FMA 72 :: Negative Chain, Positive Stone
posted on 14 Jun 2007 00:37 by palmcj in Alchemic-worldในที่สุดก็มาถึงเอนทรีที่รอคอยของคนอัพ เพราะไม่ต้องคิดเนื้อหา โพสสปอยอย่างเดียว ง่ายดี (ถ้าสมองฝ่อไปกว่านี้จะทำไงเนี่ย เหอะเหอะ)
เอนทรีนี้พิเศษหน่อยตรงที่มีบ่นต่อท้ายนิดนุง บ่นให้กับความซุ่มซ่าม เซ่อซ่า บ้าบอ ของตัวเอง -_-"
:::::: เริ่มเลยดีกว่าน่อ ::::::
FMA ตอนนี้ชื่อว่า Negative Chain, Positive Stone ตอนแรกอ่านชื่อตอนแล้วงง สงสัยว่ามันเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เกี่ยวกับสการ์ กับคิเมร่า ยังไง มาเข้าใจก็ช่วงท้าย ๆ ตอนว่ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง ^^'
ตอนนี้ถือว่าเป็นตอนที่มีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่าง แอคชั่นกันกระจาย ที่สำคัญมีฉากสวีทนิด ๆ ให้อมยิ้มด้วย (ROYAI จงเจริญ เย้ ~) ส่วนเอ็ดก็นะ...เริ่มผิดมนุษย์ขึ้นทุกวัน (ฮา) แต่ก็น่ารักดี (ยกตำแหน่งไฮเปอร์บอยให้เรียบร้อยแล้ว ^^')
เกริ่นมาเยอะแล้ว ไปอ่านสปอยกันเลยดีกว่าจ้า (เริ่มด้วยฉากสวีท ทำไมต้องทางโทรศัพท์ด้วยน้อ -0-)
EPISODE 72 Negative Chain, Positive Stone
หลังจากได้รับรู้ความจริงอันน่าพรั่นพรึง ริซ่าก็พาร่างกายที่เหนื่อยล้ากลับบ้าน จิตใจที่เคยเข้มแข็งไม่หวั่นไหวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเปิดประตูห้องริซ่าก็ต้องขวัญผวาเมื่อเห็นดวงตาคู่หนึ่งสะท้อนอยู่ในเงามืด แต่เมื่อตั้งสติได้ริซ่าก็รู้ว่าเจ้าของดวงตาคู่นั้น คือ หมาน้อยคู่ใจ แบล็ค ฮายาเตะ นั่นเอง ริซ่าหมดแรงทรุดนั่งลงกับพื้น เสียงของไพรด์ยังคงก้องอยู่ในหัว ฉันจะจับตาดูเธออยู่ในเงามืด... ฮายาเตะเห็นผู้เป็นนายมีท่าทีผิดปกติก็เข้ามาคลอเคลียเพื่อปลอบใจ ริซ่าเห็นว่าฮายาเตะเป็นห่วงจึงพูดกับหมาน้อยว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร....
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ริซ่าสะดุ้งด้วยความตกใจแล้วเดินมารับโทรศัพท์อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ คนที่โทรมา คือ รอย นั่นเอง
สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผมคนขายดอกไม้คนโปรดของคุณ ขอบคุณที่อุดหนุนร้านเราอยู่เสมอนะครับ
ดิฉันไม่มีคนขายดอกไม้คนโปรดหรอกนะคะ
เฮ้อ...โทษทีๆ...คือว่าฉันออกไปดื่มมานิดหน่อย แล้วก็ซื้อดอกไม้กลับมาเพียบเลย เธอช่วยแบ่งไปบ้างได้ไหม (แปล : ฉันอยากส่งดอกไม้ไปให้เธอ XD)
รอยเริ่มรู้สึกผิดปกติที่ริซ่าเอาแต่เงียบจึงถามว่า มีอะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ริซ่าปฏิเสธ แต่รอยก็ยังถามว่าแน่ใจหรือ ริซ่าจึงบอกรอยว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่นี่ไม่มีทั้งกระถางทั้งแจกัน ขอบคุณที่โทรมานะคะ พันเอก... พอพูดจบริซ่าก็วางสายทันที หญิงสาวอุ้มฮายาเตะขึ้นมากอด ยิ้มน้อย ๆ แล้วรำพึงว่า ทำไมเขาถึงโทรมาได้จังหวะขนาดนี้นะ... ส่วนรอยยังคงข้องใจกับพฤติกรรมผิดปกติของริซ่าแต่ก็ทำได้แค่มองโทรศัพท์อย่างกังวล....

