FMA 80 :: A Vision of Father

posted on 13 Feb 2008 07:42 by palmcj  in Alchemic-world

ดองบลอคอีกแระ  ช่วงนี้ขี้เกียจยังไงไม่รู้ง่ะ  แถมติด hi5 อีก (ขนาดติดก็ยังดองเลย  กร๊ากกกกก)  ขี้เกียจขนาดสปงสปอยก็ไม่ทำ  ดองไว้หลายตอนแล้ว (วันไหนมีแรงฮึดทำขึ้นมาคงตาเหลือกแหง ๆ ^^')  มีแต่ฟูลนี่แหละที่ลงแบบอัพเดทสุด ๆ 8D

 

 

เริ่มเลยดีกว่าเนอะ  เดี๋ยวต้องรีบกลับไปปั่นการบ้านต่อ  เฮ้อ~

 

 

CHAPTER 80  A Vision of Father

 

หลังจากจัดการเอนวี่สำเร็จ  พวกอัลก็เข้ามาดูอาการมาร์โก้ด้วยความเป็นห่วง  เหม่ยช่วยปฐมพยาบาลและห้ามเลือดให้มาร์โก  ซันปาโน่และเกียโซขอโทษมาร์โก้ที่หาฟันที่หักมาคืนให้ไม่ได้  แต่มาร์โก้กลับบอกว่าตัวเองต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องขอโทษที่ทำให้ทั้งสองต้องพลอยฟ้าพลอยฝนร่วมรับชะตากรรมไปกับตนด้วย

“...ขอโทษด้วยที่เอาพวกเธอมาเกี่ยวข้องกับการไถ่บาปของฉัน...ฉันนี่มันเห็นแก่ตัวจริง ๆ...แล้วก็..ขอบใจนะ....”
“....ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก....คุณก็บอกพวกเราแล้วนี่ว่าให้อยู่ห่าง ๆ เรื่องพวกนี้ไว้ถ้าทำได้....”  คิเมร่าทั้งสองบอกมาร์โก้ด้วยความจริงใจ...


เอนวี่เห็นเหม่ยก็จำได้ว่าเคยเจอเด็กสาวในห้องใต้ดินของท่านพ่อ  โฮมุนคูลัสจอมเจ้าเล่ห์เริ่มมีแผนร้ายในใจ....

 

 

 

หลังจากปฐมพยาบาลมาร์โก้แล้ว  พวกอัลก็เดินทางกลับไปยังสลัมชาวอิชวาล  ทันทีที่วินรี่เห็นสภาพดูไม่จืดของมาร์โก้  เด็กสาวก็บอกมาร์โก้ด้วยความเป็นห่วงว่าอย่าทำเรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก  

“..เธอทำให้ฉันนึกถึงพ่อแม่ของเธอ...คุณหมอรอคเบล...และทำให้ฉันตระหนักว่าการหนีไม่เผชิญหน้ากับปัญหาเป็นสิ่งที่ขี้ขลาดและไม่เป็นธรรม....เพราะว่ายังมีสิ่งที่ฉันพอจะทำได้อยู่....ฉันจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้  ถึงจะต้องเสี่ยงอันตรายแค่ไหนก็ตาม...”  มาร์โก้แสดงความมุ่งมั่นของตนต่อวินรี่...


เมื่อโยกิเห็นเอนวี่ในสภาพลูกน้ำที่ไม่น่าจะมีพิษสงหลงเหลืออยู่แล้วโยกิก็แกล้งเอนวี่  เอนวี่จึงถือโอกาสกัดนิ้วโยกิและเข้าควบคุมร่างชายหนุ่ม....

เอนวี่ฝังร่างตัวเองอยู่ที่ต้นคอของโยกิในขณะที่โยกิร้องโหยหวนด้วยความกลัวที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้  เอนวี่ใช้โยกิเป็นตัวประกันขู่ให้พวกอัลทำตามที่ตนต้องการ  แต่พวกอัลรู้ทันจึงแก้ลำด้วยการทำเป็นไม่สนใจโยกิ...

