FMA 83 The Promised Day วันแห่งคำสัญญากับการกลับมาของ "เขา"....
posted on 14 May 2008 11:25 by palmcj in Alchemic-world
ขึ้นหัวเอนทรี่แบบนี้หลาย ๆ คนคงเดากันออกว่า "เขา" หมายถึงใคร ใช่ค่ะ ป๋ารอย นั่นแหละ
หลังจากปล่อยให้แฟน ๆ (เราก็ด้วย ^^') เรียกร้องอยู่นาน ในที่สุดคุณวัวก็เปิดไฟเขียวให้ป๋าออกโรงแล้วค่ะ (หลังจากหายไปเก้าเดือน หุหุ) คาดว่างานนี้คงสมใจแฟนคลับนักเล่นแร่แปรธาตุอัคคีกันถ้วนหน้า ^^
ตอนนี้มีความพิเศษอีกอย่างค่ะ คือคุณวัวเอาเปิดตอนไปไว้หน้าสุดท้าย ซึ่งเป็นอะไรที่พอเหมาะ เหมาะเจาะพอดีมาก ๆ อ่านแล้วรู้สึกว่าถ้าเอาเปิดตอนไปไว้ข้างหน้าตามปกติคงไม่ได้อารมณ์เท่านี้อะค่ะ (ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า แต่เราเป็นอะ)
เริ่มกันเลยดีกว่าจ้า
EPISODE 83 The Promised Day
ไม่นานหลังจากพบกับเอ็ด หลินก็จัดการสวาปามเสบียงสำรองทั้งหมดของพวกเอ็ดด้วยความหิว เอ็ดมองเพื่อนอย่างปลง ๆ ในขณะที่คิเมร่าทั้งสอง (Darius กับ Heinkel) ได้แต่มองกระเป่าใส่เสบียงที่ว่างเปล่าพร้อมกับบ่นพึมพำที่หลินกินอาหารสำรองจนหมดเกลี้ยง...
เมื่อท้องอิ่ม พวกเอ็ดและหลินก็เริ่มคุยกัน Darius กับ Heinkel แทบไม่อยากเชื่อเมื่อหลินบอกว่าตนเป็นโฮมุนคูลัส แต่เอ็ดก็ยืนยันกับทั้งสองว่าเป็นความจริง...
“ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่เหรอ” เอ็ดถามหลิน
หลินตอบว่าตอนนี้กรีดแยกตัวออกมาจากพวกโฮมุนคูลัสตนอื่น ๆ แล้ว “...แล้วหมอนั่นก็เริ่มสติแตก ฉันก็เลยถือโอกาสเข้าควบคุมร่างซะเลย.. หลังจากนั้นฉันก็หาที่ซ่อนตัวที่ใกล้เซ็นทรัลและที่นี่ก็.....”
ทันใดนั้นหลินก็ชะงัก ชายหนุ่มกัดฟันแน่นพร้อมกุมขมับด้วยความทรมาน เอ็ดถามว่าเกิดอะไรขึ้น หลินบอกเอ็ดว่ากรีดกำลังพยายามเข้าควบคุมร่างตนอีกครั้ง...
เมื่อได้ยินอย่างนั้นเอ็ดก็เรียกสติหลินด้วยการทุบหัวแบบไม่ยั้ง (หน้าหลินนี่อย่างฮา ^^’) หลินเริ่มได้สติคืนมาจึงรีบบอกเอ็ดว่า “ท่านพ่อ” กำลังวางแผนจะเปิดประตูเมื่อ “วันนั้น” มาถึง “...ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้เรื่องพวกนี้มากมาย แต่ถ้าตอนนั้นนายกับน้องชายนายถือโอกาสเข้าไปที่ประตู พวกนายอาจได้ร่างเดิมคืนมาก็ได้...” หลินเสนอแผนการกับเอ็ด...