หลังจากผ่านความวุ่นวายตอนเจอหน้ากันพอสมควร พวกเอ็ดก็นั่งคุยกับมาร์โกอย่างจริงจัง มาร์โกถามเอ็ดว่ายังค้นคว้าเรื่องหินนักปราชญ์อยู่หรือเปล่า เอ็ดตอบรับพร้อมบอกว่าตอนนี้ตนรู้วิธีสร้างหินแล้ว ซึ่งทำให้เอ็ดค้นพบอะไรหลาย ๆ อย่าง ...มีบางอย่างแปลกๆ เกี่ยวกับวิชาแปรธาตุและต้นกำเนิดของประเทศนี้ พวกเราคิดว่าวิชาเหลียนตันของชินคงจะช่วยไขปริศนาตรงนี้ได้ พวกเราจึงออกตามหาเหม่ย... มาร์โกบอกกับเอ็ดว่าตนรู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อได้พบสองพี่น้อง เรามีทั้งบันทึกงานวิจัย (ของพี่ชายสการ์) และวิชาเหลียนตัน ตอนนี้ก็เหลือแค่สการ์ เอ็ดเห็นด้วยกับมาร์โกที่ว่าต้องตามหาสการ์ให้พบให้ได้
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงการต่อสู้ดังสนั่น เอ็ดกับอัลจึงรีบไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นพร้อมกับบอกให้วินรี่ มาร์โก และเหม่ยรอยู่เฉย ๆ ก่อนจะไปอัลบอกวินรี่ว่าทางกองทัพก็ตามหาสการ์เช่นกัน ไม่แน่พวกนั้นอาจพบสการ์แล้วก็ได้ วินรี่มีสีหน้ากังวลพร้อมพูดชื่อสการ์ออกมาเบา ๆ
สการ์ต่อสู้กับคิเมร่าร่างอ้วนอย่างดุเดือด (คิเมร่ามีสองตัว ตัวนึงเป็นหมูป่าใช้หนามเป็นอาวุธ อีกตัวที่กำลังสู้กับสการ์เป็นตัวอะไรไม่รู้ เรียกว่าคิเมร่าอ้วนละกัน ^^) สการ์ใช้วิชาทำลายที่ถนัดจู่โจมคิเมร่าไม่ยั้ง แต่สัตว์ประหลาดตัวอ้วนก็ไวทายาด สามารถหลบการโจมตีของสการ์ได้ทุกครั้ง คิเมร่าร้างอ้วนเริ่มต้นจู่โจมกลับโดยพ่นของเหลวหนืด ๆ ใส่สการ์ ซึ่งสการ์หลบได้อย่างสบาย ชั่วขณะที่สการ์หลบน้ำหนืดที่ศัตรูพ่นใส่ คิเมร่าอีกตัวก็เปิดฉากรุมสการ์ทันทีโดยเกร็งร่างกายท่อนบนแล้วปล่อยหนามแหลมบนหลังใส่สการ์อย่างแรง สการ์ยังคงหลบหนามจำนวนมากที่พุ่งเข้าหาได้ทั้งหมด คิเมร่าอ้วนดูสการ์หลบหลีกการโจมตีของคู่หูพร้อมกับยิ้มเยาะที่พวกตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ ...พวกเรารู้เรื่องของแกดี....วิชาของแกจะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อสัมผัสกับร่างของพวกเราโดยตรงเท่านั้น....ถ้าพวกเราจู่โจมแกจากระยะไกล แกก็ไม่มีทางตอบโต้เราได้...

