FMA 82 :: Soul's Family กับการจากไปและกลับมาของ...
posted on 15 Apr 2008 11:14 by palmcj in Alchemic-world
ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีปีใหม่ไทยก่อนน่อ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ลงสปอยช้าไปนิด (จริง ๆ raw ก็ออกช้าด้วยแหละ แถมเพื่อนที่หอยังยืมคอมไปใช้อีกเลยยิ่งช้ากว่าเดิม เหอเหอ)
อ่านชื่อตอนตอนนี้แล้วคิดว่าต้องเกี่ยวกับป๋าโฮกับอัลแน่ ๆ แต่ผิดคาดแฮะ กลายเป็นเรื่องคนอื่นซะงั้น ตอนนี้เป็นตอนที่ยาวสุดในรอบหลายเดือนเลย แถมยังมีสมาชิกเพิ่มในสันปกรวมเล่มด้วย (ไม่ได้มีมานานแล้วเนอะ เล่มสุดท้ายที่มีน่าจะเล่ม 17 นะ) ส่วนจะเป็นใครก็อ่านในสปอยได้เลยจ้า
ปล. พยายามเลือกรูปสุดฤทธิ์ให้อยู่ในเกณฑ์ 15% พอดี (ไม่รวมเปิดตอนนะ หุหุ)
เริ่มด้วยเปิดตอนจ้า (เอ็ดน่ารักดีแฮะ)
EPISODE 82 Soul’s Family
หลังจากเอ็ดจัดการทหาร (ที่บังอาจพูดคำว่า “เตี้ย” ให้ได้ยิน) เรียบร้อยแล้ว เด็กหนุ่มและคิเมร่าทั้งสองก็ขอบคุณหมอและภรรยาที่ช่วยพวกตน เอ็ดตัดสินใจพรางตัวจากทหารที่ตามล่าโดยเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวและทรงผม เพราะทหารได้รับคำสั่งให้จับตัว “เด็กหนุ่มถักเปียสวมเสื้อโค้ทสีแดง” ซึ่งแตกต่างกับรูปลักษณ์ปัจจุบันของเอ็ดอย่างสิ้นเชิง...
ทันใดนั้นกองหนุนก็มาถึงที่เกิดเหตุ ทหารชุดใหม่ที่มาถึงบอกให้คิเมร่าทั้งสองวางอาวุธและยอมจำนน คิเมร่าจึงทำเป็นจับเอ็ดเป็นตัวประกัน...
“อย่าเข้ามาถ้าไม่อยากให้ฉันเป่าหัวเด็กนี่กระจุย!!!” คิเมร่าขู่ทหาร
ทหารบอกให้คิเมร่าปล่อยเอ็ดเสีย อย่าเอาเด็ก “ตัวเล็ก ๆ” มาเกี่ยวข้องด้วย (เอ็ดได้ยินคำว่าเล็กก็ฟึดฟัดใหญ่ ดีที่แผนไม่แตก เหอเหอ)
คิเมร่าทั้งสองฉวยโอกาสตอนที่ทหารทำอะไรไม่ถูกพาเอ็ดซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวประกันหนีไปด้วยกัน ทหารรีบตามทั้งสามไปทันทีแต่กลับถูกหมอและภรรยารั้งเอาไว้
“....คุณทหารพวกเรากลัว อย่าทิ้งเราไปสิ...พวกเรากลัว...กลัวจริง ๆ นะ...” “ผู้สมคบคิด” ทั้งสองคร่ำครวญพร้อมโผเข้ารั้งทหารเอาไว้เพื่อถ่วง
เวลาให้พวกเอ็ดหนีไป
เมื่อพวกเอ็ดออกจากร้านหมอก็เจอกับกองหนุนอีกกองอย่างจัง คิเมร่าจึงจัดการกราดปืนยิงใส่ทหารเพื่อไม่ให้ตามมา แล้วทั้งสามก็ “จี้” รถคันหนึ่งเพื่อใช้ในการหลบหนี แต่โชคร้ายที่คิเมร่าไม่คุ้นเคยกับการขับรถบนหิมะจึงถูกทหารไล่ตามมาติด ๆ เอ็ดเห็นท่าไม่ดีจึงออกโรงแก้ไขสถานการณ์
เด็กหนุ่มสั่งให้คิเมร่าเลี้ยวขวาตรงหัวมุมแล้วใช้วิชาแปรธาตุเปลี่ยนลักษณะของรถทันที (รสนิยมเอ็ดสุดยอดจริง ๆ จากรถดี ๆ กลายเป็นรถเสื่อมไปเลย -.-“) เมื่อทหารเลี้ยวตามมาก็พบว่ารถของคนร้ายที่พวกตนตามอยู่หายไปเสียแล้ว ส่วนพวกเอ็ดก็ขับรถคันเดิมในรูปลักษณ์ใหม่สวนออกมาอย่าง
สบายอารมณ์...
