** อย่าสนใจหัวเอนทรี่เลยค่ะ  ตั้งไปได้ไงไม่รู้ 555 **

 

 

ดองสปอยมานานมาก ๆ ค่ะ  พอดีช่วงก่อนโดนเรื่องอื่นดูดพลังชีวิตไปเยอะ (บ้าดูอนิเมะด้วย  แถมยังมีเรียนอีก)  เลยไม่ได้สปอยโอรันเลยค่ะ  รู้สึกผิดนิด ๆ แฮะ (แต่ตอนนั่งแปลนี่รู้สึกผิดมาก ๆ ที่ดองไว้เยอะเกิน  แปลจนเหนื่อยเลย 555)


สามตอนก่อนนะคะ (แค่นี้ก็เมื่อยแล้ว)  เหลืออีกสี่ตอนน่าจะได้ลงวันเสาร์อาทิตย์  ถ้ามีเวลาว่างแปลนะ  ถ้าไม่ว่างก็คงอาทิตย์หน้าค่ะ
สามตอนนี้ฮารุจังน่ารัก  โมเอ้ มาก ๆ ค่ะ XD  ปกติไม่เคยรู้สึกว่าฮารุฮิน่ารักขนาดนี้มาก่อน  พออาการเดเร่ออกเท่านั้นแหละ  น่ารักขึ้น x10 เลยค่ะ แหะแหะ


คำเตือน :: ค่อนข้างยาวนะคะ  อันที่จริงก็พยายามตัด ๆ แล้วนะเนี่ย  ถ้าจะให้บรรยายความน่ารักของฮารุฮิในสามตอนนี้คงยาวมากเลยค่ะ  รู้สึกเหมือนในที่สุดฮารุฮิก็ได้โมเอ้กับเค้าสักทีค่ะ (ขโมยตำแหน่งจากรุ่นพี่ฮันนี่เฉยเลย  จะว่าไปช่วงนี้รุ่นพี่ฮันนี่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแฮะ  หรือเป็นเพราะไม่ค่อยมีบทหว่า  พอจะมีบททีก็ต้องสวมวิญญาณรุ่นพี่แสนดีช่วยดูแลรุ่นน้อง  ไม่ค่อยได้อ้อนโมริเท่าไหร่  --> รอฮันนี่คุงเรียก "ทาคาชิ" พร้อมสายตาปิ๊ง ๆ อยู่น่อ อิอิ ^^')

 

 

--------------------------------------------------------

 

หลังจากหลงทางอยู่นาน  ในที่สุดเคียวยะก็มาถึงสถานที่ที่ได้ยินมาว่าแม่ของทามากิอาศัยอยู่  เคียวยะต้องการดักรอพบแม่ทามากิ  แต่ด้วยความอ่อนล้าที่สะสมมาหลายวันบวกกับความที่เคียวยะเป็นคนความดันต่ำ (อารมณ์เสียตอนตื่นนอนอีกต่างหาก) ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเดินโซเซไปนอนบนทางเท้าโดยไม่สนใจเหล่าผู้ติดตามที่พยายามห้ามสุดฤทธิ์ (ท่านเคียวยะรั่ว – แรร์อีเวนท์เลยนะเนี่ย หุหุ)   ทันทีที่เคียวยะหลับไป  หญิงสาวคนหนึ่งที่พาหมาซึ่งละม้ายคล้ายแองตัวเนตต์ (หมาของทามากิ) ออกมาเดินเล่นก็มาพบเคียวยะเข้าพอดี  หญิงสาวจำเคียวยะได้จึงพาเคียวยะไปนอนพักที่บ้าน


เคียวยะถูกปลุกด้วยเสียงเปียโนที่คุ้นเคย (เพราะคล้ายกับเสียงเปียโนของทามากิ)  ขณะที่กำลังสะลึมสะลือชายหนุ่มได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ “แอนน์ โซฟี”  เมื่อนึกขึ้นได้ว่าชื่อนี้เป็นชื่อของแม่ทามากิ  เคียวยะก็ตื่นเต็มตาและสะดุ้งขึ้นมาจากที่นอน

เคียวยะเดินสำรวจรอบ ๆ ห้องรับแขกที่ตนนอนอยู่และได้พบกับสิ่งที่ยืนยันว่าในที่สุดเขาก็หาแม่ทามากิจนเจอ...รูปถ่ายของทามากิตั้งแต่สมัยม.ต้น  เรื่อยมาจนถึงงานกีฬาซึ่งเพิ่งจัดไปไม่นานถูกใส่กรอบตั้งโชว์ไว้อย่างดี....
ขณะที่เคียวยะกำลังดูรูปถ่ายของทามากิอยู่  แม่ของทามากิก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าท่าทางร่าเริงแจ่มใส  ไม่มีเค้าของคนที่สุขภาพอ่อนแอเลยสักนิด  สร้างความประหลาดใจให้เคียวยะเป็นอย่างมาก