สการ์เห็นว่าสถานการณ์ของตนเป็นรองจึงเกร็งพลังไว้ที่มือหวังจะทำลายพื้นให้ศัตรูเสียหลัก (เป็นการโจมตีระยะไกลเพียงอย่างเดียวของสการ์) แต่ทันทีที่มือสการ์สัมผัสพื้น คิเมร่าร่างอ้วนที่รอโอกาสนี้อยู่แล้วก็พ่นน้ำหนืดใส่มือสการ์ทันที ของเหลวที่พ่นออกมาเหนียวมากจนสามารถพันธนาการสการ์ไว้กับพื้นได้
หมูป่าได้ทีก็ปล่อยหนามใส่แขนซ้ายของสการ์ จนเลือดสีแดงฉานไหลอาบเป็นทาง ที่เหลือก็แค่โจมตีแกจากตรงนี้ (ไกลจากตัวสการ์) พอแกสะบักสะบอมได้ที่แล้ว ฉันก็จะลากร่างครึ่งเป็นครึ่งตายของแกไปให้ท่านคิมลี่ย์....

โฮ่..ท่าทางพวกเราจะมาได้จังหวะพอดีเลยนะเนี่ย เสียงเอ็ดดังขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนาของปีศาจกับสการ์ พี่น้องเอลริครึ... เจ้าหมูป่าพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นสองพี่น้องเดินเข้ามาใกล้ ทันทีที่เอ็ดเห็นเครื่องแบบสีน้ำเงินที่คิเมร่าทั้งสองตนใส่ก็รู้ทันทีว่าเป็นลูกน้องของคิมลี่ย์จึงทำหน้านิ่วอย่างขัดใจที่กองทัพสร้างและเลี้ยงดูสัตว์ประหลาดอย่างคิเมร่าไว้ใช้งาน
หมูป่าคิดว่าพี่น้องเอลริคมาช่วยพวกตนจึงพูดกับเอ็ดว่า พวกนายมาช้านะ เราเพิ่งจะจับตัวส.... พูดไม่ทันขาดคำเอ็ดและอัลก็พุ่งเข้าโจมตีเจ้าหมูป่าทันที คิเมร่าไม่ทันระวังตัวจึงโดนลูกถีบของเอ็ดผสานกับหมัดเหล็กของอัลไปเต็ม ๆ
พวกแกทำบ้าอะไรน่ะ เราเป็นพวกเดียวกันไม่ใช่เหรอ
พวกเราไม่เคยร่วมมือกับปีศาจอย่างแก (เฟ้ย)!! อัลตะโกนพร้อมกับปล่อยหมัดเหล็กใส่หมูป่าอีกหมัด จนคิเมร่าเคราะห์ร้ายลงไปนอนหมดสภาพ
คิเมร่าร่างอ้วนเห็นคู่หูเสียที่ก็สบถออกมาอย่างขัดใจแล้วพ่นน้ำหนืดใส่เอ็ดทันทีหมายจะจับตัวเอ็ดให้ได้ แต่เอ็ดสามารถหลบการโจมตีได้อย่างว่องไว เพียงชั่วพริบตาเอ็ดก็เข้าประชิดตัวคิเมร่าร่างอ้วนได้สำเร็จและตั้งท่าจะโต้กลับ แต่คิเมร่าไหวตัวทันจึงตั้งการ์ดรับได้อย่างฉิวเฉียด คิเมร่าร่างอ้วนเริ่มหน้าเสียเพราะตนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ..ไอ้เด็กบ้านี่เร็วกว่าสการ์เสียอีก...
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เอ็ดก็เริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนอัลสยอง พี่ขำอะไรนักหนาน่ะ
เอ็ดหัวเราะพลางหลบกระสุนน้ำหนืดที่คิเมร่าพ่นใส่ได้ทุกนัด (ต้องดูสีหน้าและลีลาประกอบ กวนมากกกก) ไม่ทันไรคิเมร่าร่างอ้วนก็ถูกเอ็ดต่อยหน้าอย่างแรงจนล้มไม่เป็นท่า
ทันทีที่ล้มศัตรูได้เอ็ดก็กระโดดโลดเต้นอย่างลิงโลดพร้อมพูดว่า เบามาก เบาสุด ๆ แขนกับขาเบาเหมือนลมเลย ออโต้เมลที่ใช้ในอากาศหนาวช่างยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้... แต่ออโต้เมลที่เบาเกินไปทำให้เอ็ดเสียสมดุลจึงล้มลงกองกับพื้น (เสียฟอร์มหมดเลย -_-)

