FMA 71 :: The Crimson Man
posted on 12 May 2007 19:08 by palmcj in Alchemic-worldดองบลอคอีกแล้ว!!
รู้สึกว่าช่วงนี้จะขี้เกียจอัพบลอคเอามาก ๆ เลยเอาสปอยมาลงแก้ขัด อีกหน่อยบลอคนี้อาจมีแต่สปอย (จริง ๆ แล้วคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก รอให้ผ่านช่วงขี้เกียจตรงนี้ไปก็จะกลับมาอัพตามปกติ ^^')
ช่วงนี้ก็อ่านสปอยไปก่อนแล้วกันน่อ
FMA ตอนนี้ชื่อว่า The Crimson Man ดูจากชื่อตอนก็คงจะพอเดาได้ว่าเป็นตอนเกี่ยวกับ Crimson Alchemist ซึ่งก็คือ คิมลี่ย์นั่นเอง ใครที่หวังว่าจะได้ดูฉากแอคชั่นคงต้องอดใจรอไว้เดือนหน้า เพราะตอนนี้เป็นตัวหนังสือ+ดำเนินเรื่องล้วน ๆ (พักหายใจหายคอจาก "การหักมุม" ในตอนที่แล้วกันหน่อย -.-)
ตอนนี้มีหน้ารั่ว ๆ หลุด ๆ ของทรีโอ้จากรีเซมเบิ้ล มากเป็นพิเศษก็เลยจัดการเอามาตัดต่อเป็น crazy mood ลงในท้ายสปอยซะเลยถือว่าดูเอาฮาละกัน ^[]^
Chapter 71: The Crimson Man
เมื่อริซ่าเผชิญหน้ากับไพรด์ก็รับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวสุดจะหยั่งถึงของ โฮมุนคูลัสต้นแบบ ริซ่าถึงกับหน้าถอดสี เหงื่อผุดออกมาทั่วทั้งใบหน้าด้วยความเครียดและกดดันอย่างที่สุด แต่ร้อยโทก็ยังประคองสติไว้ได้และทำใจดีสู้เสือถามไพรด์ว่า ที่ว่าตัวเองเป็นต้นแบบของโฮมุนคูลัสหมายความว่าอย่างไร ไพรด์ตอบว่าก็หมายความอย่างที่พูด ไม่มีอะไรมากน้อยไปกว่านั้น ไพรด์รู้สึกถูกใจริซ่าที่มีความกล้าหาญจึงชวนมาเป็นพวก ...ฉันถูกใจเธอ เธอสนใจจะมาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเราไหม.. ไพรด์ยื่นข้อเสนอให้ริซ่าพร้อม ๆ กับยืดเงาออกเป็นแขนเรียวยาวสามแขน แต่ละแขนเลื้อยไปยังริซ่าคล้ายกับงู แขนข้างหนึ่งเลื้อยไปพันแขนข้างหนึ่งของริซ่าไว้แน่น ส่วนอีกข้างเลื้อยไปพันรอบ ๆ คอของร้อยโทที่กำลังตื่นตระหนก
เมื่อริซ่าตอบว่าตนไม่มีวันเข้าร่วมกับพวกของไพรด์ เงาก็รัดริซ่าแน่นยิ่งขึ้นจนขยับตัวไม่ได้ ไพรด์มองริซ่าด้วยแววตาเยียบเย็น เงารูปมือกรีดแก้มของริซ่าจนเลือดซึมออกมา แต่ริซ่าก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย ริซ่ายิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากแล้วบอกไพรด์ให้เลิกทำเรื่องที่ไม่มีประโยชน์อย่างการขู่และไล่ต้อนเธอได้แล้ว เพราะถึงไพรด์จะฆ่าเธอก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดใดกับพวกไพรด์เลย
ไพรด์กล่าวชมความกล้าและสติปัญญาของริซ่าพร้อมกับหดเงากลับมา ไพรด์บอกริซ่าว่าจะคอยจับตาดูเธออยู่ในเงามืด หากริซ่าแพร่งพรายเรื่องของตนออกไป ตนจะทำให้เพื่อนของริซ่ารวมทั้งรอยต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างที่สุด เมื่อเริ่มขยับตัวได้ริซ่าก็หันกลับไปที่ไพรด์ทันที แต่ไพรด์กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งภาระหนักอึ้งไว้ภายในใจของริซ่า...

