Ouran Highschool Host Club 46-55 [SPOIL] :: กรี๊สสสสสส well done ทามะจังลูกแม่ !!!
posted on 19 Oct 2007 17:32 by palmcj in Host-buในที่สุดก็แปลจนเสร็จ หลังจากไม่ได้แปลมาอาทิตย์กว่าๆ เพราะงานยุ่งเลยแปลค้างไว้ พอเคลียร์งานเสร็จต้องรีบมาลงก่อนเลย เพราะงานระลอกใหม่กำลังจะมา 555
ตอนนี้ที่นี่กำลังจะเข้าหน้าหนาวแล้วจ้า เริ่มหนาวแล้วง่ะ เมื่อวานซืนโดดเรียนภาษา (เลวเกิ๊นนนน) เพราะเพื่อนชวนไปกินอาหารจีนในเมือง (เพื่อนบอกว่าถูกใช้ได้ เราก็โอเคนะเคอะ อิอิ) พอไปถึง กำ ร้านปิด เศร้าเลยทีนี้
เลยไปหาอะไรกินที่อื่นแทน แต่ร้านที่จะไปไม่มีร้านไหนเปิดเลย (กำลังจัดร้านกันอยู่) สุดท้ายก็ไปลงเอยที่แมค (สิ้นคิดจริง ๆ -__-')
ขอบอกว่าแพงมากกกก ไม่อร่อยอีกต่างหาก สั่งชุด Fillet o Fish (แมคฟิชบ้านเรา) พอแกะกล่องดู กำ เบอร์เกอร์ลูกเล็กโพด ๆ เท่าซาลาเปาลูกเล็กเซเว่นเลย แถมเฟรนช์ฟรายด์ก็แข็งมากมาย ราคาก็นะ... 3.49 แม่เจ้า พอคิดเป็นเงินไทยแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่โดดเรียนเพื่อแมค.... 245 บาท แพงเกิ้นนนน
ความซวยอยู่ที่ขากลับล่ะ ด้วยความงกของพวกเราก็เลยเดินไปรอรถบัสมหาลัย (ฟรี) ที่ป้ายรถเมล์ อากาศหนาวมาก ลมก็แรง รอไป 45 นาทีก็ยังไม่มา (ไหนบอกว่ามาทุก 15 นาทีไงฟระ แง่งงงง) รอจนจะแข็งตายแล้ว ก็เลยนั่งรถเมล์ธรรมดากลับแทน (เที่ยวละ 90 p หรือ 63 บาท แพงอีกเช่นกัน อะซิก ๆๆ )
สงสัยกรรมสนองที่โดดเรียนแหง เฮ้อออออ
บ่นยาวแระ เข้าเรื่องดีกว่าเนอะ (ก่อนจะโดนคนอ่านเขกหัว -_-)
จากคราวที่แล้ว ทามะจังโดนฝาแฝดขโมยซีนหมด คราวนี้ทามาะจังกลับมาทวงตำแหน่งพระเอกคืนแล้วค่ะ ลองไปอ่านในสปอยดูได้ หุหุ
คำเตือน : สปอยรวดเดียวสิบตอนก็เลยค่อนข้างยาวอะค่ะ คงจะอ่านจนมึนไปเลยทีเดียว ^^' (รูปก็คงจะโหลดนรกอยู่ นับ ๆ แล้วได้ 43 ภาพ -- หวังว่าคงไม่มากไปนะ -w-")
โรงเรียนโอรังกำลังจะจัดการแข่งขัน (สุดเวอร์) ขึ้นอีกครั้ง โดยมี ผอ. (พ่อของทามากิ) เป็นตัวตั้งตัวตี ทันทีที่คุเสะรู้ข่าวก็เข้าไปท้าชมรมโฮสต์ให้มาแข่งขันกับชมรมของตัวเอง ทามากิรับคำท้าและได้ไปหาพ่อที่ห้องทำงานเพื่อถามรายละเอียดของการแข่งขัน
รูปแรกเป็นรูปเปิดตอนจ้า (ไม่เกี่ยวกับคำบรรยายเล้ย)
เมื่อพวกชมรมโฮสต์ได้ฟังคำอธิบายเรื่องการแข่งขัน ต่างก็เพ้อฝันไปต่าง ๆ นานา (เข้าข้างตัวเองทั้งนั้น 555) แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อชมรมโฮสต์ต้องแยกเป็นสองทีมและแข่งขันกันเอง
(อันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับคำบรรยายอะ เป็นรูปคอสเพลย์ประจำตอน ^^')
ทีมขาว ---- เคียวยะ คาโอรุ ฮันนี่
ทีมแดง ---- ทามากิ ฮารุฮิ ฮิคารุ โมริ
(แยกคู่วายสองคู่ซะงั้น ^^’)
ทีมขาวทั้งสามคนแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนพวกทีมแดงขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน (ก็ทีมขาวมีแต่คนน่ากลัวนี่เนอะ เหอเหอ)
หลังจากประกาศข่าวเรื่องงานกีฬาลงหนังสือพิมพ์อย่างครึกโครม นักเรียนโอรังก็ถูกแบ่งเป็นฝ่ายขาวและฝ่ายแดง
ทีมขาว (ตัวละครสมทบ) ---- โจโนะอุจิ อายาเมะ (สาวแว่นห้องทามากิ) , มัตสึไดระ โทชิโยริ (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นประธานนักเรียน) , มิสึยาม่า คานัน (แฟนคุเสะ) , เรโกะ (ชมรมเวทย์มนตร์ดำ)
ทีมแดง (ตัวละครสมทบ) ---- เรนเกะ , เนโกะซาว่า , คาซาโนดะ
(รู้สึกว่าทีมขาวจะมีแต่พวกร้ายลึกนะ ^^’)
สมาชิกแต่ละทีมต่างร่วมประชุมวางกลยุทธ์ในการแข่งขันอย่างขะมักเขม้น โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “ชัยชนะ”!!
