FMA 85 แถมพ่วงด้วยผลสอบ (ที่รอมานาน) T T
posted on 15 Jul 2008 19:54 by palmcj in Alchemic-worldใครจะอ่านสปอยก็เลื่อนข้ามตรงนี้ไปเลยน่อ ช่วงแรกมีแต่บ่น บ่น และบ่น ค่ะ แหะแหะ
พอกลับเมืองไทยก็ดองบลอคยาวตามคาดค่ะ ไม่ได้อัพมานานมากกกกก รูปก็ไม่ค่อยได้วาด (อยู่ที่นี่มันไม่ค่อยว่างง่ะ เดี๋ยวไปนู่นเดี๋ยวไปนี่ตลอด) สแกนเนอร์ก็ไม่มี กะว่าจะซื้อตั้งหลายวันแล้วแต่ก็ไม่ได้ซื้อสักที เพราะหมุนเงินไม่ทัน ลำพังแค่ตัวเราก็จัดการได้หรอกค่ะ แต่พี่กับน้องดันมาหมุนเงินกับเราด้วยนี่ดิ พวกคุณจะแพร่เชื้อความจนมาที่ข้าพเจ้าทำไมกันคะ ตอนนี้เลยจนกันถ้วนหน้า (ไม่กล้าขอเงินแม่ด้วยค่ะ แต่ถ้าถึงที่สุดจริง ๆ ก็คงต้องขอล่ะนะ -*-)
แต่ก็มีเรื่องน่าดีใจอยู่เรื่องนึงคือ สอบผ่านทุกตัวค่ะ !!! ดีใจมาก ๆๆๆ ตอนแรกกลัวว่าจะตกเพราะข้าพเจ้าใช้ชีวิตล่องลอยจริง ๆ ตอนเรียนอยู่อังกฤษ หนังสือไม่อ่าน รายงานก็ทำแบบสุกเอาเผากินมาก ๆ ค่ะ (ประมาณว่าปั่นเจ็ดชั่วโมงก่อนส่งแทบทุกตัวเลยค่ะ ทำเสร็จส่งเลยไม่มีการพรูฟการตรวจใดใดทั้งสิ้น) คะแนนก็ออกมาดีใช้ได้นะ (ได้มาได้ไง ฮ่ะฮ่ะ) เอาเป็นว่าตอนนี้ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งแล้วค่ะ เหลือแค่ทำวิทยานิพนธ์ให้ผ่านก็จะจบแล้ว แต่ก็ขี้เกียจทำอีกนั่นแหละค่ะ (เพราะยังไม่ใกล้เดธไลน์น่ะสิ) ยังไงก็จะพยายามทำให้ออกมาดี ๆ ค่ะ เพราะลำพังตัววิทยานิพนธ์ก็เครดิต 60 หน่วยกิตจาก 180 หน่วยแล้ว ถ้าคะแนนดีจะช่วยดึงเกรดของเราให้ไฮโซขึ้นมาทันที
เป็นคนไม่ชอบสอบอะค่ะ เพราะไม่ชอบอ่านหนังสือเรียน (อ่านเล่นนี่ถึงไหนถึงกันค่ะ ความจริงหนังสือเรียนก็ชอบอ่านนะ แต่เป๋นบางวิชาซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่ข้าน้อยเรียนเลย -*-) อย่างตอนสอบที่ผ่านมาเนี่ยแทบไม่ได้อ่านเลย เวลาส่วนใหญ่ทุ่มให้อนิเมะ (ตอนนั้นก็คงเป็นเทร่า) กับวาดรูป (ก็ยังคงเป็นเทร่าอีก เหอเหอ) ช่างเป็นแบบอย่างที่ดี (!???) จริง ๆ
กลับมาเรื่องตอนนี้ดีกว่าเนาะ ช่วงนี้นอกจากวิทยานิพนธ์แล้วก็อยากจะหาเวลาวาดรูปจังแฮะ อยากซื้อสแกนเนอร์กับสั่งดีวีดีด้วย แต่ก่อนอื่นคงต้องหาเงินก่อนสินะ (ถ้าเก็บหนี้ได้ครบของที่อยากซื้อก็จะซื้อได้หมด แถมเหลือเงินอีกต่างหาก แต่ท่าทางจะเก็บไม่ได้ง่ะ เศร้าใจ TAT)
...บ่นมายาวเกินไปแล้ว (แถมวนลูปอยู่กับเรื่องเงินอีก ฮ่าๆๆๆ) เข้าเรื่องสปอยดีกว่าค่ะ...
ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษนะคะที่มาสปอยช้า พอดีไม่สบายตั้งแต่คืนวันเสาร์ (คืนวัน raw ออกพอดี T T) จ้องคอมนาน ๆ ไม่ไหวค่ะก็เลยรอให้อาการพอยังชั่วค่อยมานั่งแปล (ขนาดพอยังชั่วแล้วยังรู้สึกว่าแปลออกมามึน ๆ เลยค่ะ แหะแหะ) ตอนนี้ค่อนข้างยาวแถมละเอียดซะด้วยสิ ^^'
ใครเป็นแฟนป๋าเตรียมกรี๊ดได้เลยค่ะ ตอนนี้ป๋าเท่ห์มาก ๆ ได้โชว์กึ๋นอีกต่างหาก แถมยังมีคิวริซ่าด้วย ถึงจะไม่ใช่ซีน Royai ก็เหอะ แค่เห็นป๋ากับริซ่าได้ออกตอนเดียวกันก็มีความสุขแล้วค่ะ หุหุ
รูปเปิดตอน (อยากได้ตัวหมากแฮะ -o-) ---> คลิกรูปขยายได้เลยค่ะ
CHAPTER 85 The Empty Box
ณ ปราสาทตระกูลอาร์มสตรอง โอลิเวียร์ มีร่า อาร์มสตรอง เจ้าบ้านคนใหม่ยืนควบคุมการซ่อมแซมปราสาทที่เสียหายอย่างหนักจากการประลองชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลอาร์มสตรองคนใหม่ของสองพี่น้องท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของเพื่อนบ้านที่ลือกันว่าโอลิเวียร์บังคับให้พ่อแม่ออกจากบ้านและเข้ายึดครองตำแหน่งเจ้าบ้านแทน ในสายตาของชาวบ้านละแวกนั้น แม้ว่าโอลิเวียร์จะได้สมบัติทั้งหมดของตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาลมาครอบครองแต่หญิงสาวก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในปราสาทหลังมหึมาที่ตอนนี้กลายเป็นเพียง “กล่องที่ว่างเปล่า” เท่านั้น.....
รอยมาหาโอลิเวียร์ที่คฤหาสน์ นายพลสาวปรายตามองชายหนุ่มด้วยสีหน้าเฉยชาพร้อมกับบอกว่า
“ฉันไม่มีน้ำชาหรือที่นั่งไว้ต้อนรับนายหรอกนะ”
“งั้นเรื่องดินเนอร์ก็คงหมดหวังแล้วสิ” รอยไม่ถือสาที่โอลิเวียร์ไม่ต้อนรับขับสู้ตน (ถ้าต้อนรับอย่างดีสิแปลก ^^’)
รอยรู้สึกทึ่งกับความมั่งคั่งของตระกูลอาร์มสตรองซึ่งเป็นเจ้าของปราสาทหลังมหึมาขนาดบรรจุทหารได้ทั้งกองทัพ โอลิเวียร์บอกรอยว่าหากตนเป็นอะไรไปคฤหาสน์หลังนี้จะตกเป็นของรอย...