“...ดิ้นรนไปก็เสียแรงเปล่าเอนวี่...ตอนนี้พวกเราไม่ได้แค่เล่นสนุก  นายอยากใช้ตัวประกันก็ตามใจ...พวกฉันก็จะจัดการนายสองคนไปพร้อม ๆ กันซะเลย...”  มาร์โก้ทำทีเป็นไม่สนใจชะตากรรมของโยกิ


เมื่อเอนวี่เห็นว่าแผนใช้ตัวประกันไม่ได้ผล  เอนวี่ก็ยอมปล่อยโยกิ  พวกอัลจับเอนวี่ใส่ในขวดโหลพร้อมปิดฝาอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก....

 

 

 

เอนวี่เฝ้าดูพวกอัลอยู่ในขวดโหลด้วยความไม่สบอารมณ์  เมื่อเอนวี่ไม่เห็นเอ็ดก็แกล้งถามขึ้นว่า

“แล้วเจ้าเปี๊ยกเหล็กไหลไปอยู่ไหนซะล่ะ...”

อัลตอบว่าตอนนี้เอ็ดน่าจะอยู่ที่บริกส์  เอนวี่จึงแกล้งปั่นหัวพวกอัลโดยบอก (ความจริง) ว่าเอ็ดหายตัวไปหลังจากสู้กับคิมลี่ย์จนเหมืองถล่ม  วินรี่หน้าเสียขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าเอ็ดหายไป  อัลจึงปลอบวินรี่ว่าไม่ต้องห่วง  เอ็ดจะต้องหาทางหนีออกมาได้อย่างแน่นอน....


ซันป่าโน่สั่งให้เอนวี่สารภาพออกมาให้หมดว่าตอนนี้กองทัพกำลังวางแผนอะไรอยู่ที่เซ็นทรัล  เอนวี่ไม่ยอมบอก

“....พูดไปก็โดนฆ่า  แล้วฉันจะบอกพวกแกทำไม....”

 

 

 

พวกอัลตัดสินใจเดินทางต่อ  เพราะตอนนี้ศัตรูรู้แล้วว่าพวกตนอยู่ที่สลัมชาวอิชวาล  หากอยู่ที่นั่นต่อไปอาจทำให้ชาวอิชวาลในชุมชนตกอยู่ในอันตรายได้  โชคดีที่ตอนนื้วิญญาณของอัลกลับสู่สภาพปกติแล้วและดูเหมือนไม่มีทีท่าจะหลุดจากร่างไปอีก ทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้นมาก...


เมื่อเดินทางถึงทางแยกสามแพร่ง  อยู่ ๆ สการ์ก็ถามเหม่ยขึ้นมาว่าเข้ามาในอเมสทริสได้อย่างไร  เหม่ยตอบว่าเข้ามาทางเมืองรุสเวล  สการ์มอบเอนวี่ให้เหม่ยพร้อมบอกให้เด็กสาวใช้เส้นทางเดิมเดินทางกลับชินไปเสีย..

“เอาเจ้านี่กลับไปที่ชิน...ถึงจะไม่ได้ความไม่แก่ไม่ตายกลับไป  แต่ยังไงเจ้านี่ก็เคยเป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะฆ่าสักกี่ครั้งก็ไม่ตาย....มันอาจช่วยเผ่าของเธอได้....”

ทุกคนเห็นด้วยกับสการ์  แต่เหม่ยกลับลังเล  สการ์จึงเตือนสติเด็กสาวว่า

“...ตอนนี้ไม่ใช่เวลามากังวลกับชะตากรรมของประเทศอื่น  เธอมาที่นี่เพื่อช่วยอเมสทริสหรือ  ถ้าเธอถูกจับได้เธอจะบอกคนที่มอบหมายภารกิจให้เธอได้อย่างไรว่า “ขอโทษ....ฉันช่วยชินไม่ได้เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องของอเมสทริส...”  กลับชินไปเถอะ  จากตรงนี้ถ้าเดินทางไปทางตะวันออกก็จะถึงเมืองยูสเวล...”


ทุกคนร่ำลาเหม่ย  เหม่ยโผเข้ากอดอัลด้วยความอาลัยก่อนออกเดินทาง  ทำให้ทุกคนอดขำไม่ได้  เมื่อเหม่ยแยกกับพวกอัลวินรี่ก็แซวอัลเรื่องเหม่ยยกใหญ่...