เมื่อถึงวันแข่งขัน รันกะ มิซึสุ และ Mei ก็มาร่วมงานด้วยในฐานะคนดู ทั้งสามต่างตกตะลึงในความอลังการ (และติงต๊อง) ของงานกีฬาสีโอรัง
การแข่งขันดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยที่ทีมแดงของทามากิกำลังตกเป็นรอง แต่ทามากิซึ่งเป็นหัวหน้าทีมก็สามารถปลุกใจให้สมาชิกในทีมมีใจสู้ขึ้นมาอีกครั้งได้สำเร็จ ...
แถมจ้า
ชอบคู่นี้อะ อิอิ
เฮ้อ จะทำไงกับฮันนี่เซนไปดีเนี่ย
ทั้งโลลิ...โชตะ แถมยังโมเอะ อีก ^^
การแข่งขันดำเนินมาจนถึงรอบตัดสิน ซึ่งทั้งสองทีมส่งตัวแทนออกมา วิ่งผลัด ทีมแดงและทีมขาวแข่งกันอย่างสูสีจนมาถึงไม้สุดท้าย.... ทามากิ และเคียวยะ ทั้งคู่วิ่งอย่างสุดฝีมือ และสุดท้ายคนที่คว้าชัยชนะแบบฉิวเฉียดไปก็คือ.....
(ดูรูปกันเอาเอง อิอิ)
รูปเปิดตอนจ้า
คอสเพลย์ (ทามะจังหายไป =[]=)
เพราะว่าทีมของตัวเองแพ้ในการแข่งกีฬา ทามากิจึงต้องนุ่งผ้าเตี่ยวในชมรมโฮสต์ตามสัญญา (คนอื่นคอสเพลย์เป็นธีมสกอตแลนด์ ^^’) เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาลูกค้าสาว ๆ ได้อย่างล้นหลาม (เราเองก็อยากจะกรี๊ดนะ...กรี๊ดเพราะเฮียรั่วมากมาย ยังจะรั่วได้อีกมั๊ยเนี่ย ทามะจังลูกแม่ เหอเหอ)
โมริได้ให้อาหารทานูกิตัวหนึ่ง ทานูกิตัวนั้นจึงมาตอบแทนบุญคุณ (แต่ดูเหมือนจะสร้างความวุ่นวายให้ชมรมมากกว่า) ระหว่างภารกิจ “ตามล่าทานูกิ” ฮารุฮิก็แสดงความรู้สึกดี ๆ ต่อทามากิออกมาระหว่างคุยกับฝาแฝด ฮิคารุถึงกับหึงจนออกนอกหน้าและผละออกจากวงสนทนาไปดื้อ ๆ
คาโอรุตามพี่ชายฝาแฝดไปด้วยความเป็นห่วงเพราะฝนกำลังจะตก ฮิคารุระบายออกมาอย่างเหลืออดว่า
“....ตอนนี้ฮารุฮิเอาแต่พูดถึงนายท่าน...ถึงฉันจะชอบแล้วก็เป็นห่วงนายท่าน...ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหม เพราะพวกเราสนิทกับนายท่านมานานกว่าฮารุฮิ...อีกอย่างถ้าไม่มีนายท่านก็คงไม่มีโฮสต์คลับอย่างนี้หรอก...”
“....แต่...ทำไมนะ...พอฮารุฮิ....ตอนนี้ฉันรู้สึกขัดใจมาก ๆ เลย.....ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน....”
คาโอรุจึงตัดสินใจบอกพี่ชายว่า
“เพราะนายรักฮารุฮิไงล่ะ....นายรักฮารุฮิในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง....เพราะอย่างนั้นนายถึงได้หึงนายท่าน...”
ฝาแฝดทั้งสองคนระบายความในใจท่ามกลางสายฝน......