 

 

 

เมื่อได้สนทนากันเคียวยะก็พบว่าทามากิได้รับบุคลิกและอุปนิสัยต่าง ๆ (รวมทั้งความบ้าและความรั่ว) มาจากแม่นั่นเอง  โซฟีเล่าให้เคียวยะฟังว่าหลังจากแยกกับทามากิ  โซฟีก็หลบมาอยู่ที่นี่ (ทั้ง ๆ ที่ความจริงจะใช้ชิวิตสุขสบายตามเดิมก็ได้เพราะโซฟีรับข้อเสนอของย่าทามากิโดยแลกกับความช่วยเหลือจากตระกูลสุโอ)  เพราะ “...คนที่ขายลูกชายเป็นคนที่ไม่อาจให้อภัยได้...” หญิงสาวรำลึกความหลังด้วยรอยยิ้มที่เศร้าหมอง....

หลังจากย้ายมาอยู่ในที่ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและต้องทำอะไรเองมากขึ้น เพราะไม่มีคนรับใช้เหมือนแต่ก่อน  สุขภาพของโซฟีก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวยังบอกเคียวยะอีกด้วยว่าแม้จะไม่สามารถติดต่อกับทามากิได้โดยตรง  แต่เธอก็รู้ว่าลูกชายใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่ห่างไกลอย่างมีชีวิตชีวา  สิ่งนี้ทำให้เคียวยะสงสัยว่าพ่อทามากิอาจแอบติดต่อกับภรรยาโดยไม่ให้ใครรู้  ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่พ่อทามากิปิดบังเรื่องนี้กับลูกชาย (เพราะทามากิเป็นทุกข์เรื่องแม่มาโดยตลอด  แต่พ่อก็ยังปิดบังเรื่องแม่ไม่ให้ทามากิรู้)

“...ท่านประธานกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่...หรือว่าท่านกำลังเลือกเวลาที่เหมาะสมอยู่...ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านประธานรออะไรอยู่กันแน่นะ...”

ไกลออกไปที่ประเทศญี่ปุ่น  ย่าของทามากิได้รับรายชื่อของเพื่อนทามากิทั้งหมดที่ตนได้วานให้ใครสักคนไปสืบมาให้....


หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ ๆ เคียวยะก็ขอตัวกลับ  หลังจากเคียวยะจากไป  แม่ทามากิก็เอารูปถ่ายของทามากิกับชมรมโฮสท์ออกมาดูพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน  น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มซึมออกมาจากตาทั้งสองข้าง  แล้วหญิงสาวก็รำพึงว่า “ลูกมีเพื่อนที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ... ทามากิ”

 

 

 

หลังจากกลับจากฝรั่งเศสเคียวยะก็เอาของฝากมาให้สมาชิกชมรมทุกคนยกเว้นทามากิ (ที่ฝากซื้อหอไอเฟลจำลองสูงสองเมตร –w-“)  ฮารุฮิเริ่มมีท่าทางแปลก ๆ ต่อหน้าทามากิ  หญิงสาวพยายามเฉไฉเปลี่ยนเรื่องพูดเมื่อมีคนพูดถึงทามากิและพยายามหลบตาทามากิอยู่ตลอด  ทุกคน (โดยเฉพาะฮิคารุ  แต่ยกเว้นท่านทามากิ) สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของฮารุฮิ

 

 

 

เมื่อเคียวยะบอกทามากิว่าเขาได้พบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวและหมาที่คล้ายแองตัวเนตต์ที่ฝรั่งเศส...หญิงสาวที่เฝ้าคิดถึงลูกชายที่ต้องพรากจากกันอยู่ทุกวัน...

“หล่อนสวยหรือเปล่า”  ฮันนี่ถามเคียวยะ
“..ใช่...สวยมากเลย”  เคียวยะยิ้มตอบ

“..แล้วหล่อนมีความสุขดีหรือเปล่า...” ฮารุฮิถามเคียวยะด้วยท่าทีที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฮารุฮิแคร์ทามากิมาก

 

 

 

“...ใช่...หล่อนอยู่อย่างสุขสบายและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม  หญิงสาวคนนั้นเฝ้าอธิษฐานให้ลูกชายใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขที่ญี่ปุ่น...”

คำตอบของเคียวยะทำให้ทามากิยิ้มและร้องไห้ด้วยความตื้นตันและสุขใจที่แม่มีความสุขดี  เมื่อเห็นทามากิร้องไห้  น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มของฮารุฮิก็ไหลออกมาด้วยเช่นกัน...