ซันปาโน่ถามขึ้นมาว่าจะเดินทางไปไหนต่อ  อัลตอบว่าตอนนี้ตนมีจุดหมายแล้ว.... “มีเมืองเมืองหนึ่งที่ผมต้องการตรวจสอบ...”  แล้วทั้งหมดก็ออกเดินทาง...

 

 

 

เมื่อเหม่ยเดินทางถึงยูสเวลก็ได้รับการต้อนรับจากชาวเมืองอย่างอบอุ่น  เด็กสาวรู้สึกทั้งปลื้มใจและเป็นห่วงชะตากรรมของชาวเมืองจนร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น  เอนวี่จึงถือโอกาสปั่นหัวเหม่ย...

“...พวกนั้นเป็นคนดีนะ  เธอจะนิ่งดูดายแล้วปล่อยให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายได้หรือ...ฉันเดาว่าตอนนี้ทางที่ดีเธอควรพาฉันกลับไปที่ชิน  แต่ว่านะ...ฉันว่าเอาตัวโฮมุนคูลัสที่ใกล้ตายกลับไปก็คงไม่ช่วยอะไร...คิดดูสิตอนนี้แค่เหยียบเธอก็ฆ่าฉันได้แล้ว...จักรพรรดิ์คงไม่พอใจหรอก.....แต่ถ้าเธอกลับไปที่ “เซ็นทรัล”  เธอก็อาจได้รู้เคล็ดลับของการไม่แกไม่ตาย...เซ็นทรัลมีสิ่งที่เธอค้นหาอยู่.... แต่ก็นะ  อย่าสนใจเลย  ฉันก็แค่บ่นออกมาดังไปหน่อย....เอาล่ะ..รีบเดินทางกลับชินเสียสิ...”


เหม่ยได้ยินอย่างนั้นก็มุ่งหน้ากลับไปยังเซ็นทรัลทันที  เอนวี่พอใจที่ตนล่อลวงเหม่ยได้สำเร็จ...

“..หึหึหึ  ยายเด็กโง่  เดินทางไปเซ็นทรัลเลย...แล้วฉันจะชนะ  ขอเพียงได้หินมาอีกก้อนฉันก็จะแปลงกลับร่างเดิมได้....หินอีกก้อน....ขอแค่หินก้อนเดียว....”  เอนวี่คิดอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม....

 

 

 

ที่ห้องทำงานของ ผบ.สูงสุด  แบรดเล่ย์ขอให้ริซ่าช่วยชงชาให้ระหว่างพัก  ขณะที่ริซ่ากำลังชงชา  แบรดเล่ย์ก็ถามหญิงสาวว่ารู้เรื่องตัวตนที่แท้จริงของตนกับเซริมแล้วใช่ไหม  ริซ่ายอมรับพร้อมถามกลับว่าในเมื่อรู้ความลับแล้วแบรดเล่ย์จะฆ่าตนเพื่อปิดปากหรือเปล่า...

“..ไม่หรอก...ฉันก็แค่อยากรู้ว่าคนทั่วไปจะคิดยังไงเมื่อรู้ว่าผู้นำประเทศตัวเองและลูกชายของเขาเป็นโฮมุนคูลัส...”

“ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ครอบครัวที่พวกเราควรจะเชื่อใจมากที่สุดกลับเป็นแค่สิ่งหลอกลวง...พวกคุณก็แค่เล่นเกมพ่อแม่ลูกอยู่ไม่ใช่หรือ...หัวเราะอยู่ในเงามืดขณะทำตัวเป็นมนุษย์...แล้วก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่าพวกเราก็แค่สิ่งมีชีวิตโง่เง่า....”  ริซ่าตอบแบรดเล่ย์ตามตรง


“เล่นเกมพ่อแม่ลูกงั้นหรือ....อันที่จริง  ฉันมีลูกชายก็เพื่อให้เกมนี้ดูสมจริงมากขึ้น  แต่แค่นั้นยังไม่พอ  ฉันยังได้ “อำนาจ”... “ลูกน้อง”... และ “ตำแหน่งผบ.สูงสุด”....  เธอควรพูดว่า “เล่นเกมประเทศชาติ”  มากกว่านะ.... แต่ยังไงก็ตาม...ฉันก็เลือกภรรยาด้วยตัวเอง...”

