[SPOIL] FMA 74 เปิดเผยอดีตของแวน โฮเอนไฮม์!!!
posted on 15 Aug 2007 15:55 by palmcj in Alchemic-worldคงมีหลาย ๆ คนรู้สึกว่าสปอยของเดือนนี้ออกช้า จริง ๆ ก็ช้ามาตั้งแต่สแกนแล้วแหละ (ออกช้าไปสองวัน รอนานจนต้องหา summary มาอ่านแก้อยาก แต่พออ่านจบยิ่งอยากเห็นสแกนกว่าเดิม ^^') พอบวกความยุ่งของช่วงนี้เข้าไปมันก็เลยช้ากว่าเดิม หุหุ (ช้าไปสามสี่วันเอง ไม่เป็นไรหรอกเนอะ ^0^)
FMA ตอนนี้ชื่อว่า "Homunculus in a flask" เป็นตอนที่เผยถึงอดีตของป๋าโฮกับไพรด์ (คิดว่าใช่นะ) ตอนนี้เอ็ดจังแทบไม่มีบทเลย ได้ออกไม่กี่ช่อง (แต่ได้ขึ้นปกแทน) ถูกสองป๋าขโมยซีนหมด 555
อ้อ ตอนนี้มีเปิดตอนหน้าสีด้วย จะลงไว้ท้ายสปอยจะได้ไม่ขัดจังหวะเนื้อเรื่อง จะลงทั้งหน้าเปิด ปกนิตยสาร GANGANแล้วก็ปกเล่ม 17 (ที่ออกวันเดียวกับตอนที่ 74 เลย คือวันที่ 11 ส.ค. ^^) ตอนนี้ไปอ่านสปอยเลยดีกว่าจ้า
ปล. ขอแจ้งข่าวนิด คือเดือนหน้าอาจมาลงสปอยช้าน่อ (จริง ๆ คือคงมาลงช้าเกือบ 100%) เพราะจะไปเมืองนอกช่วงที่สแกนออกพอดี ไปเรียนต่อปีนึง ช่วงนั้นคงต้องจัดการหลาย ๆ อย่างกับชีวิตให้เรียบร้อยก่อนถึงจะมาลงสปอยได้อะ (อย่างน้อยก็ต้องจัดการกับเน็ตให้ได้ก่อน -_-)
ถึงจะไม่อยู่เมืองไทยแต่เราจะมาลงสปอยให้แน่ ๆ เพราะตอนนี้มันกลายเป็นความสุขอย่างนึงในชีวิตไปแล้ว เสพติดแบบขาดไม่ได้ ^^' (ทำมาสามปีกว่าแล้วจนขาดไม่ได้จริง ๆ เหอเหอ)

EPISODE 74: "Homunculus in a flask"
เอ็ดบอกเคล็ดลับของวิชาแปรธาตุของคิมลี่ย์ให้พวกไมล์สรู้เพื่อเตรียมรับมือศัตรู
มือขวาของคิมลี่ย์มีรอยสักรูปพระอาทิตย์ ส่วนที่มือซ้ายเป็นรูปดวงจันทร์....สัญลักษณ์ของแสงสว่างและความมืด....เมื่อรูปสามเหลี่ยมบนมือทั้งสองข้างมาประกบกันจะเกิดเป็นรูปหกเหลี่ยมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธาตุทั้งสี่ในวิชาเล่นแร่แปรธาตุ....คิมลี่ย์สร้างวงแหวนเวทย์โดยการประกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันทำให้เกิดระเบิดขึ้น...
เมื่อได้ฟังเอ็ดอธิบาย ไมล์สก็รู้ว่าวิธีจัดการกับคิมลี่ย์คือต้องจัดการกับแขน (มือ) ข้างใดข้างหนึ่งก่อน แต่แผนนี้ก็ใช้การไม่ได้เพราะคิมลี่ย์มีศิลานักปราชญ์อยู่ จึงมีพลังในการแปรธาตุมากกว่าปกติ.....

