กลับมาแล้นนนน

ช่วงนี้ไม่ค่อยดองบลอคเท่าไหร่ แต่รู้สึกบลอคจะเริ่มมีแต่ FMA ละ (เปลี่ยน Blog Title เป็น Welcome to Alchemic World เลยดีมะ อิอิ) ก็คงเป็นแค่ช่วงนี้มั๊ง พอดีมีเรื่องให้เขียนเยอะ พออ่านแล้วรู้สึกว่าอยากแปลให้คนอื่นอ่านบ้าง ก็เลยแปลลงบลอคซะเรย ^^

เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่บนรอยสักของริซ่ากัน คราวนี้มาแบบลึกจริง ๆ ทำเอาคนแปลมึนไปเลย ต้องขุดความรู้ดั้งเดิมมาใช้อะ ฟิสิกส์ เคมี แถมยังมีภาษาโรมันอีก (อันนี้ข้าน้อยไม่สามารถคร่ะ แหะแหะ)


ปล.กระทู้นี้คงโพสยาวหน่อยน่อรายละเอียดเยอะ แต่อ่านแล้วจะรู้สึกได้เลยว่ามันล้ำลึกจริง ๆ (พอแปลเสร็จกะว่าจะลองวาดวงแหวนเวทย์บนถุงมือแล้วดีดนิ้วดู เผื่อไฟลุก หุหุ)

ปล. เอนทรีนี้อ่านแล้วได้ความรู้นะ ปกติอัพแต่เรื่องไร้แก่นสาร 555

-- เริ่มเลยดีกว่าจ้า --

CREDIT : jeaniza @ livejournal.com [Thanks for English translation]

รอยสักของริซ่าเผยโฉมเป็นครั้งแรกใน Fullmetal Alchemist ตอนที่ 57 (บาดแผลแห่งอิชวาล) หลังจากทุกคนได้เห็นรอยสักนี้ก็เกิดคำถามตามมาว่า วงแหวนเวทย์ที่มีรูปซาลาแมนเดอร์บนแผ่นหลังของเธอมีความหมายอย่างไร สิ่งเดียวที่รู้ก็คือ รอยสักนั้นมีความเกี่ยวข้องกับวงแหวนเวทย์บนถุงมือรอย มัสแตง อย่างแน่นอน ซึ่งความจริงก็เปิดเผยในเล่มถัดมาว่ารอยสักนั้นเป็นรหัสที่จารึกวิชาของรอย พ่อของริซ่าสักไว้บนแผ่นหลังลูกสาวเพื่อเลี่ยงไม่ให้คนอื่นล่วงรู้ความลับของวิชาแปรธาตุอัคคีที่ร้ายกาจ
โครงสร้าง ส่วนประกอบ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฎบนรอยสัก ล้วนแต่เป็นรหัส และลวดลายที่ใช้ในวิชาเล่นแร่แปรธาตุตามที่ปรากฎในประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น (ตามความคลั่งไคล้ในศาสตร์แขนงนี้ของอ.ฮิโรมุ อาราคาว่า)

ในวิชาเล่นแร่แปรธาตุมีการใช้สัญลักษณ์ รูปภาพ และตัวอักษร มากมาย ซึ่งสื่อความหมายต่างกันออกไป เมื่อนำสัญลักษณ์ต่าง ๆ เหล่านี้มาประกอบเข้าด้วยกันจะสามารถอธิบายถึงปฏิกิริยาเคมีที่สมบูรณ์ได้

ดูสัญลักษณ์ธาตุเพิ่มเติม และรูปวงแหวนเวทย์ (ในภาคอนิเม) ทั้งหมดได้ตามลิงค์ค่ะ
(มันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับมังงะหรอก แต่ดูไว้ก็ไม่เสียหลายนิ ^^)

http://www.animeindepth.com/series.php?series=1&page=12&mode=page


*ธาตุหลักทั้งสี่ประกอบด้วย ดิน(earth) น้ำ(water) ลม (air , wind or spirit) และไฟ (fire) ซึ่งธาตุดินและธาตุน้ำแสดงถึงความนิ่งเฉยและเพศหญิง ส่วนธาตุลมและไฟเป็นสัญลักษณ์ของการไม่หยุดนิ่งและเพศชาย

