ในที่สุดก็แปลจนเสร็จ  หลังจากไม่ได้แปลมาอาทิตย์กว่าๆ เพราะงานยุ่งเลยแปลค้างไว้  พอเคลียร์งานเสร็จต้องรีบมาลงก่อนเลย  เพราะงานระลอกใหม่กำลังจะมา 555

 

 ตอนนี้ที่นี่กำลังจะเข้าหน้าหนาวแล้วจ้า  เริ่มหนาวแล้วง่ะ  เมื่อวานซืนโดดเรียนภาษา (เลวเกิ๊นนนน)  เพราะเพื่อนชวนไปกินอาหารจีนในเมือง (เพื่อนบอกว่าถูกใช้ได้  เราก็โอเคนะเคอะ อิอิ)   พอไปถึง  กำ  ร้านปิด  เศร้าเลยทีนี้

 

เลยไปหาอะไรกินที่อื่นแทน  แต่ร้านที่จะไปไม่มีร้านไหนเปิดเลย (กำลังจัดร้านกันอยู่)  สุดท้ายก็ไปลงเอยที่แมค (สิ้นคิดจริง ๆ -__-')

 

ขอบอกว่าแพงมากกกก  ไม่อร่อยอีกต่างหาก  สั่งชุด Fillet o Fish (แมคฟิชบ้านเรา)  พอแกะกล่องดู  กำ  เบอร์เกอร์ลูกเล็กโพด ๆ เท่าซาลาเปาลูกเล็กเซเว่นเลย  แถมเฟรนช์ฟรายด์ก็แข็งมากมาย  ราคาก็นะ... 3.49  แม่เจ้า  พอคิดเป็นเงินไทยแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่โดดเรียนเพื่อแมค.... 245 บาท  แพงเกิ้นนนน

 

ความซวยอยู่ที่ขากลับล่ะ  ด้วยความงกของพวกเราก็เลยเดินไปรอรถบัสมหาลัย (ฟรี) ที่ป้ายรถเมล์  อากาศหนาวมาก  ลมก็แรง  รอไป 45 นาทีก็ยังไม่มา (ไหนบอกว่ามาทุก 15 นาทีไงฟระ แง่งงงง)  รอจนจะแข็งตายแล้ว  ก็เลยนั่งรถเมล์ธรรมดากลับแทน (เที่ยวละ 90 p หรือ 63 บาท  แพงอีกเช่นกัน  อะซิก ๆๆ )

 

สงสัยกรรมสนองที่โดดเรียนแหง  เฮ้อออออ

 

บ่นยาวแระ  เข้าเรื่องดีกว่าเนอะ  (ก่อนจะโดนคนอ่านเขกหัว -_-)




จากคราวที่แล้ว  ทามะจังโดนฝาแฝดขโมยซีนหมด  คราวนี้ทามาะจังกลับมาทวงตำแหน่งพระเอกคืนแล้วค่ะ  ลองไปอ่านในสปอยดูได้ หุหุ


คำเตือน : สปอยรวดเดียวสิบตอนก็เลยค่อนข้างยาวอะค่ะ  คงจะอ่านจนมึนไปเลยทีเดียว ^^' (รูปก็คงจะโหลดนรกอยู่  นับ ๆ แล้วได้ 43 ภาพ -- หวังว่าคงไม่มากไปนะ -w-")







โรงเรียนโอรังกำลังจะจัดการแข่งขัน (สุดเวอร์) ขึ้นอีกครั้ง  โดยมี ผอ. (พ่อของทามากิ) เป็นตัวตั้งตัวตี  ทันทีที่คุเสะรู้ข่าวก็เข้าไปท้าชมรมโฮสต์ให้มาแข่งขันกับชมรมของตัวเอง  ทามากิรับคำท้าและได้ไปหาพ่อที่ห้องทำงานเพื่อถามรายละเอียดของการแข่งขัน



รูปแรกเป็นรูปเปิดตอนจ้า (ไม่เกี่ยวกับคำบรรยายเล้ย)

 

 

 

เมื่อพวกชมรมโฮสต์ได้ฟังคำอธิบายเรื่องการแข่งขัน  ต่างก็เพ้อฝันไปต่าง ๆ นานา (เข้าข้างตัวเองทั้งนั้น 555)  แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อชมรมโฮสต์ต้องแยกเป็นสองทีมและแข่งขันกันเอง


(อันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับคำบรรยายอะ  เป็นรูปคอสเพลย์ประจำตอน ^^')

 

 

 

ทีมขาว  ----  เคียวยะ  คาโอรุ  ฮันนี่
ทีมแดง  ----  ทามากิ  ฮารุฮิ  ฮิคารุ  โมริ
(แยกคู่วายสองคู่ซะงั้น ^^’)

ทีมขาวทั้งสามคนแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนพวกทีมแดงขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน (ก็ทีมขาวมีแต่คนน่ากลัวนี่เนอะ เหอเหอ)

 

 

 

หลังจากประกาศข่าวเรื่องงานกีฬาลงหนังสือพิมพ์อย่างครึกโครม  นักเรียนโอรังก็ถูกแบ่งเป็นฝ่ายขาวและฝ่ายแดง

ทีมขาว (ตัวละครสมทบ)  ----   โจโนะอุจิ  อายาเมะ (สาวแว่นห้องทามากิ) , มัตสึไดระ  โทชิโยริ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นประธานนักเรียน)  ,  มิสึยาม่า  คานัน (แฟนคุเสะ) , เรโกะ (ชมรมเวทย์มนตร์ดำ)

 

 

 

ทีมแดง (ตัวละครสมทบ)  ----  เรนเกะ ,  เนโกะซาว่า  ,  คาซาโนดะ

(รู้สึกว่าทีมขาวจะมีแต่พวกร้ายลึกนะ ^^’)

สมาชิกแต่ละทีมต่างร่วมประชุมวางกลยุทธ์ในการแข่งขันอย่างขะมักเขม้น  โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “ชัยชนะ”!!

