ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีปีใหม่ไทยก่อนน่อ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ลงสปอยช้าไปนิด (จริง ๆ raw ก็ออกช้าด้วยแหละ  แถมเพื่อนที่หอยังยืมคอมไปใช้อีกเลยยิ่งช้ากว่าเดิม เหอเหอ)


อ่านชื่อตอนตอนนี้แล้วคิดว่าต้องเกี่ยวกับป๋าโฮกับอัลแน่ ๆ แต่ผิดคาดแฮะ  กลายเป็นเรื่องคนอื่นซะงั้น  ตอนนี้เป็นตอนที่ยาวสุดในรอบหลายเดือนเลย  แถมยังมีสมาชิกเพิ่มในสันปกรวมเล่มด้วย (ไม่ได้มีมานานแล้วเนอะ  เล่มสุดท้ายที่มีน่าจะเล่ม 17 นะ)  ส่วนจะเป็นใครก็อ่านในสปอยได้เลยจ้า


ปล. พยายามเลือกรูปสุดฤทธิ์ให้อยู่ในเกณฑ์ 15% พอดี (ไม่รวมเปิดตอนนะ หุหุ)


เริ่มด้วยเปิดตอนจ้า (เอ็ดน่ารักดีแฮะ)

 

Photobucket

 

 

EPISODE 82  Soul’s Family

 

หลังจากเอ็ดจัดการทหาร (ที่บังอาจพูดคำว่า “เตี้ย” ให้ได้ยิน) เรียบร้อยแล้ว  เด็กหนุ่มและคิเมร่าทั้งสองก็ขอบคุณหมอและภรรยาที่ช่วยพวกตน  เอ็ดตัดสินใจพรางตัวจากทหารที่ตามล่าโดยเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวและทรงผม เพราะทหารได้รับคำสั่งให้จับตัว “เด็กหนุ่มถักเปียสวมเสื้อโค้ทสีแดง”  ซึ่งแตกต่างกับรูปลักษณ์ปัจจุบันของเอ็ดอย่างสิ้นเชิง...

ทันใดนั้นกองหนุนก็มาถึงที่เกิดเหตุ  ทหารชุดใหม่ที่มาถึงบอกให้คิเมร่าทั้งสองวางอาวุธและยอมจำนน  คิเมร่าจึงทำเป็นจับเอ็ดเป็นตัวประกัน...

“อย่าเข้ามาถ้าไม่อยากให้ฉันเป่าหัวเด็กนี่กระจุย!!!”  คิเมร่าขู่ทหาร
ทหารบอกให้คิเมร่าปล่อยเอ็ดเสีย  อย่าเอาเด็ก “ตัวเล็ก ๆ” มาเกี่ยวข้องด้วย  (เอ็ดได้ยินคำว่าเล็กก็ฟึดฟัดใหญ่  ดีที่แผนไม่แตก เหอเหอ)

คิเมร่าทั้งสองฉวยโอกาสตอนที่ทหารทำอะไรไม่ถูกพาเอ็ดซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวประกันหนีไปด้วยกัน  ทหารรีบตามทั้งสามไปทันทีแต่กลับถูกหมอและภรรยารั้งเอาไว้

“....คุณทหารพวกเรากลัว  อย่าทิ้งเราไปสิ...พวกเรากลัว...กลัวจริง ๆ นะ...”  “ผู้สมคบคิด” ทั้งสองคร่ำครวญพร้อมโผเข้ารั้งทหารเอาไว้เพื่อถ่วง
เวลาให้พวกเอ็ดหนีไป


เมื่อพวกเอ็ดออกจากร้านหมอก็เจอกับกองหนุนอีกกองอย่างจัง  คิเมร่าจึงจัดการกราดปืนยิงใส่ทหารเพื่อไม่ให้ตามมา  แล้วทั้งสามก็ “จี้” รถคันหนึ่งเพื่อใช้ในการหลบหนี  แต่โชคร้ายที่คิเมร่าไม่คุ้นเคยกับการขับรถบนหิมะจึงถูกทหารไล่ตามมาติด ๆ  เอ็ดเห็นท่าไม่ดีจึงออกโรงแก้ไขสถานการณ์