ในที่สุดโฮสต์คลับก็หาทานูกิเจอ (ในห้องชมรม) ทานูกิตัวนั้นชอบโมริมาก โมริจึงรับไปเลี้ยงที่บ้าน
เมื่อทามากิอยู่กับเคียวยะตามละพัง ทามากิก็บอกเคียวยะว่าตนจะไม่ไปทริปฝรั่งเศสกับพวกปีสอง (ลืมเล่าว่าโอรังจัดทริปให้นักเรียนปีสองไปเที่ยวฝรั่งเศส สมาชิกโฮสต์คลับจึงเป็นห่วงทามากิ เพราะคิดว่าทามากิจะต้องสะเทือนใจเรื่องแม่อย่างแน่นอน...) และขอให้เคียวยะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้ทุกคนในชมรมเป็นห่วง....
ในวันออกเดินทาง เคียวยะบอกเพื่อน ๆ ปีสองว่าทามากิมาไม่ได้เพราะท้องเสีย ทำเอาสาว ๆ เสียดายไปตาม ๆ กัน (แต่ทามากิกลับกระดี๊กระด๊าอยู่ที่บ้านตัวเอง 555)
คาโอรุรู้สึกผิดที่เผยความในใจกับฮิคารุในวันฝนตก ทำให้ฮิคารุแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด คาโอรุจึงมาปรึกษาฮันนี่ที่บ้าน ฮันนี่เตือนสติคาโอรุว่า...
“...คาโอะจังเอาแต่พูดว่า ฮิคารุอย่างนั้น....ฮิคารุอย่างนี้..... แล้วตัวเองล่ะ...คาโอะจังเองก็รู้สึกทรมานไม่น้อยไปกว่าฮิกะจังไม่ใช่หรือ....ผมรู้นะว่าคาโอะจังเป็นห่วงฮิกะจังจริง ๆ แต่ว่านะ...ผมคิดว่า...คนที่ไม่แคร์ความรู้สึกของตัวเองน่ะไม่สามารถปกป้องใครได้หรอก....”
“....คาโอะจังต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง....คาโอะจังรู้ดีนี่ว่าฮิกะจังไม่มีความสุขหรอกที่คาโอะจังทำร้ายตัวเองอย่างนี้....คาโอะจังอยากจะทำอะไรกันแน่...ตอนนี้เลิกคิดเรื่องฮิกะจังกับทามะจังชั่วคราวดีกว่านะ....”
ส่วนฮิคารุเมื่อได้รับเมลจากฮันนี่ว่าคาโอรุอยู่ที่บ้านฮันนี่ก็ไปหาโมริที่บ้าน โมริแนะนำให้ฮิคารุเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้อง ฮิคารุรู้ตัวแล้วว่าตัวเองหลงรักฮารุฮิจึงได้แต่สับสน ทำอะไรไม่ถูก เพราะฮิคารุไม่รู้ว่าคาโอรุรู้สึกอย่างไรกับฮารุฮิกันแน่.....
วันรุ่งขึ้นฝาแฝดมีท่าทางแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด ฮิคารุไม่กล้าสบตาหรือแม้แต่คุยกับฮารุฮิตามปกติ ส่วนคาโอรุก็ร่าเริงเกินเหตุจนฮารุฮิถามด้วยความห่วงใยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง คาโอรุทำเป็นกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร...
ตอนพักเที่ยงฮิคารุตามหาคาโอรุ และได้เห็นคาโอรุตะโกนคุยกับฮารุฮิ (ที่กำลังขุดมันอยู่กับชมรมปลูกผักของคาซาโนดะอยู่) สีหน้าของคาโอรุมีความสุขมาก เหมือนคนมีความรัก ฮิคารุจึงพูดกับคาโอรุตรง ๆ ว่าคาโอรุเองก็คงชอบฮารุฮิเช่นกัน ฮิคารุเสนอคาโอรุให้รับฮารุฮิมาเป็นลูกบ้านฮิตาจิอิง...
“...พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปไงล่ะ....”
“...นายบ้าหรือเปล่าฮิคารุ เราไม่ใช่เด็กที่กำลังเล่นพ่อแม่ลูกนะ เรารับเลี้ยงฮารุฮิไม่ได้อยู่แล้ว...ชั้นเอือมกับความคิดเด็ก ๆ ของนาย จริง ๆ.....พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป..นายพอใจอย่างนั้นเหรอ...นายกำลังหมายความว่านายอยากจะแบ่งฮารุฮิกับฉันนะ....ฉันไม่อยากแบ่งฮารุฮิให้ใคร...ทั้งนายแล้วก็นายท่านด้วย....ยิ่งถ้านายยังรู้สึกต่อเธอครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ ฉันไม่มีวีนยกฮารุฮิให้นายเด็ดขาด....”
คาโอรุตะคอกใส่ฮิคารุ ฮิคารุถึงกับทำอะไรไม่ถูก.....
ย่าของทามากิรู้สึกพอใจที่ทามากิไม่ไปทริปฝรั่งเศสกับเพื่อน ๆ เพราะคิดว่าอย่างน้อยทามากิก็เข้าใจสถานภาพของตัวเอง.....หากทามากิตัดสินใจจะเป็นผู้สืบทอดของสุโอก็ควรจะเลิกทำตัวงี่เง่าไปวัน ๆ สักที “...ถ้าไม่...ฉันก็จะจัดการตามวิธีของฉัน....” ย่าทามากิพูดด้วยสีหน้าเย็นชา....