ริซ่าแปลกใจกับคำพูดของแบรดเล่ย์  สีหน้าของหญิงสาวอ่อนลงเมื่อโฮมุนคูลัสที่อยู่ตรงหน้าแสดงความเป็นมนุษย์ออกมา.....

 

 

 

อีกมุมหนึ่งในกองบัญชาการเซ็นทรัล  พี่น้องอาร์มสตรองเผชิญหน้ากันอยู่  โอลิเวียร์เหยียบเท้าหลุยส์อย่างจงใจทำให้หลุยส์ต้องออกปากขอให้พี่สาวช่วยเอาเท้าออกจากเท้าของตน  แต่โอลิเวียร์กลับเหยียบเท้าหลุยส์แรงขึ้นพร้อมตะคอกว่า  ขณะอยู่ในกองทัพห้ามเรียกเธอว่าพี่สาว  ให้เรียกว่านายพล...

“...ให้ตายสิ  หน้านายยังลอยชายไม่เปลี่ยนเลยนะ...”  โอลิเวียร์แขวะน้องชาย
“...พี่ก็เหมือนกัน  ยังหน้าโหดเหมือนเดิม...”  หลุยส์ย้อนโอลิเวียร์แถมยังเรียกโอลิเวียร์ว่าพี่สาว  ทำให้โอลิเวียร์เหยียบเท้าหลุยส์หนักกว่าเดิม  จนหลุยส์ร้องออกมาด้วยความเจ็บพร้อมขอโทษขอโพยพี่สาวยกใหญ่...

 

 

 

แล้วหลุยส์ก็ถามถึงเรื่องอุโมงค์ใต้ดินที่สโลธขุดเพื่อสร้างวงแหวนเวทย์  แต่โอลิเวียร์กลับทำเป็นไม่สนใจพร้อมกับบอกว่าหน้าที่ของเธอคือปกป้องอเมสทริสจากการรุกรานภายนอกเท่านั้น  เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับเธอและกองทัพบริกส์...

“...ทำไมพี่ถึงโหดอย่างนี้น้า...แล้วอย่างนี้ใครจะอยากได้เป็นเมี......”

หลุยส์ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกโอลิเวียร์เตะเข้าอย่างแรงพร้อมตำหนิว่าหลุยส์เป็นพวกขี้ขลาดไม่มีใจสู้...

“ไร้ค่าจริง ๆ ...ไปดีกว่าเดี๋ยวติดเชื้อขี้ขลาดจากนายแล้วจะยุ่ง...”

หลุยส์ที่ถูกโอลิเวียร์เล่นงานจนอ่วมบอกพี่สาวให้ไปเยี่ยมพ่อบ้าง  โอลิเวียร์ตอบอย่างไม่แยแสว่าถ้ามีอารมณ์ก็จะไป....

 

 

 

ทันทีที่แยกกับหลุยส์  เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพคนหนึ่ง (หน้าเหมือนฟาลแมนแฮะ XD)  ก็เชิญให้โอลิเวียร์ไปดูอะไรบางอย่างด้วยกัน

ระหว่างที่เดินผ่านทางที่เป็นอุโมงค์ลึกลับ  มีประตูใส่กลอนแน่นหนาเป็นระยะ  นายทหารก็ถามโอลิเวียร์ว่ารู้กฎสามข้อของนักเล่นแร่แปรธาตุทางการหรือไม่...

“...ห้ามสร้างทอง...ห้ามสร้างมนุษย์....ห้ามต่อต้านกองทัพ...”  โอลิเวียร์ตอบ

“...ถูกต้อง...ทุกคน “จำเป็น” ต้องรู้แค่นั้น...”

“....ห้ามต่อต้านกองทัพ  จุดประสงค์ก็เห็น ๆ อยู่แล้ว   ห้ามหล่อทองคำก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนทำให้เศรษฐกิจปั่นป่วน....แล้วกฎที่ว่าห้ามสร้างมนุษย์ล่ะ  รู้ไหมว่าอะไรคือเบื้องหลังของการห้ามแปรธาตุมนุษย์....”  นายทหารถามโอลิเวียร์

โอลิเวียร์ตอบว่าเป็นเรื่องของศีลธรรม  แต่นายทหารตอบว่าผิด...มุมมองด้านศีลธรรมเปลี่ยนแปลงตามสถานที่และเวลา  และขึ้นอยู่กับว่าคู่สนทนาเป็นใคร  “...ประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเราไม่มีที่ให้แนวคิดที่คลุมเครือแบบนั้นหรอก....”  นายทหารพูดพลางกดรหัสประตูห้องที่ดูเหมือนจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างแน่นหนาที่สุด....