เมื่อพ้นสายตาทหารคิเมร่าทั้งสองก็ขอให้เอ็ดเปลี่ยนดีไซน์ของรถให้ดูเป็นผู้เป็นคนกว่านี้
“ทำไม...มีปัญหากับดีไซน์ของฉันหรือไง...” เอ็ดถาม
“...อืม...มากเลยล่ะ” เพื่อนร่วมทางบอกเด็กหนุ่มไปตามตรง เอ็ดจึงยอมแปรธาตุตามคำขอ..
คิเมร่าสิงโตถามเอ็ดว่าจะไปไหนต่อดี เอ็ดตอบว่าตนอยากเก็บข้อมูลเท่าที่ทำได้ก่อน และสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือหาทางกลับไปหาอัล พลางคิดในใจด้วยความเป็นห่วงว่าอัลจะได้พบกับวินรี่โดยปลอดภัยหรือไม่...
“ตอนอยู่ภาคเหนือพวกนายใช้บริกส์เป็นฐานใช่ไหม..” คิเมร่าเสนอความคิด แต่เอ็ดตอบว่าตอนนี้ทหารจากเซ็นทรัลเข้าควบคุมบริกส์แล้วจึงกลับไปที่นั่นไม่ได้อีก
“..อัลจะไปที่ไหนถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้...คิดสิ...คิด...” เอ็ดใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาทางพบกับน้องชายโดยเร็วที่สุด...
หลังจากโฮเอนไฮม์เล่าเรื่องทุกอย่างให้อัลฟัง อัลก็อึ้งจนพูดอะไรไม่ออกจนโฮเอนไฮม์ต้องถามลูกชายว่าฟังอยู่หรือเปล่า
“พ่อเคยเป็นทาสมาก่อน แล้วกลายมาเป็นศิลานักปราชญ์..?..”
โฮเอนไฮม์ถามอัลว่าเชื่อเรื่องที่ตนเล่าหรือไม่ อัลตอบว่าคนที่เชื่อเรื่องเหลือเชื่อที่จู่ ๆ พ่อที่ไม่เคยเจอกันมาสิบปีก็มาสารภาพให้ฟังคงจะบ้าไปแล้วแน่ ๆ “...แต่ผมว่าผมก็เป็นหนึ่งในคนบ้าพวกนั้นแหละ..”
อัลบอกพ่อว่าตนเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ โฮเอนไฮม์แปลกใจปนทึ่งที่ลูกชายรับเรื่องที่ตนเล่าได้โดยง่าย อัลจึงสารภาพว่าที่จริงตนก็ช็อกเหมือนกัน แต่ตัวอัลเองก็มีร่างกายที่ไม่ปกติจึงเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ฟัง แล้วอัลก็ถามโฮเอนไฮม์ว่ารู้สึกอย่างไรที่มีร่างกายเป็นอมตะ
“..มีร่างกายแบบนี้ก็สะดวกดีอยู่หรอก...แต่พ่อไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นเพื่อน ๆ ตายไปก่อนคนแล้วคนเล่า...”
“...ส่วนผมก็ไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยวตอนกลางคืนอีกแล้ว..” สองพ่อลูกเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี..
อัลบอกโฮเอนไฮม์ว่าเหตุผลหนึ่งที่ตนเชื่อโฮเอนไฮม์ก็เพราะโฮเอนไฮม์เป็นเพื่อนกับพีนาโกะมานาน และโฮเอนไฮม์ในตอนนี้ดูไม่แตกต่างกับคนที่ถ่ายรูปกับพีนาโกะเมื่อหลายสิบปีก่อนเลยในขณะที่พีนาโกะแก่ไปมาก แล้วสองพ่อลูกก็คุยกันเรื่องทริช่า โฮเอนไฮม์บอกว่าทริช่าเป็นรักแรกพบ พีนาโกะแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกันและแต่งงานกันในที่สุด...