ตามความเชื่อของเผ่า Wiccan วงกลมที่แบ่งเป็นสี่ส่วนแสดงถึง ขอบเขตอันศักดิ์สิทธิ์ หรือ โลกอันศักดิ์สิทธิ์ เส้นทั้งสี่ที่แบ่งแยกวงกลมสื่อถึงทิศทั้งสี่ หรือธาตุทั้งสี่นั่นเอง



รูปทรงกลมต่าง ๆ (sphere)เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เก่าแก่ที่สุด ในวิชาเล่นแร่แปรธาตุ วงกลมเป็นสัญลักษณ์ของ Alum (double Aluminum sulphate and another metal) มีความเชื่อมากมายที่กล่าวว่าวงกลมสื่อความหมายถึงความเป็นนิรันดร์ บางครั้งใช้รูปวงกลมเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของธาตุลม

นอกจากนี้วงกลมยังสื่อความหมายถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความครบถ้วนสมบูรณ์ ความเป็นนิรันดร์ พระเจ้า อำนาจและจิตวิญญาณแห่งเพศหญิง รวมไปถึงเขตแดนอันศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย อีกทั้งยังมีความเชื่อเก่าแก่ที่เชื่อมโยงวงกลม (ที่ครบวง ไม่มีส่วนแยกจากกัน) กับ อสรพิษแห่งโลก ที่สร้างรูปร่างของวงกลมขึ้นมาด้วยการกินหางตัวเอง (ใครที่คิดไม่ออกให้นึกถึงสัญลักษณ์ของโฮมุนคูลัสอะจ้า เป็นอันเดียวกันเลย)






ส่วนรูปวงกลมที่มีจุดอยู่ตรงกลางก็เป็นสัญลักษณ์เก่าแก่อีกอย่างหนึ่งที่สื่อถึงพระอาทิตย์ ในวิชาเล่นแร่แปรธาตุสัญลักษณ์นี้หมายถึงทอง ในศตวรรษที่ 19 ใช้สัญลักษณ์นี้แทนไฮโดรเจนในวิชาเคมี

นอกจากนี้ในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ เครื่องหมายจุด (พิณฑุ) สื่อถึงพลังของเพศชาย ซึ่งเมื่อนำวงกลมและพิณฑุมารวมกันจะหมายถึง การประสานกันของพลังแห่งเพศหญิงและพลังแห่งเพศชาย นั่นเอง

มีตำนานกล่าวว่า ซาลาแมนเดอร์ เป็นสัญลักษณ์ของไฟ ตามความเชื่อที่ว่า ซาลาแมนเดอร์ทำรังอยู่บนกองไฟและจะมีชีวิตชีวาเมื่ออยู่ในกองเพลิง เนื่องจากเมื่อถึงฤดูหนาวซาลาแมนเดอร์จะจำศีลในโพรงขนาดใหญ่ และเมื่อพวกมันได้รับความร้อนจากไฟก็จะปรากฎตัวออกมาท่ามกลางกองเพลิงทันที ในรอยสักบนหลังริซ่ามีสัญลักษณ์ของไฟอยู่ใต้ซาลาแมนเดอร์ (ต้องดูแบบกลับหัวอะค่ะ) ซึ่งสัญลักษณ์สองอย่างนี้รวมกันแสดงถึงการทำทองให้บริสุทธิ์