ทามากิโทรศัพท์ไปหาพ่อบอกว่าเขาได้ตัดสินใจเรื่องที่คุยกันวันก่อนแล้ว (น่าจะเรื่องสืบทอดบริษัทนะ)  เมื่อยูสึรุ (พ่อทามากิ) ได้ฟังคำพูดของทามากิก็ยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ...

“...การตัดสินใจของรุ่นพี่ทามากิ...ในอนาคตเมื่อเรามองย้อนกลับมาก็จะพบว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่นำพาไปสู่จุดจบของชมรมโฮสท์....ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้...แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่จะเกิดภายหลัง...”


คืนนั้นฮารุฮินอนไม่หลับ  หญิงสาวกระวนกระวายและสับสนที่ตัวเองไม่สามารถสบตาทามากิได้  อีกทั้งเมื่อยู่ต่อหน้าทามากิใจของฮารุฮิก็เต้นระรัวแถมยังรู้สึกหายใจไม่ออก...ฮารุฮิไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่.....

 

 

 

หลังจากเคียวยะกลับจากฝรั่งเศส  กิจกรรมของชมรมโฮสท์ก็ดำเนินไปตามปกติ  เว้นเสียแต่ว่าทามากิเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการมากขึ้น (จากเมื่อก่อนที่ปล่อยให้เคียวยะทำคนเดียว)  ส่วนฮารุฮิก็ยังคงมีอาการ “ไข้ใจ”  หญิงสาวไม่สามารถสบตาทามากิได้ และรู้สึกกินอะไรไม่ลง  
บรรดาสาว ๆ เห็นฮารุฮิมีท่าทางเหมือนเป็นไข้ไม่หายสักทีก็รู้สึกเป็นห่วงจึงบอกให้ฮารุฮิไปหาหมอ  ฮารุฮิตอบว่าตนไปโรงพยาบาลแล้วแต่หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร...


“...ไม่ว่าจะทำยังไงผมก็ยังกินอะไรไม่ลง  ผมอยากรู้จังว่าขนมตุรกีพวกนี้จะเก็บไว้ได้นานหรือเปล่า...”  (กินอะไรไม่ลงแต่ก็ยังอยากกินแฮะ  ท่าทางฮารุจังตอนนี้โมเอ้มาก ๆ เลยค่ะ >w<)  เมื่อที่ทามากิได้ยินว่าฮารุฮิยังไม่หายป่วย ทามากิก็เป็นห่วงจึงเอาหน้าผากตัวเองอังกับหน้าผากฮารุฮิเพื่อวัดอุณหภูมิ  ทันที่ที่ทามากิทำอย่างนั้นฮารุฮิก็ใจเต้นแรง  หน้าแดง  และตัวร้อนขึ้นจนทามากิคิดว่าฮารุฮิป่วยมาก  ฮารุฮิบอกทามากิว่าตนไม่เป็นไรแล้ววิ่งหนีไปแต่ทามากิก็ยังไล่ตาม  อาการของฮารุฮิแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าหญิงสาวตกหลุมรักทามากิเสียแล้ว  สมาชิกชมรมโฮสท์คนอื่น ๆ สังเกตได้ว่าฮารุฮิคงมีใจให้ทามากิ  แต่ทั้งฮารุฮิและทามากิต่างก็ไม่รู้ใจตัวเองสักที....

 

 

 

ฮิคารุรู้สึกหึงและโกรธที่ฮารุฮิแสดงอาการเดเร่ต่อทามากิจนคาโอรุต้องมาช่วยให้สงบลง  คาโอรุเอาใจช่วยและสนับสนุนฮิคารุเต็มที่  เด็กหนุ่มห้ามไม่ให้ทุกคน “บอกใบ้ให้ฮารุฮิรู้ตัวว่าชอบทามากิ”แต่อย่างไรก็ตามคาโอรุก็บอกกับทุกคนว่าหากวันหนึ่งฮารุฮิรู้ตัวว่าตนมีใจให้ทามากิจริงตนก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามและต้องยอมรับการตัดสินใจของฮารุฮิ...

 

 

 

ฮารุฮิกลับบ้านด้วยความรู้สึกสับสนในตัวเอง  เมื่อไปถึงบ้านก็พบกับไมที่ดักรออยู่  ฮารุฮิทักทายและพาไมเข้าไปในบ้านเพื่อทำกับข้าวให้กิน  ในใจก็คิดถึงทามากิอยู่ตลอด

“ป่านนี้รุ่นพี่ทามากิคงไปถึงโรงแรมแล้วสินะ...” (ทามากิมีนัดประชุมของสุโอกรุ๊ปที่โรงแรมหลังเลิกเรียน)
“ฮารุฮิจะปลอดภัยกลับบ้านหรือเปล่านะ...เราควรจะ (น่าจะ และอยากจะ ^^’) พาฮารุฮิไปส่งที่บ้าน...พรุ่งนี้ถ้าฮารุฮิยังไม่หายป่วยเราคงต้องพาไปโรงพยาบาลให้ได้...”  ทามากิที่อยู่ระหว่างทางไปโรงแรมก็คิดถึงฮารุฮิเช่นกัน...

