FMA 78 :: The Seven Deadly Sins
posted on 18 Dec 2007 20:18 by palmcj in Alchemic-worldก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า กลับมาเมืองไทยแล้ว (ดีใจสุดริด กี๊ซซซ) แต่ก็กลับแค่สิบกว่าวันเองง่ะ เดี๋ยวก็ต้องกลับไปผจญความหนาว + จน + ลำบาก + ห้องรูหนู อีก T____T
ดองบลอคซะนานเลย สปอยนานะก็ไม่ได้เอามาลง ไม่ได้เป็นเพราะเราขี้เกียจนะ แต่ช่วงก่อนกลับบ้านไม่ว่างเลยจริง ๆ เพราะใกล้ส่งรายงาน แถมกลับมาก็ยุ่ง เพราะเอารายงานชิ้นนั้นกลับมาทำต่อ...งานกลุ่มหกคนแท้ ๆ แต่ให้ตรูเขียนคนเดียวซะงั้น คิดแล้วหงุดหงิดหัวใจจริง ๆ แง่งงงงงง
ตอนนี้ลัดคิวมาลง FMA ก่อน ตอนนี้เหมือนตอนเลี้ยงรุ่นเลยแฮะ ให้อารมณ์แบบ reunion ตัวละครเก่า ๆ โผล่มาเพียบ (แม้แต่เจ๊โรเซ่ก็มากับเค้าด้วย แอบสวยขึ้นมากมาย หุหุ) คนที่เด่นสุดคงยกให้ป๋าโฮ ฉากต่อสู้นี่มันส์จริง ๆ แถมยังใส่เสื้อหนาวด้วย วิ่งทีนี่พริ้วเชียว ^^
ปล. จะทยอยเอาสปอยที่ดอง ๆ ไว้มาลงน่อ ^^'
EPISODE 78 The Seven Deadly Sins
เริ่มจากปก GanGan
เปิดตอน
สิบวันผ่านไปหลังจากเอ็ดได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับคิมลี่ย์ พวกไมล์สพยายามตามหาตัวเอ็ด คิมลี่ย์และผู้ติดตาม แต่ก็ไม่พบร่องรอย ไม่เจอแม้กระทั่งศพ ไมล์สบอกเรื่องนี้กับบัคคาเนียร์เมื่อบัคคาเนียร์ถามถึงเหตุการณ์เหมืองระเบิดด้วยความกังวลใจ...
ทางฝั่งลูกน้องของรอยก็มีการติดต่อกันตลอด ฟาลแมนที่อยู่ทางเหนือ (บริกส์) กำลังปรึกษาเรื่องนี้ทางโทรศัพท์กับเบรด้าที่ประจำอยู่ภาคตะวันตก เบรด้าบอกว่าสถานการณ์ทางฝั่งตะวันตกไม่ค่อยดี การต่อสู้ที่ชายแดนทำให้คนตายมากมาย.....ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ฟาลแมนเคยว่าไว้ว่าทางกองทัพพยายามทำให้เกิดการนองเลือดขึ้นเพื่อสร้างวงแหวนเวทย์ขนาดยักษ์ลงบนประเทศอเมสทริส
ฟาลแมนถามถึงฟิวรี่ที่ประจำอยู่ทางใต้ เบรด้าตอบว่าได้คุยกับฟิวรี่ทางโทรศัพท์....ตอนนี้ฟิวรี่กำลังอยู่ในสงครามเพื่อปกป้องชายแดนจากการรุกรานของอารูโก้ และ ดอลบาลชิ...
“....เพราะพวกเราเป็นพวกเลี้ยงไม่เชื่องอดีตทีมของมัสแตง พวกนั้นเลยสั่งให้เราทำงานที่ไม่ถนัด...”
ฟาลแมนรู้สึกเป็นห่วงฟิวรี่อดีตเพื่อนร่วมกองขึ้นมาจับใจ เพราะฟิวรี่สันทัดด้านการติดต่อสื่อสาร คุ้นเคยกับงานกองหลังมากกว่า ไม่เหมาะกับการออกรบ...
...ที่ชายแดนภาคใต้ ฟิวรี่ดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาชีวิตรอดจากสนามรบอันแสนโหดร้าย....