 

 

 

เมื่อถึงวันแข่งขัน  รันกะ  มิซึสุ และ Mei ก็มาร่วมงานด้วยในฐานะคนดู  ทั้งสามต่างตกตะลึงในความอลังการ (และติงต๊อง) ของงานกีฬาสีโอรัง

การแข่งขันดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยที่ทีมแดงของทามากิกำลังตกเป็นรอง  แต่ทามากิซึ่งเป็นหัวหน้าทีมก็สามารถปลุกใจให้สมาชิกในทีมมีใจสู้ขึ้นมาอีกครั้งได้สำเร็จ ...

 

 

 

แถมจ้า

ชอบคู่นี้อะ อิอิ

เฮ้อ  จะทำไงกับฮันนี่เซนไปดีเนี่ย

ทั้งโลลิ...โชตะ  แถมยังโมเอะ อีก ^^

 

 

 

 

การแข่งขันดำเนินมาจนถึงรอบตัดสิน  ซึ่งทั้งสองทีมส่งตัวแทนออกมา วิ่งผลัด    ทีมแดงและทีมขาวแข่งกันอย่างสูสีจนมาถึงไม้สุดท้าย....  ทามากิ และเคียวยะ   ทั้งคู่วิ่งอย่างสุดฝีมือ  และสุดท้ายคนที่คว้าชัยชนะแบบฉิวเฉียดไปก็คือ.....

(ดูรูปกันเอาเอง อิอิ)

 

 

 

รูปเปิดตอนจ้า

 

 

 

คอสเพลย์  (ทามะจังหายไป =[]=)

 

 

 

เพราะว่าทีมของตัวเองแพ้ในการแข่งกีฬา  ทามากิจึงต้องนุ่งผ้าเตี่ยวในชมรมโฮสต์ตามสัญญา (คนอื่นคอสเพลย์เป็นธีมสกอตแลนด์  ^^’)  เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาลูกค้าสาว ๆ ได้อย่างล้นหลาม  (เราเองก็อยากจะกรี๊ดนะ...กรี๊ดเพราะเฮียรั่วมากมาย  ยังจะรั่วได้อีกมั๊ยเนี่ย  ทามะจังลูกแม่ เหอเหอ)

 

 

 

โมริได้ให้อาหารทานูกิตัวหนึ่ง  ทานูกิตัวนั้นจึงมาตอบแทนบุญคุณ  (แต่ดูเหมือนจะสร้างความวุ่นวายให้ชมรมมากกว่า)  ระหว่างภารกิจ “ตามล่าทานูกิ”  ฮารุฮิก็แสดงความรู้สึกดี ๆ ต่อทามากิออกมาระหว่างคุยกับฝาแฝด  ฮิคารุถึงกับหึงจนออกนอกหน้าและผละออกจากวงสนทนาไปดื้อ ๆ

คาโอรุตามพี่ชายฝาแฝดไปด้วยความเป็นห่วงเพราะฝนกำลังจะตก  ฮิคารุระบายออกมาอย่างเหลืออดว่า

“....ตอนนี้ฮารุฮิเอาแต่พูดถึงนายท่าน...ถึงฉันจะชอบแล้วก็เป็นห่วงนายท่าน...ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหม   เพราะพวกเราสนิทกับนายท่านมานานกว่าฮารุฮิ...อีกอย่างถ้าไม่มีนายท่านก็คงไม่มีโฮสต์คลับอย่างนี้หรอก...”

“....แต่...ทำไมนะ...พอฮารุฮิ....ตอนนี้ฉันรู้สึกขัดใจมาก ๆ เลย.....ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน....”


คาโอรุจึงตัดสินใจบอกพี่ชายว่า

“เพราะนายรักฮารุฮิไงล่ะ....นายรักฮารุฮิในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง....เพราะอย่างนั้นนายถึงได้หึงนายท่าน...”

ฝาแฝดทั้งสองคนระบายความในใจท่ามกลางสายฝน......

 

 

 

ในที่สุดโฮสต์คลับก็หาทานูกิเจอ (ในห้องชมรม)  ทานูกิตัวนั้นชอบโมริมาก  โมริจึงรับไปเลี้ยงที่บ้าน

เมื่อทามากิอยู่กับเคียวยะตามละพัง  ทามากิก็บอกเคียวยะว่าตนจะไม่ไปทริปฝรั่งเศสกับพวกปีสอง  (ลืมเล่าว่าโอรังจัดทริปให้นักเรียนปีสองไปเที่ยวฝรั่งเศส สมาชิกโฮสต์คลับจึงเป็นห่วงทามากิ  เพราะคิดว่าทามากิจะต้องสะเทือนใจเรื่องแม่อย่างแน่นอน...)  และขอให้เคียวยะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ  เพราะไม่อยากให้ทุกคนในชมรมเป็นห่วง....



ในวันออกเดินทาง  เคียวยะบอกเพื่อน ๆ ปีสองว่าทามากิมาไม่ได้เพราะท้องเสีย  ทำเอาสาว ๆ เสียดายไปตาม ๆ กัน  (แต่ทามากิกลับกระดี๊กระด๊าอยู่ที่บ้านตัวเอง 555)

 

 

 

คาโอรุรู้สึกผิดที่เผยความในใจกับฮิคารุในวันฝนตก  ทำให้ฮิคารุแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด  คาโอรุจึงมาปรึกษาฮันนี่ที่บ้าน  ฮันนี่เตือนสติคาโอรุว่า...

“...คาโอะจังเอาแต่พูดว่า ฮิคารุอย่างนั้น....ฮิคารุอย่างนี้.....  แล้วตัวเองล่ะ...คาโอะจังเองก็รู้สึกทรมานไม่น้อยไปกว่าฮิกะจังไม่ใช่หรือ....ผมรู้นะว่าคาโอะจังเป็นห่วงฮิกะจังจริง ๆ  แต่ว่านะ...ผมคิดว่า...คนที่ไม่แคร์ความรู้สึกของตัวเองน่ะไม่สามารถปกป้องใครได้หรอก....”