“แล้วทริชก็เป็นอีกคนที่จากไปก่อนพ่อจะตาย....” โฮเอนไฮม์รำพึงอย่างเศร้าใจ
อัลถามพ่อว่าลูกของศิลานักปราชญ์อย่างตนและเอ็ดจะถือว่าเป็นมนุษย์หรือเปล่า โฮเอนไฮม์ตอบว่าถึงแม้วิญญาณของตนจะถูกหลอมรวมกับศิลานักปราชญ์ แต่แกนกลางยังเป็นมนุษย์แท้ ๆ อยู่ ดังนั้นลูกทั้งสองก็ต้องเป็นมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย...
“...แต่ที่อยู่ในเซ็นทรัล...เจ้านั่นเป็นแค่สิ่งที่อยู่ในภาชนะที่มีเนื้อหนังภายนอกเหมือนพ่อเท่านั้น...” โฮเอนไฮม์พูดถึง “ท่านพ่อ” นายใหญ่ของเหล่าโฮมุนคูลัส
เมื่อโฮเอนไฮม์พูดถึง “ท่านพ่อ” อัลก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังต้องพูดกับพ่อเรื่องแผนการของเหล่าโอมุนคูลัสเพื่อจะหยุดยั้งแผนร้ายก่อนโศกนาฏกรรมที่ทำลายล้างเมืองคูเซลส์เซสจะเกิดขึ้นอีกครั้ง...
อัลให้โฮเอนไฮม์ดูรูปวงแหวนเวทย์พร้อมบอกว่าต้องทำลายอุโมงค์โดยเร็วที่สุดก่อนอีกฝ่ายจะขุดสำเร็จ โฮเอนไฮม์ห้ามลูกชายเอาไว้พร้อมเตือนว่าในอุโมงค์มี “ไพรด์” โฮมุนคูลัสที่ร้ายกาจเฝ้าอยู่ และเสริมว่าตอนนี้อุโมงค์อาจขุดเสร็จแล้ว อัลได้ฟังที่พ่อพูดก็ยิ่งร้อนใจจึงถามกลับไปว่าทำไมโฮเอนไฮม์ถึงดูใจเย็นนัก โฮเอนไฮม์ตอบว่า เพราะยังไม่ถึง “วันนั้น”...
อัลยังคงไม่เข้าใจ โฮเอนไฮม์จึงเตือนลูกชายว่าอย่ามองแต่ข้างล่าง ให้มองขึ้นไปข้างบนแล้วจะพบอะไรบางอย่าง อัลมองตามนิ้วที่พ่อชี้ไปบนฟ้าก็พบกับรูปปั้นเทพเลโต (ที่เอ็ดหล่อขึ้นมาเพื่อใช้จัดการโคเนโร่)
“...ท้องฟ้า....สุริยเทพเลโต??...” อัลแปลกใจ
“เจ้านั่นกำลังรอ “วันนั้น” อยู่...” โฮเอนไฮม์รำพึงขณะสายตาจับจ้องที่รูปปั้นสุริยเทพ...
ลึกลงไปในใต้ดินของเซ็นทรัล บิโด้ที่ถูก “อดีตลูกพี่” ทำร้ายบาดเจ็บกำลังหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อเอาชีวิตรอด หากแต่กรีดซึ่งเก่งกว่าและรู้จักอุโมงค์นี้ดีก็ไล่ตามจนทัน กรีดใช้อุ้งมือที่แข็งแกร่งตะปบไปที่กิ้งก่าเต็มแรงหมายเอาชีวิต แต่กิ้งก่าก็ไวพอที่จะหลบพ้น
เมื่อได้เจอเหยื่อที่พอมีฝีมืออยู่บ้างกรีดก็ไล่ล่าด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม
“...โล่สุดแกร่ง ?...น้ำเสียงนั่น...เสียงหัวเราะ...เจ้าบ้าเอ๊ยทำอย่างกับตัวเองเป็นคุณกรีด” บิโด้กัดฟันพูดพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธและกลัว น้ำตาเริ่มไหลออกมา
“ใช่ นายรู้ได้ไงว่าฉันคือกรีด” หลินกรีดจำลูกน้องของกรีดคนเก่าไม่ได้
“...จ้าวแห่งความโลภ ?...” บิโด้อุทานฉายาของนายเก่าออกมา
“ใช่..ทุกอย่างในโลกต้องเป็นของฉัน...เงิน...ผู้หญิง...อำนาจ...ชื่อเสียง...”
“...ฉันต้องการทุกอย่าง...” บิโด้พูดปิดท้าย พลางมองกรีดในร่างใหม่ด้วยความตกตะลึง...