เคียวยะปลีกตัวออกมาพบลูกน้องเพื่อตามหาแม่ทามากิด้วยความเป็นห่วงเพื่อน แต่เจ้าตัวยังทำเป็นปากแข็งโดยบอกทุกคนว่าทำเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น...
รอยร้าวระหว่างฝาแฝดลึกขึ้นเรื่อย ๆ ที่โรงเรียนคาโอรุเกาะติดกับฮารุฮิ ฮิคารุจึงต้องไปไหนมาไหนกับฮันนี่และโมริ ข่าวเรื่องฝาแฝดทะเลาะกันแพร่สะพัดไปทั่วโอรัง สร้างความประหลาดใจและกังวลให้กับทุกคน
แม้แต่เร็นเกะยังหมดไฟที่จะเขียนโดจินเลยนะ หุหุ
คาโอรุคิดถึงคำพูดของฮันนี่ “จริง ๆ แล้วคาโอะจังอยากทำอะไรกันแน่...” แล้วตัดสินใจชวนฮารุฮิไปเดทที่สวนสนุก โดยกำชับให้ฮันนี่พา (ลาก) ฮิคารุไปที่สวนสนุกให้ได้แม้ว่าฮิคารุจะไม่ต้องการก็ตาม...
คาโอรุแกล้งทำเป็นสนุกสุดเหวี่ยงเมื่ออยู่ที่สวนสนุก แต่ฮารุฮิรู้ดีว่าจริง ๆ แล้วคาโอรุรู้สึกเจ็บปวด หญิงสาวจึงชวนคาโอรุกลับบ้าน คาโอรุถามว่า
“มาแค่สองคนไม่สนุกเหรอ....”
“...เปล่าหรอก แต่คนที่ไม่สนุกน่ะคือเธอต่างหากคาโอรุ...” ฮารุฮิตอบ..
คาโอรุเห็นว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถปิดบังความรู้สึกต่อฮารุฮิได้จึงยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า
“...ฮารุฮิ...ฉันทึ่งเธอจริง ๆ...”
“...ฉันรักเธอ....”
คาโอรุบอกรักฮารุฮิหลังจากคิสหญิงสาวที่แก้ม
ฮิคารุเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจึงวิ่งหนีไปด้วยความสับสน....
“...แต่สำหรับฉัน...ฮิคารุสำคัญมากกว่า...” คาโอรุเผยความในใจออกมาหลังบอกรักฮารุฮิ ในใจคาโอรุเฝ้าคิดถึงคำสอนของฮันนี่ตลอดเวลา..
...รุ่นพี่ฮันนี่ ผมทำดีที่สุดแล้ว...ผมรักฮารุฮิก็จริง แต่คงจะดีกว่ามากหากฮิคารุได้พบความรักและโบยบินออกสู่โลกกว้าง ผมเคยคิดว่าคงจะดีหากความสัมพันธ์ของเราเป็นอย่างนี้ตลอดไป..แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าหากยังอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ฮิคารุก็จะไม่มีวันค้นพบความสุขที่แท้จริง....แม้ว่าผมจะตระหนักเรื่องนี้มานานแล้ว แต่การต้องแยกจากกันคงจะเหงามากแน่ ๆ ....ผมแสร้งทำเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจคนอื่น แต่จริง ๆ แล้วผมก็ยังเป็นเหมือนเมื่อก่อน...เป็นเด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัวที่เอาแต่พึ่งฮิคารุ....”
...ฮิคารุ..ได้โปรดรักษาเอาไว้ให้ได้นะ (น่าจะเป็นรักษาความรักที่มีต่อฮารุฮิ) ฉันต้องการเห็นรอยยิ้มจากใจของฮิคารุ ไม่ใช่แค่ยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความกังวล....ฉันแค่ต้องการให้ฮิคารุเป็นอิสระเสียที.......
ทามากิมาหาพ่อที่บริษัททำให้พ่อแปลกใจมาก ทามากิบอกพ่อด้วยน้ำตานองหน้าว่า
“...ผมจะทำอะไรดี....น่าเบื่อจังเลย...” (ก็เล่นเก็บตัวอยู่คนเดียวนี่นา ไฮเปอร์อย่างทามะจังก็ต้องเบื่ออยู่แล้ว -3-)
คาโอรุไปส่งฮารุฮิที่บ้าน ก่อนจากกันคาโอรุบอกว่าจะไปหาฮิคารุ ฮารุฮิจึงเตือนให้คาโอรุเชื่อมั่นในตัวพี่ชาย
“คาโอรุ เธอน่ะใจดีก็จริง แต่ก็เห็นแก่ตัวด้วย ถ้ายังเล่นตลกกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้ในไม่ช้าเธอจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวแน่ ๆ ฮิคารุน่ะคิดถึงจิตใจเธอมากนะ...ฉันเชื่อในตัวฮิคารุ....”