The Caduceus หรือสัญลักษณ์รูปอสรพิษสองตัวขดตัวกันเป็นเกลียวรอบแกน เป็นสัญลักษณ์เก่าแก่อันหนึ่งในวิชาเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งแสดงถึง Mercury (ทั้งที่หมายถึง ปรอท และเทพเจ้าแห่งการสื่อสารของโรมัน) เนื่องจากหนึ่งในชื่อที่ใช้เรียกวิชาเล่นแร่แปรธาตุ คือ ศาสตร์แห่งเฮอร์เมส (The Art of Hermes) (เฮอร์เมสเป็นชื่อกรีกของเมอร์คิวรี่ และเป็นผู้ที่ริเริ่มตำนานของวิชาเล่นแร่แปรธาตุ) จะเห็นได้ว่าสัญลักษณ์นี้มีช่องว่างระหว่างอสรพิษทั้งสองตัวอยู่สี่ช่อง (ช่องที่เกิดจากการขดตัวพันกัน) ซึ่งช่องว่างสี่ช่องนี้มีความหมายถึงธาตุทั้งสี่ และยังสื่อถึงกระบวนการทั้งสี่ในการแปลงสภาพวัตถุ (ตามหลักความเชื่อ Emerald Tablet -- หลักความเชื่อของวิชาเล่นแร่แปรธาตุอียิปต์โบราณที่นับถือไฟและดวงอาทิตย์) อันประกอบด้วย Calcination (การเผาวัตถุให้เป็นเถ้าถ่าน) , Dissolution (การสลายตัว) , Separation (การแยกออกจากกัน) และ Conjunction (การรวมตัวเป็นวัตถุขึ้นใหม่) อีกด้วย

ในรอยสักของริซ่า หากมองแนวกระดูกสันหลังเป็นแกนกลางจะเห็นเป็นสัญลักษณ์ The Caduceus กลับหัว

ไฟเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในวิชาเล่นแร่แปรธาตุ Basil Valentine (นักเล่นแร่แปรธาตุในศตวรรษที่ 15) เชื่อว่า ไฟเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุด นอกจากนี้หากเราพิจารณาถึงการทดลองแปลงสภาพวัตถุ จะเห็นได้ว่าไฟมีบทบาทสำคัญมากเนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของวัตถุและทำให้การทดลองดำเนินไปได้ (คล้าย ๆ กับเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา) นักเล่นแร่แปรธาตุใช้ไฟในการเผาวัตถุเพื่อทำการเรียนรู้ และได้สร้างเครื่องมือต่าง ๆ ขึ้นเพื่อใช้ในการทดลองซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้ไฟในการแยกองค์ประกอบของสารและควบคุมปฏิกิริยาในหลาย ๆ รูปแบบ (ตามรูปประกอบ ^^)

เมื่อย้อนกลับมาดูรอยสักของริซ่า จะเห็นรูปของขวดคอยาว (ที่ใช้ในการทดลอง) ตั้งอยู่บนกองไฟ (เหมือนภาพเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ทดลองแปรธาตุ) นอกจากนี้หากสังเกตดี ๆ จะเห็นเว่ารูปขวดบนกองไฟปรากฎอยู่ทั้งสองทิศทาง (ตามรูปประกอบ)

ในที่สุดก็ได้เข้าเรื่องเสียที (หลังจากเกริ่นมานาน ^^) ก่อนอื่นก็ต้องเอารูปรอยสักบนแผ่นหลังมาแผ่ออก และลบรอยแผลเป็นออก จะได้ตามรูปนี้อะค่ะ

CREDIT : angelelegna

(ใครอยากได้รูปใหญ่สะใจให้ตามลิงค์ไปเลยจ้า )


http://ic1.deviantart.com/fs14/f/2007/110/a/9/Riza_Tattoo_by_angelalegna.png

เราจะแบ่งรอยสักออกเป็นแปดส่วนแล้วแยกอธิบายทีละส่วนค่ะ

ส่วนที่ 1 : บริเวณรอบ ๆ วงกลมวงใหญ่ตรงกลาง


ส่วนนี้ประกอบด้วยสัญลักษณ์ของจักรราศีทั้ง 12 ซึ่งนอกจากจะใช้แทนปฏิทินในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก (ตามที่เรารู้กัน) แล้ว สัญลักษณ์เหล่านี้ยังมีความหมายในวิชาเล่นแร่แปรธาตุอีกด้วย