“....คาโอะจังต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง....คาโอะจังรู้ดีนี่ว่าฮิกะจังไม่มีความสุขหรอกที่คาโอะจังทำร้ายตัวเองอย่างนี้....คาโอะจังอยากจะทำอะไรกันแน่...ตอนนี้เลิกคิดเรื่องฮิกะจังกับทามะจังชั่วคราวดีกว่านะ....”

 

 

 

ส่วนฮิคารุเมื่อได้รับเมลจากฮันนี่ว่าคาโอรุอยู่ที่บ้านฮันนี่ก็ไปหาโมริที่บ้าน   โมริแนะนำให้ฮิคารุเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้อง   ฮิคารุรู้ตัวแล้วว่าตัวเองหลงรักฮารุฮิจึงได้แต่สับสน  ทำอะไรไม่ถูก  เพราะฮิคารุไม่รู้ว่าคาโอรุรู้สึกอย่างไรกับฮารุฮิกันแน่.....

 

 

 

วันรุ่งขึ้นฝาแฝดมีท่าทางแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด  ฮิคารุไม่กล้าสบตาหรือแม้แต่คุยกับฮารุฮิตามปกติ  ส่วนคาโอรุก็ร่าเริงเกินเหตุจนฮารุฮิถามด้วยความห่วงใยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง  คาโอรุทำเป็นกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร...

 

 

 

ตอนพักเที่ยงฮิคารุตามหาคาโอรุ  และได้เห็นคาโอรุตะโกนคุยกับฮารุฮิ (ที่กำลังขุดมันอยู่กับชมรมปลูกผักของคาซาโนดะอยู่)  สีหน้าของคาโอรุมีความสุขมาก  เหมือนคนมีความรัก  ฮิคารุจึงพูดกับคาโอรุตรง ๆ ว่าคาโอรุเองก็คงชอบฮารุฮิเช่นกัน  ฮิคารุเสนอคาโอรุให้รับฮารุฮิมาเป็นลูกบ้านฮิตาจิอิง...

“...พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไงล่ะ....”

 

 

 

“...นายบ้าหรือเปล่าฮิคารุ  เราไม่ใช่เด็กที่กำลังเล่นพ่อแม่ลูกนะ   เรารับเลี้ยงฮารุฮิไม่ได้อยู่แล้ว...ชั้นเอือมกับความคิดเด็ก ๆ ของนาย จริง ๆ.....พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป..นายพอใจอย่างนั้นเหรอ...นายกำลังหมายความว่านายอยากจะแบ่งฮารุฮิกับฉันนะ....ฉันไม่อยากแบ่งฮารุฮิให้ใคร...ทั้งนายแล้วก็นายท่านด้วย....ยิ่งถ้านายยังรู้สึกต่อเธอครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้  ฉันไม่มีวีนยกฮารุฮิให้นายเด็ดขาด....”

คาโอรุตะคอกใส่ฮิคารุ  ฮิคารุถึงกับทำอะไรไม่ถูก.....


ย่าของทามากิรู้สึกพอใจที่ทามากิไม่ไปทริปฝรั่งเศสกับเพื่อน ๆ  เพราะคิดว่าอย่างน้อยทามากิก็เข้าใจสถานภาพของตัวเอง.....หากทามากิตัดสินใจจะเป็นผู้สืบทอดของสุโอก็ควรจะเลิกทำตัวงี่เง่าไปวัน ๆ สักที  “...ถ้าไม่...ฉันก็จะจัดการตามวิธีของฉัน....”  ย่าทามากิพูดด้วยสีหน้าเย็นชา....

 

 

 

เคียวยะปลีกตัวออกมาพบลูกน้องเพื่อตามหาแม่ทามากิด้วยความเป็นห่วงเพื่อน  แต่เจ้าตัวยังทำเป็นปากแข็งโดยบอกทุกคนว่าทำเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น...


รอยร้าวระหว่างฝาแฝดลึกขึ้นเรื่อย ๆ  ที่โรงเรียนคาโอรุเกาะติดกับฮารุฮิ  ฮิคารุจึงต้องไปไหนมาไหนกับฮันนี่และโมริ  ข่าวเรื่องฝาแฝดทะเลาะกันแพร่สะพัดไปทั่วโอรัง  สร้างความประหลาดใจและกังวลให้กับทุกคน

แม้แต่เร็นเกะยังหมดไฟที่จะเขียนโดจินเลยนะ หุหุ

 

 

 

 

คาโอรุคิดถึงคำพูดของฮันนี่  “จริง ๆ แล้วคาโอะจังอยากทำอะไรกันแน่...”  แล้วตัดสินใจชวนฮารุฮิไปเดทที่สวนสนุก  โดยกำชับให้ฮันนี่พา (ลาก) ฮิคารุไปที่สวนสนุกให้ได้แม้ว่าฮิคารุจะไม่ต้องการก็ตาม...

คาโอรุแกล้งทำเป็นสนุกสุดเหวี่ยงเมื่ออยู่ที่สวนสนุก  แต่ฮารุฮิรู้ดีว่าจริง ๆ แล้วคาโอรุรู้สึกเจ็บปวด  หญิงสาวจึงชวนคาโอรุกลับบ้าน  คาโอรุถามว่า

“มาแค่สองคนไม่สนุกเหรอ....”
“...เปล่าหรอก  แต่คนที่ไม่สนุกน่ะคือเธอต่างหากคาโอรุ...”  ฮารุฮิตอบ..


