ขึ้นหัวเอนทรี่แบบนี้หลาย ๆ คนคงเดากันออกว่า "เขา" หมายถึงใคร  ใช่ค่ะ ป๋ารอย นั่นแหละ  

หลังจากปล่อยให้แฟน ๆ (เราก็ด้วย ^^') เรียกร้องอยู่นาน  ในที่สุดคุณวัวก็เปิดไฟเขียวให้ป๋าออกโรงแล้วค่ะ (หลังจากหายไปเก้าเดือน หุหุ)  คาดว่างานนี้คงสมใจแฟนคลับนักเล่นแร่แปรธาตุอัคคีกันถ้วนหน้า ^^


ตอนนี้มีความพิเศษอีกอย่างค่ะ  คือคุณวัวเอาเปิดตอนไปไว้หน้าสุดท้าย  ซึ่งเป็นอะไรที่พอเหมาะ  เหมาะเจาะพอดีมาก ๆ  อ่านแล้วรู้สึกว่าถ้าเอาเปิดตอนไปไว้ข้างหน้าตามปกติคงไม่ได้อารมณ์เท่านี้อะค่ะ  (ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า  แต่เราเป็นอะ)


เริ่มกันเลยดีกว่าจ้า

 

 

EPISODE 83  The Promised Day

 

ไม่นานหลังจากพบกับเอ็ด  หลินก็จัดการสวาปามเสบียงสำรองทั้งหมดของพวกเอ็ดด้วยความหิว  เอ็ดมองเพื่อนอย่างปลง ๆ ในขณะที่คิเมร่าทั้งสอง (Darius กับ Heinkel) ได้แต่มองกระเป่าใส่เสบียงที่ว่างเปล่าพร้อมกับบ่นพึมพำที่หลินกินอาหารสำรองจนหมดเกลี้ยง...


เมื่อท้องอิ่ม  พวกเอ็ดและหลินก็เริ่มคุยกัน  Darius กับ Heinkel แทบไม่อยากเชื่อเมื่อหลินบอกว่าตนเป็นโฮมุนคูลัส  แต่เอ็ดก็ยืนยันกับทั้งสองว่าเป็นความจริง...

“ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่เหรอ”  เอ็ดถามหลิน
หลินตอบว่าตอนนี้กรีดแยกตัวออกมาจากพวกโฮมุนคูลัสตนอื่น ๆ แล้ว  “...แล้วหมอนั่นก็เริ่มสติแตก  ฉันก็เลยถือโอกาสเข้าควบคุมร่างซะเลย.. หลังจากนั้นฉันก็หาที่ซ่อนตัวที่ใกล้เซ็นทรัลและที่นี่ก็.....”
ทันใดนั้นหลินก็ชะงัก  ชายหนุ่มกัดฟันแน่นพร้อมกุมขมับด้วยความทรมาน  เอ็ดถามว่าเกิดอะไรขึ้น  หลินบอกเอ็ดว่ากรีดกำลังพยายามเข้าควบคุมร่างตนอีกครั้ง...


เมื่อได้ยินอย่างนั้นเอ็ดก็เรียกสติหลินด้วยการทุบหัวแบบไม่ยั้ง (หน้าหลินนี่อย่างฮา ^^’)  หลินเริ่มได้สติคืนมาจึงรีบบอกเอ็ดว่า “ท่านพ่อ” กำลังวางแผนจะเปิดประตูเมื่อ “วันนั้น” มาถึง “...ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้เรื่องพวกนี้มากมาย  แต่ถ้าตอนนั้นนายกับน้องชายนายถือโอกาสเข้าไปที่ประตู  พวกนายอาจได้ร่างเดิมคืนมาก็ได้...” หลินเสนอแผนการกับเอ็ด...


เอ็ดรู้สึกสับสนกับข้อเสนอของหลินไม่น้อย
“...เดี๋ยวสิ...ที่นายพูดมาก็เป็นไปได้...แต่ถ้านายจะเปิดประตูก็ต้องจ่ายค่าผ่านทาง....แล้วก็...เจ้านั่น..ทำไมหมอนั่นถึงอยากเปิดประตู...แล้วไอ้ “วันนั้น” ที่นายว่าคืออะไร  หมอนั่นกำหนดวันเปิดประตูไว้ด้วยเหรอ?”


