FMA 76 [SPOIL] :: The form of a Man...the form of a Stone :: ม่ายยยยยยย Edddddd T^T
posted on 12 Oct 2007 18:20 by palmcj in Alchemic-world
EPISODE 76 The form of a Man...the form of a Stone.
เง้อ อัพแล้วพอกด publish ทำไมมันหายไปหมดซะงั้น สงสัยต้องกด save ก่อน ต้องลงใหม่หมดเลยง่ะ แอบเซ็งนิดนึง ^^"
ตอนนี้คุณวัวใจร้ายมากมายอะ (ในบอร์ต่างประเทศถึงกับมีคนโพสไว้ว่า dammit for last 6 months she doing whatever she wants with us!!! -- ถูกเผงเลย ห้าหกตอนมานี่คุณวัวทำเราอึ้งตลอด 555)
ไม่อยากพล่ามมาก (เริ่มง่วง -_-") เริ่มกันเลยดีกว่าน่อ
ปล.เอารูปเปิดตอนมาลงแทนรูปอิสึมิ เพราะชอบเป็นการส่วนตัวจ้า ดูแล้วรู้สึกถึงอารมณ์ของป๋าโฮเลยอะ
ปล.(อีกรอบ) อยากตั้งชื่อตอนว่า "นายเจ็บฉันเจ็บ" จริง ๆ หุหุ
เมื่ออิสึมิได้รู้ความลับของโฮเอนไฮม์ เธอถึงถึงกับตกตะลึงและพูดออกมาว่า
“คุณโฮเอนไฮม์ คะ....คุณ..คุณคือ....ศิลานักปราชญ์??”
ขณะที่วางแผนจับกุมคิมลี่ย์ เอ็ดได้อธิบายเรื่องศิลานักปราชญ์ให้พวกไมล์สฟัง ทั้งขนาด รูปแบบ ชื่อเรียก และสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องสังเวย
“ศิลานักปราชญ์...ศิลาแห่งสวรรค์...ยาอายุวัฒนะ...ทิงเจอร์สีแดง...ธาตุที่ห้า...ศิลานักปราชญ์มีชื่อเรียกหลายอย่าง และไม่จำเป็นต้องเป็นหินเสมอไป...ศิลาอาจอยู่ในรูปของเหลว ผงแป้ง หรือเป็นสารกึ่งของแข็งอย่างที่ ดร.มาร์โกสร้างขึ้นก็ได้....ส่วนศิลาของคิมลี่ย์มีรูปร่างคล้ายถ่านหินขนาดเล็ก...เจ้านั่นกลืนหินเข้าไปในร่างตัวเอง ทำให้สามารถแปรธาตุได้โดยไม่ใช้วงแหวนเวทย์...”
เหล่าทหารออกความเห็นว่าหากสามารถชิงหินมาจากคิมลี่ย์ได้ ทุกอย่างคงง่ายขึ้น (แต่ความหวังที่จะทำสำเร็จก็น้อยเต็มที...)
เอ็ดเสริมว่า แม้พลังอำนาจของศิลาจะยิ่งใหญ่ แต่แท้จริงแล้วศิลามีขนาดเล็กนิดเดียว การจะสร้างหินสีแดงขนาดใหญ่จะต้องสังเวยชีวิตคนมากมาย หินนักปราชญ์จึงเป็นสิ่งล้ำค่าในตำนานที่ตนไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย.....”
เมื่อพายุหิมะสงบลง พวกไมล์สก็วางแผน “เก็บ” คิมลี่ย์และผู้ติดตามทั้งสองจากเซ็นทรัลทันที พวกไมล์สตกลงกันว่าจะใช้ปืนยาวยิงคิมลี่ย์จากระยะไกล
“พวกเราต้องล่อคิมลี่ย์กับสมุนสองคนออกมา แล้วก็จัดการเสีย...จัดการแค่สามคนเท่านั้น และต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด....” ไมล์สสั่งการลูกน้อง
เมื่อเอ็ดได้ยินว่าไมล์สจะฆ่าคิมลี่ย์ เด็กหนุ่มก็คัดค้านพร้อมเสนอว่า ให้จับกุมคิมลี่ย์และทำให้ใช้วิชาแปรธาตุไม่ได้ก็พอ หลังจากนั้นค่อยสอบปากคำ...คาดคั้นให้เผยความลับออกมา....