เอ็ดรู้สึกสับสนกับข้อเสนอของหลินไม่น้อย
“...เดี๋ยวสิ...ที่นายพูดมาก็เป็นไปได้...แต่ถ้านายจะเปิดประตูก็ต้องจ่ายค่าผ่านทาง....แล้วก็...เจ้านั่น..ทำไมหมอนั่นถึงอยากเปิดประตู...แล้วไอ้ “วันนั้น” ที่นายว่าคืออะไร หมอนั่นกำหนดวันเปิดประตูไว้ด้วยเหรอ?”
หลินพยายามจะตอบคำถามเอ็ด ทว่ากรีดเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนหลินรู้ว่าตัวเองไม่สามารถครองสติอยู่ได้อีกต่อไป หลินจึงถามถึงรันฟาน
“นะ..นายส่งข้อความของฉันให้รันฟานหรือยัง...”
เอ็ดตอบว่าอัลจัดการเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งบอกหลินว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้ตนไม่รู้ว่ารันฟานอยู่ที่ไหน แต่หญิงสาวก็ปลอดภัยดี
เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากเอ็ด หลินก็ยิ้มอย่างโล่งใจแล้วหมดสติไป...
ทันทีที่หลินหมดสติไป กรีดก็เข้าครองร่าง
“..เจ้าชายเฮงซวยเอ๊ย...ดันทำเรื่องยุ่งพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไปจนได้...” กรีดบ่นด้วยความไม่พอใจที่หลินเปิดเผยแผนการของท่านพ่อให้พวกเอ็ดได้รู้ แล้วกรีดก็เดินออกจากบ้านร้าง ทิ้งพวกเอ็ดที่ล่วงรู้ความลับของท่านพ่อไว้เบื้องหลัง...
เอ็ดรั้งกรีดเอาไว้ด้วยความข้องใจที่กรีดไม่จัดการ “เก็บ” พวกตนที่รู้แผนการของเหล่าโฮมุนคูลัสเข้าแล้ว กรีดจึงบอกว่าตอนนี้ตนตัดขาดกับพวกโฮมุนคูลัสแล้ว เพราะก่อนหน้านี้กรีดบุกเข้าไปจู่โจมแบรดเล่ย์ในคฤหาสน์
“...ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ากลับไป ฉันก็เลยจะถอนตัวแล้วมาใช้ชีวิตตามความพอใจของตัวเอง...ลาก่อน..”
“...ถ้างั้น..ทำไมไม่มาอยู่ฝ่ายเราล่ะ....ถ้านายไม่มีที่ไปมาอยู่กับพวกเราก็ได้....”
เอ็ดยื่นข้อเสนอกับกรีดด้วยสีหน้าจริงจัง (จริงใจด้วย ^^) สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนโดยเฉพาะกรีดมาก
“บ้าไปแล้วเหรอ นายก็รู้นี่ว่าฉันเป็นโฮมุนคูลัส...” กรีดถามเอ็ด (หน้ากรีดนี่แบบว่า ทั้งอึ้ง ทั้งงง หุหุ)
เอ็ดจึงบอกว่าเพื่อนร่วมทางทั้งสองของตนก็เป็นคิเมร่า เด็กหนุ่มไม่ถือที่จะต้องร่วมหัวจมท้ายกับคนที่ไม่ใช่มนุษย์ปกติ...
“..จะว่าไปตอนนี้ฉันก็เป็นคนเดียวที่ปกตินี่นา (ชนกลุ่มน้อย XD)..”
แต่กรีดยังคงปฏิเสธคำชวนของเอ็ด ก่อนจากไปกรีดทิ้งท้ายว่า โลกทั้งโลกเป็นของตน หากเอ็ดอยากให้ตนเป็นพวก เอ็ดก็ต้องมาเป็นลูกน้องตนเสียก่อน...
ทันทีที่กรีดจากไป คิเมร่าทั้งสองก็ถามเอ็ดว่าคิดดีแล้วหรือที่ปล่อยให้กรีดกลับไป
“..ถ้าเจ้านั่นเปลี่ยนใจแล้วเผยที่อยู่ของเราให้ศัตรูรู้ล่ะ..?”