เบรด้าถามฟาลแมนว่าได้ติดต่อกับรอยบ้างหรือเปล่า ฟาลแมนตอบว่ารอยได้รับข้อมูลสำคัญจากผู้ส่งสาส์นของตระกูลอาร์มสตรอง (คนขายดอกไม้) แล้วเบรด้าก็บอกฟาลแมนว่าตนรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องทางภาคเหนือ ฟาลแมนเห็นด้วยพร้อมบอกว่าตนก็กังวลเช่นกัน
“....ถ้าเราหยุดพวกโฮมุนคูลัสที่กำลังขุดอุโมงค์ใต้ดินไม่ได้ ทุกอย่างก็จะสายเกินไป....”
...ขณะที่ฟาลแมนกำลังปรึกษากับเบรด้า สโลธก็ขุดอุโมงค์สำเร็จพอดี....สีหน้าโฮมุนคูลัสเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น...
“...เสร็จจนได้....ตอนนี้ฉันพักได้หรือยัง....ไพรด์...”
ไกลออกไปทางฝั่งตะวันออก....เมืองริออร์ที่เกิดการจลาจลจากเหตุการณ์โคเนโรกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ชาวบ้านจึงพยายามอย่างหนักเพื่อฟื้นฟูเมืองขึ้นมาใหม่ โรเซ่ทำงานเป็นอาสาสมัครทำอาหารแจกคนงาน เด็ก ๆ และคนแก่ในเมือง...
อยู่ ๆ โฮเอนไฮม์ก็ปรากฏตัวขึ้นที่เมืองริออร์ โดยมาขออาหารจากโรเซ่ โฮเอนไฮม์บอกว่าตนเป็นพวกเร่ร่อนเดินทางไปทั่ว พวกโรเซ่จึงสงสัยว่าโฮเอนไฮม์จะมาที่ริออร์ทำไม เนื่องจากหลังจากเหตุการณ์จลาจลเมืองริออร์ก็ถูกตัดขาด ไม่มีแม้แต่ถนนสักเส้นที่นำทางมายังเมืองที่เคยรุ่งเรืองแห่งนี้...
“....แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเมืองนี้จะหมดสิ้นทุกอย่างหรอกนะครับ....อย่างน้อยก็ยังมีอาหารจากความเอื้ออาทรชามนี้อยู่...” โฮเอนไฮม์พูดกับพวกโรเซ่ด้วยความอ่อนโยน
ก่อนจากกันโฮเอนไฮม์ก็ถามพวกโรเซ่ถึงโบสถ์ของลัทธิเลโต พวกโรเซ่จังนำทางเข้าไปยังสิ่งก่อสร้างรกร้างที่อดีตเคยเป็นอารามโอ่โถงสวยงาม... โรเซ่นำทางโฮเอนไฮม์ไปยังทางเดินใต้ดินตามคำขอของชายหนุ่ม...
ทางเดินแห่งนั้นมาสิ้นสุดที่บ่อพิษ โรเซ่บอกว่าสาเหตุที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาในนี้ก็เพราะหนองน้ำใหญ่ที่เต็มไปด้วยพิษแห่งนี้ โฮเอนไฮม์รู้ทันทีว่าบ่อแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ “คนธรรมดา” รุกล้ำไปยังเขตหวงห้ามเบื้องหน้า โฮเอนไฮม์จึงก้าวขาออกไปเหนือบ่อพิษ โดยไม่สนใจพวกโรเซ่ที่พยายามห้าม แต่ก่อนที่เท้าโฮเอนไฮม์สัมผัสผิวของเหลว โฮเอนไฮม์ก็ใช้วิชาแปรธาตุสร้างทางเดินขึ้นใต้เท้าของตัวเองทำให้สามารถข้ามบ่อพิษไปได้
โฮเอนไฮม์ขอให้พวกโรเซ่รอตนอยู่ที่เดิม พร้อมทั้งห้ามไม่ให้พวกโรเซ่ตามมาเด็ดขาด ก่อนที่โฮเอนไฮม์จะหายลับไปกับความมืดเบื้องหน้า
โฮเอนไฮม์ใช้วิชาแปรธาตุสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อสำรวจทางใต้ดินภายในโบสถ์
“...อุโมงค์นี่ใหญ่จังแฮะ แถมยังสร้างขึ้นมาอย่างดีเสียด้วย...”