“...เหตุผลง่ายมาก...ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครสร้างกองทัพส่วนตัวขึ้นมาน่ะสิ....”

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าโอลิเวียร์ทั้งน่าสะพรึงกลัวและเหนือความคาดหมายจนถึงกับทำให้คนประสาทแข็งอย่างโอลิเวียร์ตกตะลึง....

....ร่างจำลองมนุษย์นับไม่ถ้วนถูกแขวนกลับหัวอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของห้อง  ร่างที่ว่างเปล่าเหล่านั้นรอวันที่จะได้ “วิญญาณ”  และกลายเป็นกองทัพอมตะที่ร้ายกาจที่สุด....

 

 

 

พวกอัลเดินทางถึงเมืองริออร์และได้พบกับโรเซ่ที่กองเสบียง  โรเซ่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของอัลและถามถึงเอ็ด...

“...เอ็ดไม่ได้มาด้วยเหรอ...แย่จัง..ฉันอยากเจอเอ็ดอีกครั้ง...”

วินรี่ได้ยินก็หน้าตึงขึ้นมาทันที  อัลได้ทีจึงแซววินรี่กลับ

“...เห...สีหน้าเธอดูแปลก ๆ นะ  คิดอะไรอยู่เหรอ....”

วินรี่จึงบอกโรเซ่ (ร้อนตัว อิอิ) ว่าตนเป็น “เพื่อนเก่า” ของเอ็ด....

ระหว่างที่อัลกำลังแกล้งวินรี่  โฮเอนไฮม์ก็เดินออกมาหาโรเซ่จึงได้พบกับอัลและวินรี่...

“...เธอ...”

ทั้งสามแปลกใจที่ได้พบกันอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน....

 

 

 

จบแล้วจ้า  ต้องรออีกตั้งเดือน  >[]<*

ตอนนี้เจ๊โอแอบฮาเนอะ  ซาดิสม์ได้ใจจริง ๆ  ไม่รู้ว่าตอนเด็ก ๆ หลุยส์จะโดนทารุณกรรมยังไงบ้าง 555

 

 

คงต้องไปปั่นงานต่อแล้ว

 

บายจ้า ^3^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊ยย เอ็ดหายไปหนายยยยยย
จะ...เจ๊โหดมากเลยง่า ถีบกระเด็นเลย

ชักอยากเห็นเจ๊ซาดิสม์กับป๋า 5555+

เอนวี่นี่ตัวแสบจริงๆด้วยแหล่ะค่ะ แต่ตอนนี้เค้ากลัวเจ๊โอถูกจับทำโฮมุนครูสมากเลย

แบรดลี่ย์เข้าใจยกเรื่องภรรยามาพูดให้สาวๆฟังนะ หุ หุ

#2 By molecularkitten on 2008-02-13 20:20

ถึงเจ๊จะโหด แต่เราก็ยังคงรักเจ๊ต่อไป
(กร้ากกก)
บทนี้เอ็ดไม่มีบทเลย สะใจฟระ
(กร้ากกกก)
อยากอ่านต่อจัง การพบเจอของพ่อลูกจะเป็นยังไง (จะเหมือนเอ็ดหรือเปล่า)

#3 By Hisukaya on 2008-02-15 22:45

รีบมาอัพไวๆนะคะ
อยากรู้เรื่องของเอ็ดอีกจังเลย
โฮเอนไฮม์ด้วย
แล้วก็ถามอย่างเดิม เมื่อไรรันฟานจะกลับมาเนี่ย
อยากรู้ๆๆๆ
ขอบคุณมากนะคะconfused smile

#4 By AlchemisT on 2008-02-16 14:20

ผมมาอ่านนานแล้ว แต่ลืมเม้นท์ขอบคุณ ขอบคุณคร้าบบบบบ

#5 By แมวหัวหอม (58.8.93.193) on 2008-02-26 22:00