เมื่อไปถึงโรงแรมทามากิก็ได้พบกับทนายของบริษัทชื่อ “โคซากะ” ซึ่งยูสึรุส่งมาให้เป็นพี่เลี้ยงช่วยสอนงานต่าง ๆ ให้ทามากิ ....

 

 

 

ฮารุฮิปรึกษาเรื่องของตัวเองกับไม  ฮารุฮิกำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ (เป็นไข้ใจต่างหาก อิอิ)  พอไมถามสาเหตุ  ฮารุฮิก็ตอบว่า...

“...พอมองหน้ารุนพี่ทามากิหัวใจฉันก็เจ็บปวด  ทุกครั้งที่เห็นหน้ารุ่นพี่หัวใจฉันจะเต้นแรง...รู้สึกตัวร้อนผ่าว    แล้วฉันก็ไม่สามารถคุยกับรุ่นพี่ได้เลย...”  (ฮารุฮิโมเอ้มาก ๆ เลยค่า  ทั้งตอนเลย กรี๊ดดดด)

ไมรู้ทันทีว่าฮารุฮิตกหลุมรักทามากิโดยไม่รู้ตัวเข้าแล้ว  ไมกำลังจะบอกฮารุฮิแต่คาโอรุก็โทรมาขัดจังหวะพอดี  คาโอรุขอร้องไม่ให้ไม “บอกเรื่องไม่เป็นเรื่อง” กับฮารุฮิ  ไมไม่อยากทำผิดต่อฮิคารุและคาโอรุแต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความรู้สึกของฮารุฮิได้  ก่อนกลับบ้านไมจึงให้ฮารุฮิยืมนิตยสาร Girl Lip (นิตยสารสำหรับผู้หญิง) ไปอ่าน  ฮารุฮินั่งอ่านนิตยสารเล่มนั้นในครัวจนถึงเที่ยงคืน (คงจะหลายชั่วโมงอยู่นะนั่น ^^’)...

 

 

 

เพราะนั่งตากลมอยู่ในครัวจนดึกดื่น  วันรุ่งขึ้นฮารุฮิจึงเป็นหวัดขึ้นมาจริง ๆ ฝาแฝดเป็นห่วงฮารุฮิมาก  (ฮิคารุสติแตกไปเลย  ถึงกับบอกว่าจะเอาเตียงไปไว้ในห้องเรียน  ฮารุฮิจะได้นอนพักไปด้วยเรียนไปด้วยได้  ^^’)  ทามากิเห็นทั้งสามเดินมาด้วยกันก็เข้าไปทักทาย  ทันทีที่เจอทามากิ  ฮารุฮิก็หน้าแดงและประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก  ฮารุฮิวิ่งหนีทามากิ  เรื่องที่อ่านในนิตยสารเมื่อคืนวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา....

“…1…. พอคิดถึงคนคนนั้นคุณรู้สึกเจ็บหน้าอก...”
“…2…. ถ้าคนคนนั้นมีความสุขคุณก็มีความสุขไปด้วย...”
“…3…. เมื่อไรก็ตามที่เขายิ้ม  คุณรู้สึกอยากร้องไห้...”
“…4…. แม้จะอยู่ท่ามกลางเสียงจอแจ  คุณก็ได้ยินเสียงเขาแจ่มชัดกว่าเสียงคนอื่น ๆ อยู่เสมอ...”
“…5….คุณพบว่าคนคนนั้นมีหลายแง่มุมที่ทำให้คุณเชื่อถือ...”
“…6….คุณต้องการจะเป็นพลังและความแข็งแกร่งให้คนคนนั้น...”
“....ถ้าคุณได้คะแนนมากกว่าแปดสิบ....แน่นอนว่าคุณตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว...”

“....เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด...ไม่...ไม่เอาน้า------!!”  ฮารุฮิพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้ชอบทามากิทั้ง ๆ ที่อาการของตัวเองตรงกับที่แบบทดสอบบอกทุกข้อ....แม้จะพยายามปฏิเสธสุดชีวิตแต่ลึก ๆ แล้วฮารุฮิก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรต่อทามากิ...

....ฮิคารุเริ่มเดือดมากขึ้นด้วยความหึงเมื่อเห็นอาการของฮารุฮิจนคาโอรุต้องเข้ามาช่วยตะล่อม  ส่วนทามากิก็ยังคงไม่รู้ตัวอยู่นั่นเอง.... (ทำไมท่านทามากิถึงได้ทึ่มขนาดนี้น้า...)