ขณะที่โฮเอนไฮม์กำลังสำรวจอุโมงค์ เงารูปตาและปากที่ขนาดมหึมาคุ้นเคยก็พุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ราวกับสัตว์ร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่อที่ล่วงล้ำเข้ามายังเขตหวงห้ามของตัวเอง ....โฮเอนไฮม์พยายามใช้วิชาแปรธาตุสร้างเกราะหินขึ้นมาป้องกันตัวแต่ก็ไม่สามารถหยุดเงาไว้ได้ ชายหนุ่มวิงหนีไปเรื่อยๆ พลางคิดหาวิธีป้องกันตัว แต่ก็ไม่ได้ผลแม้แต่น้อย....
“ดูท่าคงจะเสร็จแน่ ๆ งานนี้...” โฮเอนไฮม์พูดเมื่อถูกต้อนจนจนมุม ชายหนุ่มเดินถอยหลังจนไปสะดุดเข้ากับทางต่างระดับและล้มหงายหลังลงไปยังอุโมงค์เล็ก ๆ อีกแห่งหนึ่ง....
เมื่อเงาเห็นว่าเหยื่อพลาดท่าล้มลงก็พุ่งเข้าโจมตีหมายเอาชีวิตทันที แต่ผิดคาดที่เงาที่สามารถทะลุทะลวงกำแพงหินได้กลับไม่สามารถผ่านเข้าไปยังอุโมงค์นี้ได้ เหมือนรอบ ๆ อุโมงค์เล็ก ๆ แห่งนี้มีปราการที่แข็งแกร่งที่สุดคอยคุ้มครองอยู่ เมื่อโฮเอนไฮม์ตั้งสติได้ก็เข้าใจขึ้นมาทันที....
“...เป็นอะไรไป ไม่เข้ามาแล้วเหรอ...หือ..”
เงาจำร่างที่อยู่เบื้องหน้าได้ทันที “....ร่างนั่น....แวน โฮเอนไฮม์....?...”
“....ดูเหมือนว่านายจะมาได้แค่นี้นะ นายคงจะตายล่ะสิถ้าข้าม “เขตแดน” นี้มา.....เหมือนกับตอนนั้นที่นายยังอยู่ในหลอดทดลอง (ถ้าออกจากหลอดแล้วจะตาย)...”
“นายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้นอกจากในอุโมงค์และใจกลางเมืองเซ็นทรัล....ฉันเดาได้ใกล้เคียงหรือเปล่า....”
เมื่อเห็นว่าเงาไม่ยอมตอบคำถามโฮเอนไฮม์ก็รู้ทันทีว่าตนมาถูกทางแล้ว ชายหนุ่มถามเงาว่าโกรธอยู่ใช่หรือเปล่า เงาตอบว่า...
“....ไม่มีความโกรธในตัวฉัน....ไม่ใช่แค่ความโกรธ....ทั้งราคะ...ความเฉื่อยชา...ความละโมบ....ความกระหาย...ความริษยา....ความรู้สึกเหล่านั้นต่างถูกแบ่งแยกออกจากท่านพ่อ....ชื่อของฉันคือ...ไพรด์ (ความหยิ่งทะนง)...”
“เข้าใจแล้ว...ไพรด์สินะ...คนเรามีบาปอยู่เจ็ดประการ...ราคะ...ความเฉื่อยชา...ความละโมบ....ความกระหาย...ความริษยา....ความโกรธ...และสุดท้าย..ความหยิ่งทะนง....นายเป็นบาปประการแรกที่เจ้านั่นกำจัดออกมา แล้วเรียกนายว่า ไพรด์.....ท่านพ่อของนายสร้างนายขึ้นมามีรูปร่างเหมือนตอนที่ตัวเองอยู่ในหลอดทดลอง....บอกได้เลยว่าชื่อที่หมอนั่นตั้งให้นายสื่อถึงรูปร่างของนายได้เหมาะเจาะพอดี....ตอนที่ยังอยู่ในร่างเดิม...ในหลอดทดลอง...หมดนั่นเต็มไปด้วยความหยิ่งยะโส...”
แล้วโฮเอนไฮม์ก็ฝากให้ไพรด์บอกท่านพ่อว่า “ทาสหมายเลข 23” จะไปหา ให้ท่านพ่อเตรียมตัวไว้ให้ดี...
ไพรด์นำข้อความไปบอกท่านพ่อตามที่โฮเอนไฮม์ท้าเอาไว้ ท่านพ่อรับคำท้าพร้อมยิ้มอย่างท้าทาย...
“...ได้เลย...แล้วฉันจะรอ...แวน โฮเอนไฮม์...”