หลินพยายามจะตอบคำถามเอ็ด  ทว่ากรีดเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนหลินรู้ว่าตัวเองไม่สามารถครองสติอยู่ได้อีกต่อไป  หลินจึงถามถึงรันฟาน
“นะ..นายส่งข้อความของฉันให้รันฟานหรือยัง...”
เอ็ดตอบว่าอัลจัดการเรียบร้อยแล้ว  พร้อมทั้งบอกหลินว่าไม่ต้องเป็นห่วง  ถึงแม้ตอนนี้ตนไม่รู้ว่ารันฟานอยู่ที่ไหน แต่หญิงสาวก็ปลอดภัยดี

เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากเอ็ด  หลินก็ยิ้มอย่างโล่งใจแล้วหมดสติไป...

 

Photobucket

 

 

ทันทีที่หลินหมดสติไป กรีดก็เข้าครองร่าง  
“..เจ้าชายเฮงซวยเอ๊ย...ดันทำเรื่องยุ่งพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไปจนได้...”  กรีดบ่นด้วยความไม่พอใจที่หลินเปิดเผยแผนการของท่านพ่อให้พวกเอ็ดได้รู้  แล้วกรีดก็เดินออกจากบ้านร้าง  ทิ้งพวกเอ็ดที่ล่วงรู้ความลับของท่านพ่อไว้เบื้องหลัง...

เอ็ดรั้งกรีดเอาไว้ด้วยความข้องใจที่กรีดไม่จัดการ “เก็บ” พวกตนที่รู้แผนการของเหล่าโฮมุนคูลัสเข้าแล้ว  กรีดจึงบอกว่าตอนนี้ตนตัดขาดกับพวกโฮมุนคูลัสแล้ว  เพราะก่อนหน้านี้กรีดบุกเข้าไปจู่โจมแบรดเล่ย์ในคฤหาสน์

“...ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ากลับไป  ฉันก็เลยจะถอนตัวแล้วมาใช้ชีวิตตามความพอใจของตัวเอง...ลาก่อน..”

“...ถ้างั้น..ทำไมไม่มาอยู่ฝ่ายเราล่ะ....ถ้านายไม่มีที่ไปมาอยู่กับพวกเราก็ได้....”
เอ็ดยื่นข้อเสนอกับกรีดด้วยสีหน้าจริงจัง (จริงใจด้วย ^^)  สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนโดยเฉพาะกรีดมาก  

“บ้าไปแล้วเหรอ นายก็รู้นี่ว่าฉันเป็นโฮมุนคูลัส...” กรีดถามเอ็ด (หน้ากรีดนี่แบบว่า  ทั้งอึ้ง  ทั้งงง หุหุ)
เอ็ดจึงบอกว่าเพื่อนร่วมทางทั้งสองของตนก็เป็นคิเมร่า   เด็กหนุ่มไม่ถือที่จะต้องร่วมหัวจมท้ายกับคนที่ไม่ใช่มนุษย์ปกติ...
“..จะว่าไปตอนนี้ฉันก็เป็นคนเดียวที่ปกตินี่นา (ชนกลุ่มน้อย XD)..”



แต่กรีดยังคงปฏิเสธคำชวนของเอ็ด  ก่อนจากไปกรีดทิ้งท้ายว่า  โลกทั้งโลกเป็นของตน  หากเอ็ดอยากให้ตนเป็นพวก  เอ็ดก็ต้องมาเป็นลูกน้องตนเสียก่อน...



ทันทีที่กรีดจากไป  คิเมร่าทั้งสองก็ถามเอ็ดว่าคิดดีแล้วหรือที่ปล่อยให้กรีดกลับไป
“..ถ้าเจ้านั่นเปลี่ยนใจแล้วเผยที่อยู่ของเราให้ศัตรูรู้ล่ะ..?”
เอ็ดตอบว่ากรีดอาจเป็นคนหลายประเภทก็จริง  แต่กรีดก็ไม่ใช่คนโกหก “หมอนั่นไม่โกหกหรอก....”  เอ็ดเชื่อมั่นในตัวกรีด....