“แล้วน้องชายคุณล่ะครับ” รอยถามโอลิเวียร์ด้วยความประหลาดใจที่อยู่ ๆ นายพลสาวก็ให้ตนเป็นผู้สืบทอดมรดกมูลค่านับไม่ถ้วนของตระกูล
โอลิเวียร์ตอบว่าเมื่อเทียบกันแล้วรอยมีคุณสมบัติเหนือกว่าอเล็กซ์เพราะรอย “มีผม”
“แม้ว่าเหตุผลของคุณจะเป็นแค่เรื่อง “เส้นผม” ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากคุณ...พลตรี” รอยตอบรับเป็นผู้สืบทอดมรดกชิ้นสำคัญของตระกูลอาร์มสตรอง
หลังจากสนทนากันได้ครู่หนึ่ง รอยก็มอบช่อดอกไฮยาซินเป็นของขวัญแสดงความยินดีกับผู้นำคนใหม่ของตระกูลอาร์มสตรอง ข้อความในการ์ดที่เสียบอยู่ในช่อดอกไม้คือ “ข่าวสารสำคัญ” ที่รอยต้องการจะบอกโอลิเวียร์...
“เซริม แบรดเล่ย์ เป็นโฮมุนคูลัส...”
โอลิเวียร์ถามรอยว่ารู้หรือเปล่าว่าความหมายของดอกไฮยาซินคืออะไร
“ความสง่างามของผู้หญิง” รอยตอบพร้อมกับยิ้มกว้างให้โอลิเวียร์
โอลิเวียร์จึงถือโอกาสทำลายจดหมายโดยไม่มีใครจับพิรุธได้โดยทำเป็นหัวเสียแล้วโยนทั้งช่อดอกไม้ทั้งจดหมายเข้าไปในกองขยะที่เหล่าคนงานกำลังเผาอยู่...
การฝึกภาคสนามร่วมของกองทัพในภาคตะวันออกดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยมีคิง แบรดเล่ย์ คอยจับตาดูอยู่ตลอด แบรดเล่ย์รู้สึกข้องใจที่การฝึกราบรื่นจนเกินไปเพราะตนไม่เข้าใจว่ากราแมนกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่...
คนของไมล์สมาแจ้งข่าวว่าอัลหายตัวไป ไมล์สจึงสั่งให้ออกตามหาอัลทันที คนของไมล์สกังวลว่าอัลอาจถูกพวกของแบรดเล่ย์จับไป ไมล์สจึงบอกลูกน้องว่าตนคิดว่าเหตุการณ์คงไม่เลวร้ายขนาดนั้น เพราะหากอัลถูกจับตัวจะต้องมีร่องรอยการต่อสู้ขัดขืน แต่สถานการณ์ตอนนี้กลับเงียบสงบดี ไม่มีข่าวหรือวี่แววของการต่อสู้แม้แต่น้อย หารู้ไม่ว่าตอนนี้อัลตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรูที่น่ากลัวที่สุดเสียแล้ว...
นายพลฮาคุโร่เดินทางมาจากเซ็นทรัลเพื่อขอเข้าพบแบรดเล่ย์ ฮาคุโร่บอกแบรดเล่ย์ว่าการฝึกภาคสนามร่วมกันครั้งนี้เป็นแผนหันเหความสนใจสองชั้นของกราแมนและรอย...
“...ผู้ก่อการร้ายชาวอิชวาลจะถือโอกาสก่อการในเซ็นทรัลเมื่อท่านไม่อยู่ แต่นี่ก็เป็นแผนลวงเช่นกัน....พันเอกมัสแตงได้ร่วมมือกับพวกอิชวาลอย่างลับ ๆ โดยจะฉวยโอกาสตอนเกิดความวุ่นวายจากการก่อการร้ายเข้ากุมอำนาจ....”
แบรดเล่ย์จึงสั่งให้ลูกน้องตรวจสอบเรื่องนี้เพราะคิดว่าฮาคุโร่อาจจงใจป้ายสีรอย เนื่องจากเป็นที่รู้กันในหมู่ทหารว่าฮาคุโร่ไม่พอใจที่รอยได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าสถานการณ์ในเซ็นทรัลเป็นไปตามที่ฮาคุโร่รายงาน...ช่วงนี้มีผู้อพยพชาวอิชวาลอพยพเข้าไปในเมืองรอบ ๆ เซ็นทรัลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แบรดเล่ย์รู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงเดินทางกลับเซ็นทรัลทันที....
