคนเรา --w--")
ไว้จะมาอัพต่อจนถึงตอน 62 เลยนะคะ
บายจ้า
My Spoilers
My Projects

(แม่ยกปลื้ม..)
น่ารักจัดค่ะทำไม่ฟะว่าฉันไม่ไช้คน

อ่านไปยิ้มไป .. น่าร๊ากก
)
ดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี
คิดถึงๆๆๆมากๆอะ
ฮารุฮิน่าร้ากกกกกกกกกก
จาเอากลับบ้านนนนนนนน
(ผัวะ โดนมือแห่งความถูกต้องลากออกไป)
#1 By hisukaya (203.156.136.4) on 2008-07-25 12:54