เอ็ดตอบว่ากรีดอาจเป็นคนหลายประเภทก็จริง แต่กรีดก็ไม่ใช่คนโกหก “หมอนั่นไม่โกหกหรอก....” เอ็ดเชื่อมั่นในตัวกรีด....
เมื่อแยกตัวออกมาจากพวกเอ็ด กรีดก็รำพึงกับตัวเองอย่างเศร้า ๆ ว่า ในร่างตนมีวิญญาณอยู่มากมาย (เพราะศิลานักปราชญ์) แต่พอได้ความทรงจำกลับคืนมากรีดกลับรู้สึกว่างเปล่า “...ตอนนี้เราโดดเดี่ยวแล้วสินะ....”
“...งั้นทำไมไม่ไปเป็นพวกเอ็ดซะล่ะ??” หลินถามกรีด
“...หรือไม่ก็คืนร่างกายให้ฉัน ฉันจะก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิ์แห่งชินแล้วเติมเต็มความว่างเปล่านั่นให้เอง...” หลินยื่นข้อเสนอ
แต่กรีดยังคงปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าคนที่จะเป็นจ้าวของโลกอย่างตนไม่สนใจประเทศเล็ก ๆ อย่างชินหรอก...
ทันใดนั้นเอ็ดก็ปรากฏตัวขึ้น เอ็ดยอมเป็นลูกน้องของกรีดตามที่กรีดเสนอ...
“หมายความว่า เบ๊ของฉันอย่างเจ้าสองคนนี่ก็จะกลายเป็นเบ๊ของนายโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม...” เอ็ดบอกกรีดพร้อมตั้งชื่อใหม่ให้กรีดว่า “กรีลิน” (Greelin)...
คิเมร่าทั้งสองได้ยินก็ฉุนขาดที่เอ็ดคิดเองเออเองคนเดียว ทั้งสามจึงเปิดฉากตะลุมบอนกัน
“...นายคิดว่านายเป็นใครหาเจ้าเด็กเวร พวกเราไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของนายนะ”
“...นายมันก็แค่เจ้าถั่วกะเปี๊ยกตัวเท่าเม็ดทราย...”
“....อะไรนะ?? ฉันไม่ได้เตี้ยซะหน่อย โลกนี้มันใหญ่เกินไปต่างหาก..” (ประโยคเด็ดเลยนะเนี่ย เหอเหอ)
ถึง Darius กับ Heinkel จะคัดค้านในตอนแรก แต่ท้ายที่สุดเมื่อกรีดยอมรับข้อเสนอของเอ็ด ทั้งสองก็ยอมตามไปด้วยแต่โดยดี...
“...เป็นลูกน้องของฉันก็หมายความว่านายต้องกลายเป็นพวกถูกขับออกจากสังคมนะ อย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน...” กรีดเตือนพวกเอ็ด
แม้เอ็ดจะทำเป็นไม่ยี่หระ แต่ลับหลังคนอื่น ๆ เอ็ดก็หยิบต่างหูของวินรี่ (ที่วินรี่ให้เอ็ดไว้เป็นที่ระลึก) มาดูพร้อมคิดอย่างเศร้า ๆ ว่า ตนคงไม่ได้เจอกับอัลและวินรี่อีกพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว...
โอลิเวียร์ไปที่ปราสาทของตระกูลอาร์มสตรองเพื่อขอให้พ่อเกษียณตัวเอง ยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้ตน แล้วเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศเสีย หากแต่ผู้นำตระกูลอาร์มสตรองบอกหญิงสาวว่าเขาตั้งใจให้อเล็กซ์ลูกชายคนเดียวเป็นผู้สืบทอดตระกูลอยู่แล้ว
โอลิเวียร์ค้านหัวชนฝา จังหวะพอดีกับที่อเล็กซ์กลับมายังปราสาท พ่อจึงเสนอให้ทั้งสองสู้กัน ใครชนะก็จะได้เป็นผู้สืบทอดมรดกทั้งหมดของตระกูลอาร์มสตรอง โอลิเวียร์รับข้อเสนอ แล้วสองพี่น้องก็เริ่มการประลองอย่างเอาเป็นเอาตาย...