ระหว่างที่เอ็ดโชว์รั่วอยู่ คิเมร่าร่างอ้วนก็ฟื้นขึ้นมาพอดี เอ็ดเห็นศัตรูลุกขึ้นมาได้เร็วกว่าที่คิดก็มองไปที่หมัดพลางบ่นออกมาว่า จริงสิ...(พอออโต้เมลเบา)หมัดก็เบาขึ้นด้วยนี่นา.... คิเมร่าอาศัยช่วงที่เอ็ดเผลอพ่นเมือกใส่แขนเอ็ด เอ็ดตกใจที่อยู่ ๆ ก็โดนเล่นงาน ส่วนคิเมร่าก็เยาะเย้ยเอ็ดพร้อมบอกว่าเมือกของตนเหนียวมากจึงเอาออกไม่ได้ง่าย ๆ ว่าแล้วคิเมร่าร่างอ้วนก็เปิดฉากโจมตีเอ็ดระลอกสองทันที
เอ็ดรู้ว่าเมือกที่ติดอยู่ที่แขนเป็นพวกน้ำมูก ซึ่งประกอบด้วยน้ำเป็นหลัก เอ็ดจึงใช้วิชาแปรธาตุผสานกับความเร็วในการหลบหลีกศัตรูแปรธาตุเมือกที่แขนแล้วพ่นกลับใส่คิเมร่าอ้วน ของเหลวถูกหลังของคิเมร่าเต็ม ๆ เอ็ดจู่โจมต่อทันดีโดยเตะอัลไปทางคิเมร่าอย่างแรง ทันทีที่เกราะเหล็กเย็นเจี๊ยบสัมผัสกับผิวหนังที่เปียกน้ำของคิเมร่า ผิวเมือก ๆ ของสัตว์ประหลาดก็ถูกดูดติดกับโลหะ พวกเอ็ดจึงสามารถจับตัวคิเมร่าอ้วนได้สำเร็จ

ทันใดนั้นเองหมูป่าก็ฟื้นขึ้นมาพอดีจึงยิงหนามใส่เอ็ด ซึ่งเอ็ดหลบได้อย่างหวุดหวิด หมูป่าบอกเอ็ดว่าเลิกเข้ามาขัดขวางพวกตนเสียที ฉันรู้แล้วว่าแกแค่แกล้งทำเป็นร่วมมือกับเรา เอ็ดบอกให้หมูป่าหุบปาก ...ฉันไม่เคยเห็นแกมาก่อน ดูยังไงแกก็ไม่ใช่มนุษย์ แกยิงหนามได้...แถมยังดูเหมือนศัตรูอีก ถ้าแกเป็นพวกเราจริงก็พิสูจน์มาสิ!!! หมูป่าตกลงพร้อมหดหนามบนหลังลงเพื่อคืนร่างเดิม เมื่อเอ็ดเห็นศัตรูประมาทก็โจมตีซ้ำทันที หมู่ป่ารับลูกเตะของเอ็ดอย่างจังจนหมดสติไปอีกรอบ ส่วนอัลก็จัดการล็อคคอคิเมร่าร่างอ้วนจนล้มพับไปเช่นกัน