เมื่อแยกตัวออกมาจากพวกเอ็ด  กรีดก็รำพึงกับตัวเองอย่างเศร้า ๆ ว่า  ในร่างตนมีวิญญาณอยู่มากมาย (เพราะศิลานักปราชญ์)  แต่พอได้ความทรงจำกลับคืนมากรีดกลับรู้สึกว่างเปล่า  “...ตอนนี้เราโดดเดี่ยวแล้วสินะ....”

“...งั้นทำไมไม่ไปเป็นพวกเอ็ดซะล่ะ??”  หลินถามกรีด
“...หรือไม่ก็คืนร่างกายให้ฉัน  ฉันจะก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิ์แห่งชินแล้วเติมเต็มความว่างเปล่านั่นให้เอง...”  หลินยื่นข้อเสนอ

แต่กรีดยังคงปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าคนที่จะเป็นจ้าวของโลกอย่างตนไม่สนใจประเทศเล็ก ๆ อย่างชินหรอก...

ทันใดนั้นเอ็ดก็ปรากฏตัวขึ้น  เอ็ดยอมเป็นลูกน้องของกรีดตามที่กรีดเสนอ...
“หมายความว่า  เบ๊ของฉันอย่างเจ้าสองคนนี่ก็จะกลายเป็นเบ๊ของนายโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม...”  เอ็ดบอกกรีดพร้อมตั้งชื่อใหม่ให้กรีดว่า “กรีลิน” (Greelin)...

คิเมร่าทั้งสองได้ยินก็ฉุนขาดที่เอ็ดคิดเองเออเองคนเดียว  ทั้งสามจึงเปิดฉากตะลุมบอนกัน
“...นายคิดว่านายเป็นใครหาเจ้าเด็กเวร  พวกเราไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของนายนะ”
“...นายมันก็แค่เจ้าถั่วกะเปี๊ยกตัวเท่าเม็ดทราย...”
“....อะไรนะ??  ฉันไม่ได้เตี้ยซะหน่อย โลกนี้มันใหญ่เกินไปต่างหาก..”  (ประโยคเด็ดเลยนะเนี่ย เหอเหอ)


ถึง Darius กับ Heinkel จะคัดค้านในตอนแรก  แต่ท้ายที่สุดเมื่อกรีดยอมรับข้อเสนอของเอ็ด  ทั้งสองก็ยอมตามไปด้วยแต่โดยดี...

“...เป็นลูกน้องของฉันก็หมายความว่านายต้องกลายเป็นพวกถูกขับออกจากสังคมนะ  อย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน...”  กรีดเตือนพวกเอ็ด

แม้เอ็ดจะทำเป็นไม่ยี่หระ  แต่ลับหลังคนอื่น ๆ เอ็ดก็หยิบต่างหูของวินรี่ (ที่วินรี่ให้เอ็ดไว้เป็นที่ระลึก) มาดูพร้อมคิดอย่างเศร้า ๆ ว่า ตนคงไม่ได้เจอกับอัลและวินรี่อีกพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว...

 

Photobucket

 

 

โอลิเวียร์ไปที่ปราสาทของตระกูลอาร์มสตรองเพื่อขอให้พ่อเกษียณตัวเอง  ยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้ตน แล้วเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างประเทศเสีย  หากแต่ผู้นำตระกูลอาร์มสตรองบอกหญิงสาวว่าเขาตั้งใจให้อเล็กซ์ลูกชายคนเดียวเป็นผู้สืบทอดตระกูลอยู่แล้ว


โอลิเวียร์ค้านหัวชนฝา  จังหวะพอดีกับที่อเล็กซ์กลับมายังปราสาท  พ่อจึงเสนอให้ทั้งสองสู้กัน  ใครชนะก็จะได้เป็นผู้สืบทอดมรดกทั้งหมดของตระกูลอาร์มสตรอง  โอลิเวียร์รับข้อเสนอ  แล้วสองพี่น้องก็เริ่มการประลองอย่างเอาเป็นเอาตาย...

หลังจากวางระเบิดไว้ที่ปราสาท  ผู้นำตระกูลอาร์มสตรองพร้อมทั้งภรรยาและลูกสาวคนเล็กก็ออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างสบายอารมณ์...