เมื่อเจ้าหน้าที่จากเซ็นทรัลเข้าไปในฐานทัพบริกส์ก็ลงมือสอบสวนเรื่องของเรเวนทันที แต่เจ้าทหารฝ่ายบริกส์ทุกคนทำเป็นไม่รู้เรื่อง พร้อมบอกเจ้าหน้าที่จากเซ็นทรัลว่าในสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่อันตรายเช่นนี้อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะกับคนนอกพื้นที่อย่างเรเวน
เมื่อไม่มีหลักฐานทหารจากเซ็นทรัลก็ไม่สามารถเอาผิดกับทางกองทัพบริกส์ได้...
โอลิเวียร์ไปหาแบรดเล่ย์ที่ศูนย์บัญชาการกลางเซ็นทรัลตามหมายเรียก ระหว่างทางไปที่ห้องผบ. โอลิเวียร์ก็พบกับรอยโดยบังเอิญ อาการไม่กินเส้นกันอย่างเห็นได้ชัดของทั้งสองคนทำให้บรรยากาศมาคุขึ้นมาทันที
คนอ่อนหัดอย่างคุณได้มาประจำที่เซ็นทรัลกับเค้าด้วยเหรอมัสแตง?? จ่ายสินบนไปเท่าไหร่กันล่ะเนี่ย
อะไรกัน ผมใช้ความสามารถล้วน ๆ ครับ (เฟ้ย)
หลังจากทักทาย (??) กันแล้ว ทั้งสองก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระ รอยชวนโอลิเวียร์ไปทานมื้อค่ำด้วยกัน โอลิเวียร์ปฏิเสธอย่างเนียน ๆ
จะเลี้ยงเหรอ??...ถ้ารับได้ที่ชั้นจะกินจนกว่าคุณจะหมดตัวก็เอาสิ
รอยจึงบอกให้โอลิเวียร์ลืมเรื่องที่ตนจะเลี้ยงมื้อค่ำเสีย (แค่นี้ก็ไส้แห้งจะตายอยู่แล้ว -*- ... รอยคิด)
ก่อนแยกกันรอยบอกโอลิเวียร์ว่าตนรู้จักร้านดอกไม้ดี ๆ ในเซ็นทรัล
เอาไว้ผมจะซื้อดอกไม้สวย ๆ ให้คุณสักช่อ... โอลิเวียร์เข้าใจความนัยที่รอยอยากจะบอกจึงโบกมือให้ก่อนจะตรงไปยังห้องผบ.สูงสุด....

ทันทีที่เผชิญหน้ากับโอลิเวียร์ แบรดเล่ย์ก็ถามถึงเรเวน เธอทำอะไรเรเวน??
โอลิเวียร์รู้ดีว่าไม่สามารถตบตาแบรดเล่ย์ได้จึงยอมรับว่าเธอได้สังหารเรเวนเสียแล้ว
ทำไมท่านถึงไว้วางใจคนงี่เง่าแถมยังสะเพร่าพรรค์นั้น....คนแบบนั้นไม่จำเป็นต่อท่านเลย...คนไร้สมอง...ปากเปราะอย่างเรเวนไม่มีประโยชน์กับแผนการของท่านหรอก...
แบรดเล่ย์จึงถามโอลิเวียร์ว่า เรเวนบอกความลับอะไรไปบ้าง โอลิเวียร์ตอบว่า เรเวนแพร่งพรายทุกอย่างให้ตนรู้โดยไม่ลังเลเลย ทั้งเรื่องกองทัพอมตะ...อนาคตของอเมสทริส...เหล่าโฮมุนคูลัส...รวมถึงความจริงเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของแบรดเล่ย์ด้วย
โอลิเวียร์ขอให้แบรดเล่ย์ยกตำแหน่งของเรเวนให้ตน แบรดเล่ย์รู้สึกถูกใจโอลิเวียร์จึงยอมทำตามข้อเสนอ แต่คนของแบรดเล่ย์จะเข้าไปควบคุมฐานทัพบริกส์เป็นข้อแลกเปลี่ยน โอลิเวียร์ตกลงตามนั้น
ที่ฐานทัพบริกส์...เมื่อรู้ข่าวเกี่ยวกับโอลิเวียร์ บัคคาเนียร์และเฮนเชลรู้สึกพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ ของโอลิเวียร์
...เดี๋ยวคงมีหุ่นเชิดจากเซ็นทรัลมาที่นี่...พวกนั้นแทบไม่รู้เรื่องทหารบริกส์เลย...แม้จะขาดผู้นำที่แท้จริง พวกเราก็ยังคงเป็นหนึ่งเดียวกัน...ปฎิบัติภารกิจในรูปหน่วยย่อยที่ประสานงานกัน....แบ่งปันอุดมการณ์และความตระหนักถึงตัวตนของบริกส์ซึ่งกันและกัน....นั่นคือสิ่งที่ทำให้บริกส์เป็นบริกส์อย่างทุกวันนี้...