แต่ไมล์สปฏิเสธเพราะเชื่อว่า คนอย่างคิมลี่ย์ไม่มีวันพูดความจริงอย่างแน่นอน อีกทั้งการปล่อยวายร้ายอย่างคิมลี่ย์ให้รอดชีวิตก็เสี่ยงเกินไปสำหรับพวกตน
เอ็ดเข้าใจเหตุผลของไมล์ส แต่ก็ยังไม่อยากให้ไมล์สสังหารลูกน้องสองคน (ที่เป็นคิเมร่า) ของคิมลี่ย์อยู่ดี ไมล์สจึงเตือนเอ็ดว่า สักวันหนึ่งเด็กหนุ่มอาจจะตายเพราะความใจอ่อนของตัวเองก็ได้....
เอ็ดได้ฟังคำเตือนของไมล์สก็ได้แต่ยืนเม้มปากนิ่งด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่ก็ไม่สามารถหาเหตุผลมายับยั้งการกระทำของไมล์สได้เลย....
เมื่ออยู่กันตามลำพัง เหล่ากองกำลังจากบริกส์ก็พูดถึงเอ็ดว่ายังมีความเป็นเด็กอยู่มาก
“ใช่...คนที่มีชีวิตอยู่โดยตั้งใจว่าจะไม่คร่าชีวิตของใครเป็นพวกไม่อยู่กับความเป็นจริง...” แต่ทุกคนก็ยอมรับว่า ครั้งหนึ่ง...เมื่อยังเป็นเด็กหนุ่ม...พวกตนก็เคยมีความคิดอุดมคติเช่นนี้ แต่การผ่านสงครามมานับครั้งไม่ถ้วนก็หล่อหลอมให้เหล่าทหารกลายเป็นคนดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตคนอื่นก็ตาม
“นั่นสินะ พอเข้าร่วมสงครามหลาย ๆ ครั้ง ก็กลายเป็นว่าการไว้ชีวิตศัตรูน่ะทำยากกว่าการฆ่าเป็นกอง....”
“แต่ถึงอย่างนั้นพี่น้องเอลริคก็เลือกทางที่ยากลำบากไม่ใช่หรือ...”
“ฉันยอมรับนะว่า...ตัวเองก็อิจฉาพวกนั้นอยู่เหมือนกัน...” ไมล์สยิ้มขณะที่เผยความในใจของตนออกมา...
มาร์โก สการ์ และเหม่ยช่วยกันถอดรหัสบันทึกในอุโมงค์ ขณะที่โยกิออกไปสำรวจอุโองค์เพื่อหาทางออก
“..."Rasaayana..."...เป็นสมุนไพรที่คืนความอ่อนเยาว์ให้ร่างกาย และช่วยยืดอายุ..” สการ์ตอบข้อสงสัยของมาร์โก
มาร์โกจึงตีความว่า ชื่อของสมุนไพรนี้อาจหมายถึงศิลานักปราชญ์ก็ได้
“..สามารถเปลี่ยนโลหะให้เป็นทอง...คืนความอ่อนเยาว์ให้กับร่างที่แก่ชรา...แล้ว “Aurelian” ล่ะหมายถึงอะไร...”
สการ์ตอบว่าคำคำนั้นหมายถึง “ทองคำ”
มาร์โกสามารถสร้างประโยคขึ้นมาได้ว่า
“ทองคำเป็นรากฐานของความเป็นนิรันดร์...ที่ช่วยยืดอายุขัยของร่างกายมนุษย์....”