คาโอรุเห็นว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถปิดบังความรู้สึกต่อฮารุฮิได้จึงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า

“...ฮารุฮิ...ฉันทึ่งเธอจริง ๆ...”
“...ฉันรักเธอ....”
คาโอรุบอกรักฮารุฮิหลังจากคิสหญิงสาวที่แก้ม
ฮิคารุเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจึงวิ่งหนีไปด้วยความสับสน....

 

 

 

“...แต่สำหรับฉัน...ฮิคารุสำคัญมากกว่า...” คาโอรุเผยความในใจออกมาหลังบอกรักฮารุฮิ  ในใจคาโอรุเฝ้าคิดถึงคำสอนของฮันนี่ตลอดเวลา..

...รุ่นพี่ฮันนี่  ผมทำดีที่สุดแล้ว...ผมรักฮารุฮิก็จริง  แต่คงจะดีกว่ามากหากฮิคารุได้พบความรักและโบยบินออกสู่โลกกว้าง  ผมเคยคิดว่าคงจะดีหากความสัมพันธ์ของเราเป็นอย่างนี้ตลอดไป..แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าหากยังอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ฮิคารุก็จะไม่มีวันค้นพบความสุขที่แท้จริง....แม้ว่าผมจะตระหนักเรื่องนี้มานานแล้ว  แต่การต้องแยกจากกันคงจะเหงามากแน่ ๆ ....ผมแสร้งทำเป็นผู้ใหญ่  เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจคนอื่น  แต่จริง ๆ แล้วผมก็ยังเป็นเหมือนเมื่อก่อน...เป็นเด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัวที่เอาแต่พึ่งฮิคารุ....”

...ฮิคารุ..ได้โปรดรักษาเอาไว้ให้ได้นะ (น่าจะเป็นรักษาความรักที่มีต่อฮารุฮิ)  ฉันต้องการเห็นรอยยิ้มจากใจของฮิคารุ  ไม่ใช่แค่ยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความกังวล....ฉันแค่ต้องการให้ฮิคารุเป็นอิสระเสียที.......


ทามากิมาหาพ่อที่บริษัททำให้พ่อแปลกใจมาก  ทามากิบอกพ่อด้วยน้ำตานองหน้าว่า

“...ผมจะทำอะไรดี....น่าเบื่อจังเลย...” (ก็เล่นเก็บตัวอยู่คนเดียวนี่นา  ไฮเปอร์อย่างทามะจังก็ต้องเบื่ออยู่แล้ว -3-)

 

 

 

คาโอรุไปส่งฮารุฮิที่บ้าน  ก่อนจากกันคาโอรุบอกว่าจะไปหาฮิคารุ  ฮารุฮิจึงเตือนให้คาโอรุเชื่อมั่นในตัวพี่ชาย

“คาโอรุ  เธอน่ะใจดีก็จริง  แต่ก็เห็นแก่ตัวด้วย  ถ้ายังเล่นตลกกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้ในไม่ช้าเธอจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวแน่ ๆ   ฮิคารุน่ะคิดถึงจิตใจเธอมากนะ...ฉันเชื่อในตัวฮิคารุ....”

ฮารุฮิเป็นห่วงฝาแฝด  ในใจคิดถึงทามากิ  เพราะทามากิจะต้องรู้วิธีแก้ปัญหานี้อย่างแน่นอน....

 

 

 

คาโอรุมาหาฮิคารุที่บ้านโมริ  โมริกับฮันนี่บอกว่าฮิคารุเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องหลังจากกลับจากสวนสนุก  พอคาโอรุเข้าไปหาบอกว่ามาขอคืนดี  ฮิคารุก็ตะคอกใส่ว่า

“เลิกล้อเล่นเสียที...ตอนนี้นายจะพูดอะไรได้....”  ฮิคารุยังพูดไม่ทันจบก็ถูกคาโอรุคิส  ฮิคารุถึงกับอึ้งกับการกระทำของน้องชาย

 

 

 

คาโอรุบอกคู่แฝดว่าตนตัดใจจากฮารุฮิแล้ว  ขอให้ฮิคารุพยายามต่อไปให้ดีที่สุด  ฮิคารุไม่เห็นด้วยเพราะรู้ว่าคาโอรุก็ชอบฮารุฮิเช่นกัน  คาโอรุจึงบอกว่าตนชอบฮารุฮิก็จริง  แต่ความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวไม่ได้ลึกซึ้งเท่าความรู้สึกของฮิคารุ  คาโอรุไม่ได้ต้องการครอบครองฮารุฮิเหมือนที่ฮิคารุต้องการ

“...พยายามเข้านะฮิคารุ....ฉันจะเอาใจช่วย.....”

 

 

 

ระหว่างทางกลับบ้านคาโอรุบอกฮิคารุว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปให้แยกห้องนอน  และเลิกขายความสัมพันธ์แบบคู่แฝดในชมรม  เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ค้นหาสิ่งสำคัญที่แท้จริง  ฮิคารุและฮันนี่ต่างก็กังวลเรื่องการตัดสินใจของคาโอรุ  แต่โมริกลับบอกว่าฮิคารุจะต้องแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน  เพราะถึงอย่างไรฮิคารุก็เป็นพี่ชายของคาโอรุ....

 

 

 

วันรุ่งขึ้นคาโอรุตื่นมาพบกับฮิคารุที่ย้อมผมเรียบร้อย  ฮิคารุทักทายน้องชายอย่างร่าเริง  แล้วฮิคารุก็บอกคาโอรุว่า

“คาโอรุนายรู้ไหม...การจะทำให้คนอื่นแยกแยะเราสองคนได้น่ะง่ายนิดเดียว  แค่เปลี่ยนลุคก็พอแล้ว...ทำแบบนี้เร็วกว่าด้วยจริงไหม....จนถึงตอนนี้พวกเราคิดว่าที่คนอื่นแยกเราไม่ออกเพราะพวกนั้นงี่เง่า  แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพราะพวกเราไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นต่างหาก....ดังนั้นถ้านายต้องการจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ฉันก็ยินดี...จะแยกห้องนอนก็ได้....หรือจะแยกกันทำงานในชมรมฉันก็ไม่ขัด...แต่ถึงจะทำอย่างนั้นพวกเราก็ยังเป็นฝาแฝดอยู่ดี....”