เมื่อคิเมร่าถูกสองพี่น้องจัดการเรียบร้อย เอ็ดก็บอกกับสการ์ว่าถึงเวลาแล้วที่สการ์ต้องชดใช้กับสิ่งที่เคยก่อไว้ สการ์จึงพูดกับเอ็ดว่าใครก็ตามที่เข้ามาขัดขวางตนจะต้องเจ็บตัว แล้วสการ์กับพี่น้องเอลริคก็เปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ด้วยประสบการณ์ที่เหนือกว่าของสการ์ทำให้เอ็ดและอัลตกเป็นรอง สการ์พุ่งเข้าหาเอ็ดหมายจะใช้วิชาแยกส่วนออโต้เมล แต่แล้วสการ์ก็เหลือบไปเห็นวินรี่ที่แอบตามสองพี่น้องมา ทำให้สการ์ชะงักและถูกเอ็ดจับตัวไว้ได้

เมื่อวินรี่และสการ์เผชิญหน้ากัน ไมล์สก็ตามมาสมทบกับพวกเอ็ดพอดี อัลบอกไมล์สว่าคิเมร่าสองตนนั้นเป็นการ์ดของคิมลี่ย์ เอ็ดคิดว่าไมล์สและโอลิเวียร์ร่วมมือกับเรเวนจึงทำเป็นเมิน ไมล์สจึงบอกว่าพวกตนอยู่ฝ่ายเดียวกับเอ็ด ส่วนเรเวนนั้นได้หายตัวไปอย่างลึกลับ แล้วไมล์สก็สั่งให้ลูกน้องมัดคิเมร่าสองตนนั้นไว้ทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เอ็ดถามเรื่องของเรเวนต่อ
ไมล์สเดินเข้าไปหาสการ์พร้อมเอาปืนจ่อเพื่อจับกุม ไมล์สบอกสการ์ว่าตนรู้สึกเสียใจที่ต้องมาจับตัวครอบครัว (ชาวอิชวาลเหมือนกัน) แต่จะปล่อยสการ์ไปก็ไม่ได้ ทันใดนั้นเองวินรี่ก็เดินเข้าไปหาสการ์ เอ็ด อัล และไมล์สพยายามห้าม แต่วินรี่ก็ยืนกรานว่าตนจะต้องพูดกับสการ์ให้ได้เพราะตนมีเรื่องอยากถามสการ์มานานแล้ว ทำไมคุณถึงฆ่าพ่อกับแม่... สการ์รู้สึกผิดกับวินรี่มาก จึงบอกวินรี่ว่าตนไม่มีอะไรจะแก้ตัว ฉันฆ่าหมอ ฆ่าสามีภรรยารอคเบล ฉันจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะแก้ตัว แต่เธอสาวน้อย...เธอมีสิทธิ์แก้แค้น...

แล้ววินรี่ก็ทำแผลที่แขนให้สการ์ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน เด็กสาวบอกว่าหากพ่อกับแม่ยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะทำแบบนี้เช่นกัน สการ์ถามวินรี่ว่ายกโทษให้เขาแล้วหรือ วินรี่จ้องหน้าสการ์เขม็ง สายตาเด็ดเดี่ยว แล้วบอกสการ์ว่า ฉันไม่มีวันให้อภัยปีศาจอย่างคุณ...
พอสการ์ได้ฟังคำตอบจากวินรี่ก็คิดถึงคำสอนของอาจารย์และพี่ชายที่ว่าให้อดทนกับการกระทำของกองทัพ
....การอดทน กับ การให้อภัย ไม่เหมือนกัน...พวกเราไม่มีวันให้อภัยในสิ่งที่กองทัพทำกับเรา...เรามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะโกรธ แต่เราก็ต้องข่มความโกรธนั้นเอาไว้ จะต้องมีสักคนที่ยืนหยัดขึ้นและสลายความชิงชังนี้เสีย....ถ้าปล่อยให้ความแค้นครอบงำจิตใจเราก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์....แม้ว่าโลกจะไม่ยอมรับอิชวาลแต่เราก็ยังเป็นมนุษย์...พวกเราจะต้องไม่ทำตัวตกต่ำแบบนั้น...
ถ้าผู้คนยอมให้ความรู้สึกด้านลบเข้าครอบงำจิตใจ โลกก็จะกลายเป็นแม่น้ำแห่งความเกลียดชัง แต่ถ้าเราปล่อยวางและยึดมั่นในความรู้สึกด้านดี โลกก็จะเต็มไปด้วยสันติและความเป็นธรรม..