“ข้อความพวกนี้ไม่เห็นจะสื่อถึงอะไรเลยนอกจาก ทองคำ และ ชีวิตอมตะ...” มาร์โกเริ่มหมดหวังเพราะตีความรหัสไม่ออก
เหม่ยเข้าใจความหมายของรหัส เพราะพี่ชายของสการ์ซึ่งศึกษาวิชาเหลียนตัน ใช้ภาษาชินในการบันทึก เหม่ยจึงบอกความนัยที่แฝงอยู่ในข้อความให้มาร์โกฟัง...
“ชาวชินเรียกคนที่มีชีวิตอมตะว่า “คนจริง”... ในภาษาของพวกเรา คำว่า “จริงแท้” มีความหมายอีกอย่างคือ “สมบูรณ์แบบ”... “คนจริง” จึงหมายถึง “คนที่สมบูรณ์แบบ” ก็ได้ ในทำนองเดียวกัน พวกเราเรียกทองคำว่า “โลหะที่สมบูรณ์แบบ”....”
“....และมีภาษิตชินบทหนึ่งกล่าวว่า “บุรุษผู้ถือกำเนิดจากทองจะไม่มีวันหมองเพราะสังขารที่ร่วงโรย”
( "A shin-hito is a kin-hito!" หมายถึง ชายที่มีชีวิตอมตะ คือบุรุษสีทอง)
“มีตำนานกล่าวว่า ชายที่นำวิชาแปรธาตุมาเผยแพร่ในชินมีผมและนัยน์ตาสีทอง ชาวชินจึงคิดว่าเขาต้องเป็นอมตะแน่ ๆ” เหม่ยอธิบายถึงภาษิตและตำนานของชินให้ทุกคนฟัง....
วินรี่พูดขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไรว่า ชายคนนั้นมีผมและตาสีทองเหมือนเอ็ดและอัลไม่มีผิด....
ทันใดนั้นโยกิก็เรียกทุกคนและบอกว่าพบทางออกที่ทะลุไปยังเทือกเขาบริกส์แล้ว ทุกคนจึงรีบตามโยกิไปด้วยความยินดี....
พวกมาร์โกเดินทางด้วยความลำบากเพราะทางเดินถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาจากพายุหิมะที่กระหน่ำมาหลายชั่วโมง วินรี่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกำลังร้องขอความช่วยเหลือจึงหันไปมอง และพบกับอัลที่ถูกฝังอยู่ในหิมะ เหลือเพียงแขนโผล่ขึ้นมา วินรี่จึงช่วยอัลออกมาด้วยความเป็นห่วงและตกใจที่พบกับอัลโดยไม่คาดคิด...
วินรี่แปลกใจมากที่อัลซึ่งควรจะอยู่กับเอ็ดมาอยู่กลางภูเขาหิมะตามลำพัง อัลจึงบอกกับทุกคนว่าตัวเองรีบมาดักพวกวินรี่ก่อนที่จะเดินทางถึงฐานทัพบริกส์ เพราะตอนนี้ทางเซ็นทรัลเรียกตัวโอลิเวียร์ไปยังศูนย์บัญชาการกลางแล้ว พร้อมกับส่งคนของ ผบ.สูงสุดมาประจำที่บริกส์แทน
“...ตอนนี้ฐานทัพบริกส์ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว...เราต้องหาที่กบดานแห่งใหม่...” อัลบอกข่าวร้ายกับทุกคน
สการ์จึงพูดขึ้นมาว่า ตนไม่รู้เลยว่านอกจากฐานทัพบริกส์แล้ว จะหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่ไหนได้อีก.....