เอ็ดไม่เข้าใจคำสั่งของคิมลี่ย์ จึงถามว่าคิมลี่ย์ต้องการให้ตนทำอะไรที่เทือกเขาบริกส์กันแน่ คิมลี่ย์ยิ้มแล้วตอบว่าให้ทำเหมือนกับที่พวกตนเคยทำที่อิชวาล...ทำให้บริกส์กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเกลียดชังและความเศร้าโศก เอ็ดแผดเสียงใส่คิมลี่ย์ว่าตนไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด แต่เมื่อเหลือบไปเห็นวินรี่ที่อยู่ห้องติดกัน เอ็ดก็จำต้องสงบลงเพราะไม่อยากให้วินรี่เป็นกังวลและตกอยู่ในอันตรายมากไปกว่านี้ เอ็ดเหน็บแนมคิมลี่ย์ว่าใช้วิธีสกปรกที่ให้ตัวประกันมาอยู่ในสายตาของเอ็ดขณะที่ทำการเจรจาต่อรอง คิมลี่ย์จึงบอกเอ็ดว่านี่ไม่ใช่การเจรจาต่อรอง หากแต่เป็นคำสั่งจากผู้บัญชาการสูงสุดให้เอ็ดปฏิบัติภารกิจในฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุของทางการ
เอ็ดถามคิมลี่ย์ว่าทำไมถึงให้ความร่วมมือกับพวกโฮมุนคูลัสทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพวกนั้นใช้มนุษย์จำนวนมากเป็นเครื่องสังเวยเพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง คิมลี่ย์ตอบว่าเพราะต้องการเห็นว่าโลกใหม่จะเป็นอย่างไร ...ฉันอยากเห็นว่าใครจะชนะในการต่อสู้...การต่อสู้ระหว่างความแน่วแน่ของทั้งสองฝ่าย...การต่อสู้ระหว่างปณิธานที่ต่างกัน...การต่อสู้ระหว่างชีวิต...การต่อสู้ระหว่างความเชื่อ....การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับ วิวัฒนาการ ของเผ่าพันธุ์ตัวเอง...เหล่าโฮมุนคูลัส......ฝ่ายไหนถูก...ใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน...ใครจะเป็นผู้อยู่รอด...ฝ่านไหนกันแน่ที่โลกเลือกให้ดำรงอยู่... และเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้คิมลี่ย์เข้าร่วมกับพวกโฮมุนคูลัส คือ พวกโฮมุนคูลัสเป็นพวกเดียวที่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงของคิมลี่ย์และสนับสนุนให้คิมลี่ย์ใช้วิชาแปรธาตุในแบบที่ตัวเองชอบได้อย่างที่ต้องการ
คิมลี่ย์บอกเอ็ดว่าแม้ในตอนนี้ตนจะถูกตราหน้าว่าเป็น พวกนอกรีต แต่การที่ตนยังมีชีวิตอยู่แสดงว่าโลกได้ยอมรับตนแล้ว สู้สิ...สู้เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด จะมีคนรับเคราะห์บ้างก็ช่างมัน....นายนี่แปลกนะ นักแปรธาตุทั่ว ๆ ไปมักจะคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง....นายก็ลองแสดงด้านมืดของตัวเอง แสดงความเห็นแก่ตัวดูบ้างเป็นไง... แล้วคิมลี่ย์ก็หยิบหินนักปราชญ์ออกมาวางตรงหน้าเอ็ด นี่คือสิ่งที่พวกนายสองพี่น้องต้องการมากกว่าสิ่งใดในโลก... เอ็ดมองศิลาสีแดงก้อนเรียวยาวที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างแทบไม่เชื่อสายตา ..หินนักปราชญ์!?