ฮารุฮิเป็นห่วงฝาแฝด ในใจคิดถึงทามากิ เพราะทามากิจะต้องรู้วิธีแก้ปัญหานี้อย่างแน่นอน....
คาโอรุมาหาฮิคารุที่บ้านโมริ โมริกับฮันนี่บอกว่าฮิคารุเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องหลังจากกลับจากสวนสนุก พอคาโอรุเข้าไปหาบอกว่ามาขอคืนดี ฮิคารุก็ตะคอกใส่ว่า
“เลิกล้อเล่นเสียที...ตอนนี้นายจะพูดอะไรได้....” ฮิคารุยังพูดไม่ทันจบก็ถูกคาโอรุคิส ฮิคารุถึงกับอึ้งกับการกระทำของน้องชาย
คาโอรุบอกคู่แฝดว่าตนตัดใจจากฮารุฮิแล้ว ขอให้ฮิคารุพยายามต่อไปให้ดีที่สุด ฮิคารุไม่เห็นด้วยเพราะรู้ว่าคาโอรุก็ชอบฮารุฮิเช่นกัน คาโอรุจึงบอกว่าตนชอบฮารุฮิก็จริง แต่ความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวไม่ได้ลึกซึ้งเท่าความรู้สึกของฮิคารุ คาโอรุไม่ได้ต้องการครอบครองฮารุฮิเหมือนที่ฮิคารุต้องการ
“...พยายามเข้านะฮิคารุ....ฉันจะเอาใจช่วย.....”
ระหว่างทางกลับบ้านคาโอรุบอกฮิคารุว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปให้แยกห้องนอน และเลิกขายความสัมพันธ์แบบคู่แฝดในชมรม เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ค้นหาสิ่งสำคัญที่แท้จริง ฮิคารุและฮันนี่ต่างก็กังวลเรื่องการตัดสินใจของคาโอรุ แต่โมริกลับบอกว่าฮิคารุจะต้องแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน เพราะถึงอย่างไรฮิคารุก็เป็นพี่ชายของคาโอรุ....
วันรุ่งขึ้นคาโอรุตื่นมาพบกับฮิคารุที่ย้อมผมเรียบร้อย ฮิคารุทักทายน้องชายอย่างร่าเริง แล้วฮิคารุก็บอกคาโอรุว่า
“คาโอรุนายรู้ไหม...การจะทำให้คนอื่นแยกแยะเราสองคนได้น่ะง่ายนิดเดียว แค่เปลี่ยนลุคก็พอแล้ว...ทำแบบนี้เร็วกว่าด้วยจริงไหม....จนถึงตอนนี้พวกเราคิดว่าที่คนอื่นแยกเราไม่ออกเพราะพวกนั้นงี่เง่า แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพราะพวกเราไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นต่างหาก....ดังนั้นถ้านายต้องการจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ฉันก็ยินดี...จะแยกห้องนอนก็ได้....หรือจะแยกกันทำงานในชมรมฉันก็ไม่ขัด...แต่ถึงจะทำอย่างนั้นพวกเราก็ยังเป็นฝาแฝดอยู่ดี....”
“คาโอรุ ฉันว่านายคิดผิด แน่นอนว่าจนถึงตอนนี้พวกเราทำตัวผิดมาตลอด จนกระทั่งได้พบฮารุฮิ การที่นายจะแก้ปัญหาเรื่องที่พวกเราไม่ยอมรับคนอื่นด้วยวิธีนี้น่ะมันผิด...มันจะฆ่าความรู้สึกของนาย...การบังคับให้เราทั้งคู่แยกกันอยู่เป็นทางออกที่ดีแล้วหรือ.....”
“...คาโอรุ...พวกเราเป็นฝาแฝด....เป็นพรที่แสนวิเศษไม่ใช่หรือไง....คนทั่วไปต้องเผชิญหน้ากับอนาคตตามลำพัง แต่พวกเราสามารถเดินไปพร้อมกันได้ พวกเราไม่ได้เป็นภาระของกันและกันหรอกนะ....จากนี้ไปพวกเราจะคอยสนับสนุนให้อีกฝ่ายทำแต่สิ่งดี ๆ .... ถ้าเรายังไม่ลืมสิ่งนี้...ในอนาคตจะมีเรื่องสนุก ๆ จากผู้คนรอบข้างรอเราอยู่ถึงสองเท่าเลยนะ....นั่นเป็นเหตุผลที่เราจะต้องอยู่ด้วยกันต่อไป....นายไม่คิดเหรอว่านี่เป็นเหตุผลที่พวกเราเกิดมา....”
ในที่สุดฝาแฝดก็ปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งคู่เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและเรื่องก็จบลงด้วยดี.....
เคียวยะพยายามหาเบาะแสของแม่ทามากิที่ฝรั่งเศสแต่ก็ยังไม่พบร่องรอย เมิ่อลูกน้องบอกให้พักบ้าง เคียวยะก็พูดว่าตอนนี้ทามากิอยู่ที่ญี่ปุ่น ตัวเองอยากมอบของฝากแสนวิเศษให้ทามากิเมื่อกลับบ้าน...