 

 

 

...ถึงคุณแม่ที่อยู่บนสวรรค์...ความรักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นปุบปับแบบนี้เลยเหรอคะ??...

เปิดตอนค่ะ (คลิกขยายได้นะคะ)

 

 

 

เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง  สมาชิกโฮสท์คลับทุกคนก็ไปเยี่ยมฮารุฮิที่ห้องพยาบาลด้วยความเป็นห่วง (โดยเฉพาะทามากิกับฮิคารุเป็นห่วงจนออกนอกหน้าเลย หุหุ)  อาจารย์ห้องพยาบาลบอกว่าฮารุฮิป่วยหนักจึงขอลากลับบ้านทำให้ทุกคนเป็นห่วงมากขึ้นเพราะฮารุฮิต้องกลับบ้านเพียงลำพังทั้ง ๆ ที่ป่วยอยู่...

ฮารุฮิแวะไปหาไมที่โรงเรียน  ทันทีที่เห็นหน้าไม  ฮารุฮิก็เริ่มสติแตก  ฮารุฮิละล่ำละลักบอกไมว่านิตยสารที่ไมให้ตนยืมอ่านต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ เพราะไม่ว่าจะทำแบบทดสอบสักกี่ครั้งผลที่ได้ก็คือ “ฮารุฮิตกหลุมรักทามากิเข้าแล้ว”...

ไมข้องใจว่าเพราะอะไรฮารุฮิจึงคิดว่าผลของแบบทดสอบผิดพลาด  ฮารุฮิตอบว่าเป็นเรื่องแปลกที่อยู่ ๆ ตนก็ชอบทามากิขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย  ฮารุฮิกังวลจนทำอะไรไม่ถูก  ไมเป็นห่วงเพื่อนแต่คัวเองก็มีเรียนตอนบ่าย  หญิงสาวจึงบอกให้ฮารุฮิไปรอตนที่บ้าน  พอเลิกเรียนแล้วตนจะไปหาฮารุฮิทันที...

“...อ้อ  แล้วฉันขอบอกเธอเรื่องหนึ่ง  ความรักน่ะไม่ใช่อยู่ ๆ ก็จะเกิดได้หรอกนะ....แต่สำหรับเธอ  แน่ใจแล้วเหรอว่าความรักของเธอเกิดขึ้นกะทันหันแบบนั้น...กลับบ้านไปนอนพักแล้วไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี ๆ ล่ะ”  
ไมเตือนฮารุฮิก่อนจะแยกตัวไปเข้าห้องเรียน  (ฮารุฮินี่บทจะสับสนก็ทำอะไรไม่ถูกเลยแฮะ  ไมดูเหมือนคุณแม่ไปเลยอะ  ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าฮารุฮิเดเร่ได้น่ารักสุด ๆ ^^’)

 

 

 

ฮารุฮิยังไม่อยากยอมรับว่าตัวเองชอบคนรั่ว ๆ อย่างทามากิ  ฮารุฮิจึงแวะร้านหนังสือเพื่อซื้อหนังสือหลาย ๆ เล่มมาอ่าน (เผื่อว่าจะมีสักเล่มที่บอกว่าฮารุฮิไม่ได้รักทามากิ  แต่ยิ่งอ่านยิ่งแย่กว่าเดิมจนฮารุฮิเหวอไปเลย  ถึงขั้นจินตนาการว่าตัวเองกับทามากิมีลูกด้วยกัน  แถมสวีทหวานแหววกันสุด ๆ อีกต่างหาก)  



หลังจากออกจากร้านหนังสือ  ฮารุฮิก็มองตัวเองในกระจกพลางคิดในใจอย่างซึมๆ ว่า  ตัวเองดูยังไงก็เหมือนเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  ถึงทามากิจะจูบตนที่หน้าผาก  แต่คงไม่มีอะไรมากไปกว่า “ความรู้สึกแบบพ่อกับลูกสาว”...

“...สุดท้ายเราก็เป็นได้แค่ทานุกิอยู่ดี...”  ฮารุฮิแอบน้อยใจเพราะคิดว่าความรู้สึกที่ทามากิมีต่อตนเป็นความรักแบบพ่อลูก  ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาว...