กรีดเองก็แปลกใจไม่แพ้กันที่บิโด้รู้คติประจำใจของตน ทันใดนั้นเองภาพในอดีตก็เริ่มผุดขึ้นมา กรีดเอามือแตะหน้าผาก สีหน้าเคร่งเครียดพร้อมถามบิโด้อย่างจริงจังว่าบิโด้เป็นใครกันแน่
“...ฉันเอง..บิโด้ จากเดวิล เนสต์...เราเป็นเพื่อนกัน จำได้ไหม...”
“..อา...ใช่แล้ว เราเคยเป็นเพื่อนกัน...” กรีดทำเป็นเออออไปกับบิโด้ บิโด้ยิ้มด้วยความยินดี ทว่ากรีดกลับใช้มือขวาทะลวงเข้าที่หน้าอกของบิโด้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาแล้วบอกว่าคนที่บิโด้รู้จักคงเป็น “กรีดคนเก่า”
“ฉันไม่รู้จักนาย....”
บิโด้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้าคอเสื้อกรีดเอาไว้แล้วถามว่า “ทะ..ทำไม..กรีด...เราเป็นเพื่อนกัน...” แล้วกิ้งก่าก็ล้มลงขาดใจตาย
กรีดขอโทษบิโด้ที่ต้องฆ่าเพราะงานของตนคือกำจัดผู้บุกรุก ทันใดนั้นเองความทรงจำในอดีตก็ค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้น ภาพอดีตลูกน้องที่เดวิล เนสต์ ผุดขึ้นมาในหัวของกรีด กรีดทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยจิตใจสับสนอย่างที่สุด...
เมื่อจิตใจของกรีดอ่อนแอลง “ตัวตน” อีกคนหนึ่งในร่าง...หลิน...ก็ถือโอกาสเข้าแทรกทันที
“...ไง...กรีด นายทำเรื่องโง่ ๆ ลงไปจนได้นะ...คิดยังไงถึงฆ่าพวกเดียวกันได้ลงคอ หือ ?...”
“...เจ้านั่น..ไม่ใช่...เพื่อนฉัน...” กรีดพยายามปฏิเสธ แต่ความทรงจำกลับแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ภายในร่างหลิน วิญญาณของหลินกำลังเผชิญหน้ากับกรีด หลินท้าทายกรีดว่าหากจิตใจของกรีดยังว้าวุ่นและสับสนอยู่แบบนี้ วิญญาณของหลินจะเอาชนะกรีดและเข้าครองร่างตัวเองอีกครั้ง แต่เมื่อความทรงจำกลับมามากขึ้นเรื่อย ๆทั้งภาพเหล่าเพื่อนฝูง ลูกน้อง รวมทั้งภาพ คิง แบรดเล่ย์ จัดการกวาดล้างพวกตน กรีดก็ไม่สามารถครองสติได้อีกต่อไป...
“...วิญญาณและความทรงจำของกรีดคนเก่าถูกลบล้างไปหมดแล้ว...” กรีดยังคงหลอกตัวเอง
“...ไม่มีทาง...นายและพวกพ้องผูกพันกันด้วยวิญญาณ...ความทรงจำของพวกเขาซึมอยู่ในวิญญาณของนาย นายไม่มีทางล้างความทรงจำเหล่านั้นออกไปได้..ดูซะสิ..ตอนนี้วิญญาณของพวกเข้ากำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน...” หลินเผชิญหน้ากับกรีดด้วยสีหน้าแข็งกร้าว...
“..กรีด นายกำจัดครอบครัวของนาย...ครอบครัวของวิญญาณนาย..นายทำด้วยมือของนายเอง....แล้วยังจะเรียกตัวเองว่า “กรีด”...ชายที่หวังจะครอบครองทุกอย่างได้อีกหรือ..น่าขันสิ้นดี...” หลินย้ำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่วิญญาณของกรีดจะพ่ายแพ้...กรีดประคองร่างไร้วิญญาณของบิโด้ขึ้นมาแล้วกรีดร้องอย่างโหยหวนด้วยความเสียใจ....