ที่โรงอาหารของศูนย์บัญชาการกลาง รอยเดินมานั่งกินอาหารเที่ยงข้างริซ่า รอยเป็นห่วงที่ริซ่าดูซึม ๆ จึงถามริซ่าว่าเกิดอะไรร้าย ๆ ขึ้นหรือเปล่า ริซ่าปฏิเสธ รอยจึงถามริซ่าเรื่องงาน ริซ่าตอบว่าถึงงานจะยุ่งแต่ ผบ.สูงสุดก็เป็นคนมีความสามารถและทำงานรวดเร็วซึ่งช่วยริซ่าได้มาก ....ท่านผบ. ไม่เคยเลิกงานเร็ว...มีพรสวรรค์ และเป็นสุภาพบุรุษ.... ริซ่าพูดหน้าตาย (เหมือนจะแอบแขวะรอยนะ อิอิ) รอยได้ฟังก็ฉุนและบอกว่าท่าทางการสนทนาระหว่างตนกับริซ่าคราวนี้จะน่าเบื่อไม่น้อย....
รอยเปลี่ยนเรื่องพูดโดยชวนริซ่ากินข้าวเที่ยงด้วยกันอีกในวันรุ่งขึ้น เมื่อริซ่าไม่ตอบอะไรรอยก็ถอนใจแล้วรำพึงว่า เฮ้อ...ท่าทางวันนี้ชั้นจะถูกปฏิเสธนัดทั้งสองครั้งเลย...คือว่าเมื่อกี๊ชั้นเจอนายพลอาร์มสตรองน่ะ...
ขณะที่รอยกำลังพูดเรื่อยเปื่อย ริซ่าก็สำรวจเงาของตัวเองว่าถูกติดตามหรือไม่ เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติกับเงา ริซ่าก็เริ่มชวนรอยคุยเรื่องเกี่ยวกับภาคเหนือ โดยบอกว่าตอนนี้สการ์และพี่น้องเอลริคอยู่ที่นั่น และพูดถึงช่วงที่เคยไปฝึกภาคสนามที่บริกส์ ริซ่าทำเป็นพูดถึงเพื่อนทหารที่พบระหว่างการฝึก รอยรู้ว่าริซ่าต้องการบอกข้อความลับกับตนจึงจดชื่อคนที่ริซ่าพูดถึง ทุกคนรวมถึงคีย์เวิร์ดต่าง ๆ เพื่อถอดรหัส
เมื่อแยกกับริซ่ารอยก็เข้าไปถอดรหัสในห้องน้ำ รอยถึงกับตกตะลึงจนหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ริซ่าต้องการจะบอกคืออะไร...

ทหารจากเซ็นทรัลได้รับคำสั่งจากแบรดเล่ย์ให้ไปที่ดาบลิชเพื่อนำตัวอิสึมิมายังเซ็นทรัล แต่เมื่อทหารไปถึงร้านอิสึมิกลับพบเมสันเฝ้าร้านอยู่เพียงคนเดียวส่วนอิสึมิและสามีออกเดินทางท่องเที่ยวไม่มีกำหนดกลับ เจ้าหน้าที่จากเซ็นทรัลคิดว่าเมสันโกหกจึงซักไซ้ไล่เลียงจนกระทั่งแน่ใจว่าอิสึมิไม่อยู่จริง ทหารจึงฝากให้เมสันบอกอิสึมิให้ติดต่อตนทันทีที่กลับจากเดินทาง แล้วผู้มาเยือนจากเซ็นทรัลก็ขับรถกลับไป
เหตุการณ์ตั้งแต่ทหารมาถึงร้านอิสึมิอยู่ในสายตาของบิโด้ (ลูกน้องของกรีดที่เป็นคิเมร่ากิ้งก่า) โดยตลอด บิโด้จำได้ว่าทหารกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่จับตัวกรีดไปในการต่อสู้ที่เดวิล เนสท์ ลูกน้องที่ซื่อสัตย์ของกรีดจึงสะกดรอยตามทหารกองนี้ไปโดยเกาะอยู่ใต้ท้องรถของกองทัพ....