อัลพยายามปลุกใจทุกคนด้วยการเอาเสบียงที่ตนนำมาจากพวกไมล์สออกมาให้ทุกคนกิน แต่วินรี่ก็ยังอดห่วงทางเอ็ดไม่ได้ เพราะเด็กสาวเกรงว่าคิมลี่ย์จะสงสัยที่อยู่ ๆ อัลก็หายตัวไป อัลจึงบอกวินรี่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงพร้อมเล่าแผนการของเอ็ดให้ฟัง
เอ็ดแก้ปัญหาด้วยการหลอมเกราะที่เหมือนกับอัลทุกกระเบียดนิ้วขึ้นมาแล้วให้ทหารคนหนึ่งเข้าไปอยู่ข้างใน (น่าสงสารแฮะ ^^’) แต่คิมลี่ย์ก็ยังรู้สึกผิดสังเกตอยู่ดี
ระหว่างที่ไมล์สสั่งการให้ลูกน้องแต่ละคนประจำตำแหน่งเพื่อทำการ “ลอบสังหาร” คิมลี่ย์ ก็พบว่าคิมลี่ย์กับลูกน้องปลีกตัวออกไปสำรวจพื้นที่ตามลำพัง เมื่อไมล์สถามทหารคนหนึ่งว่าคิมลี่ย์ออกไปสำรวจอะไรกันแน่ ก็ได้รับคำตอบว่า
“เห็นหอคอยใหญ่ของเหมืองกลางเมืองนั่นไหมครับ พวกนั้นจะเข้าไปในเหมืองเพื่อหาอุโมงค์...แต่คิมลี่ย์ไม่ไว้ใจทหารจากบริกส์ก็เลยเอาแต่คนของเขาไป....”
ไมล์สรู้ทันทีว่าคิมลี่ย์ไหวตัวทันและกำลังจำหนีไป ทหารชาวอิชวาลจึงสั่งให้พรรคพวกตามคิมลี่ย์ไป พร้อมให้พลแม่นปืนเข้าประจำที่รอบหอคอย ส่วนเอ็ดให้ตามคิมลี่ย์ไปตามลำพัง....
คิมลี่ย์รู้ตัวว่าเอ็ดสะกดรอยตามตนอยู่ จึงพูดขึ้นมาว่า “นายก็อยู่ที่นี่ด้วยใช่มั๊ยล่ะ...นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล...”
เอ็ดถามว่าคิมลี่ย์ต้องการอะไร คิมลี่ย์ทำเป็นไม่สนใจพร้อมพูดว่า ตนคาดไม่ผิดที่เอ็ดสะกดรอยตามมา..
“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือ ฉันตามนายมาเพราะนายสัญญาว่าจะให้ศิลานักปราชญ์เป็นของตอบแทนหากฉันช่วยนายจับตัวสการ์...” เอ็ดทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้...
“เลิกเล่นละครตบตาได้แล้ว....ฉันรู้นะว่านายทำลับ ๆ ล่อ ๆ ตามมาเพื่อให้พวกพลแม่นปืนมีเวลาเข้าประจำตำแหน่ง...”
เมื่อเห็นว่าคิมลี่ย์รู้ทันแผนการทุกอย่าง เอ็ดจึงถามคิมลี่ย์ว่ารู้ได้อย่างไร
คิมลี่ย์ตอบว่า “...เพราะแถวนี้มีรังสีแห่งการฆ่าแผ่ออกไปทั่วเลยน่ะสิ....ฉันรู้สึกได้...เป็นความรู้สึกที่ดีจริง ๆ ....ที่ฉันรอดชีวิตจากอิชวาลได้ไม่ใช่เพราะโชคช่วยหรอกนะ....”
ขณะที่พลแม่นปืนกำลังจะเหนี่ยวไก คิมลี่ย์ก็ใช้วิชาแปรธาตุทำให้เกิดระเบิดขึ้น ไอน้ำจากหิมะและควันจากระเบิดทำให้รอบ ๆ ตัวคิมลี่ย์ถูกปกคลุมไปด้วยไอและควัน พลแม่นปืนจึงไม่สามารถสังหารคิมลี่ย์ได้....