ปล. เพิ่งเห็นว่าในรูปสะกดคำว่า ราศีพฤษภ ผิดง่ะ แก้ไม่ได้ด้วย -*-

รูปส่วนที่ 1 แบบซูม ๆ ^^

ส่วนที่ 2 : บริเวณระหว่างหางของอสรพิษทั้งสอง


บนกางเขนของศาสนาคริสต์มักจะมีตัวอักษร INRI จารึกอยู่ ซึ่งในศาสนาคริสต์หมายถึง Iesu Nazarinus Rex Iudorem (แปลว่าอะไรไม่รู้ -3-) ในวงแหวนมนตรา (แปลตามภาคมูฟวี่ส์ค่ะ) บางวง ก็มีจารึกอักษร INRI เช่นกัน หากแต่ไม่ได้มีความหมายเหมือนกับของศาสนาคริสต์ INRI ที่จารึกบนวงแหวนสามารถถอดความได้ว่า

Igne Natura Renovatur Integra (nature is completely renewed by fire),
(ธรรมชาติได้รับชีวิตใหม่จากไฟ)

Ignis Natura Renovat Integram (fire completely renews nature),
(ไฟคืนชีวิตให้ธรรมชาติ)

Ignem Natura Regenerating Integrat (by regeneration, nature maintains the integrity of fire) or
(การเกิดใหม่ ทำให้ธรรมชาติยังคงรวมเป็นหนึ่งกับไฟ) หรือ

Igne Nitrum Roris Invenitor (by fire salt is extracted from dew).
(ไฟแยกผลึกเกลือออกจากหยาดน้ำค้าง)


อักษรส่วนที่เหลือเป็นข้อความที่คัดมาจากโคลงละตินร่วมสมัยของ Flumen Viride ชื่อ Rites of the four elements (พิธีกรรมแห่งธาตุทั้งสี่) ซึ่งมีใจความหลัก คือ การสรรเสริญไฟ ส่วนที่คัดลอกมากล่าวว่า (ไม่รู้ความหมายเหมือนเดิม ^^) :

ignis saves spiritus

in flamma cerei you video

twelve mihi intellegere vis ignis

alteros ET vindicate me ab morte in flammis

noli adiuvare hos incendarios - incendium dolosum serious delictum est

cohabitemus placide, fove in frigore, gives mihi lucem me in obscuritate

spiritus ignis, you saluto ET tibi gratias ago.

ส่วนที่ 3 : บริเวณซีกบนซ้ายรอบ ๆ วงกลมใหญ่

ส่วนนี้เป็นส่วนที่อธิบายถึงคุณสมบัติของพลังงานไว้อย่างชัดเจน
ขอบนอกสุด (บรรทัดแรกนับจากนอกวงกลม) กล่าวว่า indestructible quantitatively, qualitatively convertible (ปริมาณ (ของพลังงาน) คงอยู่ชั่วนิรันดร์ , แต่คุณสมบัติสามารถเปลี่ยนแปลงได้)

บรรทัดที่สองเป็นสมการของทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์ (สังเกตว่ามี E=mc2 ด้วย -- -ขอสารภาพว่าคืนอาจารย์ไปเกือบหมดแล้ว ^^)
(ต้นฉบับมาแบบนี้ค่ะ total energy = energy in rest + kinetic energy)

ส่วนสามบรรทัดที่เหลือแสดงปฏิกิริยาฟิวชั่นของไฮโดรเจน

รอยสักส่วนนี้เป็นส่วนที่ถูกทำลายมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าน่าจะเป็นส่วนที่มีข้อมูลที่อันตรายที่สุดบันทึกอยู่ ซึ่งจะต้องเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธหรือใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตอาวุธอย่างไม่ต้องสงสัย ข้อสันนิษฐานนี้สอดคล้องกับหลักฟิสิกส์ที่ว่าปฏิกิริยาฟิวชั่นของไฮโดรเจนเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้เกิดการระเบิดและเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง (จะเห็นได้ว่าในสมการที่อยู่บนรอยสักใช้สัญลักษณ์วงกลมที่มีจุดตรงกลางซึ่งสัญลักษณ์นี้สามารถสื่อถึง อาวุธ การทำลายล้างที่รุนแรง ดวงอาทิตย์ ความร้อน ไฟ พลังงาน ไฮโดรเจน และฮีเลียม ได้)