คิมลี่ย์บอกเอ็ดว่าจะให้หินนักปราชญ์เป็นรางวัลหากทำงานสำเร็จ เอ็ดขอปรึกษากับอัลและวินรี่ก่อน คิมลี่ย์สงสัยว่าทำไมต้องบอกวินรี่ด้วย เอ็ดตอบว่าที่ผ่านมาตนไม่เคยบอกอะไรให้วินรี่รู้เลย ...คงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ที่จะให้ยายนั่นอยู่ในความมืด เป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยต่อไป...ตอนนี้ยายนั่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว ฉันไม่สนว่างานนั่นจะเป็นงานแบบไหน แต่ฉันจะไม่ทรยศยายนั่นด้วยการโกหกอีก... คิมลี่ย์ยอมให้เอ็ดทำตามต้องการแต่มีข้อแม้ว่าคิมลี่ย์จะไปพบอัลและวินรี่ด้วยเพื่อไม่ให้เอ็ดเปิดเผยสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา...
เอ็ดพาวินรี่ไปหาอัลในคุก เมื่อทั้งสามพร้อมหน้ากันเอ็ดก็บอกว่าจากนี้ไปตนจะต้องถูกใช้งานในฐานะอาวุธมนุษย์เพื่อฆ่าคนจำนวนมาก โดยมีวินรี่เป็นตัวประกัน วินรี่บอกให้เอ็ดปฏิเสธงานนี้แต่เมื่อคิดถึงชะตากรรมของตนที่จะตามมาวินรี่ก็พูดอะไรไม่ออก เด็กสาวค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่ง ก้มหน้าลง แล้วเอามือกุมขมับอย่างเสียใจ ..นี่ฉันสร้างภาระให้นายสองคนมากขึ้นอีกแล้วสินะ..?....ขอโทษนะ ฉันมันบ้าที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นโดยไม่เฉลียวใจ...ไม่ยุติธรรมเลยนะ นายสองคนแค่อย่างได้ร่างเดิมคืนมา แต่กลับต้องมาเจอปัญหาพวกนี้.. แล้วเอ็ดก็บอกว่าคิมลี่ย์สัญญาจะให้หินนักปราชญ์เป็นสิ่งตอบแทน เอ็ดบอกอัลว่าการที่พวกตนสองพี่น้องจะได้ร่างกายกลับคืนมา แลกกับการที่ตนจะถูกใช้เป็นอาวุธมนุษย์ เป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม แล้วเอ็ดก็มองหน้าอัล แววตามีความมุ่งมั่นและเข้มแข็ง อัลรู้ทันทีว่าเอ็ดมีแผนการอะไรในใจ...

อัลบอกให้เอ็ดตามอย่างที่ต้องการ เอ็ดจึงบอกคิมลี่ย์ว่าตนพร้อมเริ่มภารกิจแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นขอตามหาสการ์ให้พบก่อนเพื่อแก้แค้นให้กับพ่อแม่ของวินรี่ และขอให้อัลร่วมตามหาด้วยเพราะวิชาของสการ์ทำอะไรอัลไม่ได้ คิมลี่ย์ตกลงตามนั้น แล้วเอ็ดก็เดินนำคิมลี่ย์ออกจากห้องขัง ทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพัง อัลก็บอกแผนของเอ็ดให้วินรี่รู้ ....พี่น่ะไม่ได้ต้องการใช้หินนักปราชญ์เพื่อคืนร่างให้เราสองคนหรอก...บาปที่พวกเราก่อขึ้นทำให้เราสูญเสียร่างกายไป...พวกเราไม่มีสิทธ์ที่จะใช้สิ่งที่เกิดขึ้นจากการสังเวยชีวิตของผู้บริสุทธิ์หรอก... อัลอธิบายว่า ตอนนี้เอ็ดและอัลคิดว่าวิชาเหลียนตันจะสามารถทำให้ความปรารถนาของพวกตนเป็นจริงได้ และตอนนี้สองพี่น้องกำลังตามหาตัวเด็กผู้หญิงที่รู้วิธีใช้วิชานี้อยู่ ...พวกเราคิดว่าตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่กับสการ์...พี่ใช้การตามล่าสการ์เป็นข้ออ้างเพื่อตามหาเด็กคนนั้นต่างหาก...ที่ว่าจะตามล่าสการ์เพื่อล้างแค้นให้พ่อแม่เธอก็เป็นแค่ข้ออ้างที่พี่เค้าใช้หลอกคิมลี่ย์เท่านั้น... แล้วอัลก็ขอโทษที่เอาชื่อพ่อแม่วินรี่มาอ้าง วินรี่ยิ้มแล้วตอบว่าไม่เป็นไร ตอนนี้คนที่สำคัญมากกว่าพ่อแม่คือคนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างเอ็ดและอัล แล้ววินรี่ก็บอกอัลว่าเธอคิดอะไรขึ้นมาได้ อัลสงสัยว่าวินรี่จะทำอะไรต่อไป....