ระหว่างการเดินทาง ผู้ติดตามของแบรดเล่ย์พูดว่าตนคิดว่าจะควบคุมรอยได้หากจัดการย้ายลูกน้องของรอยให้กระจัดกระจายกันไปคนละที่ แต่รอยก็กลับมาแผลงฤทธิ์อีกจนได้...
ทันใดนั้นขบวนรถไฟก็ชะลอตัวและหยุดลงขณะกำลังข้ามสะพาน เจ้าหน้าที่รถไฟแจ้งว่ามีฝูงแกะเดินตัดหน้าทางรถไฟจึงจำเป็นต้องหยุดให้แกะผ่านไปก่อน พวกแบรดเล่ย์จึงต้องยอมเสียเวลาอย่างไม่มีทางเลี่ยง...
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของพวกรอย คนขับรถไฟปลดตัวลอคระหว่างหัวรถไฟกับขบวนรถไฟแล้วหนีไป ทิ้งให้พวกบรดเล่ย์ค้างอยู่กลางสะพาน...เมื่อหัวขบวนวิ่งพ้นสะพานแล้ว คนของรอยอีกกลุ่มที่ซุ่มอยู่แถวนั้นก็กดระเบิดที่วางไว้กลางสะพานทันที ระเบิดส่งเสียงกัมปนาทลั่น แรงระเบิดส่งผลให้สะพานขาด...พวกแบรดเล่ย์จึงร่วงตกลงไปยังแม่น้ำเบื้องล่างพร้อม ๆ กับขบวนรถไฟ....
เมื่อเห็นกับตาว่าขบวนรถไฟของแบรดเล่ย์ร่วงลงแม่น้ำไปแล้ว พวกของรอยก็ออกเคลื่อนไหวทันที...
“...นี่ทำให้ฉันคิดถึงความหลังจริง ๆ พวกเราไม่ได้ก่อการแบบนี้มาตั้งแต่สมัยสงครามอิชวาลแล้วใช่ไหม...หวังว่าชั้นเชิงและความกล้าในการรบของผู้พันมัสแตงคงไม่หายไปกับชีวิตสุขสบายของชาวเมืองหรอกนะ...พวกเราจะต้องไม่ถูกกวาดล้างเหมือนคราวที่แล้วอีก ....”
ข่าวการก่อการของชาวอิชวาลถูกแจ้งไปยังศูนย์ฝึกภาคตะวันออกทันที นายพลฮาคุโร่จึงรู้ว่าตนติดกับเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างกราแมนและคู่ปรับรอย มัสแตง เสียแล้ว ....
“...ผบ.สูงสุดหายตัวไป ส่วนเซริม แบรดเล่ย์ก็ร่วมเดินทางไปกับพ่อของเขา....ได้เวลาที่พวกเราจะเคลื่อนไหวแล้ว....” ร้อยโท ริซ่า ฮอว์คอาย ที่อยู่ในเซ็นทรัลกับฟิวรี่และเบรด้าก็ทราบข่าวเรื่องแบรดเล่ย์แล้วเช่นกัน เบรด้ากับฟิวรี่บอกริซ่าว่าไม่ต้องเรียกพวกตนแบบเต็มยศก็ได้ เพราะตอนนี้ทั้งสองละทิ้งกองทัพที่ตนสังกัดอยู่มารวมตัวกับพวกริซ่าที่เซ็นทรัลแล้ว...
“...เฮ้อ พวกเราหมดอนาคตซะแล้วสิ...” ฟิวรี่ถอนหายใจ
“...แต่พวกเราก็ยังมีหน้าที่ต้องทำเพื่อพันเอกของเราอยู่นะ...” ริซ่าปลอบฟิวรี่ด้วยรอยยิ้ม...