เมื่อโฮเอนไฮม์กลับไปพบพวกโรเซ่ ชายหนุ่มก็บอกให้พวกโรเซ่เตือนทุกคนถึงอันตรายของบ่อพิษแห่งนี้ โรเซ่ถามถึงเหตุผลที่โฮเอนไฮม์รุกล้ำเข้าไปยังเขตหวงห้าม โฮเอนไฮม์ยิ้มอย่างมั่นใจพร้อมตอบว่า “...ผมตั้งใจ..ไปประกาศสงคราม...”
ที่ทางเหนือ ป้อมปราการบริกส์ ทหารสังเกตการณ์รายงานว่ากองทับดราชม่าประกาศสงครามกับบริกส์แล้ว บัคคาเนียร์สงสัยว่าดราชม่าประกาศสงครามทั้ง ๆ ที่รู้ถึงความแข็งแกร่งของป้อมปราการแห่งบริกส์ (โอลิเวียร์) ได้อย่างไร...
คนที่นำข่าวสำคัญที่ว่า...ตอนนี้กองทัพบริกส์ขาดผู้นำที่เข้มแข็งอย่างโอลิเวียร์...ไปบอกกับกองทัพดราชม่า คือ คิมลี่ย์ ที่หายสาบสูญไปหลายวันนั่นเอง
คิมลี่ย์เข้าร่วมกับพวกดราชม่าประกาศสงครามกับบริกส์ในขณะที่ตอนนี้ทางอเมสทริสกำลังระส่ำระส่ายเพราะต้องรับศึกทั้งทางภาคใต้และภาคตะวันตก...ส่วนกองทัพทางเหนือก็อ่อนแอลงเมื่อขาดผู้นำ....ทั้งหมดก็เพื่อให้บรรลุแผนการ “สลักรอยเลือดไว้บนเทือกเขาบริกส์” ของพวกโฮมุนคูลัส....
พวกอัลได้ไปหลบภายยังแคมป์ของพวกอิชวาล ระหว่างนั้นอัลพยายามเรียนวิชาเหลียนตันจากเหม่ย (แต่ท่าทางไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ^^’) มาร์โกช่วยตรวจและรักษาชาวอิชวาลในแคมป์ โยกิเล่นกับเด็ก ๆ คิเมร่าตนหนึ่งกำลังผ่าฟืน ส่วนซันปาโน (คิเมร่าอีกตน) แอบโทรศัพท์ส่งข่าวของพวกอัลไปยังเอนวี่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตัวเอง....
เมื่อเอนวี่รู้ข่าวก็แสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ด้วยความตื่นเต้น
“.......มีเรื่องสนุกให้ทำแล้วสิ.....” เอนวี่พูดขณะที่ราธนั่งอยู่ข้าง ๆ ทั้งคู่ยิ้มด้วยความพอใจกับข้อมูลใหม่ที่ได้...
.....ขอมูลลับรั่วไหลถึงศัตรู....เงื้อมมือของพวกโฮมุนคูลัสใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว...!!!
จบไปอีกตอนแล้ว เนื้อเรื่องก็เข้มข้นขึ้นทุกที ตอนหน้าพวกโฮมุนคูลัสจะเริ่มจู่โจมแล้ว คงจะลุ้นน่าดู โชคร้ายตรงที่ช่วงนั้นมีสอบพอดี เซ็งง่ะ เฮ้อ
ปล. อยากเปลี่ยนธีมง่ะ แต่ขี้เกียจนั่งแกะโค้ด ไม่ได้เปลี่ยนมาครึ่งปีแล้วมั๊ง ก็คงจะเปลี่ยนเร็ว ๆ นี้แหละ (รอไอเดียก่อน หุหุ) เพราะถ้าไม่เปลี่ยนตอนนี้ก็คงไม่ได้เปลี่ยนอีกนานนนนนนนน เพราะปีหน้าท่าทางเรียนหนักมิใช่น้อย T[]T
พบกันใหม่เอนทรี่หน้า บายงับ
My Spoilers
My Projects


ตอนมี้ผมทำบล็อค รวบรวมเสร็จแล้ว ยังไงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ลองเข้ามาแวะชมให้กำลังใจสนับสนุนด้วยนะครับ เล็ก ประพันธ์http://lekprapan.exteen.com/
#1 By lekprapan on 2007-12-21 13:08