เด็กหนุ่มสั่งให้คิเมร่าเลี้ยวขวาตรงหัวมุมแล้วใช้วิชาแปรธาตุเปลี่ยนลักษณะของรถทันที (รสนิยมเอ็ดสุดยอดจริง ๆ จากรถดี ๆ กลายเป็นรถเสื่อมไปเลย -.-“) เมื่อทหารเลี้ยวตามมาก็พบว่ารถของคนร้ายที่พวกตนตามอยู่หายไปเสียแล้ว  ส่วนพวกเอ็ดก็ขับรถคันเดิมในรูปลักษณ์ใหม่สวนออกมาอย่าง
สบายอารมณ์...


เมื่อพ้นสายตาทหารคิเมร่าทั้งสองก็ขอให้เอ็ดเปลี่ยนดีไซน์ของรถให้ดูเป็นผู้เป็นคนกว่านี้  

“ทำไม...มีปัญหากับดีไซน์ของฉันหรือไง...”  เอ็ดถาม
“...อืม...มากเลยล่ะ” เพื่อนร่วมทางบอกเด็กหนุ่มไปตามตรง  เอ็ดจึงยอมแปรธาตุตามคำขอ..



คิเมร่าสิงโตถามเอ็ดว่าจะไปไหนต่อดี  เอ็ดตอบว่าตนอยากเก็บข้อมูลเท่าที่ทำได้ก่อน  และสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือหาทางกลับไปหาอัล พลางคิดในใจด้วยความเป็นห่วงว่าอัลจะได้พบกับวินรี่โดยปลอดภัยหรือไม่...


“ตอนอยู่ภาคเหนือพวกนายใช้บริกส์เป็นฐานใช่ไหม..” คิเมร่าเสนอความคิด  แต่เอ็ดตอบว่าตอนนี้ทหารจากเซ็นทรัลเข้าควบคุมบริกส์แล้วจึงกลับไปที่นั่นไม่ได้อีก


“..อัลจะไปที่ไหนถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้...คิดสิ...คิด...”  เอ็ดใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาทางพบกับน้องชายโดยเร็วที่สุด...

 

Photobucket

 

 

หลังจากโฮเอนไฮม์เล่าเรื่องทุกอย่างให้อัลฟัง  อัลก็อึ้งจนพูดอะไรไม่ออกจนโฮเอนไฮม์ต้องถามลูกชายว่าฟังอยู่หรือเปล่า  

“พ่อเคยเป็นทาสมาก่อน  แล้วกลายมาเป็นศิลานักปราชญ์..?..”
โฮเอนไฮม์ถามอัลว่าเชื่อเรื่องที่ตนเล่าหรือไม่  อัลตอบว่าคนที่เชื่อเรื่องเหลือเชื่อที่จู่ ๆ พ่อที่ไม่เคยเจอกันมาสิบปีก็มาสารภาพให้ฟังคงจะบ้าไปแล้วแน่ ๆ “...แต่ผมว่าผมก็เป็นหนึ่งในคนบ้าพวกนั้นแหละ..”


อัลบอกพ่อว่าตนเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้  โฮเอนไฮม์แปลกใจปนทึ่งที่ลูกชายรับเรื่องที่ตนเล่าได้โดยง่าย  อัลจึงสารภาพว่าที่จริงตนก็ช็อกเหมือนกัน  แต่ตัวอัลเองก็มีร่างกายที่ไม่ปกติจึงเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ฟัง  แล้วอัลก็ถามโฮเอนไฮม์ว่ารู้สึกอย่างไรที่มีร่างกายเป็นอมตะ

“..มีร่างกายแบบนี้ก็สะดวกดีอยู่หรอก...แต่พ่อไม่ชอบเลยที่ต้องเห็นเพื่อน ๆ ตายไปก่อนคนแล้วคนเล่า...”
“...ส่วนผมก็ไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยวตอนกลางคืนอีกแล้ว..”  สองพ่อลูกเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี..