ส่วนที่ 4 : บริเวณซีกบนขวารอบ ๆ วงกลมใหญ่



ส่วนนี้กล่าวถึง ความร้อน และกฎข้อที่ศูนย์ของ Thermodynamics

ส่วนที่ 5 : บริเวณซีกล่างซ้ายรอบ ๆ วงกลมใหญ่



ส่วนนี้กล่าวถึงส่วนหนึ่งของกฎข้อที่สองของ thermodynamics ที่ว่า ความร้อนไหลจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเสมอ (ความร้อนจะไม่สามารถไหลจากที่ที่มีอุณหภูมิต่ำไปยังที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าได้หากไม่มีพลังงาน หรืองานอื่นเข้ามาเสริม)

ส่วนที่ 6 : บริเวณซีกล่างขวารอบ ๆ วงกลมใหญ่



ส่วนนี้เป็นกฎข้อแรกของ thermodynamics ค่ะ
(/me ปาดเหงื่อ กว่าจะแปลเสร็จสงสัยได้ความรู้ฟิสิกส์กลับมาเพียบ
เนื่องจากต้นฉบับเขียนอธิบายมาแค่นี้ ก็เลยขอข้ามเรื่องรายละเอียดคร่าว ๆ นะคะ-- ความจริงคือ จำไม่ได้แล้ว 555)

ส่วนที่ 7 : บริเวณครึ่งวงกลมใต้วงกลมใหญ่



ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คัดมาจากโคลงละตินซึ่งพรรณนาถึงเทพวีนัสว่างดงามเหมือนเป็นผู้นำฤดูใบไม้ผลิมาเยือน

เจ้าของบทความวิเคราะห์ว่าเนื้อหาส่วนนี้เป็นข้อความที่พ่อของริซ่าฝากทิ้งไว้เป็นนัย ๆ ทั้งเรื่องของอานุภาพของวิชาที่ตนได้จารึกไว้บนแผ่นหลังของลูกสาว และคำขอโทษที่พ่ออยากบอกกับริซ่าลูกสาวอันเป็นที่รัก

อันนี้เป็นบางส่วนของโคลงค่ะ

he is totally armed just as he is nude
(เขามีอาวุธครบมือทั้ง ๆ ที่ร่างกายเปลือยเปล่า)

Love tomorrow, loveless ones! And you who have loved, love tomorrow!
(ขอให้คนที่ปราศจากความรักจงรักวันพรุ่ง และขอให้ผู้ที่มีหัวใจรักจงรักวันพรุ่งด้วยเช่นกัน)

I lost my Muse by being silent, and Apollo does not care for me.
Thus the silence destroyed Amylcae, when they did not speak."
(ข้าสูญเสียเทพธิดามิวส์ไปเพราะมัวแต่นิ่งเงียบ
และเทพอพอลโลก็ไม่เหลียวแลข้า
เฉกเช่นการที่ความเงียบทำลายนคร Amylcae --- Amylcae เป็นชื่อเมืองในตำนานที่ถูกข้าศึกบุกทำลายจนพินาศเพราะคนเฝ้าประตูเมืองไม่ยอมเอ่ยปากเตือนภัยเมื่อเมืองตกอยู่ในอันตราย)

pardon
(ขอโทษนะ)

ส่วนที่ 8 : บริเวณที่อยู่ระหว่างหัวของอสรพิษทั้งสอง



ส่วนนี้เป็นส่วนที่มีวลีภาษาละตินสามสี่วลี ซึ่งกล่าวถึงแสงสว่าง และรูปแบบของพลังงาน

The light is law;
(แสงสว่างคือกฏ)

the light is truth;
(แสงสว่างคือสัจจะ)

Theres light after the darkness;
(มีแสงสว่างเบื้องหลังความมืด)

In light we see light;
(แม้อยู่ท่ามกลางแสงสว่าง พวกเราก็ยังเห็นแสงสว่าง)

In your light we will see light.
(เราจะมองเห็นแสงสว่างอยู่ในแสงสว่างของท่าน)