เมื่อพวกระดับสูงในเซ็นทรัลรู้เรื่องที่แบรดเล่ย์หายไปอย่างไม่รู้ชะตากรรมบรรยากาศในห้องประชุมก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ทุกคนถกเถียงกันอย่างร้อนรนเพราะไม่อาจหาผู้นำที่จะมาแทนคิง แบรดเล่ย์ ได้ ท่ามกลางความสับสนมีเพียงโอลิเวียร์ที่นั่งจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างสงบ พลางคิดว่าโอกาสของตนได้มาถึงแล้ว...
“..พวกนี้ก็แค่พวกขี้ขลาดไม่มีหัวคิดที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง...ตอนนี้พอหัวถูกตัดออกไปพวกนี้ก็ได้แต่ลุกลี้ลุกลนอย่างไม่มีเป้าหมาย....ผบ.สูงสุดไม่อยู่...เซริมก็ไม่อยู่...พวกนี้ก็กำลังกลัวและสับสน....นี่แหละคือโอกาสของฉัน...”
ทว่าโอลิเวียร์ก็ไม่สามารถคว้าโอกาสที่รอย กราแมนและพวกช่วยเปิดทางให้มาได้ เมื่ออยู่ ๆ ท่านพ่อก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องประชุมพร้อมสโลธ แรงกดดันมหาศาลจากเจ้านายใหญ่ผู้ชั่วร้ายทำให้หญิงเหล็กอย่างโอลิเวียร์ถึงกับหน้าถอดสี...
“..สงบใจไว้เหล่าเพื่อนพ้องของฉัน....ฉันคนนี้ยังอยู่ในเซ็นทรัล...”
ท่านพ่อพูดพลางเอื้อมมือไปแตะไหล่โอลิเวียร์ที่นั่งตัวแข็งด้วยความตระหนก....
ในที่สุดเอ็ดก็เดินทางถึงสลัมคาติมา ในเซ็นทรัล ทันทีที่พบหน้าโฮเอนไฮม์อีกครั้งเด็กหนุ่มก็ซัดหน้าผู้เป็นพ่อด้วยกำปั้น “ขวา” เต็มแรง
“..ทำไมต้องใช้แขนขวาด้วย...” โฮเอนไฮม์อ้อนลูกชายที่ยืนกำหมัดขวาสีหน้าบึ้งตึงอยู่เบื้องหน้าตน...
ทันทีที่เห็นรอยสักโอโรโบรอสบนมือซ้ายของกรีด โอเอนไฮม์ก็รู้ว่ากรีดเป็นโฮมุนคูลัส กรีดตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างที่ตนรู้ให้โฮเอนไฮม์ฟัง ส่วนโฮเอนไฮม์ก็บอกเรื่องของตนกับพวกเอ็ดและกรีดอย่างไม่ปิดบังเช่นกัน...
เมื่อเอ็ดรู้ว่าแท้จริงแล้วศิลานักปราชญ์ที่พวกเขาสองพี่น้องไขว่คว้าหามาเป็นแรมปีก็คือ “พ่อบังเกิดเกล้า” ของเขานั่นเอง เอ็ดก็พูดอะไรไม่ออกเพราะยังช็อกกับความจริงที่คาดไม่ถึง...
“...พ่อคือศิลานักปราชญ์ที่ลูกตามหามาหลายปี จะใช้พ่อหรือเปล่า...” โฮเอนไฮม์ถามลูกชาย
เอ็ดตอบว่าที่พวกตนต้องมีสภาพแบบนี้ก็เพราะการกระทำของตัวเอง เอ็ดและอัลจึงไม่มีสิทธิ์และไม่มีวันใช้ศิลานักปราชญ์ที่เกิดจากการสังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์มากมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเลยได้... โฮเอนไฮม์ยิ้มแล้วบอกว่าดีใจที่ได้ยินคำนี้จากปากของเอ็ด....
โฮเอนไฮม์ถามเอ็ดว่าจะร่วมมือกับตนในการหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของท่านพ่อหรือไม่ เอ็ดตอกกลับทันทีว่าไม่ว่าตนจะได้รับความร่วมมือจากโฮเอนไฮม์หรือไม่ตนก็ต้องหยุดยั้งพวกโฮมุนคูลัสให้ได้อยู่ดี...