อัลบอกโฮเอนไฮม์ว่าเหตุผลหนึ่งที่ตนเชื่อโฮเอนไฮม์ก็เพราะโฮเอนไฮม์เป็นเพื่อนกับพีนาโกะมานาน  และโฮเอนไฮม์ในตอนนี้ดูไม่แตกต่างกับคนที่ถ่ายรูปกับพีนาโกะเมื่อหลายสิบปีก่อนเลยในขณะที่พีนาโกะแก่ไปมาก  แล้วสองพ่อลูกก็คุยกันเรื่องทริช่า  โฮเอนไฮม์บอกว่าทริช่าเป็นรักแรกพบ  พีนาโกะแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกันและแต่งงานกันในที่สุด...
“แล้วทริชก็เป็นอีกคนที่จากไปก่อนพ่อจะตาย....”  โฮเอนไฮม์รำพึงอย่างเศร้าใจ


อัลถามพ่อว่าลูกของศิลานักปราชญ์อย่างตนและเอ็ดจะถือว่าเป็นมนุษย์หรือเปล่า  โฮเอนไฮม์ตอบว่าถึงแม้วิญญาณของตนจะถูกหลอมรวมกับศิลานักปราชญ์  แต่แกนกลางยังเป็นมนุษย์แท้ ๆ อยู่  ดังนั้นลูกทั้งสองก็ต้องเป็นมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย...

“...แต่ที่อยู่ในเซ็นทรัล...เจ้านั่นเป็นแค่สิ่งที่อยู่ในภาชนะที่มีเนื้อหนังภายนอกเหมือนพ่อเท่านั้น...” โฮเอนไฮม์พูดถึง “ท่านพ่อ” นายใหญ่ของเหล่าโฮมุนคูลัส



เมื่อโฮเอนไฮม์พูดถึง “ท่านพ่อ”  อัลก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังต้องพูดกับพ่อเรื่องแผนการของเหล่าโอมุนคูลัสเพื่อจะหยุดยั้งแผนร้ายก่อนโศกนาฏกรรมที่ทำลายล้างเมืองคูเซลส์เซสจะเกิดขึ้นอีกครั้ง...


อัลให้โฮเอนไฮม์ดูรูปวงแหวนเวทย์พร้อมบอกว่าต้องทำลายอุโมงค์โดยเร็วที่สุดก่อนอีกฝ่ายจะขุดสำเร็จ  โฮเอนไฮม์ห้ามลูกชายเอาไว้พร้อมเตือนว่าในอุโมงค์มี “ไพรด์” โฮมุนคูลัสที่ร้ายกาจเฝ้าอยู่  และเสริมว่าตอนนี้อุโมงค์อาจขุดเสร็จแล้ว  อัลได้ฟังที่พ่อพูดก็ยิ่งร้อนใจจึงถามกลับไปว่าทำไมโฮเอนไฮม์ถึงดูใจเย็นนัก  โฮเอนไฮม์ตอบว่า  เพราะยังไม่ถึง “วันนั้น”...


อัลยังคงไม่เข้าใจ  โฮเอนไฮม์จึงเตือนลูกชายว่าอย่ามองแต่ข้างล่าง ให้มองขึ้นไปข้างบนแล้วจะพบอะไรบางอย่าง  อัลมองตามนิ้วที่พ่อชี้ไปบนฟ้าก็พบกับรูปปั้นเทพเลโต  (ที่เอ็ดหล่อขึ้นมาเพื่อใช้จัดการโคเนโร่)

“...ท้องฟ้า....สุริยเทพเลโต??...”  อัลแปลกใจ
“เจ้านั่นกำลังรอ “วันนั้น” อยู่...”  โฮเอนไฮม์รำพึงขณะสายตาจับจ้องที่รูปปั้นสุริยเทพ...