หมดแล้วฮะ

/me ปาดเหงื่ออีกรอบ

(ขอสารภาพว่างานแปลชิ้นนี้ทำยากสุดเลย เพราะต้องหาข้อมูลไปด้วย แต่ก็สนุกสุด ๆ ไปเลยเหมือนกัน หุหุ)

ใครที่(ทน) อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะเห็นความล้ำลึกของรอยสักเหมือนเราแน่ ๆ

ไม่รู้ว่าคิดออกมาได้ไง ขอคารวะจริง ๆ ^^

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์เมาท์แหะ อยู่ในช่วงจิตตก (ต่ำ -_-") นิด ๆ ก็เลยไม่ค่อยมาอัพบลอคแบบชิว ๆ เท่าไหร่ (กลัวจะกลายเป็นเอนทรีบ่นแหลก แบบระบ้าย ระบาย อะจิ -3-)

เอาเป็นว่าจะรีบฉุดกระชากลากถู ดึง ๆ จิตให้กลับมาเป็นปกติไว ๆ จ้า จะได้มาฝอย ๆ ให้คนอ่านรำคาญเล่นเหมือนเดิม ^^

พบกันใหม่เอนทรีหน้างับ

บะบาย ( - -)/~




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

*0* ละเอียดมากๆเลยคะ เราก็เป็นสาวกFMA ค่าอิอิอิอิอิ เก่งมากเลยค่า..............

#1 By Adrias on 2007-05-20 19:24

โอว สุดยอดเลยฮะ =[]=

#2 By ルイ (rui) on 2007-05-20 19:25

ขอคารวะเจ๊ที่ยังอุตส่าห์ไปตามหามาจนเจอเช่นกันค่ะ...ถวายบังคมทั่นปาล์มมมมมมมมมมม (555+)

#3 By kuchiki nakuru (203.113.39.6) on 2007-05-21 19:46

พี่ปาล์มขยันจัง~

สุดยอดฮะ

ไอ้ BG กะวอลที่บลอคแพรอ่ะ ที่หน้าจอแพรมันขึ้นนะ แต่เดี๋ยวลองเปลี่ยนเว็บอัโหลดดู เผื่อจะขึ้น ฮ่าๆๆ

#4 By H ö t ä r ü ~ ♪ on 2007-05-26 13:35

ขอคาระวะเลยครับ ทั้งแปลและรีเซิร์ชข้อมูล อ่านแล้วได้รู้อะไรขึ้นเยอะจริงๆ

ขอบคุณที่เอามาเผยแพร่ครับผม เป็นข้อมูลสำคัญจริงๆ

#5 By Rebirth[KAOS] on 2007-06-14 01:06

หลงเข้ามาเพราะว่า ไปหารูปเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ใน google เหอๆ ไม่รู้โผล่มาได้ไง
แต่มาอ่านแล้วก็อยากจะบอกว่า โฮ้ว ช่างสุดยอดจริงๆ พระเจ้าจอร์ด ลายสักช่างล้ำลึกยื่งรัก คิดได้ไงเนี่ย *-* สุดยอด

#6 By Renary (58.8.130.21) on 2008-01-26 16:34

#7 By (84.109.38.71) on 2008-10-20 23:23

พูดได้คำเดียวว่ายอดไปเลยคัฟ

#8 By job (58.136.49.36) on 2008-10-27 16:28

ความรู้สุดๆHot! >w<"
เป็นสัญลักษณ์ที่แกะลายออกมาหาที่อ้างอิงได้นี่สนุกแนะ

#9 By Radish on 2008-12-26 20:09

โห ละเอียดสุดยอดเลยค่ะ!

ขอบคุณมากค่ะที่มาแบ่งปันกัน

#10 By ※ Rokang ※ on 2008-12-28 18:36

Hot! Hot! Hot!
สุดยอดครับ!!!
แต่ก็งงๆอยู่เหมือนกันsad smile
ข้อมูลสุดยอดจริงๆ

#11 By H][m@w@t on 2009-02-01 15:03

#12 By (222.123.144.103) on 2009-03-01 11:34

โอ้ สุดยอด

#13 By (125.24.10.152) on 2009-08-22 22:04

Very nice site!

#14 By ipwiyptr (75.144.250.52) on 2009-10-05 21:17