เมื่อความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา กรีดก็บุกเข้าไปยังบ้าน ผบ.สูงสุด ทันทีที่พบหน้าแบรดเล่ย์ กรีดก็พุ่งเข้าทำร้ายแบรดเล่ย์ด้วยความแค้น แต่แบรดเล่ย์ใช้ดาบรับกรงเล็บของกรีดไว้ได้ ภรรยาและเซริมอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด
กรีดบอกแบรดเล่ย์ว่าความทรงจำของตนยังคงอยู่...ความทรงจำเกี่ยวกับลูกน้องและ แบรดเล่ย์ “ศัตรู” ที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเคยครอบครองไป
“กรีด...นายมันโง่..อยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด...ไม่ยอมสูญเสียอะไรแม้กระทั่งอดีต..” แบรดเล่ย์บอกกรีดขณะที่เผชิญหน้ากัน
ขณะที่บรรยากาศตรึงเครียด ไพรด์ในร่างเซริมก็ส่งเงาออกไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น...
แบรดเล่ย์กับกรีดต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต่างออกอาวุธเข้าจู่โจมอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แต่ทั้งสองก็ไวพอที่จะหลบการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ แบรดเล่ย์ฉวยโอกาสตอนกรีดเพลี่ยงพล้ำฟันคอของกรีดเต็มแรงหวังจะเอาชีวิต แต่ดาบของแบรดเล่ย์ก็ไม่ระคายผิวคาร์บอนของ “โล่สุดแกร่ง” แม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเองภาพในอดีตตอนที่กรีดคนเก่าถูกราธ (แบรดเล่ย์) ใช้ดาบเสียบคอก็ปรากฏขึ้น แล้วกรีดก็พุ่งตัวออกนอกหน้าต่างหนีหายไปในความมืด พร้อม ๆ กับที่กองทหารเข้ามาอารักขาแบรดเล่ย์และครอบครัว เมื่อไพรด์เห็นว่ากรีดหนีไปแล้วก็หดเงากลับมาเหมือนเดิม สีหน้าเต็มไปด้วยความปองร้ายและระแวดระวัง......
เอ็ดมาตามหาอัลที่บ้านร้างที่ตนใช้นัดพบกับรอยตอนจับกลัทโทนี่ย์ได้ แต่กลับไม่มีร่องรอยของอัลหรือคนอื่น ๆ เลย ทันใดนั้นเองทั้งสามก็ได้ยินเสียงฝีเท้า คิเมร่าทั้งสองและเอ็ดจึงซ่อนตัวและเตรียมพร้อมต่อสู้ตามสัญชาติญาณ
เอ็ดตกตะลึงเมื่อคนที่ปรากฏตรงหน้าคือหลิน (หรือไม่ก็กรีด) ทันทีที่เผชิญหน้ากันหลินก็ล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนล้า เอ็ดเข้าไปดูและถามว่า
“..ตอนนี้นายเป็นใคร...”
“...หิวชะมัด...ขอบคุณพระเจ้า..ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมาเจอเพื่อนในที่แบบนี้...” หลินส่งยิ้มแบบที่คุ้นเคยให้เอ็ดพร้อมเสียงท้องร้องดังลั่น เอ็ดจึงแน่ใจว่าคนที่อยู่ต่อหน้าตนคือหลิน เจ้าชายแห่งชิน
จบไปอีกตอน ตอนนี้ใครหวังจะได้เจอป๋ารอยคงแห้วอีกตามเคย (ป๋ารอยไม่มีคิวมาแปดเดืนเข้าเดือนที่เก้าแล้วง่ะ นานมากกกกก เหอเหอ)
ปล. ขอโทษ (อีกรอบ) ที่ภาพมันออกจะตุ่น ๆ หน่อย รอ HQ มานานก็ไม่ออกสักทีเลยเอาแบบนี้มาลงเลย (จะว่าไปมันก็ไม่ได้แย่นะ เอาไปปรับกับโฟโต้ชอปหน่อยก็ดีแล้วแหละ แต่พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง ^^')
ตอนนี้อยากสปอยโอรังมาก ๆ เรยอะ ค้างคาอยู่ห้าตอนแล้วมั๊ง (ดองจนเริ่มออกกลิ่น แหะแหะ) แต่ช่วงนี้งานเยอะจริง เคลียร์งานเรียบร้อยเมื่อไหร่เอามาลงแน่ ๆ คิดว่าคงมาพร้อม ๆ กับ FMA ตอนหน้าแหละ ^^
บายจ้า อิ_อิ
My Spoilers
My Projects








มีลุ้นให้ติดตามทุกตอนเลยสิน่า fma เนี่ย ขอบคุณสำหรับสปอยร์ครับผม
สาดน้ำวันสงกรานต์ครับ
#1 By Buffo on 2008-04-15 11:47