 

Photobucket

 

 

ลึกลงไปในใต้ดินของเซ็นทรัล  บิโด้ที่ถูก “อดีตลูกพี่” ทำร้ายบาดเจ็บกำลังหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อเอาชีวิตรอด  หากแต่กรีดซึ่งเก่งกว่าและรู้จักอุโมงค์นี้ดีก็ไล่ตามจนทัน  กรีดใช้อุ้งมือที่แข็งแกร่งตะปบไปที่กิ้งก่าเต็มแรงหมายเอาชีวิต  แต่กิ้งก่าก็ไวพอที่จะหลบพ้น

เมื่อได้เจอเหยื่อที่พอมีฝีมืออยู่บ้างกรีดก็ไล่ล่าด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม  

“...โล่สุดแกร่ง ?...น้ำเสียงนั่น...เสียงหัวเราะ...เจ้าบ้าเอ๊ยทำอย่างกับตัวเองเป็นคุณกรีด”  บิโด้กัดฟันพูดพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธและกลัว  น้ำตาเริ่มไหลออกมา

“ใช่  นายรู้ได้ไงว่าฉันคือกรีด”  หลินกรีดจำลูกน้องของกรีดคนเก่าไม่ได้
“...จ้าวแห่งความโลภ ?...”  บิโด้อุทานฉายาของนายเก่าออกมา
“ใช่..ทุกอย่างในโลกต้องเป็นของฉัน...เงิน...ผู้หญิง...อำนาจ...ชื่อเสียง...”
“...ฉันต้องการทุกอย่าง...” บิโด้พูดปิดท้าย พลางมองกรีดในร่างใหม่ด้วยความตกตะลึง...

กรีดเองก็แปลกใจไม่แพ้กันที่บิโด้รู้คติประจำใจของตน ทันใดนั้นเองภาพในอดีตก็เริ่มผุดขึ้นมา  กรีดเอามือแตะหน้าผาก  สีหน้าเคร่งเครียดพร้อมถามบิโด้อย่างจริงจังว่าบิโด้เป็นใครกันแน่  

“...ฉันเอง..บิโด้ จากเดวิล เนสต์...เราเป็นเพื่อนกัน   จำได้ไหม...”
“..อา...ใช่แล้ว  เราเคยเป็นเพื่อนกัน...”  กรีดทำเป็นเออออไปกับบิโด้  บิโด้ยิ้มด้วยความยินดี  ทว่ากรีดกลับใช้มือขวาทะลวงเข้าที่หน้าอกของบิโด้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาแล้วบอกว่าคนที่บิโด้รู้จักคงเป็น “กรีดคนเก่า”

“ฉันไม่รู้จักนาย....”

บิโด้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้าคอเสื้อกรีดเอาไว้แล้วถามว่า  “ทะ..ทำไม..กรีด...เราเป็นเพื่อนกัน...”  แล้วกิ้งก่าก็ล้มลงขาดใจตาย

 

Photobucket

 

 

กรีดขอโทษบิโด้ที่ต้องฆ่าเพราะงานของตนคือกำจัดผู้บุกรุก   ทันใดนั้นเองความทรงจำในอดีตก็ค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้น  ภาพอดีตลูกน้องที่เดวิล เนสต์ ผุดขึ้นมาในหัวของกรีด  กรีดทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยจิตใจสับสนอย่างที่สุด...


เมื่อจิตใจของกรีดอ่อนแอลง   “ตัวตน” อีกคนหนึ่งในร่าง...หลิน...ก็ถือโอกาสเข้าแทรกทันที
“...ไง...กรีด  นายทำเรื่องโง่ ๆ ลงไปจนได้นะ...คิดยังไงถึงฆ่าพวกเดียวกันได้ลงคอ  หือ ?...”