ลึกลงไปใต้ดินที่แหล่งกบดานของเหล่าโฮมุนคูลัส กรีด (หลิน) พบกับไพรด์ที่มาหาท่านพ่อเช่นกัน กรีดรู้สึกแปลกใจเพราะไพรด์ไม่ค่อยจะลงมายังห้องใต้ดินแห่งนี้นัก กรีดถามไพรด์ว่าท่านพ่อทำอะไรอยู่
ท่านพ่อกำลังหลับ...
เห....วันนี้มีเรื่องแปลก ๆ ตั้งสองเรื่องเลยแฮะ... (ไพรด์มาหาท่านพ่อที่ใต้ดิน + ท่านพ่อหลับ) กรีดพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ....
ขณะที่ท่านพ่อหลับ ภาพในอดีตอันยาวนานก็ผุดขึ้นในความทรงจำ....
ณ เมืองการค้าที่คับคั่งจอแจด้วยผู้คน ในห้องที่ดูเหมือนห้องทดลองรก ๆ ห้องหนึ่ง....เด็กหนุ่มหน้าตาละม้ายคล้ายเอ็ดหากแต่ผอมกว่ามากและแต่งกายซอมซ่อกำลังถูพื้นอย่างขะมักเขม้น ทันใดนั้นเองเสียงเรียกเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น
เจ้าเปี๊ยก....เฮ้....เจ้าเปี๊ยก....ฮัลโหล....มีใครอยู่ไหม...
เด็กหนุ่มหันไปมองต้นเสียงแล้วทำหน้ามุ่ยพร้อมกลับหันกลับไปทำงานต่อ....
เฮ้...นี่นายเมินชั้นงั้นเหรอ....มานี่สิ..ตรงนี้...บนชั้นวางของ...
เมื่อถูกตื๊อหนักเข้า เด็กหนุ่มก็เดินไปตามเสียงเรียก...ไปหาเจ้าของเสียง...เสียงนั้นดังมาจากภายในหลอดทดลองกระเปาะกลมบนชั้นวางของ หลอดทดลองนั้นวางอยู่บนขาตั้ง มีเข็มอันใหญ่ปักอยู่ กลางกระเปาะมีกลุ่มเงาทะมึนทรงกลมเล็ก ๆ ลอยอยู่ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเด็กหนุ่มนับได้ว่าเป็นสิ่งแปลกประหลาดที่ใครเห็นต้องตกใจ หากแต่หนุ่มน้อยไม่มีที่ท่าประหลาดใจแม้แต่น้อย และยังคงทำเป็นเมินเสียงเรียกต่อไป....

โทษทีนะ ตอนนี้ชั้นกำลังยุ่ง ไว้จะมาคุยด้วยทีหลัง....
นี่นายไม่คิดจะพูด หรือทำเป็นแปลกใจไม่ก็ประทับใจสักนิดเลยเหรอ??
แล้วถ้าชั้นทำนายจะให้อะไรตอบแทนหรือเปล่าล่ะ...
ประสาทแข็งดีนี่...ชั้นชอบ..นายชื่ออะไรล่ะ
หมายเลข 23 เด็กหนุ่มตอบหลอดแก้ว
23??...นี่..ชั้นถามชื่อ ไม่ใช่หมายเลข...
เด็กหนุ่มบอกว่าตนเป็นเพียงทาสที่ไม่มีชื่อ เมื่อหลอดทดลองพูดถึงนิยามของทาสเด็กหนุ่มก็ไม่เข้าใจศัพท์ทางกฎหมายที่หลอดแก้วอ้างอิงถึง หลอดแก้วจึงพูดกับเด็กหนุ่มว่า
เด็กน้อย...นายนี่โง่จริง ๆ
นี่...นายรู้ไหมว่าฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้ ไม่รู้แม้กระทั่งตัวเองเกิดขึ้นมาได้อย่างไร... หลอดแก้วเริ่มชวนหมายเลข 23 คุย
คนที่ให้เลือดกับฉันคงเป็นนาย....ใช่...เจ้านายของฉันใช้เลือดมากมายในการทดลองกับตัวฉัน...งั้นนายก็เป็นคนหนึ่งที่ให้ชีวิตกับฉัน...ฉันซาบซึ้งในบุญคุณของนาย...