“เราจะไปไหนก็ดีล่ะ...”
“...ไปชินดีไหม  ได้ยินว่าอาหารที่นั่นสุดยอด....”
“...พี่คะ  รักษาตัวด้วยนะ...” (แคทรีนพูดกับอเล็กซ์  -_-“)
“...ว่าแต่ของฝากจะเอาเป็นอะไรดี...”
“...รูปปั้นเป็นไง...อะไรก็ได้ที่ใหญ่แล้วก็มั่นคง...”


การประลองจบลงด้วยการพ่ายแพ้อย่างราบคาบของอเล็กซ์ผู้เป็นน้อง  อเล็กซ์ยอมให้พี่สาวทำตามความต้องการแต่โดยดีเพราะรู้ว่า เหตุผลที่พี่สาวทำอย่างนี้เพราะตอนนี้โอลิเวียร์ไปพัวพันกับพวกเบื้องบนโดยมีแผนการอะไรบางอย่าง  หญิงสาวไม่ต้องการให้ครอบครัวต้องรับเคราะห์ถูกจับเป็นตัวประกันจึงยื่นข้อเสนอนี้ขึ้น....

 

Photobucket

 

 

ไกลออกไปยังเมืองดาบลิช  ทหารยังคงวนเวียนแถวร้านขายเนื้อของอิสึมิ  แต่ทุกครั้งที่ไปที่ร้าน  เมสันก็จะบอกด้วยทีท่ารำคาญว่าสองสามีภรรยายังไม่กลับจากการเดินทางท่องเที่ยว

ซิกโทรมาหาเมสันที่ร้าน  เมสันจึงถือโอกาสแจ้งข่าวบอกข้อความที่อัลและโฮเอนไฮม์ฝากไว้ให้อิสึมิ...
“....เข้าใจแล้ว...โอเค....ข่าวสำคัญนะนั่น.... “วันแห่งคำสัญญา”....อืม..อืม...”  ซิกรับข้อความจากเมสันแล้วบอกต่อกับอิสึมิ....



ที่ชายแดนภาคเหนืออันหนาวเย็น....ฐานทัพบริกส์    อิสึมิถูกจับเพราะไปป่วนกองทัพโดยโจมตีกองหน้าบริกส์ราบเป็นหน้ากลองด้วยตัวคนเดียว (น่ากลัวแฮะ)  จุดมุ่งหมายของหญิงสาวคือ พบกับไมล์สและบัคคาเนียร์เพื่อส่งข่าวเรื่อง “วันแห่งคำสัญญา”....

 

Photobucket

 

 

ไมล์สและบัคคาเนียร์มอบหมายให้ฟาลแมนส่งข่าวต่อไปยังพลโทกราแมนที่ภาคตะวันออก  พลโทกราแมนรับข้อความเกี่ยวกับ “วันแห่งคำสัญญา” ด้วยความตื่นเต้น  ไฟกุนซือลุกโชติช่วงขึ้นมาอีกครั้ง


ชายชรามอบหมายให้รีเบกก้า  เพื่อนสนิทของริซ่าตอนเข้าค่ายฝึกทหารไปแจ้งข่าวกับริซ่าที่เซ็นทรัล  หญิงสาวไปหาริซ่าที่เมืองหลวง  ทั้งสองทำเป็นเดินซื้อของตามประสาผู้หญิงทั่วไป  เมื่อได้เวลากลับริซ่าก็ไปส่งรีเบกก้าที่สถานีรถไฟ  ก่อนจากกันรีเบกก้ากอดฮายาเตะอย่างแรงด้วยความอาลัยพร้อมทั้งฝากให้ริซ่าไปทักทายฮาวอคแทนตนด้วย


ริซ่างงเล็กน้อยกับคำขอก่อนจากของรีเบกก้า  แต่เมื่อหญิงสาวเห็นกระดาษม้วนเล็ก ๆ ที่สอดอยู่ที่ปลอกคอของฮายาเตะก็เข้าใจว่าเพื่อนต้องการอะไร...

 

Photobucket

 

 

ริซ่าจึงไปเยี่ยมฮาวอคที่โรงพยาบาล  ทั้งสองคุยเรื่องสัพเพเหระตามปกติ  ก่อนกลับริซ่ายื่นบุหรี่ให้ฮาวอคเป็นของฝากพร้อมกำชับเพื่อนว่าให้สูบวันละมวนก็พอ...