“คาโอรุ  ฉันว่านายคิดผิด  แน่นอนว่าจนถึงตอนนี้พวกเราทำตัวผิดมาตลอด  จนกระทั่งได้พบฮารุฮิ  การที่นายจะแก้ปัญหาเรื่องที่พวกเราไม่ยอมรับคนอื่นด้วยวิธีนี้น่ะมันผิด...มันจะฆ่าความรู้สึกของนาย...การบังคับให้เราทั้งคู่แยกกันอยู่เป็นทางออกที่ดีแล้วหรือ.....”

 

 

 

“...คาโอรุ...พวกเราเป็นฝาแฝด....เป็นพรที่แสนวิเศษไม่ใช่หรือไง....คนทั่วไปต้องเผชิญหน้ากับอนาคตตามลำพัง  แต่พวกเราสามารถเดินไปพร้อมกันได้  พวกเราไม่ได้เป็นภาระของกันและกันหรอกนะ....จากนี้ไปพวกเราจะคอยสนับสนุนให้อีกฝ่ายทำแต่สิ่งดี ๆ .... ถ้าเรายังไม่ลืมสิ่งนี้...ในอนาคตจะมีเรื่องสนุก ๆ จากผู้คนรอบข้างรอเราอยู่ถึงสองเท่าเลยนะ....นั่นเป็นเหตุผลที่เราจะต้องอยู่ด้วยกันต่อไป....นายไม่คิดเหรอว่านี่เป็นเหตุผลที่พวกเราเกิดมา....”

 

 

 

ในที่สุดฝาแฝดก็ปรับความเข้าใจกันได้  ทั้งคู่เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและเรื่องก็จบลงด้วยดี.....



เคียวยะพยายามหาเบาะแสของแม่ทามากิที่ฝรั่งเศสแต่ก็ยังไม่พบร่องรอย  เมิ่อลูกน้องบอกให้พักบ้าง  เคียวยะก็พูดว่าตอนนี้ทามากิอยู่ที่ญี่ปุ่น  ตัวเองอยากมอบของฝากแสนวิเศษให้ทามากิเมื่อกลับบ้าน...


ฮารุฮิพยายามติดต่อเคียวยะแต่โทรไปก็เจอแต่เครื่องฝากข้อความ  ฮารุฮิพกมือถือติดตัวตลอดเวลาเผื่อเคียวยะติดต่อกลับมา  ในใจเต็มไปด้วยความเป็นห่วงทามากิ....

“รุ่นพี่ทามากิ...สงสัยจังว่ารุ่นพี่จะรู้สึกอย่างไรที่ต้องไปฝรั่งเศส....”  (ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วทามากิยังอยู่ที่ญี่ปุ่น ^^’)

 

 

 

ทามากิกำลังเหงาสุด ๆ เพราะคนงานที่บ้านพากันกลับบ้านเกิดกันหมด  (พวกคนงานคิดว่าทามากิจะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ  ทุกคนจึงลาพักร้อนทิ้งให้ทามากิอยู่คนเดียว)   แถมยังเอาอังตัวเน็ต (หมาของทามากิ) ไปเที่ยวด้วย

ทามากิคิดถึงสิ่งที่ชิมะบอกตนเมื่อยู่ตามลำพัง  ชิมะถามทามากิว่าที่ทามากิตัดสินใจไม่ไปฝรั่งเศสเพราะเรื่องแม่ใช่หรือไม่  

“...ถ้าคุณหนูพบคุณแม่ที่ฝรั่งเศสก็จะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับผู้นำตระกูล (ย่าทามากิ)   ดิฉันก็แค่เป็นห่วงคุณหนู  จนถึงตอนนี้คุณหนูเอาแต่ทำตามที่ท่านผู้นำตระกูลต้องการเพื่อคุณแม่  คุณหนูคะ...คุณหนูเคยคิดไหมว่าจะเอายังไงเรื่องสืบทอดตระกูลสุโอ...คุณหนูอยากจะทำอะไร....ท่านทามากิควรจะคิดได้แล้วว่าตอนนี้ต้องการทำอะไร..มีอะไรบ้างที่คุณหนูควรจะทำ....ดิฉันคิดว่าระหว่างช่วงพักร้อนนี้คุณหนูน่าจะคิดถึงเรื่องนี้ได้แล้ว....”

 

 

 

ทามากิพยายามทำตามคำแนะนำของชิมะ  แต่ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่  ทามากินัดกินข้าวกับพ่อ  ในใจก็คิดเรื่องนี้ตลอดเวลา  พ่อเห็นว่าทามากิท่าทางหงอย ๆ จึงแซวทามากิเรื่องสมัยเด็กและเรื่องฮารุฮิ  ทามากิตื่นตัวขึ้นมาทันทีที่พ่อพูดถึงหญิงสาว  ทันใดนั้นเองพนักงานเสิร์ฟก็ทำอาหารหกรดกระโปรงของลูกค้าคนหนึ่ง  ลูกค้าคนนั้นต่อว่าพนักงานเสิร์ฟอย่างรุนแรง

ทามากิแสดงความเห็นใจพนักงานอย่างออกนอกหน้าพร้อมจะเข้าไปช่วย  แต่ก็ถูกพ่อห้ามไว้  พ่อบอกให้กลับไปนั่งที่และห้ามยื่นมือเข้าไปยุ่งเด็ดขาด

“ธุรกิจน่ะไม่เหมือนกิจกรรมชมรมหรอกนะ....ลูกจะใช้อุดมคติในการตัดสินใจไม่ได้...ถ้าเข้าใจแล้วก็นั่งลงซะ...”  ทามากิจำใจทำตามคำสั่งพ่อแต่โดยดี....