แล้วหลอดแก้วก็บอกเด็กหนุ่มว่าจะตั้งชื่อให้เป็นการขอบคุณที่ให้ชีวิต หลอดแก้วตั้งชื่อให้หมายเลข 23 ว่า
...แวน โฮเอนไฮม์.....

หลอดแก้วถามโฮเอนไฮม์ว่าอ่านออกเขียนได้หรือไม่ โฮเอนไฮม์ปฏิเสธพร้อมทั้งบอกว่าแม้ตนจะไม่รู้หนังสือแต่ก็ยังทำงานได้ดี หลอดแก้วจึงโน้มน้าวเด็กหนุ่มโดยพูดว่า
ถ้านายคิดแค่นั้น นายก็คงต้องติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไป.....นายไม่อยากมีอิสรภาพหรือไง...โฮเอนไฮม์...นายจะใช้ชีวิตและจบชีวิตเยี่ยงทาส....ทาสที่มีชีวิตผูกติดกับคนอื่น ไม่มีสิทธิ์เป็นของตัวเอง....เหมือนแมลงที่บินไปติดใยแมงมุม รอวันเน่า...ตายไปทั้ง ๆ ที่ถูกช่วงชิงอิสรภาพตลอดกาล...ไม่มีความรู้...สูญเสียโอกาสในการท่องโลกกว้างแห่งนี้....นายต้องการแบบนั้นหรือ...
....ชั้นเข้าใจ เพราะนายก็เหมือนกับชั้นที่ต้องติดแหงกอยู่ในหลอดทดลอง....ความรู้เป็นสมบัติล้ำค่า...เป็นพลังที่แท้จริง..เป็นหนทางเดียวที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้โดยไม่สร้างภาระให้ใคร....เป็นหนทางให้ทาสอย่างนายได้เสรีภาพ.....ฉันสามารถให้ความรู้นายได้นะ...แวน โฮเอนไฮม์.... หลอดแก้วจูงใจเด็กหนุ่ม
ในที่สุดหลอดแก้วก็โน้มน้าวจิตใจโฮเอนไฮม์ได้สำเร็จ
นายเป็นใคร....ชื่ออะไร... แวน โฮเอนไฮม์ถามชื่อว่าที่ครูด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปรารถนา...ปรารถนาอิสรภาพที่ไม่เลยได้ลิ้มรสมาก่อนในชีวิต....

เรียกชั้นว่า....โฮมุนคูลัส....
ขณะที่พูดก็ปรากฎตาและปากขึ้นมาที่เงา เงาแสยะยิ้มอย่างพึงใจพร้อมกับยื่นเงารูปมือเล็ก ๆ ไปสัมผัสเข็มที่ (น่าจะใช้) ส่งเลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงตัวเอง....
ในห้องน้ำของกองทัพ รอยเผากระดาษที่จดรหัสลับของริซ่าเพื่อทำลายหลักฐาน รหัสที่ถอดได้มีใจความว่า เซริม แบรดเล่ย์ เป็นโฮมุนคูลัส
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน....เป็นไปไม่ได้หรอก....ใช่มั๊ย
รอยสับสนกับสิ่งที่ได้รู้ แต่ลึก ๆ แล้วรอยก็เชื่อว่าสิ่งที่ริซ่าพยายามบอกตนเป็นเรื่องจริง....