วินรี่รู้ว่าเอ็ดและอัลเป็นห่วงตนมากจึงยิ้มแล้วบอกว่า ไม่เป็นไร ตนจะไม่ร้องไห้ ก็ฉันสัญญาไว้แล้วนี่ว่าคราวหน้าที่ฉันร้องไห้ น้ำตาที่ไหลจะต้องเป็นน้ำตาแห่งความยินดี... เอ็ดลูบหัววินรี่เบา ๆ อย่างเห็นใจ....

สการ์ถามไมล์สว่าเหตุใดชาวอิชวาลอย่างไมล์สจึงได้รับใช้กองทัพอเมสทริส ไมล์ตอบว่าเพื่อเปลี่ยนทัศนคติที่ชาวอเมสทริสมีต่อชาวอิชวาล ตนรู้ดีว่าคนเราไม่ได้เปลี่ยนกันได้ง่าย ๆ และไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะบรรลุเป้าหมาย แต่คนที่จะทำแบบนี้ได้ก็คงมีเพียงคนสองเชื้อชาติอย่างตนเท่านั้น
ฉันก็เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของอิชวาล ที่ถูกเทเข้าไปในกองทัพอเมสทริส แต่ถึงแม้สิ่งที่ถูกเทลงไปจะเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้น้ำกระเพื่อมเป็นวงกว้างได้ (เปรียบเทียบไมล์สเป็นวัตถุเล็ก ๆ ส่วนอเมสทริสเป็นน้ำ)....น่าขันนะที่คนที่ทำให้ฉันรู้ว่าการรับใช้กองทัพอเมสทริสก็มีประโยชน์กับอิชวาลกลับเป็นสายเลือดแท้ ๆ ของอเมสทริส...
สการ์บอกไมล์สว่าความชิงชังของตนที่ก่อตัวขึ้นช่วงสงครามฉุดให้ตนตกต่ำลงยิ่งกว่าหนองที่ติดเชื้อ ...ฉันจะไม่ภาวนาต่อพระเจ้า...ฉันไม่เสียใจกับทางที่เลือก...พระเจ้าไม่ปกป้องหนองอย่างฉัน...หนองถูกขับออกมา...เน่า...และถูกชะล้างไปในที่สุด....ฉันดีใจนะที่คนอย่างนายรอดชีวิต...