“...เจ้านั่น..ไม่ใช่...เพื่อนฉัน...” กรีดพยายามปฏิเสธ  แต่ความทรงจำกลับแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ


ภายในร่างหลิน  วิญญาณของหลินกำลังเผชิญหน้ากับกรีด  หลินท้าทายกรีดว่าหากจิตใจของกรีดยังว้าวุ่นและสับสนอยู่แบบนี้  วิญญาณของหลินจะเอาชนะกรีดและเข้าครองร่างตัวเองอีกครั้ง  แต่เมื่อความทรงจำกลับมามากขึ้นเรื่อย  ๆทั้งภาพเหล่าเพื่อนฝูง  ลูกน้อง  รวมทั้งภาพ คิง  แบรดเล่ย์  จัดการกวาดล้างพวกตน  กรีดก็ไม่สามารถครองสติได้อีกต่อไป...


“...วิญญาณและความทรงจำของกรีดคนเก่าถูกลบล้างไปหมดแล้ว...”  กรีดยังคงหลอกตัวเอง


“...ไม่มีทาง...นายและพวกพ้องผูกพันกันด้วยวิญญาณ...ความทรงจำของพวกเขาซึมอยู่ในวิญญาณของนาย  นายไม่มีทางล้างความทรงจำเหล่านั้นออกไปได้..ดูซะสิ..ตอนนี้วิญญาณของพวกเข้ากำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน...”  หลินเผชิญหน้ากับกรีดด้วยสีหน้าแข็งกร้าว...


“..กรีด  นายกำจัดครอบครัวของนาย...ครอบครัวของวิญญาณนาย..นายทำด้วยมือของนายเอง....แล้วยังจะเรียกตัวเองว่า “กรีด”...ชายที่หวังจะครอบครองทุกอย่างได้อีกหรือ..น่าขันสิ้นดี...”  หลินย้ำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่วิญญาณของกรีดจะพ่ายแพ้...กรีดประคองร่างไร้วิญญาณของบิโด้ขึ้นมาแล้วกรีดร้องอย่างโหยหวนด้วยความเสียใจ....

 

Photobucket

 

 

เมื่อความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา  กรีดก็บุกเข้าไปยังบ้าน ผบ.สูงสุด  ทันทีที่พบหน้าแบรดเล่ย์ กรีดก็พุ่งเข้าทำร้ายแบรดเล่ย์ด้วยความแค้น   แต่แบรดเล่ย์ใช้ดาบรับกรงเล็บของกรีดไว้ได้  ภรรยาและเซริมอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด

กรีดบอกแบรดเล่ย์ว่าความทรงจำของตนยังคงอยู่...ความทรงจำเกี่ยวกับลูกน้องและ แบรดเล่ย์ “ศัตรู” ที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเคยครอบครองไป

“กรีด...นายมันโง่..อยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด...ไม่ยอมสูญเสียอะไรแม้กระทั่งอดีต..”  แบรดเล่ย์บอกกรีดขณะที่เผชิญหน้ากัน  

ขณะที่บรรยากาศตรึงเครียด  ไพรด์ในร่างเซริมก็ส่งเงาออกไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น...


แบรดเล่ย์กับกรีดต่อสู้กันอย่างดุเดือด  ทั้งสองฝ่ายต่างออกอาวุธเข้าจู่โจมอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว  แต่ทั้งสองก็ไวพอที่จะหลบการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้  แบรดเล่ย์ฉวยโอกาสตอนกรีดเพลี่ยงพล้ำฟันคอของกรีดเต็มแรงหวังจะเอาชีวิต  แต่ดาบของแบรดเล่ย์ก็ไม่ระคายผิวคาร์บอนของ “โล่สุดแกร่ง” แม้แต่น้อย

ทันใดนั้นเองภาพในอดีตตอนที่กรีดคนเก่าถูกราธ (แบรดเล่ย์) ใช้ดาบเสียบคอก็ปรากฏขึ้น  แล้วกรีดก็พุ่งตัวออกนอกหน้าต่างหนีหายไปในความมืด  พร้อม ๆ กับที่กองทหารเข้ามาอารักขาแบรดเล่ย์และครอบครัว  เมื่อไพรด์เห็นว่ากรีดหนีไปแล้วก็หดเงากลับมาเหมือนเดิม  สีหน้าเต็มไปด้วยความปองร้ายและระแวดระวัง......