.....ความจริงจากความมืดมิดเริ่มเปิดเผยขึ้นแล้ว !! ..... (คลิ๊กรูปเลยงับ)
ปก GANGAN จ้า

หน้าเปิดตอนงาม ๆ (คลิ๊กที่รูปเลยจ้า) ^^
ปกเล่ม 17 (สวยแฮะ)

จบแล้วจ้า ตอนนี้แอบสนุกมากมายอะ (แล้วเจ๊เคยว่าตอนไหนไม่สนุกมั่งมั๊ยเนี่ย -_-")
ตั้งแต่ตอนหน้าจะเป็นสปอย import แล้ว ส่งตรงจากเมืองนอก ตามที่บอกไว้ตอนแรก คือ อาจจะช้านิดหน่อย แต่มาแน่ ๆ จ้า
สุดท้ายต้องขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกัน ^^
พบกันใหม่เอนทรี่หน้า บายงับ ( - -)/~
ขอ edit เพิ่มอีกนิด ::
เอา FMA 74 มาอ่านอีกรอบ (อ่านช่วงที่ริซ่าส่งรหัสลับให้รอยนั่นแหละ ตอนแรกยาวเลยอ่านผ่าน ๆ แต่พอเข้าไปเช็คในเว็บก็รู้ว่าเราพลาดไปแล้วที่ไม่แปลตรงนี้ด้วย ^^')
เห็นแล้วคงรู้แล้วนะว่าคู่ ROYAI เค้าแอบส่งข้อความกันได้ไง ตามนี้เลยงับ
v
v
[ริซ่าเล่าเรื่องให้รอยฟัง ตามลำดับข้างล่าง ^^]
Scar -- อยู่ที่บริกส์
Elric Brothers -- อยู่ที่บริกส์เหมือนสการ์
Lucy เพื่อนริซ่าจากโรงเรียนเตรียมทหาร สอนอะไรให้ริซ่าหลายอย่างระหว่างการฝึก
Isaac -- เหมือนลูซี่
Miles ริซ่าประทับใจในฝีมือการต่อสู้ และจำทรงผมประหลาด ๆ ของไมล์สได้
Buccaneer -- เหมือนไมล์ส
Rebecca -- ทหารหญิงคนหนึ่งที่โอลิเวียร์ถูกใจในฝีมือ
Armstrong โอลิเวียร์พอใจทหารหญิงหลายคน แต่ไม่ค่อยประทับใจริซ่านัก
Dove -- ทหารที่โอลิเวียร์ชวนไปทำงานด้วย
Lysander -- ทหารที่โอลิเวียร์ชวนไปทำงานด้วย
Edgar -- ทหารที่โอลิเวียร์ชวนไปทำงานด้วย
York -- ทหารที่โอลิเวียร์ชวนไปทำงานด้วย
Ida -- ทหารที่โอลิเวียร์ชวนไปทำงานด้วย
Sugar -- ทหารที่โอลิเวียร์ชวนไปทำงานด้วย
Havoc -- ระหว่างการฝึกฮาวอคบ่นตลอดเวลาเรื่องอากาศหนาวที่บริกส์
Oscar -- เหมือนฮาวอค + บ่นเรื่องอาหารด้วย
Mike -- เหมือนฮาวอค + บ่นเรื่องอาหารด้วย
Uni -- ทหารที่ได้รับคำสั่งให้นำเสบียงบางส่วนกลับไปยังฐานทัพ
Nora ทหารแม่นปืนที่ได้รับคำสั่งให้ไปกับ Uni ขากลับยิงกวางตัวหนึ่งกลับมาเป็นอาหาร
Charlie กินกวางอย่างเอร็ดอร่อย
Uni (ริซ่าพูดถึง Uni ครั้งที่สอง)
Lucy ทหารที่กินเก่งที่สุด
Uni (ริซ่าพูดถึง Uni ครั้งที่สาม) แขวะลูซี่เรื่องกิน และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจึงทะเลาะกัน
Starling -- พยายามสงบศึกระหว่าง Lucy และ Uni จนต้องเข้าโรงพยาบาล
เจ๊ริซ่าเราก็หัวแหลมไม่น้อยเลย คิดออกมาได้ เหอเหอ
เรื่องนี้ทำให้เรารู้เลยว่า การ์ตูนคุณวัวใส่ใจทุกรายละเอียดจริง ๆ อ่านผ่าน ๆ แล้วพลาดอย่างแรง 555
สุดท้าย ROYAI จงเจริญ เย้ (เกี่ยวมั๊ยเนี่ย -_-")