 

 

 

พ่อทามากิเสนอให้ทามากิเข้ามาช่วยดูแลกิจการโรงแรมที่กำลังขยายตัว  โดยพ่อเตือนทามากิล่วงหน้าว่าโลกธุรกิจที่ตนเสนอให้กับลูกชายนั้นเป็นโลกแสนเศร้าที่ไม่มีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย....

 

 

 

เย็นวันนั้นขณะที่ฮารุฮิกำลังกลับบ้าน  เคียวยะโทรมาหาฮารุฮิถามว่ามีธุระอะไรหรือเปล่า  ฮารุฮิกำลังจะถามถึงทามากิ  พอเคียวยะได้ยินชื่อทามากิก็บอกฮารุฮิว่า  ทามากิท้องเสียจึงต้องอยู่แต่ในโรงแรมตั้งแต่มาถึงฝรั่งเศส....

ขณะที่ฮารุฮิกำลังพูดกับเคียวยะ  ที่หน้าบ้านของหญิงสาว...ทามากิ (ที่น่าจะกำลังท้องเสียอยู่ที่ฝรั่งเศส) ก็ปรากฏตัวขึ้น  ทั้งทามากิและฮารุฮิต่างก็ตกใจที่พบกับอีกฝ่ายโดยไม่คาดคิด....


เคียวยะพอจะเดาสถานการณ์ด้านฮารุฮิได้จึงแก้ตัวว่า  ทามากิปวดท้องมากจนต้องส่งกลับญี่ปุ่น  “...ฝากเธอดูแลที่เหลือด้วยนะ....”  แล้วเคียวยะก็วางสายไป

ทันทีที่วางสาย  ผู้ติดตามของเคียวยะก็แจ้งว่าพบเบาะแสบางอย่างแล้ว....พวกเขาพบว่าอดีตลูกจ้างของแม่ทามากิทำงานอยู่ที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่ง  เคียวยะจึงรีบไปหาคนคนนั้นทันที.....เมื่อได้พบกันหญิงชราอดีตลูกจ้างของแม่ทามากิก็ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของทามากิ  เมื่อเคียวยะบอกว่าทามากิร่าเริงและสบายดี  อดีตแม่บ้านก็ยิ้มและบอกว่า  ทามากิในอดีตแตกต่างจากตอนนี้มาก....

....ตอนนั้นทามากิไม่เคยยิ้มกับใครเลย  ทามากิเป็นเด็กฉลาดและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์  แต่ตั้งแต่แม่ของเขาล้มป่วยลง  ทามากิก็กลายเป็นเด็กเซื่องซึมและไม่ยิ้มให้ใครอีกเลย.....

 

 

 

 

ทามากิเข้ามานั่งในห้องรับแขกบ้านฮารุฮิ  ส่วนฮารุฮิก็ต้มข้าวต้มมาให้ทามากิกิน (เพราะเคียวยะบอกว่าทามากิปวดท้อง)  ฮารุฮิมีสีหน้าอึมครึมจนทามากิถามว่าฮารุฮิโกรธตนอยู่หรือเปล่า  เมื่อฮารุฮิตอบว่า “ไม่เชิง...”  ทามากิก็ไม่เชื่อ  ฮารุฮิจึงเล่าเรื่องที่ฝาแฝดทะเลาะกันให้ทามากิฟัง...

“...ตอนนั้นไม่ว่าจะถามเท่าไหร่  สองคนนั้นก็ไม่ยอมเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น...ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร...เมื่อเพื่อนมีปัญหาฉันไม่รู้เลยว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง....เมื่อพวกนั้นไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง  ฉันควรจะคาดคั้นให้เล่าดีไหม...ในที่สุดสองคนนั้นก็แก้ปัญหาได้...ทำให้ฉันตระหนักว่า...ฉันเรียนหนักมาตลอด...เป็นคนหัวดีก็จริง...แต่ในสถานการณ์แบบนั้นฉันกลับไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไร.....”


“....เหมือนกับตอนนี้ที่ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี....พอรู้ว่ารุ่นพี่ทามากิไม่ไปฝรั่งเศส  ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพราะเรื่องคุณแม่....ฉันควรจะคาดคั้นความจริงจากรุ่นพี่ไหม....ฉันช่วยอะไรรุ่นพี่ได้หรือเปล่า....เรื่องที่รุ่นพี่ปิดบังฉันฉันควรจะโกรธหรือเศร้ากันแน่....”  

“....ฉันควรจะบอกรุ่นพี่ดีไหมว่าฉันกังวลใจมาก....”  ฮารุฮิหน้าแดงก่ำ

 

 

 

ทามากิเห็นฮารุฮิมีท่าทางกังวลก็รีบเข้าไปหา  โดยที่ลืมไปว่ามีชามข้าวต้มวางอยู่ข้างหน้า  ทามากิจึงทำข้าวต้มกระฉอกใส่ตัวเองจนหมดชาม  ทั้งคู่ตกใจมาก  เมื่อฮารุฮิตั้งสติได้ก็พาทามากิไปล้างตัวในห้องน้ำ...

เมื่อล้างตัวจนสะอาดแล้ว  ฮารุฮิก็ขอตัวไปเอาน้ำแข็งสำหรับประคบ  และเสื้อผ้าให้ทามากิเปลี่ยน  ทามากิเดินมากุมมือฮารุฮิทางด้านหลังพร้อมบอกว่า

“...ขอโทษนะ...ขอโทษที่ปิดบังเธอ...แต่ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องมีสีหน้าเศร้าหมองเพราะฉัน...เพราะฉันจะดีใจที่สุดหากสีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม...”  แล้วทามากิก็เล่าเรื่องสมัยเด็กของตนให้ฮารุฮิฟัง....