ฮารุฮิพยายามติดต่อเคียวยะแต่โทรไปก็เจอแต่เครื่องฝากข้อความ ฮารุฮิพกมือถือติดตัวตลอดเวลาเผื่อเคียวยะติดต่อกลับมา ในใจเต็มไปด้วยความเป็นห่วงทามากิ....
“รุ่นพี่ทามากิ...สงสัยจังว่ารุ่นพี่จะรู้สึกอย่างไรที่ต้องไปฝรั่งเศส....” (ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วทามากิยังอยู่ที่ญี่ปุ่น ^^’)
ทามากิกำลังเหงาสุด ๆ เพราะคนงานที่บ้านพากันกลับบ้านเกิดกันหมด (พวกคนงานคิดว่าทามากิจะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ทุกคนจึงลาพักร้อนทิ้งให้ทามากิอยู่คนเดียว) แถมยังเอาอังตัวเน็ต (หมาของทามากิ) ไปเที่ยวด้วย
ทามากิคิดถึงสิ่งที่ชิมะบอกตนเมื่อยู่ตามลำพัง ชิมะถามทามากิว่าที่ทามากิตัดสินใจไม่ไปฝรั่งเศสเพราะเรื่องแม่ใช่หรือไม่
“...ถ้าคุณหนูพบคุณแม่ที่ฝรั่งเศสก็จะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับผู้นำตระกูล (ย่าทามากิ) ดิฉันก็แค่เป็นห่วงคุณหนู จนถึงตอนนี้คุณหนูเอาแต่ทำตามที่ท่านผู้นำตระกูลต้องการเพื่อคุณแม่ คุณหนูคะ...คุณหนูเคยคิดไหมว่าจะเอายังไงเรื่องสืบทอดตระกูลสุโอ...คุณหนูอยากจะทำอะไร....ท่านทามากิควรจะคิดได้แล้วว่าตอนนี้ต้องการทำอะไร..มีอะไรบ้างที่คุณหนูควรจะทำ....ดิฉันคิดว่าระหว่างช่วงพักร้อนนี้คุณหนูน่าจะคิดถึงเรื่องนี้ได้แล้ว....”
ทามากิพยายามทำตามคำแนะนำของชิมะ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ทามากินัดกินข้าวกับพ่อ ในใจก็คิดเรื่องนี้ตลอดเวลา พ่อเห็นว่าทามากิท่าทางหงอย ๆ จึงแซวทามากิเรื่องสมัยเด็กและเรื่องฮารุฮิ ทามากิตื่นตัวขึ้นมาทันทีที่พ่อพูดถึงหญิงสาว ทันใดนั้นเองพนักงานเสิร์ฟก็ทำอาหารหกรดกระโปรงของลูกค้าคนหนึ่ง ลูกค้าคนนั้นต่อว่าพนักงานเสิร์ฟอย่างรุนแรง
ทามากิแสดงความเห็นใจพนักงานอย่างออกนอกหน้าพร้อมจะเข้าไปช่วย แต่ก็ถูกพ่อห้ามไว้ พ่อบอกให้กลับไปนั่งที่และห้ามยื่นมือเข้าไปยุ่งเด็ดขาด
“ธุรกิจน่ะไม่เหมือนกิจกรรมชมรมหรอกนะ....ลูกจะใช้อุดมคติในการตัดสินใจไม่ได้...ถ้าเข้าใจแล้วก็นั่งลงซะ...” ทามากิจำใจทำตามคำสั่งพ่อแต่โดยดี....
พ่อทามากิเสนอให้ทามากิเข้ามาช่วยดูแลกิจการโรงแรมที่กำลังขยายตัว โดยพ่อเตือนทามากิล่วงหน้าว่าโลกธุรกิจที่ตนเสนอให้กับลูกชายนั้นเป็นโลกแสนเศร้าที่ไม่มีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย....
เย็นวันนั้นขณะที่ฮารุฮิกำลังกลับบ้าน เคียวยะโทรมาหาฮารุฮิถามว่ามีธุระอะไรหรือเปล่า ฮารุฮิกำลังจะถามถึงทามากิ พอเคียวยะได้ยินชื่อทามากิก็บอกฮารุฮิว่า ทามากิท้องเสียจึงต้องอยู่แต่ในโรงแรมตั้งแต่มาถึงฝรั่งเศส....
ขณะที่ฮารุฮิกำลังพูดกับเคียวยะ ที่หน้าบ้านของหญิงสาว...ทามากิ (ที่น่าจะกำลังท้องเสียอยู่ที่ฝรั่งเศส) ก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งทามากิและฮารุฮิต่างก็ตกใจที่พบกับอีกฝ่ายโดยไม่คาดคิด....