ต่อด้วยบทวิเคราะห์อีกนิด (เอนทรี่นี้คงยาว แหะแหะ)
American Translator ที่เรายกให้เป็นเทพเรื่อง FMA (เค้ารู้ทุกเรื่องจริง ๆ นะ เป็นแฟนพันธุ์แท้มาก ๆ) เค้าวิเคราะห์กันว่า
เมืองที่ปรากฎใน flash back ตอนนี้คือเมืองคูเซลค์เซส (เขียนอย่างนี้รึเปล่าหว่า จำตัวสะกดไม่ได้ละ -_-") ที่ล่มสลายหลังประเทศอเมสทริสกำเนิดไม่นาน (โบราณสถานกลางทะเลทรายที่เอ็ดไปกับฟู เป็นเมืองที่ล่มสลายไปในคืนเดียว)
เราคิดว่าเป็นไปได้ เพราะตาม Time line ของเรื่องนี้มันก็ดูจะเป็นไปได้อยู่ - -'
ส่วนเงาที่อยู่ในหลอดแก้วอาจเป็น "สัจจะ" (เค้าบอกว่าสไตล์การพูดมันใช่เลยอะ) หรืออาจเป็นไพรด์ บางคนก็ว่าเป็นท่านพ่อ (ชักจะไปกันใหญ่แระ -_-")
ตอนนี้มีทฤษฎีจากตอนนี้เยอะเหมือนกัน เช่นว่า
เงาในหลอดแก้วคือ "ท่านพ่อ" --> ยุให้ป๋าโฮปล่อยตัวเองจากหลอด --> สร้างร่างของตัวเองขึ้นโดนใช้มนุษย์ที่ใกล้ชิดที่สุด (โฮ) เป็นต้นแบบ --> ทำลายคูเซลส์เซส --> สร้างไพรด์ขึ้นโดยใช้ร่างเดิมของตัวเอง (เงา) เป็นต้นแบบ
อืม...แต่ถ้างั้นนักแปรธาตุที่สร้างท่านพ่อเป็นใครล่ะ ?? คิดแล้วงง
ปล. เราว่าสิ่งที่อยู่ในหลอดอาจไม่ใช่ไพรด์ก็ได้ เพราะ หลอดเรียก "คนที่ทำการทดลองสร้างตัวเองขึ้นมา" ว่า "master" แต่ไพรด์เรียกท่านพ่อว่า "father" ยิ่งถ้าเมืองนั้นเป็นคูเซลค์เซสจริง หลอดก็ไม่มีทางเป็นไพรด์ได้ เพราะตาม time line ไพรด์เกิดขึ้นหลังคูเซลค์เซสล่มสลายง่ะ
ปล. 2 พิมพ์เองงงเองนะเนี่ย เหอเหอ การ์ตูนคุณวัวลึกล้ำเกินไปแระ คงมีหักมุม หักปากกาเซียนกันแน่ ๆ ในตอนต่อ ๆ ไป
ปล. 3 ส่วนนี้เป็นแค่ทฤษฏืที่วิเคราะห์กันน่อ ยังไม่ ซตพ. ^^'
ที่จริงเงาในหลอดทดลองตั้งชื่อให้ No.23 ว่า "Theophrastus Bombastus von Hohenheim" แต่ No.23 จำไม่ได้ก็เลยตัดเหลือแค่ แวน โฮเอนไฮม์ แทน...
ซึ่ง Theophrastus Bombastus von Hohenheim มาจาก "Philippus Theophrastus Aureolus Bombastus von Hohenheim" ชื่อเต็มของ Paracelsus นักเล่นแร่แปรธาตุที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง (ถ้าเราไม่ได้เข้าไปอ่านคงไม่รู้อะ ตอนแรกก็เลยสปอยข้ามช่วงที่ตั้งชื่อชื่อแรกไป -_-")
ใน Harry Potter เล่ม 5 ก็มีกล่าวถึงชื่อนี้ด้วย (เดี๋ยวเราจะลองไปค้นดู อิอิ)...
มีชื่อ Paracelsus ในการ์ดที่แถมมากับกบชอคโกแลต o_O"
มีรูปของ Paracelsus ในฮอกวอร์ตด้วย โดยอยู่ข้าง ๆ รูปกริฟฟินดอร์ (อยู่บริเวณทางเข้าห้องโถงของหอนอนกริฟฟินดอร์ และพบที่โรงนกฮูกด้วย) -[]-
คุณวัวคงต้องการสื่ออะไรสักอย่างแหละนะ....