 

 

 

 

ทามากิอาศัยอยู่กับแม่ในแมนชั่นใกล้ปารีส  ตอนนั้นทามากิชื่อว่า  Rene Tamaki Richard Grantaine  ส่วนแม่ทามากิชื่อ Anne Sophie  

....ตอนนั้นทามากิไม่เคยยิ้มกับใครเลย  ทามากิเป็นเด็กฉลาดและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์  แต่ตั้งแต่แม่ของเขาล้มป่วยลง  ทามากิก็กลายเป็นเด็กเซื่องซึมและไม่ยิ้มให้ใครอีกเลย.....

แอนเป็นห่วงทามากิจึงเรียกทามากิเข้ามาคุย  แอนถามว่าทำไมทามากิจึงไม่ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ  ทามากิเริ่มร้องไห้แล้วบอกว่าเป็นห่วงแม่....

“...แม่สบายดีจ๊ะ  หมอบอกว่าแม่แค่เป็นหวัดเท่านั้นเอง...”

ทามากิบอกแม่ว่าตนไม่มีอะไรที่อยากทำ  แอนจึงสอนทามากิว่าอย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่อย่างนี้เลย

 

 

 

“...ถึงแม่จะป่วยอย่างนี้  ก็ยังมีเรื่องมากมายที่แม่อยากทำ...และสิ่งที่แม่ต้องการเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ...ทามากิ..แม่อยากเห็นลูกยิ้มแย้มทุกวัน....ร่างกายของแม่ไม่ค่อยแข็งแรงก็จริง...แต่แม่ก็พยายามมีชีวิตอย่างดีที่สุดในทุก ๆ วัน...ทุก ๆ วันแม่จะดำเนินชีวิตด้วยรอยยิ้ม...และแม่ก็อยากให้ทุกคนรอบตัวแม่มีแต่ความสุข...”

จากวันนั้นเป็นต้นมา  ทามากิก็พยายามดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขทุกวันและมีรอยยิ้มอยู่เสมอเพื่อแม่ของเขา  มีเรื่องมากมายที่ทามากิอยากจะทำ  และเขาเชื่อว่าหากเขาดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามที่สัญญากับแม่  สักวันหนึ่งทุกคน...ทั้งเขา  พ่อ  แม่  และย่า  จะได้ร่วมวงกันหม้อไฟใต้โต๊ะทงคัตสึอย่างมีความสุข

 

 

 

“...ไม่ใช่ว่าฉันไม่คิดถึงเรื่องตระกูลสุโอ  แต่ฉันคิดว่า  ถ้าฉันยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองอยากทำอะไรกันแน่  ฉันก็คงไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้...แต่ว่านะ..ฮารุฮิ...ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าไม่ใช่แค่คุณแม่คนเดียว....ฉันอยากทำงานที่ทำให้คนมากมายมีความสุข....ดังนั้นตระกูลสุโอนี่แหละคือสถานที่ที่ฉันจะสามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองได้....”

 

 

 

ฮารุฮิรู้สึกทึ่งกับความคิดของทามากิ  เธอชื่นชมในตัวทามากิที่สามารถเปลี่ยนแปลง “ความปรารถนาที่จะให้แม่มีรอยยิ้ม”  เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมากมาย....ความปรารถนาให้ทุกคนมีความสุข....

ทามากิเห็นว่าฮารุฮิเงียบไป จึงถามหญิงสาวว่าแปลกใช่ไหมที่อยู่ ๆ ตัวเองก็เล่าเรื่องมากมายให้ฟัง  ฮารุฮิตอบจากใจจริงว่าไม่แปลกเลย...

“....ไม่แปลกหรอกนะ....ดูอย่างชมรมโฮสต์สิ...ชมรมของรุ่นพี่สร้างรอยยิ้มให้คนมากมาย...ไม่แปลกเลย  เพราะว่ามันคือความฝัน...สมกับเป็นรุ่นพี่แล้วล่ะนะ...รุ่นพี่ทามากิ..”

 

 

 

เคียวยะขอบคุณหญิงชราที่เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง  ก่อนจากกันอดีตแม่บ้านก็บอกเคียวยะว่า....ในสถานที่ที่ห่างไกลจากปารีส  มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ป่าใหญ่....ต้นเกาลัดสวยงามในฤดูใบไม้ผลิ....ในฤดูใบไม้ร่วงท้องทุ่งเต็มไปด้วยสีทองของข้าวโพด...ในอดีตจิตรกรผู้รักธรรมชาติมากมายเดินทางไปที่นั่น....


ฮารุฮิออกมาส่งทามากิที่หน้าบ้านพร้อมกับยื่นถุงใส่กล่องข้าวให้ทามากิเอากลับไปกินที่บ้าน  เพราะฮารุฮิกลัวว่าทามากิจะหิวเนื่องจากตอนนี้คนงานที่บ้านทามากิลาพักร้อนกันหมด  ทามากิยิ้มแล้วคิสฮารุฮิที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน....

 

 

 

....หญิงสาวตะลึงกับการกระทำของชายหนุ่ม  ทามากิลากลับบ้าน  ส่วนฮารุฮิยืนตัวแข็งทื่อหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย....


....ส่วนเคียวยะกำลังหงุดหงิดเพราะหลงทางอยู่ในฝรั่งเศส....

 

 

 

จบแล้วจ้า

อยากจะบอกว่าอ่านมาห้าสิบกว่าตอนเพิ่งจะเห็นทามะจังทำหน้าที่พระเอกก็คราวนี้แหละ 555

 

เอนทรี่นี้ยาวมากมาย  พอแค่นี้ก่อนดีกว่า

 

ไว้จะมาอัพใหม่น่อ

 

บายจ้า ^o^

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกก
ชอบมากๆๆ เลย
มาอัพอีกนะคะ

#1 By otaro* on 2007-10-19 22:57

อ่า...ทามากิ อดีตที่เจ็บปวด...