ทันใดนั้นเองก็มีกรงเล็บขนาดมหึมาพุ่งเข้ามาหวังจะทำร้ายเอ็ด เด็กหนุ่มหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่กำปั้นยักษ์ก็โจมตีตามมาทันที เอ็ดใช้สัญชาติญาณการ์ดรับไว้ได้
เมื่อเอ็ดตั้งหลักได้ก็เห็นว่าเจ้าของกรงเล็บคือ คิเมร่าสิงโต ส่วนคิเมร่าที่ใช้กำปั้นโจมตีมีรูปร่างเป็นกอริลล่าตัวโต คิเมร่าทั้งสองรุมโจมตีเด็กหนุ่ม เอ็ดพลาดท่าถูกสิงโตจับได้เพราะควันจากระเบิดทำให้เอ็ดมองอะไรไม่เห็น แต่คิเมร่าที่มีประสาทรับกลิ่นเป็นเลิศสามารถจับตำแหน่งของเอ็ดได้อย่างแม่นยำ
เอ็ดเอาตัวรอดด้วยการเปลี่ยนออโต้เมลให้เป็นมีดแล้วแทงข้อมือของสิงโตทำให้สามารถหลุดจากพันธนาการมาได้
ไมล์สได้ยินเสียงต่อสู้จึงตะโกนถามเอ็ดว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เอ็ดรีบรายงานทุกอย่างให้ไมล์สฟังทันทีพร้อมเตือนให้พวกไมล์สออกห่างจากกลุ่มควันโดยเร็ว...
กลุ่มควันหนาทึบทำให้เอ็ดมองอะไรไม่เห็นและเสียหลักตกลงไปในเหมือง คิมลี่ย์และสมุนรีบตามเด็กหนุ่มลงมาเพื่อจะจัดการกับ “ตัวแสบ” ให้ได้
เอ็ดเหลือบไปเห็นกองไดนาไมท์ที่ใช้ระเบิดเหมืองก็คิดแผนการรับมือคิเมร่าทั้งสองได้ เด็กหนุ่มรู้ว่าไดนาไมท์มีแอมโมเนียมไนเตรทเป็นส่วนประกอบจึงใช้วิชาแปรธาตุแยกส่วนทำให้เกิดก๊าซแอมโมเนียฟุ้งไปทั่ว (เอ็ดเตรียมการมาอย่างดี อุดจมูกไว้ด้วย ^^)
เมื่อคิเมร่าที่จมูกไวกว่าปกติสูดแอมโมเนียเข้าไปก็ถึงกับทนกลิ่นที่ฉุนอย่างร้ายกาจไม่ได้ สัตว์ประหลาดทั้งสองล้มลงกับพื้นและพ่ายแพ้เอ็ดในที่สุด....
เมื่อจัดการสมุนทั้งสองได้แล้วเอ็ดก็สู้กับคิมลี่ย์ตัวต่อตัว เอ็ดอาศัยความไวและฝีมือ (ที่ดูเหมือนเก่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก) ปัดศิลานักปราชญ์ออกจากมือคิมลี่ย์ได้ก่อนที่คิมลี่ย์จะได้ใช้พลังจากหินในการต่อสู้
หลังจาก “ปลดอาวุธ” ของคู่ต่อสู้แล้ว เอ็ดก็ใช้ออโต้เมล์เฉือนฝ่ามือของคิมลี่ย์เพื่อทำลายวงแหวนเวทย์ที่สลักอยู่ทันที
เอ็ดคิดว่าตนจัดการคิมลี่ย์อยู่หมัดแล้วจึงตัดสินใจไม่ปลิดชีวิตศัตรูตามที่ไมล์สแนะนำ วินาทีที่เอ็ดกำลังเผลอ คิมลี่ย์ก็คายศิลานักปราชญ์ชิ้นที่สองออกมาพร้อมเยาะเย้ยเอ็ดว่า
“เสร็จฉันล่ะ...นายคิดอย่างนั้นอยู่ล่ะสิ....ความกล้าที่จะ “ไว้ชีวิต” ก็เป็นสิ่งที่น่ายกย่องอยู่หรอกนะ....แต่หากนำมาใช้ในสนามรบก็เท่ากับเป็นการเปิดช่องว่างให้ฝ่ายตรงข้าม....โชคดีจริง ๆ ที่นายไม่ฉวยโอกาสฆ่าฉันซะ....นายมันอ่อนหัด....ไม่คิดล่ะสิว่าฉันยังมีศิลานักปราชญ์อีกอัน.....ตอนนี้นายแพ้แล้ว...”