เคียวยะพอจะเดาสถานการณ์ด้านฮารุฮิได้จึงแก้ตัวว่า ทามากิปวดท้องมากจนต้องส่งกลับญี่ปุ่น “...ฝากเธอดูแลที่เหลือด้วยนะ....” แล้วเคียวยะก็วางสายไป
ทันทีที่วางสาย ผู้ติดตามของเคียวยะก็แจ้งว่าพบเบาะแสบางอย่างแล้ว....พวกเขาพบว่าอดีตลูกจ้างของแม่ทามากิทำงานอยู่ที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่ง เคียวยะจึงรีบไปหาคนคนนั้นทันที.....เมื่อได้พบกันหญิงชราอดีตลูกจ้างของแม่ทามากิก็ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของทามากิ เมื่อเคียวยะบอกว่าทามากิร่าเริงและสบายดี อดีตแม่บ้านก็ยิ้มและบอกว่า ทามากิในอดีตแตกต่างจากตอนนี้มาก....
....ตอนนั้นทามากิไม่เคยยิ้มกับใครเลย ทามากิเป็นเด็กฉลาดและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ แต่ตั้งแต่แม่ของเขาล้มป่วยลง ทามากิก็กลายเป็นเด็กเซื่องซึมและไม่ยิ้มให้ใครอีกเลย.....
ทามากิเข้ามานั่งในห้องรับแขกบ้านฮารุฮิ ส่วนฮารุฮิก็ต้มข้าวต้มมาให้ทามากิกิน (เพราะเคียวยะบอกว่าทามากิปวดท้อง) ฮารุฮิมีสีหน้าอึมครึมจนทามากิถามว่าฮารุฮิโกรธตนอยู่หรือเปล่า เมื่อฮารุฮิตอบว่า “ไม่เชิง...” ทามากิก็ไม่เชื่อ ฮารุฮิจึงเล่าเรื่องที่ฝาแฝดทะเลาะกันให้ทามากิฟัง...
“...ตอนนั้นไม่ว่าจะถามเท่าไหร่ สองคนนั้นก็ไม่ยอมเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น...ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร...เมื่อเพื่อนมีปัญหาฉันไม่รู้เลยว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง....เมื่อพวกนั้นไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟัง ฉันควรจะคาดคั้นให้เล่าดีไหม...ในที่สุดสองคนนั้นก็แก้ปัญหาได้...ทำให้ฉันตระหนักว่า...ฉันเรียนหนักมาตลอด...เป็นคนหัวดีก็จริง...แต่ในสถานการณ์แบบนั้นฉันกลับไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไร.....”
“....เหมือนกับตอนนี้ที่ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี....พอรู้ว่ารุ่นพี่ทามากิไม่ไปฝรั่งเศส ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพราะเรื่องคุณแม่....ฉันควรจะคาดคั้นความจริงจากรุ่นพี่ไหม....ฉันช่วยอะไรรุ่นพี่ได้หรือเปล่า....เรื่องที่รุ่นพี่ปิดบังฉันฉันควรจะโกรธหรือเศร้ากันแน่....”
“....ฉันควรจะบอกรุ่นพี่ดีไหมว่าฉันกังวลใจมาก....” ฮารุฮิหน้าแดงก่ำ
ทามากิเห็นฮารุฮิมีท่าทางกังวลก็รีบเข้าไปหา โดยที่ลืมไปว่ามีชามข้าวต้มวางอยู่ข้างหน้า ทามากิจึงทำข้าวต้มกระฉอกใส่ตัวเองจนหมดชาม ทั้งคู่ตกใจมาก เมื่อฮารุฮิตั้งสติได้ก็พาทามากิไปล้างตัวในห้องน้ำ...
เมื่อล้างตัวจนสะอาดแล้ว ฮารุฮิก็ขอตัวไปเอาน้ำแข็งสำหรับประคบ และเสื้อผ้าให้ทามากิเปลี่ยน ทามากิเดินมากุมมือฮารุฮิทางด้านหลังพร้อมบอกว่า
“...ขอโทษนะ...ขอโทษที่ปิดบังเธอ...แต่ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องมีสีหน้าเศร้าหมองเพราะฉัน...เพราะฉันจะดีใจที่สุดหากสีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม...” แล้วทามากิก็เล่าเรื่องสมัยเด็กของตนให้ฮารุฮิฟัง....
ทามากิอาศัยอยู่กับแม่ในแมนชั่นใกล้ปารีส ตอนนั้นทามากิชื่อว่า Rene Tamaki Richard Grantaine ส่วนแม่ทามากิชื่อ Anne Sophie
....ตอนนั้นทามากิไม่เคยยิ้มกับใครเลย ทามากิเป็นเด็กฉลาดและเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ แต่ตั้งแต่แม่ของเขาล้มป่วยลง ทามากิก็กลายเป็นเด็กเซื่องซึมและไม่ยิ้มให้ใครอีกเลย.....
แอนเป็นห่วงทามากิจึงเรียกทามากิเข้ามาคุย แอนถามว่าทำไมทามากิจึงไม่ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ทามากิเริ่มร้องไห้แล้วบอกว่าเป็นห่วงแม่....