 

Photobucket

 

 

เอ็ดมาตามหาอัลที่บ้านร้างที่ตนใช้นัดพบกับรอยตอนจับกลัทโทนี่ย์ได้  แต่กลับไม่มีร่องรอยของอัลหรือคนอื่น ๆ เลย  ทันใดนั้นเองทั้งสามก็ได้ยินเสียงฝีเท้า  คิเมร่าทั้งสองและเอ็ดจึงซ่อนตัวและเตรียมพร้อมต่อสู้ตามสัญชาติญาณ


เอ็ดตกตะลึงเมื่อคนที่ปรากฏตรงหน้าคือหลิน (หรือไม่ก็กรีด)  ทันทีที่เผชิญหน้ากันหลินก็ล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนล้า  เอ็ดเข้าไปดูและถามว่า

“..ตอนนี้นายเป็นใคร...”
“...หิวชะมัด...ขอบคุณพระเจ้า..ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมาเจอเพื่อนในที่แบบนี้...”  หลินส่งยิ้มแบบที่คุ้นเคยให้เอ็ดพร้อมเสียงท้องร้องดังลั่น  เอ็ดจึงแน่ใจว่าคนที่อยู่ต่อหน้าตนคือหลิน  เจ้าชายแห่งชิน

 

Photobucket

 

 

จบไปอีกตอน  ตอนนี้ใครหวังจะได้เจอป๋ารอยคงแห้วอีกตามเคย  (ป๋ารอยไม่มีคิวมาแปดเดืนเข้าเดือนที่เก้าแล้วง่ะ  นานมากกกกก เหอเหอ)


ปล. ขอโทษ (อีกรอบ)  ที่ภาพมันออกจะตุ่น ๆ หน่อย  รอ HQ มานานก็ไม่ออกสักทีเลยเอาแบบนี้มาลงเลย (จะว่าไปมันก็ไม่ได้แย่นะ  เอาไปปรับกับโฟโต้ชอปหน่อยก็ดีแล้วแหละ  แต่พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง ^^')

 

 

ตอนนี้อยากสปอยโอรังมาก ๆ เรยอะ  ค้างคาอยู่ห้าตอนแล้วมั๊ง  (ดองจนเริ่มออกกลิ่น แหะแหะ)  แต่ช่วงนี้งานเยอะจริง  เคลียร์งานเรียบร้อยเมื่อไหร่เอามาลงแน่ ๆ  คิดว่าคงมาพร้อม ๆ กับ FMA ตอนหน้าแหละ  ^^

 

บายจ้า  อิ_อิ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านในพันทิพย์เสร็จมาเจอใน exteen ต่อเลย 2สาขาเลยเหรอครับเนี่ย ฮา

มีลุ้นให้ติดตามทุกตอนเลยสิน่า fma เนี่ย ขอบคุณสำหรับสปอยร์ครับผม

สาดน้ำวันสงกรานต์ครับ ขันน้ำ confused smile

#1 By Buffo on 2008-04-15 11:47

สวัสดีวันสงกรานต์ค่า ขสาดพร้อมดอกมะลิด้วยใจ ฮา

ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ
สวัสดีวันสงกรานต์ครับ =w= ขันน้ำ ดอกมะลิ
ศิลปะสไตล์เอ็ดยังแหวกมหาสมุทรเหมือนเดิม
หลินกลับมาแล้วววววววววววววววว

#3 By แมวหัวหอม (58.8.93.46) on 2008-04-15 17:33

ขอบคุณมากเลยคับ

#4 By แสนไกร on 2008-04-16 01:58

ว้าว ! สุดยอดเลยค่ะ
อยยากให้อัพไวๆอีกจัง
จะมาติดตามให้ได้เลยค่ะsurprised smile

#5 By RanfaN (125.26.158.254) on 2008-04-16 15:16

ในที่สุดกรีดก็ต้องแพ้หลิน 555

#6 By nuttnarok (118.172.203.163) on 2008-04-20 16:41