ทันทีที่ริซ่าเดินออกจากห้อง  รอยก็ปรากฏตัวขึ้นหลังผ้าม่าน  เหตุผลที่รอยซ่อนตัวจากริซ่าก็คือ  รอยกลัวว่าแบรดเล่ย์อาจสงสัยและเพ่งเล็งพวกตนได้หากรู้ว่าตนยังพบกับริซ่าอยู่...

ฮาวอคชวนรอยสูบบุหรี่   รอยปฏิเสธ  แต่เมื่อชายหนุ่มเป็น “บุหรี่มวนพิเศษ” ที่ลูกน้องยื่นให้ก็เปลี่ยนใจทันที...
“..ก็ได้...สูบบ้างก็ไม่เลว..ทำให้คิดถึงสมัยหนุ่ม ๆ”  (ตอนนี้แก่แล้วเหรอป๋า  อิอิ)

....ในที่สุดข้อความเรื่อง “วันแห่งคำสัญญา” ก็ถูกส่งต่อถึงทุกคน....อิสึมิ...บริกส์...กราแมน...ฟิวรี่....เบรด้า....ริซ่า...ฮาวอค....รอย....

“...เซ็นทรัลเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วสินะ...พอผ่านปีใหม่....”  รอยคิดกับตัวเองเมื่อเดินออกจากโรงพยาบาลมาสัมผัสลมหนาวภายนอก...

 

Photobucket

 

 

....หลังปีใหม่....ใบไม้ผลิหน้า....วันแห่งคำสัญญาจะมาถึง....ภาคเหนือและภาคตะวันออกจะเคลื่อนไหว !!!....

(ภาคเหนือ – บริกส์ , ภาคตะวันออก – กราแมน  ริออร์)

 

Photobucket

 

 

จบไปอีกหนึ่งตอนค่ะ  อยากอ่านตอนต่อไปเร็ว ๆ  >w<~

 

ตอนนี้ป๋าน่ารักมากกก   เอ็ดจังก็น่ารัก  ช่วงแรก ๆ  นี่อย่างฮาอะ  เอ็ดนี่แบบว่า....  =w=

 

 

/me เปลี่ยนเป็น Terra mode

ตอนนี้กำลังลงสีรูป double soldiers อยู่  (เริ่มเห็นเค้าความเละ เหอเหอ)  ชิ้นนี้คงเป็นชิ้นสุดท้าย (ที่ลงสี) ก่อนสอบ  หลังจากลงสีเสร็จก็จะเริ่มอ่านหนังสือแล้วค่ะ  มีเวลาสองอาทิตย์สอบสามวิชาสามวันติด  ถ้าตั้งใจอ่านคงทันแบบชิว ๆ  แต่อย่างช้าพเจ้ามีหรือจะตั้งใจ  โฮะ โฮะ โฮะ 

 

ตายแน่  =_="

 

ไว้ลงสีเสร็จอาจจะเอามาลงน่อ

 

บายจ้า  ~(- - ~)  (~ - -)~

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว้าวๆๆ ตอนนี้นอกจากป๋ารอยออกแล้วฮาวอคยังกลับมามีบท(จึ๋งนึง)ด้วยล่ะ >//< คิดถึงฮาวอคมากมายยย จะหายดีไหมน้อ
กรีดแปรพักต์มาอยู่กับเอ็ดแล้ว!!! ดีจังๆ หวังมานานล่ะ กรีดเท่ห์ดี หุๆ
ขอบคุณสำหรับสปอยส์นะค้า

#1 By ma_ki on 2008-05-14 17:27

อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ กว่าจะออกแต่ละตอนเริ่มนานละ คุณวัวอู้ป่าวหว่า - -

#2 By nuttnarok (118.172.202.83) on 2008-05-14 21:51

ว้าวๆๆ


อยากอ่านต่อ

#3 By แสนไกร on 2008-05-14 22:15

ว้าว! สนุกจัง
เมื่อไหร่เล่ม 18 จะออกเนี่ย << รอเป็นชาติแล้วนนะเนี่ย ToT confused smile หวังว่าคงอัพเร็วๆนี้น่อ

#4 By RanfaN (125.26.159.230) on 2008-05-17 10:21

เนื้อเรื่องดีมากๆ เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ =w=

#5 By แมวหัวหอม (58.8.85.61) on 2008-05-19 21:03