“...แม่สบายดีจ๊ะ หมอบอกว่าแม่แค่เป็นหวัดเท่านั้นเอง...”
ทามากิบอกแม่ว่าตนไม่มีอะไรที่อยากทำ แอนจึงสอนทามากิว่าอย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่อย่างนี้เลย
“...ถึงแม่จะป่วยอย่างนี้ ก็ยังมีเรื่องมากมายที่แม่อยากทำ...และสิ่งที่แม่ต้องการเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ...ทามากิ..แม่อยากเห็นลูกยิ้มแย้มทุกวัน....ร่างกายของแม่ไม่ค่อยแข็งแรงก็จริง...แต่แม่ก็พยายามมีชีวิตอย่างดีที่สุดในทุก ๆ วัน...ทุก ๆ วันแม่จะดำเนินชีวิตด้วยรอยยิ้ม...และแม่ก็อยากให้ทุกคนรอบตัวแม่มีแต่ความสุข...”
จากวันนั้นเป็นต้นมา ทามากิก็พยายามดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขทุกวันและมีรอยยิ้มอยู่เสมอเพื่อแม่ของเขา มีเรื่องมากมายที่ทามากิอยากจะทำ และเขาเชื่อว่าหากเขาดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตามที่สัญญากับแม่ สักวันหนึ่งทุกคน...ทั้งเขา พ่อ แม่ และย่า จะได้ร่วมวงกันหม้อไฟใต้โต๊ะทงคัตสึอย่างมีความสุข
“...ไม่ใช่ว่าฉันไม่คิดถึงเรื่องตระกูลสุโอ แต่ฉันคิดว่า ถ้าฉันยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองอยากทำอะไรกันแน่ ฉันก็คงไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้...แต่ว่านะ..ฮารุฮิ...ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะว่าไม่ใช่แค่คุณแม่คนเดียว....ฉันอยากทำงานที่ทำให้คนมากมายมีความสุข....ดังนั้นตระกูลสุโอนี่แหละคือสถานที่ที่ฉันจะสามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองได้....”
ฮารุฮิรู้สึกทึ่งกับความคิดของทามากิ เธอชื่นชมในตัวทามากิที่สามารถเปลี่ยนแปลง “ความปรารถนาที่จะให้แม่มีรอยยิ้ม” เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมากมาย....ความปรารถนาให้ทุกคนมีความสุข....
ทามากิเห็นว่าฮารุฮิเงียบไป จึงถามหญิงสาวว่าแปลกใช่ไหมที่อยู่ ๆ ตัวเองก็เล่าเรื่องมากมายให้ฟัง ฮารุฮิตอบจากใจจริงว่าไม่แปลกเลย...
“....ไม่แปลกหรอกนะ....ดูอย่างชมรมโฮสต์สิ...ชมรมของรุ่นพี่สร้างรอยยิ้มให้คนมากมาย...ไม่แปลกเลย เพราะว่ามันคือความฝัน...สมกับเป็นรุ่นพี่แล้วล่ะนะ...รุ่นพี่ทามากิ..”
เคียวยะขอบคุณหญิงชราที่เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง ก่อนจากกันอดีตแม่บ้านก็บอกเคียวยะว่า....ในสถานที่ที่ห่างไกลจากปารีส มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ป่าใหญ่....ต้นเกาลัดสวยงามในฤดูใบไม้ผลิ....ในฤดูใบไม้ร่วงท้องทุ่งเต็มไปด้วยสีทองของข้าวโพด...ในอดีตจิตรกรผู้รักธรรมชาติมากมายเดินทางไปที่นั่น....
ฮารุฮิออกมาส่งทามากิที่หน้าบ้านพร้อมกับยื่นถุงใส่กล่องข้าวให้ทามากิเอากลับไปกินที่บ้าน เพราะฮารุฮิกลัวว่าทามากิจะหิวเนื่องจากตอนนี้คนงานที่บ้านทามากิลาพักร้อนกันหมด ทามากิยิ้มแล้วคิสฮารุฮิที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน....
....หญิงสาวตะลึงกับการกระทำของชายหนุ่ม ทามากิลากลับบ้าน ส่วนฮารุฮิยืนตัวแข็งทื่อหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย....
....ส่วนเคียวยะกำลังหงุดหงิดเพราะหลงทางอยู่ในฝรั่งเศส....
จบแล้วจ้า
อยากจะบอกว่าอ่านมาห้าสิบกว่าตอนเพิ่งจะเห็นทามะจังทำหน้าที่พระเอกก็คราวนี้แหละ 555
เอนทรี่นี้ยาวมากมาย พอแค่นี้ก่อนดีกว่า
ไว้จะมาอัพใหม่น่อ
บายจ้า ^o^
My Spoilers
My Projects

เจ้าชายของชั้น
แง้ รูปออกมาไม่หมดอ่ะ
ปลื้ม
ชอบมากๆๆ เลย
มาอัพอีกนะคะ
#1 By otaro* on 2007-10-19 22:57