“...แต่ตอนนี้ถ้าได้นายมาอยู่ฝ่ายเราโอกาสก็จะมีมากขึ้น...และนั่นก็เป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวที่ฉันมาหานายที่นี่!!”
โฮเอนไฮม์ตกลงร่วมมือต่อสู้กับเอ็ดแม้ว่าเอ็ดจะมีทีท่าไม่ค่อยเต็มใจก็ตาม (ก็แค่ปากแข็งละน่า เหอเหอ)
หลังจากตกลงร่วมมือกันเรียบร้อย โฮเอนไฮม์ก็ชวนทุกคนไปหาอะไรกินแล้วพักผ่อน เอ็ดนึกขึ้นได้ว่าพีนาโกะเคยบอกตนให้บอกโฮเอนไฮม์เรื่องคำสั่งเสียของทริช่า...
“...แม่บอกว่า...ขอโทษนะคะที่รักษาสัญญาของเราเอาไว้ไม่ได้ ฉันขอล่วงหน้าไปก่อน..”
เมื่อได้ฟังคำสั่งเสียของภรรยาที่รัก โฮเอนไฮม์ก็ร้องไห้ออกมา น้ำตาแห่งความเศร้าและอาลัยพรั่งพรูออกมาอย่างสุดกลั้น เอ็ดเห็นพ่อร้องไห้อย่างหนักถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เด็กหนุ่มละล่ำละลักบอกให้พ่อหยุดร้องแล้ววิ่งไปหาอะไรกินทันที ทิ้งให้โฮเอนไฮม์อยู่ตามลำพัง...
“...นั่นสินะ... “ฉันขอล่วงหน้าไปก่อน...” พวกเราไม่สามารถแก่และตายไปพร้อมกันได้แต่เธอก็ยังเชื่อว่าสักวันหนึ่งฉันจะตามเธอไป...อีกไม่นานหรอกนะทริช่า...อีกไม่นานแล้ว...”
ระหว่างกินข้าวกันอยู่ คิเมร่าทั้งสองก็บอกให้เอ็ดทำดีกับพ่อให้มากกว่านี้ เพราะทั้งสองเชื่อว่าโฮเอนไฮม์ไม่ใช่คนที่จะทอดทิ้งลูกเมียไปเฉย ๆ เอ็ดไม่อยากโดนบ่นไปมากกว่านี้จึงเฉไฉด้วยการวิ่งไปซื้อผ้าแดงที่ร้านขายผ้าแถวนั้นแล้วใช้วิชาแปรธาตุเปลี่ยนผ้าผืนใหญ่ให้กลายเป็นเสื้อโค้ดสีแดงแบบที่ตนใส่อยู่ประจำ กรีดสงสัยว่าทำไมเอ็ดจึงชอบเสื้อสีแดงขนาดนี้ เด็กหนุ่มตอบว่าเพราะสีแดงเป็นสีของลูกผู้ชายที่ทำให้อารมณ์พลุ่งพล่าน
“...ศึกที่กำลังจะมาถึงอาจเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างฉันกับพวกนั้น ฉันจะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา...”
เอ็ดบอกเพื่อนร่วมทางทั้งสามว่าไม่จำเป็นต้องมาร่วมหัวจมท้ายกับตนก็ได้ แต่คิเมร่าทั้งสองและกรีดต่างก็ยืนกรานที่จะร่วมมือกับเอ็ดหยุดยั้งเหล่าโฮมุนคูลัสให้ได้....
คิเมร่าทั้งสองให้เหตุผลว่าสัญชาติญาณสัตว์ป่าในตัวบอกว่าทุกอย่างจะดีขึ้นหากพวกตนร่วมมือกับเอ็ด ส่วนกรีดบอกเอ็ดว่าเหตุผลที่ตนร่วมมือกับเด็กหนุ่มและสาเหตุที่ตนกลับมายังเซ็นทรัล – แหล่งกบดานของพวกท่านพ่อ-- ทั้ง ๆ ที่กรีดได้แยกตัวจากเหล่าโฮมุนคูลัสตนอื่น ๆ แล้ว เป็นความลับ...