คิดไม่ถึงว่าจะอะไรขนาดนี้

ฮารุฮินี่เสน่ห์แรงจริงๆ
ฮ่าๆๆ

....อิจฉา.... -..-

#2 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2007-10-20 23:54

ฮารุฮิหน้าแดงอะ
น่าย้ากกกกกกกกกก!!
จะเอากลับบ้านอะ
ซึ้งกับบทฝาแฝด
เปลี่ยนชื่อเป็น
แฝดรักหักเหลี่ยมโหดดีมะ

#3 By Hisukaya on 2007-10-26 19:01

ขอบคุณค่ะที่แปลมาให้อ่าน

อ่า >O< ชอบจัง

ตอนนี้ที่ไทยออกถึงแค่เล่ม 9เอง

อดใจรอไม่ไหวแย้ววววว

#4 By tenshi (117.47.146.254) on 2008-02-02 09:55

12

#5 By (58.8.172.2) on 2008-03-09 19:41

big smile big smile น่ารักที่สุดเลย ชอบโฮสคลับทุกคนเลย แอบหวังให้พวกเขามีความสุขกันนะ
ท่านทามากิสุดยอดจริงๆ ยิ่งเห็นก็ยิ่งชอบ เจ้าชายของชั้น

#6 By BarleeKoKu (202.91.19.204) on 2008-04-09 17:50

ฉากจูบ ของฝาเเฝด น่าดูมั่กๆ ช้อบ...ชอบbig smile big smile

#7 By mook (203.157.71.163) on 2008-04-12 18:27

แม้สองเราจะเป็นพี่น้องกัน

แต่ว่าความรักมันจะมีกับใครก็ได้

เพศก็ไม่เกี่ยว เหมือนกัน

by ฮิคารุ&คาโอรุ

#8 By - (203.157.71.163) on 2008-04-12 18:32

ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ แง้ รูปออกมาไม่หมดอ่ะ

#9 By ฮิตาจิอิน (122.154.224.6) on 2008-04-15 14:30

ไอ เลิฟ ท่านเคียวยะ(สุดหล่อ)

#10 By มิกะ ไรนะ (118.172.172.28) on 2008-04-19 21:27

ฮิคารุกับคาโอรุน่ารัก
question

#11 By cat (118.172.173.1) on 2008-04-20 18:50

ช อบ เ คีย ว ยะ ที่สุ ดเ ลยยยยยยยยยยยยยยอ่ะ555+cry question

#12 By มิสะ (124.157.161.172) on 2008-05-21 19:28

thanks so much. i like this so much. Thank you...

#13 By Ae (202.28.47.11) on 2008-05-24 14:49

ชอบมากๆค่ะ เอามาอัพอีกน่ะค่ะ (อย่าลืมน่ะค่ะ)big smile

#14 By -3- (124.121.231.250) on 2008-06-12 16:56

หนุหมากค่านึกไม่ถึงว่าทั้ง2จะyขนาดนี้หุหุหุหุไว้แปลมาให้อ่านใหม่ด้วยนะฮะจะขอบคุณอย่างมากเลพฮะ ปลื้มsurprised smile

#15 By คนรักรุ่นพี่ฮันนี่ (118.174.80.53) on 2008-06-18 19:45

หนุหมากค่านึกไม่ถึงว่าทั้ง2จะyขนาดนี้หุหุหุหุไว้แปลมาให้อ่านใหม่ด้วยนะฮะจะขอบคุณอย่างมากเลพฮะ ปลื้มsurprised smile

#16 By คนรักรุ่นพี่ฮันนี่ (118.174.80.53) on 2008-06-18 19:47

ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่อุตส่าเอามาลงให้ได้อ่านกัน

สนุกมากๆ เลยหละค่ะเรื่องนี้

คาโอะกะฮิกะจังอย่าทะเลาะกันเลยนะ ดีกันอะดีแล้ว (อะไมพี่โมริของเค้ามีบทน้อยจังเลยอะ)

ขอบคุณมากค๊าบbig smile

#17 By Benjy (158.108.127.134) on 2008-07-05 09:56

ทามากิน่ารักกกกกก
ฝาแฝดก็น่ากอดดดดดดดด
ฮารุฮิจ๋า..เนื้อหอมจังนะจ๊ะquestion

#18 By K.K. on 2008-07-20 16:41

สุดยอดมากๆๆๆคร่า

อ่านปายกรี๊ดดปาย -0-

มาอัพต่อไวๆน๊าค๊า

เเหมๆๆ ฮารุจังโดนคิสปายกี่รอบละคะนั้น >//<

#19 By *~[O-Ta-Ku+JuNg]~* (58.9.2.99) on 2008-08-28 21:56

เอิ้วววว น่ารักกก

#20 By ?? (124.121.91.235) on 2008-10-14 10:21



โอ

ขอบคุณมากค่ะ

อนิเมะนี่ค้างคา ต้องมาออ่านการ์ตูนต่อ ถึงเล่มสิบก็ลงแดง ๕๕

มีตอนใหม่รบกวนส่งลิงค์มาเตือนด้วนนะจ๊ะ

จะติดตามผลงานต่อไปจ้า



#21 By kenshin_kenchu@hotmail.com (58.9.142.96) on 2008-10-18 17:49

ทามะจังงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซ
เห็นเเล้วอยากคอส
เอิ้กกกก ท่านทามากี่~~~~~~~~~~~~~~~

#22 By Mapring on 2008-11-22 19:30

พี่น้องกันพอรับไหว

แต่เพศนี่ดิ

ฮารุฮินี่มีเสน่ห์แรงมั่กมาก

#23 By ouran (125.27.215.197) on 2009-04-30 10:04

สนุกมากๆเลย ชอบจังเรื่องนี้

#24 By k-o- (202.28.51.71) on 2009-08-11 15:08