เอ็ดตกตะลึงกับ “ไม้เด็ด” ของคิมลี่ย์ แต่ก็สายไปเสียแล้ว....คิมลี่ย์ใช้พลังของหินระเบิดเหมืองและหอคอยไปพร้อม ๆ กับเอ็ดและลูกน้องทั้งสอง (ที่ครวญครางยกใหญ่ที่คิมลี่ย์หักหลังสมุนผู้ซื่อสัตย์อย่างพวกตน)
ร่างของเอ็ดร่วงลงมากระแทกกับพื้นเบื้องล่าง เอ็ดพยายามยันตัวเองขึ้นเพื่อหาคิมลี่ย์ ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็กระอักเลือดออกมาพร้อมกับรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ชายโครง....
เอ็ดหันไปมองและพบว่าที่ชายโครงด้านซ้ายมีท่อเหล็กขนาดใหญ่เสียบอยู่ ท่อเหล็กนั้นเสียบทะลุจากหลังมาหน้า เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มพื้น เด็กหนุ่มกระอักเลือดออกมาอีกครั้งพร้อมกับหมดสติไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน....
ขณะที่ชีวิตของพี่ชายกำลังตกอยู่ในช่วงวิกฤติ อัลผู้เป็นน้องก็ล้มลงเช่นกัน วินรี่และเหม่ยถลาเข้ามาเขย่าตัวอัลด้วยความเป็นห่วง
“.....มันกำลัง....ถูกดึงไป....อีก..แล้ว.....”
“อัล!!..ที่ว่าถูกดึงไปมันอะไรกัน...อัล...” วินรี่คาดคั้นด้วยความร้อนใจ
“.......วิญญาณ....” อัลตอบวินรี่ด้วยสติเลือนลางเต็มที...
วินรี่กอดร่างที่แน่นิ่งของอัล....ร้องหาคนช่วย...
“ตื่นขึ้นมาสิอัล.....ใครก็ได้...ใครก็ได้ช่วยที.........”
“......เอ็ด....”
เด็กสาวตะโกนเรียกเอ็ดสุดเสียงโดยไม่รู้ว่าตอนนี้ชีวิตของเอ็ดก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นกัน.....
=[]=
T____T
ม่ายยยยยย เอ็ดจางงงงงงง อัลคุงงงงงงงง
แต่เราว่าเอ็ดจังคงไม่ตายหรอก แต่จะรอดยังไงนี่สิ
แอบลุ้นว่าป๋าโฮจะมาช่วยเหมือนกัน แต่ก็อยู่ไกลเกินง่ะ (ป๋ายังรำลึกอดีตอยู่กับพวกอิสึมิอยู่เลย)
ที่ดู ๆ น่าจะเป็นไปได้ก็คือ ได้ศิลานักปราชญ์จาก คห. 7 (ที่ปัดจากมือคิมลี่ย์) มาช่วย (แต่ก็ต้องเฮงจริง ๆ ถึงจะบังเอิญมาเจอได้)
ไม่แน่ว่าคิมลี่ย์นั่นแหละที่จะช่วย เพราะคิมลี่ย์จะกล้าฆ่าเสามนุษย์ที่ขนาดเอ็นวี่ยังไม่กล้าฆ่าเลยเหรอ
แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้กับการ์ตูนเรื่องนี้อะนะ ต้องรอลุ้นเดือนหน้า หุหุ
อยากอ่านตอนต่อไปเร็ว ๆ จัง
เอนทรี่หน้าคงเป็นโอรังนะงับ แฟน ๆ แฝด แอนด์ ทามะจัง เตรียมโฮกกกก ได้เลย กะรี๊ดมากมาย อิอิ
ไปก่อนนะค้าบ
บายจ้า
My Spoilers
My Projects
แอบลุ้นว่าตอนหน้าจะมีแก่นแท้ออกมาบ้างไหม
#1 By molecularkitten on 2007-10-12 21:32