ทันใดนั้นอัลก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเอ็ด เอ็ดวิ่งเข้าไปหาอัลด้วยความยินดีที่เห็นน้องชายปลอดภัย เอ็ดถามถึงพวกไมล์สเพราะคิดว่าไมล์สจะเดินทางมาพร้อมกับอัล...
“...พวกเขาปลอดภัยดีครับพี่...พี่มากับผมหน่อยได้ไหม พอดีมีอะไรบางอย่างอยากให้พี่ดูหน่อย...”
เอ็ดสังเกตเห็นความผิดปกติของอัลจึงถามอัลว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แม้ว่าอัลจะปฏิเสธแต่เอ็ดก็ยังรู้สึกข้องใจ ...
“เอ็ด!!” กรีดร้องเรียกเอ็ดเสียงดัง เมื่อเอ็ดหันไปตามเสียงเรียกก็พบว่ากรีดทรุดลงนั่งตัวสั่นอยู่ที่พื้น เหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าของจ้าวแห่งความโลภด้วยความตื่นตระหนก...
“...ออกห่างจากเจ้านั่นซะ...เขาคือ...มันคือ...”
ยังไม่ทันจะสิ้นคำของกรีด เงาสีดำทะมึนรูปร่างแหลมคมเหมือนปลายหอกขนาดยักษ์จำนวนมากก็พุ่งออกจากพื้นรอบตัวอัล เอ็ดไหวตัวหลบได้ทันอย่างหวุดหวิด
เบื้องหน้าของพวกเอ็ดที่กำลังตกตะลึงคือร่างชุดเกราะของอัลฟอนส์ เอลริค ที่ถูกไพรด์ควบคุมอยู่ ภายในเกราะที่เคยว่างเปล่าตอนนี้เต็มไปด้วยเงาและดวงตาชั่วร้ายของพี่ใหญ่ของเหล่าโฮมุนคูลัส ดวงตาทุกดวงที่พวกเอ็ดมองเห็นจากส่วนที่เป็นร่องของเกราะจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มและพรรคพวกอย่างมุ่งร้าย...
“...ตอนนี้แกไปอยู่ฝ่ายพวกนั้นแล้วสินะกรีด... แถมยังไปไหนมาไหนในร่างมนุษย์อีก.....วิญญาณของแกอ่อนแอจนน่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ!”
อัลที่ถูกปิศาจชั่วร้ายเข้าควบคุมค่อย ๆ เดินออกจากเงามืดเข้าหาพวกเอ็ดที่ตะลึงงันอย่างช้า ๆ...
ตอนหน้าฮากาเร็นได้ลงปก GanGan พร้อมหน้าสีค่ะ
แล้วก็รวมเล่ม 20 จะออกวันที่ 22 สิงหาที่ญี่ปุ่น (อยากอ่าน XD)
------------------------------------------
เอาไว้จะหาเวลามาอัพบ่อย ๆ (กว่าตอนนี้) นะคะ
บายงับ - -/~
My Spoilers
My Projects


เค้าเกลียดการสอบที่ซู้ดดดดดดดดดด ยิ่งตอนนี้ไม่ได้จับหนังสือหนังหาอ่านเลยง่าท่านพี่ แง๊ๆๆ T^T << ทีการ์ตูนล่ะอ่านได้ทุกวันนะเอ็ง
โฮ!! สงสารคุณพ่อตา << โดนตบผั้วะ คุณแม่ยายเสียไปแล้ว งี้ดๆๆ หนูจะดูแลลูกชายคุณพ่อให้เอง << โดนอุ้มไปหมกท่อ
ตอนนี้แขนกลเล่มใหม่ยังไม่ออก เซ็งโคดๆเค่อะ
#1 By Chiiyo Sonata บทเทศน์ชีวิตของแม่ชีลัทธิโอตาคุ on 2008-07-16 07:18