 

 

 

แทนที่จะกลับไปนอนพักที่บ้าน  ฮารุฮิกลับไปนั่งใจลอยอยู่ในสวนสาธารณะ  ขณะที่ฮารุฮิกำลังสะลึมสะลือคิดถึงแม่  โคซากะก็เดินมาทักฮารุฮิ  ฮารุฮิแปลกใจที่โคซากะซึ่งเพิ่งเคยพบกันครั้งแรกรู้เรื่องตนอย่างละเอียดยิบ

แท้จริงแล้วทามากิเป็นคนขอให้โคซากะซึ่งทำงานอยู่ละแวกนั้นพอดีช่วยตามหาฮารุฮิ  เนื่องจากหลังจากอาจารย์ห้องพยาบาลบอกว่าฮารุฮิกลับบ้านไปแล้ว ทามากิก็โทรไปหาฮารุฮิที่บ้านแต่ไม่มีคนรับสาย  ทามากิจึงเป็นห่วงว่าฮารุฮิจะเป็นลมระหว่างทางกลับบ้าน  ชายหนุ่มจึงวานให้โคซากะช่วยตามหาฮารุฮิให้  ทันทีที่รู้ว่าฮารุฮิอยู่ที่ไหนทามากิก็กุลีกุจอโดดเรียนมาหาทันทีด้วยความห่วงใย...

“...ฉันดีใจที่เห็นเธอไม่เป็นอะไร...”  ทามากิใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำมูกให้ฮารุฮิพร้อมยิ้มอย่างอ่อนโยน....

 

 

 

ทามากิแนะนำให้ฮารุฮิรู้จักกับโคซากะทนายประจำบริษัทสุโอซึ่งเคยเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของแม่ฮารุฮิ  ทามากิบอกฮารุฮิซึ่งอยากเป็นทนายเหมือนแม่ว่าให้ปรึกษาโคซากะเรื่องวิชาชีพทนายได้หากฮารุฮิต้องการ...

โคซากะเตือนฮารุฮิว่า  หากอยากเป็นทนายจริง ๆ แค่เรียนดีอย่างเดียวคงจะไม่สามารถทำให้ฮารุฮิเป็นทนายที่ดีได้..

“...มันก็โอเคอยู่หรอกนะที่จะเรียนหนักเพื่อให้สอบได้คะแนนดี ๆ  แต่ทนายเป็นอาชีพที่ต้องเกี่ยวพันกับคนอื่น  เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลากหลาย  ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์หลาย ๆ รูปแบบ  ทนายแต่ละคนจะต้องฟังและทำตามความต้องการของลูกความ...หากเธอต้องเป็นปากเสียงให้คนอื่นแบบนี้  แค่นั่งเรียนอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะ...”


ทามากิขอให้โคซากะหยุดตำหนิฮารุฮิเพราะฮารุฮิยังป่วยอยู่  แต่โคซากะก็ยังคงพูดไม่หยุด  คำสอนของโคซากะทำให้ฮารุฮิคิดถึงคำพูดคำหนึ่งที่ทามากิมักจะพูดอยู่เสมอขึ้นมาทันที.... “ทุกอย่างที่ลองทำเป็นประสบการณ์ชีวิต”  ฮารุฮินึกถึงสีหน้าของทามากิทุกครั้งที่พูดประโยคนี้  ในที่สุดฮารุฮิก็เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง  แล้วหญิงสาวก็สลบไปด้วยพิษไข้  ขณะที่สลบฮารุฮิฝันถึงตอนที่ตัวเองตกลงไปในทะเลแล้วทามากิกระโดดลงไปช่วย...


“....ตอนที่รุ่นพี่ทามากิช่วยเราเอาไว้  เราได้ขอบคุณรุ่นพี่หรือเปล่านะ...ตอนที่รุ่นพี่เป็นห่วงแล้วตะโกนใส่เรา...ที่เขาช่วยให้เราหายกลัวฟ้าผ่าตอนมีพายุ....เขาช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราทั้ง ๆ ที่เราชอบหนีปัญหาอยู่เสมอ...รุ่นพี่ทำอะไรให้เรามากมายเหลือเกินโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว...ถูกแล้ว...ใช่แล้วล่ะ...ความรู้สึกนั้นไม่ใช่อยู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาหรอก...”

 

 

 

ฮารุฮิค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น  ภาพเบื้องหน้าคือทามากิที่เฝ้าอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง  แม้ว่าทามากิจะลนลานจนทำอะไรไม่ถูก  แต่ตอนนี้ฮารุฮิไม่ได้รู้สึกว่าทามากิงี่เง่าหรือน่ารำคาญอีกต่อไปแล้ว....

“....รุ่นพี่ใจดียิ่งกว่าใคร ๆ....รุ่นพี่ไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีหัวใจที่กว้างใหญ่ขนาดไหน....บางทีความรู้สึกที่เติบโตในใจเรามาตลอดอาจจะไม่ใช่ “ความนับถือ” ก็ได้...”