ปล. ชื่อ Paracelsus หมายถึง "ผู้ที่เท่าเทียมหรือยิ่งใหญ่กว่า Celsus" ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวโรมันที่มีชื่อเสียงมากจากผลงานที่เป็นสารานุกรมเกี่ยวกับการแพทย์
เหตุผลที่ Philippus Theophrastus Aureolus Bombastus von Hohenheim ใช้ชื่อ Paracelsus ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะตัวเขาเป็นทั้งแพทย์ (เรียนโรงเรียนแพทย์ด้วย) และนักแปรธาตุ ซึ่งในที่สุดก็ได้ประยุกต์วิชาทั้งสองเข้าด้วยกัน
ตอนนี้ความคิดเราเอนเอียงไปทาง "เงาที่คุยกับ No.23 คือ ท่านพ่อ" (ตามข้างบนนั่นแหละ)
เพราะ ถ้าลองนึกดูดี ๆ ตอนที่ท่านพ่อทำให้หลินกลายเป็นกรีด ท่านพ่อเอานิ้วจิ้มที่หน้าผากทำให้ดวงตา (เหมือนที่มีในเงาและประตูแห่งสัจจะ) ประกฎขึ้นและหลั่งเลือดมาผสมกับเลือดในร่างกายหลิน ทำให้หลินกลายเป็นโฮมุนคูลัส (ซึ่งราธก็ถือกำเนิดมาแบบนี้เหมือนกัน..)
อาจเป็นได้ว่านักแปรธาตุที่สร้างเงาในหลอดทดลองขึ้นต้องการชีวิตอมตะ จึงทำการวิจัยโดยใช้ No.23 เป็นหนึ่งในตัวทดลอง
เมื่อเงายุให้ No.23 ปล่อยตัวเองจากหลอดทดลองทำให้ No.23 ได้ร่างอมตะ (ป๋าโฮอายุเป็นร้อย ๆ ปี หลายร้อยแล้วด้วยนะ)
บางคนบอกว่าเงา (ชื่อเล่นที่ฝรั่งตั้งให้คือ Bob the Blob เรียกสั้น ๆ ว่า Bob -- ต่อไปเรียกงี้ละกันน่อ ง่ายดี ^^) พยายามจะเข้าครองร่างป๋าโฮ (เหมือนกรณีหลินกับกรีด ประมาณว่าตัวเองไม่มีรูปร่างที่แท้จริง แต่พอเข้าไปสิงใครก็จะเข้าครองร่างนั้นแทน) พอเข้าครองร่างโฮได้ก็เริ่มสร้าง 7 Sins (โฮมุนคูลัสทั้งเจ็ด) ขึ้นมา...
แต่ Bob ในร่างโฮเอนไฮม์ก็ยังคงทดลองสร้างร่างที่เป็นอมตะต่อไป จนสุดท้ายจิตสำนึกของ No.23 (Bob ไม่ได้ครองร่างโดยสมบูรณ์) ก็ขัดขืน Bob และแยกตัวออกมาทำให้กลายเป็นมีโฮเอนไฮม์สองคน คนหนึ่งที่มีจิตสำนึกของ No.23 กลายเป็นพ่อของเอ็ด ส่วนที่เป็น Bob กลายเป็นท่านพ่อ (สังเกตว่าท่านพ่อต้องต่อสายระโยงระยางเหมือนเป็นเครื่องช่วยชีวิต อาจเป็นเพราะร่างนี้ไม่ใช่ของ Bob ร่างกายก็เลยปฏิเสธดวงวิญญาณ ถ้าไม่มีเครื่องช่วยจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้..)
ก็ว่ากันไปเนอะ หุหุ
เหลือแปะรูปอีกสองรูป แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้คอมตัวเองก็เลยไม่ค่อยสะดวก ติดไว้ก่อนละกัน
คราวนี้ไปจริง ๆ ละ เอนทรี่นี้ต้องไม่ยาวไปกว่านี้ สงสารคนอ่าน ^^
BYE x 2
My Spoilers
My Projects


สนุกจิงๆอ๊า------------------
แล้วเจ๊ปาล์มจาไปแล้วเหรอ??
ฮือๆๆๆๆ
แล้วเจ๊จาเข้านิปปอนแฟนมั้ยอะ
แล้วเวลาบอร์ดร้างๆก็จะเหลือคุรุคนเดียวอะเส่---- ฮือ----
#1 By คุจิกิ นาคุรุ (203.113.39.10) on 2007-08-21 20:57