หลังจากวางระเบิดไว้ที่ปราสาท ผู้นำตระกูลอาร์มสตรองพร้อมทั้งภรรยาและลูกสาวคนเล็กก็ออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างสบายอารมณ์...
“เราจะไปไหนก็ดีล่ะ...”
“...ไปชินดีไหม ได้ยินว่าอาหารที่นั่นสุดยอด....”
“...พี่คะ รักษาตัวด้วยนะ...” (แคทรีนพูดกับอเล็กซ์ -_-“)
“...ว่าแต่ของฝากจะเอาเป็นอะไรดี...”
“...รูปปั้นเป็นไง...อะไรก็ได้ที่ใหญ่แล้วก็มั่นคง...”
การประลองจบลงด้วยการพ่ายแพ้อย่างราบคาบของอเล็กซ์ผู้เป็นน้อง อเล็กซ์ยอมให้พี่สาวทำตามความต้องการแต่โดยดีเพราะรู้ว่า เหตุผลที่พี่สาวทำอย่างนี้เพราะตอนนี้โอลิเวียร์ไปพัวพันกับพวกเบื้องบนโดยมีแผนการอะไรบางอย่าง หญิงสาวไม่ต้องการให้ครอบครัวต้องรับเคราะห์ถูกจับเป็นตัวประกันจึงยื่นข้อเสนอนี้ขึ้น....
ไกลออกไปยังเมืองดาบลิช ทหารยังคงวนเวียนแถวร้านขายเนื้อของอิสึมิ แต่ทุกครั้งที่ไปที่ร้าน เมสันก็จะบอกด้วยทีท่ารำคาญว่าสองสามีภรรยายังไม่กลับจากการเดินทางท่องเที่ยว
ซิกโทรมาหาเมสันที่ร้าน เมสันจึงถือโอกาสแจ้งข่าวบอกข้อความที่อัลและโฮเอนไฮม์ฝากไว้ให้อิสึมิ...
“....เข้าใจแล้ว...โอเค....ข่าวสำคัญนะนั่น.... “วันแห่งคำสัญญา”....อืม..อืม...” ซิกรับข้อความจากเมสันแล้วบอกต่อกับอิสึมิ....
ที่ชายแดนภาคเหนืออันหนาวเย็น....ฐานทัพบริกส์ อิสึมิถูกจับเพราะไปป่วนกองทัพโดยโจมตีกองหน้าบริกส์ราบเป็นหน้ากลองด้วยตัวคนเดียว (น่ากลัวแฮะ) จุดมุ่งหมายของหญิงสาวคือ พบกับไมล์สและบัคคาเนียร์เพื่อส่งข่าวเรื่อง “วันแห่งคำสัญญา”....
ไมล์สและบัคคาเนียร์มอบหมายให้ฟาลแมนส่งข่าวต่อไปยังพลโทกราแมนที่ภาคตะวันออก พลโทกราแมนรับข้อความเกี่ยวกับ “วันแห่งคำสัญญา” ด้วยความตื่นเต้น ไฟกุนซือลุกโชติช่วงขึ้นมาอีกครั้ง
ชายชรามอบหมายให้รีเบกก้า เพื่อนสนิทของริซ่าตอนเข้าค่ายฝึกทหารไปแจ้งข่าวกับริซ่าที่เซ็นทรัล หญิงสาวไปหาริซ่าที่เมืองหลวง ทั้งสองทำเป็นเดินซื้อของตามประสาผู้หญิงทั่วไป เมื่อได้เวลากลับริซ่าก็ไปส่งรีเบกก้าที่สถานีรถไฟ ก่อนจากกันรีเบกก้ากอดฮายาเตะอย่างแรงด้วยความอาลัยพร้อมทั้งฝากให้ริซ่าไปทักทายฮาวอคแทนตนด้วย
ริซ่างงเล็กน้อยกับคำขอก่อนจากของรีเบกก้า แต่เมื่อหญิงสาวเห็นกระดาษม้วนเล็ก ๆ ที่สอดอยู่ที่ปลอกคอของฮายาเตะก็เข้าใจว่าเพื่อนต้องการอะไร...