“รุ่นพี่ทามากิ...ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้ตอนตกลงไปในทะเล...แล้วก็ตอนมีพายุ....ขอบคุณที่ช่วยฉันตลอดมา รวมถึงวันนี้ด้วย...ขอบคุณที่คอยเป็นห่วงฉัน...”
ฮารุฮิขอบคุณทามากิ  ทามากิไม่เคยเห็นฮารุฮิเป็นแบบนี้มาก่อนจึงคิดว่าฮารุฮิเพ้อเพราะพิษไข้  ทามากิเอามือไปอังที่หน้าผากฮารุฮิอย่างห่วงใย (และรั่วด้วย)  ทำให้ตัวของฮารุฮิร้อนขึ้นมาทันทีจนฮารุฮิต้องขอให้ทามากิเอามือออก (ก็คนมันเขินนี่เนอะ XD)  ไมที่เพิ่งกลับจากออกไปซื้อกับข้าวเห็นบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังดีจึงไม่เข้าไปขัดจังหวะ  ปล่อยให้ทามากิและฮารุฮิได้อยู่กันตามลำพังนานขึ้น...

“...แต่รุ่นพี่...ฉันยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก...ดังนั้นแม้ว่านี่อาจจะเป็นความรัก  แต่ตอนนี้ฉันคงยังบอกรุ่นพี่ไม่ได้...”
ในที่สุดฮารุฮิก็ยอมรับความรู้สึกของตนเองได้และตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง...เลิกหนีปัญหาและค้นหาประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย...

 

 

 

วันรุ่งขึ้นฮารุฮิก็หายป่วยจึงไปโรงเรียนตามปกติ  ทันทีที่เข้าห้องเรียน  หัวหน้าห้องก็กุลีกุจอเข้ามาบอกแกมขอร้องฮารุฮิให้คัดค้านการออกไปเล่นสกีของห้อง 1-A (หัวหน้าห้องเป็นโรคกลัวความสูงค่ะ ^^)  แต่ฮารุฮิกลับตอบทันทีว่าอยากไปพร้อมขอให้ฮิคารุกับคาโอรุช่วยสอนตนเล่นสกีด้วย  ฝาแฝดแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ฮารุฮิซึ่งเคยเฉื่อยชากลับกลายเป็นคนกระตือรือร้นที่จะออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ...

“ทุกอย่างที่ลองทำเป็นประสบการณ์ชีวิต”  ฮารุฮิให้เหตุผลกับฝาแฝด...

....ก้าวต่อไป...มองไปข้างหน้า...เพื่อไล่ตามความฝันและหลังจากนั้น...หากฉันก้าวไปข้างหน้าแบบนี้...ก้าวไปก่อนใครๆ ...บางที่ฉันอาจจะเติบโตเป็นคนที่คู่ควรกับคนคนนั้นได้...


ฮารุฮิตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าโคซากะกำลังดูข้อมูลพร้อมรูปถ่ายของเธอพร้อมพึมพำว่า
“....บางทีตอนนั้นเราอาจพูดจาร้ายกาจเกินไปก็ได้นะ...ลูกสาวของโคโตโกะซังงั้นเหรอ...”

 

 

 

จบแล้วค่า

/me ปาดเหงื่อ  ยาวดีจริง ๆ

 

เพิ่งสังเกตสีผมฮิคารุ  ฮิกะคุงย้อมผมเป็นสีนี้เหรอเนี่ย  ตอนแรกคิดว่าแค่ย้อมเป็นสีน้ำตาลเข้ม  ไม่นึกว่าจะออกมาสีนี้แฮะ  แต่ก็ดูดีไปอีกแบบนะ  ช่วงนี้ฮิคารุบทเยอะค่ะ  ดราม่า รั่ว น่าหยิก มีหมด เลยต้องโมดิฟายกันนิดถึง (แต่ยังไงข้าพเจ้าก็ยังชอบคาโอรุคุงมากกว่านิดนึงอะนะ  เอาเข้าจริงแฝดนี่ต้องมาเป็นแพคคู่ค่ะถึงจะเวิร์กสุด  ไม่ค่อยเลยแฮะคนเรา  --w--")

 

ไว้จะมาอัพต่อจนถึงตอน 62 เลยนะคะ

บายจ้า

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีจ้าเจ๊จ๋า
คิดถึงๆๆๆมากๆอะ
ฮารุฮิน่าร้ากกกกกกกกกก
จาเอากลับบ้านนนนนนนน
(ผัวะ โดนมือแห่งความถูกต้องลากออกไป)

#1 By hisukaya (203.156.136.4) on 2008-07-25 12:54

ผ่านมาเจอโดยบังเอิญค่ะ

ชอบมากเลย เรารอให้บงกชแปลจนเหนื่อยเเล้ว

ขอบคุณมากกกกกค่ะ เราชอบเรื่องนี้สุดฤทธิ์ อ่านเล่ม 10 จนเปื่อยเเล้ว (หัวเราะ)