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยไมล์สก็โทรไปแจ้งคิมลี่ย์ที่อยู่ที่ฐานว่าพวกตนพบสการ์แล้ว ตอนนี้กำลังพยายามถ่วงเวลาอยู่ จึงต้องการกำลังเสริม ไมล์สบอกตำแหน่งของพวกตนให้พวกคิมลี่ย์รู้ ก่อนออกเดินทางทหารบอกคิมลี่ย์ว่าท่าทางไม่ค่อยดี เพราะสภาพอากาศกำลังแย่ลง (ท่าทางจะมีพายุหิมะ) คิมลี่ย์จึงบอกให้รีบทำงานให้เสร็จโดยเร็ว
ระหว่างรอกองหนุน มาร์โกกับเหม่ยที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมา มาร์โกขอร้องไมล์สว่าอย่าจับตัวสการ์ไปเลย ไมล์สถามว่ามาร์โกเป็นใครและให้อธิบายเหตุผลมาด้วย.....
ผ่านไปครู่หนึ่งพวกคิมลี่ย์ก็มาถึงที่หมาย ยังไม่ทันจะเข้าไปในตัวตึกอาคารที่อยู่เบื้องหน้าก็เกิดระเบิดขึ้นเหมือนมีคนกำลังสู้กันอยู่ เอ็ดกระเด็นออกมาจากหน้าต่างของตึก คิมลี่ย์เห็นเอ็ดก็เรียกชื่อด้วยความประหลาดใจ นักเล่นแร่แปรธาตุเหล็กไหล?? ทันทีที่เอ็ดตั้งหลักได้ก็ตะคอกใส่คิมลี่ย์ว่าทำไมไม่ดูแลวินรี่ให้ดี คิมลี่ย์แปลกใจที่อยู่ ๆ ก็โดนตำหนิ แต่เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปมองบนยอดตึกคิมลี่ย์ก็เข้าใจสถานการณ์......
.......วินรี่หมดสติอยู่ในเงื้อมมือสการ์!!!........

จบแล้วค่ะสำหรับตอนนี้ (อ.ฮิโรมุเลือกจบตอนได้จังหวะทรมานใจคนอ่านอีกแล้ว ^^')
ส่วนตัวคิดว่าพวกเอ็ดกับสการ์น่าจะร่วมมือกันตบตาคิมลี่ย์นะ เพราะโอลิเวียร์สั่งไมล์สไว้ว่า "ให้พาตัวเหม่ยกลับฐานทัพอย่างลับ ๆ ถ้าเป็นไปได้" นี่นา แถมคิมลี่ย์ยังเผยไต๋ให้รู้อีกว่าใช้คิเมร่าเป็นลูกน้อง ไมล์สก็คงระแวงคิมลี่ย์กว่าเดิม (ทั้ง ๆ ที่ทั้งเกลียดทั้งระแวงมากๆ อยู่แล้วอะนะ)
ปล.ความเห็นส่วนตัวน่อ ^^
พอโพสสปอยจบก็บ่นต่อ
เรื่องของเรื่องก็คือ วันก่อนจะใส่ web stat code ในบลอค ด้วยความที่ไม่เจียม ดั๊นมาทำตอนเกือบตีสี่ในสภาพครึ่งหลับ เสี้ยวตื่น อีกเสี้ยวละเมอ ก็เลยใส่โค้ดผิดช่องง่ะ จะใส่ที่ links แต่ใส่พลาดไปใส่ใน favourites ได้ไงไม่รู้
คราวนี้หายง่วงเลย (เปลี่ยนเป็นงั่งแทน เอิ๊ก~) เพราะ links บนบลอคหายไป นาฬิกาที่อุตส่าห์ทำเองก็เลยหายไปด้วย ทำสำคัญคือจะเข้าไปแก้ ไปลบโค้ดใน Favourites ก็ไม่ได้ เพราะหน้ามัน error แบบว่าหายไปหมด เหลือแต่หัวข้อ เศร้าเรย แง่งงงง

แล้วหน้าแรกก็หายอะ ขาวจ๋อง เง้อ ~

ตอนนี้เลยต้องพยายามมองโลกในแง่ดี อย่างน้อยก็ยังอัพได้ล่ะฟระ เจ๊งนิดหน่อยก็ทนเอาละกัน (แต่ก็ยังแอบเซ็งง่ะ งี้ดดดดด)
อะซิก ๆๆ (สะอื้นแบบโนดาเมะ ^^')
เอนทรีนี้เหมือนจะยาวแฮะ พอแค่นี้ก่อนดีกว่า (ก่อนที่คนอ่านจะหนีด้วยความเซ็ง อุอุ)
พบกันใหม่น่อ
บายงัฟฟฟฟฟ
My Spoilers
My Projects
ขอบคุณมากก
#1 By Wisor on 2007-06-14 10:44