ริซ่าจึงไปเยี่ยมฮาวอคที่โรงพยาบาล ทั้งสองคุยเรื่องสัพเพเหระตามปกติ ก่อนกลับริซ่ายื่นบุหรี่ให้ฮาวอคเป็นของฝากพร้อมกำชับเพื่อนว่าให้สูบวันละมวนก็พอ...
ทันทีที่ริซ่าเดินออกจากห้อง รอยก็ปรากฏตัวขึ้นหลังผ้าม่าน เหตุผลที่รอยซ่อนตัวจากริซ่าก็คือ รอยกลัวว่าแบรดเล่ย์อาจสงสัยและเพ่งเล็งพวกตนได้หากรู้ว่าตนยังพบกับริซ่าอยู่...
ฮาวอคชวนรอยสูบบุหรี่ รอยปฏิเสธ แต่เมื่อชายหนุ่มเป็น “บุหรี่มวนพิเศษ” ที่ลูกน้องยื่นให้ก็เปลี่ยนใจทันที...
“..ก็ได้...สูบบ้างก็ไม่เลว..ทำให้คิดถึงสมัยหนุ่ม ๆ” (ตอนนี้แก่แล้วเหรอป๋า อิอิ)
....ในที่สุดข้อความเรื่อง “วันแห่งคำสัญญา” ก็ถูกส่งต่อถึงทุกคน....อิสึมิ...บริกส์...กราแมน...ฟิวรี่....เบรด้า....ริซ่า...ฮาวอค....รอย....
“...เซ็นทรัลเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วสินะ...พอผ่านปีใหม่....” รอยคิดกับตัวเองเมื่อเดินออกจากโรงพยาบาลมาสัมผัสลมหนาวภายนอก...
....หลังปีใหม่....ใบไม้ผลิหน้า....วันแห่งคำสัญญาจะมาถึง....ภาคเหนือและภาคตะวันออกจะเคลื่อนไหว !!!....
(ภาคเหนือ – บริกส์ , ภาคตะวันออก – กราแมน ริออร์)
จบไปอีกหนึ่งตอนค่ะ อยากอ่านตอนต่อไปเร็ว ๆ >w<~
ตอนนี้ป๋าน่ารักมากกก เอ็ดจังก็น่ารัก ช่วงแรก ๆ นี่อย่างฮาอะ เอ็ดนี่แบบว่า.... =w=
/me เปลี่ยนเป็น Terra mode
ตอนนี้กำลังลงสีรูป double soldiers อยู่ (เริ่มเห็นเค้าความเละ เหอเหอ) ชิ้นนี้คงเป็นชิ้นสุดท้าย (ที่ลงสี) ก่อนสอบ หลังจากลงสีเสร็จก็จะเริ่มอ่านหนังสือแล้วค่ะ มีเวลาสองอาทิตย์สอบสามวิชาสามวันติด ถ้าตั้งใจอ่านคงทันแบบชิว ๆ แต่อย่างช้าพเจ้ามีหรือจะตั้งใจ โฮะ โฮะ โฮะ
ตายแน่ =_="
ไว้ลงสีเสร็จอาจจะเอามาลงน่อ
บายจ้า ~(- - ~) (~ - -)~
My Spoilers
My Projects








หวังว่าคงอัพเร็วๆนี้น่อ
กรีดแปรพักต์มาอยู่กับเอ็ดแล้ว!!! ดีจังๆ หวังมานานล่ะ กรีดเท่ห์ดี หุๆ
ขอบคุณสำหรับสปอยส์นะค้า
#1 By ma_ki on 2008-05-14 17:27