ตอนนี้ฮารุอิ สุดยอดของความน่ารัก เเต่รักรุ่นพี่ทามากิมากกว่า 555 ฮิคารุ อย่าไปขวางเลยนะ พลีสๆ
รุ่นพี่ฮันนี่(ขวัญใจ) ไม่โผล่มาเท่าไหร่เลย
เค้าคิดถึง

เเต่ตัวละครที่โดนสุดๆคงเป็นไมนี่เเหละ ถูกใจจริงๆ

ขอบคุณนะคะ รออ่านต่อไป ขออนุญาตแอดเป็น favorite เลยนะคะ
เขียนยาวจนตะลึงในความขยันเจ้าของบล็อกเลย :)

#3 By W.potion on 2008-07-25 16:08

มาเจอบล็อกนี้โดยบังเอิญ...

สปอยได้ถูกได้ใจเรามากเลย ชอบเรื่องโอรังมากๆประเทศไทยออกช้าจริงๆ

ในที่สุดฮารุฮิก็รู้ใจตัวเองสักที confused smile (แม่ยกปลื้ม..)

#4 By Kukuri~~~ on 2008-07-26 23:41

น่ารักจัดค่ะทำไม่ฟะว่าฉันไม่ไช้คนconfused smile sad smile angry smile tongue

#5 By ทาคามาจิ โคริน (125.26.50.85) on 2008-08-15 07:20

สนุกมากๆเลย

ชอบฮิกะจังที่สู๊ด...

ติดตามคร่าๆ

#6 By siska (117.47.10.33) on 2008-09-27 19:14

*O* ว๊ากก ฮารุฮิน่ารักจริงๆ ทำไมทามากิถึงได้ทึ่มแบบนี้นะ open-mounthed smile อ่านไปยิ้มไป .. น่าร๊ากก

#7 By RemiGo on 2008-10-10 10:41

เปิดมาโดยบังเอิญ

อัพบ่อยๆนะคะ จาติดตามอ่านคร่า

ร๊ากกกกกก ทามากิ

ชอบบบบบบ ฮารุฮิ

จาน่ารักไปไหน ทั้งสองคน ><

#8 By น้ามผึ้ง‘––• (125.24.128.255) on 2008-10-19 19:38

หนุกมากค่า

เพิ่งจะมาอ่านอยากอ่านตอนที่ 27 จัง

ถ้าทำได้ส่งมาให้หน่อนที่ ssmelody@hotmail.com นะขอบคุณล่วงหน้า

#9 By (119.42.70.243) on 2008-12-14 11:21


อร๊ายยย ขอบคุณมากๆค่ะที่สรุปมาให้อ่านกัน
(อ่า...เรานั่งโง่งมอ่านสปอยengอยู่หลายตอน ทั้งๆที่งูๆปลาๆ กร๊ากกก)

น่ายินดีมากๆค่ะที่คุณแม่ของทามะจังยังสุขสบายดี T[]T
โฮ เคียวยะซังคะะะ ของฝากแด่ทามะจังรอบนี้สุดยอดมากๆ
//วิ่งไปกอดท่านเคียว//โดนเตะกลับดาวบ้านเกิด//



เด็ดสุดๆ!!

T[]T
ฮารุฮิน่ารักมากๆค่ะ

ฮือ....รอคอยเวลานี้มานานแล้ว
อ่านไปแล้วน้ำตาไหล ดีใจมากๆ T[]T
ดีใจกับทามะจังค่ะ ในที่สุดฮารุฮิก็เข้าใจถึงความหวังดีตลอดเวลาที่ผ่านมาของรุ่นพี่
ฮิคารุคุงงงง อย่าไปขวางเลยนะะะะ ยิ่งบื้อๆทั้งคู่อยู่ 555+

(รู้สึกโหวงๆกับความเปลี่ยนแปลงของฝาแฝดค่ะ T[]T อยากให้เป็นแบบเดิมจัง ฮือ )

#10 By ★ O*MIX ★ on 2009-03-20 22:01

big smile big smile

#11 By Hope on 2009-03-25 21:02

เก่งมากๆเลยค่ะ
น่ารักมากที่ใจดีแปลให้พวกเราอ่านกัน
เป็นกำลังใจให้ สู้ๆนะคะ
จะติดตามตอนต่อไป

#12 By รักนะ (125.24.114.164) on 2009-04-26 19:12

ขอบคุณมากคะ....อยากอ่านต่อจังคะ

#13 By ฮิคารุ (125.25.133.101) on 2009-05-23 18:23

big smile confused smile question surprised smile double wink cry ดีดีดดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี
มากคคคคคคคคคคคคคคคค่าชอบมากคคะ

#14 By ดอกฟ้ามาหาดิน (112.143.31.55) on 2009-07-14 21:10