โอลิเวียร์ข้องใจที่คิมลี่ย์ให้ปล่อยตัวพี่น้องเอลริลแล้วให้ทั้งสองไปตามหาสการ์โดยพลการ แต่เมื่อคิมลี่ย์บอกว่าเป็นคำสั่งจากผบ.สูงสุด พร้อมกับยื่นเอกสารให้โอลิเวียร์ดู โอลิเวียร์ก็ยอมให้คิมลี่ย์นำสองพี่น้องและกำลังทหารบางส่วนออกตามหาสการ์แต่โดยดี ก่อนคิมลี่ย์จะออกจากห้อง คิมลี่ย์ถามถึงเรเวน โอลิเวียร์บอกว่ายังหาตัวไม่พบ และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะแจ้งเรื่องเรเวนไปทางเซ็นทรัล....
ทันทีที่คิมลี่ย์ออกจากห้อง โอลิเวียร์ก็บอกให้ไมล์สร่วมทางไปกับคิมลี่ย์ด้วย ถ้าเราโชคดีพอ สองคนนั่น (สการ์-คิมลี่ย์) คงจะฆ่ากันตายไปเอง...คิมลี่ย์ยังไม่รู้เรื่องนี้..สายของเรารายงานมาว่าตอนนี้สการ์กับเด็กผู้หญิงคนนั้นทำงานด้วยกันอยู่ เธอไปบอกสองพี่น้องนั่นว่า ปล่อยให้คิมลี่ย์ทำตามที่ต้องการ ปล่อยให้เขาจัดการกับสการ์ และพาตัวเด็กผู้หญิงที่ใช้วิชาเหลียนตันกลับมาที่นี่...ถ้าเป็นไปได้ให้จัดการเรื่องนี้อย่างลับ ๆ ..
ขณะที่พวกเอ็ดกำลังจะออกเดินทาง วินรี่ก็พุ่งพรวดเข้ามาเบียดในรถบอกว่าจะเดินทางไปกับสองพี่น้องด้วย คิมลี่ย์ไม่เห็นด้วย แต่พอวินรี่อ้างว่าต้องตามไปดูแลออโต้เมลของเอ็ด เพราะตนไม่เคยสร้างออโต้เมลที่ใช้ในอากาศหนาวได้มาก่อน จึงกังวลมากว่าออโต้เมลของเอ็ดจะพัง วินรี่จึงอยากร่วมทางไปด้วยเพื่อซ่อมออโต้เมลให้เอ็ดหากเกิดความผิดพลาด ...ฉันก็แค่อยากให้แน่ใจว่าออโต้เมลของเอ็ดอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด...ตอนที่ติดตั้งเราก็แค่พูดว่า โอเค เรียบร้อย...แต่ถ้าออโต้เมลใช้การไม่ได้ชื่อเสียงของรอคเบลก็จะเสื่อมเสียไปตลอด... เมื่อวินรี่แสดงถึงความมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในงานของตัวเอง คิมลี่ย์ก็ยอมแพ้และให้วินรี่เดินทางไปด้วย

แม้คิมลี่ย์จะยอมวินรี่ แต่ลูกน้องของคิมลี่ย์ที่เป็นทหารร่างยักษ์หน้าตาน่ากลัวกลับไม่เห็นด้วยและบอกให้วินรี่กลับไปที่ฐานทัพเสีย วินรี่เริ่มเอามือทั้งสองมาปิดหน้าแล้วร้องไห้ เด็กสาวขอโทษที่ทำให้ลำบากใจและบอกว่าตนแค่ต้องการอยู่ที่นี่เพื่อสองพี่น้องเท่านั้น เมื่อเห็นวินรี่ร้องไห้ลูกน้องของคิมลี่ย์ก็ทำอะไรไม่ถูกจึงยอมให้วินรี่ทำตามที่ต้องการ หารู้ไม่ว่าเด็กสาวเพียงแค่แสดงละครและกำลังแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ที่หลอกพวกทหารได้สำเร็จอยู่ที่เบาะหลัง..

เมื่อถึงเขตที่ได้รับรายงานว่าพบสการ์ เอ็ดและอัลตั้งใจจะแอบแยกตัวไปตามหาเหม่ย แต่กลับถูกลูกน้องของคิมลี่ย์สองคนตามประกบจนทำอะไรไม่ได้ สองพี่น้องจึงแกล้งทำเป็นเห็นเงาคนแล้ววิ่งไล่ตาม ทั้งสองวิ่งอย่างรวดเร็วจนทหารของคิมลี่ย์ตามไม่ทัน เอ็ดและอัลเลี้ยวหนีทหารเข้าไปในห้องห้องหนึ่งในตึก แต่เมื่อทหารตามเข้าไปกลับพบว่าสองพี่น้องหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ลูกน้องทั้งสองคนของคิมลี่ย์จึงออกตามหาเอ็ดและอัล โดยไม่รู้ว่าที่จริงเอ็ดใช้วิชาแปรธาตุสร้างผนังปลอมขึ้นมาบังตัวเองและได้หนีออกจากตึกไปแล้ว...

แม้จะเล็ดลอดสายตาของลูกน้องคิมลี่ย์มาได้ แต่พี่น้องเอลริคก็ยังพบปัญหาใหญ่คือ ขอบเขตที่ตามหากว้างมากจนไม่รู้จะหาเหม่ยเจอได้อย่างไร ในขณะที่เอ็ดกำลังหอบด้วยความเหนื่อย (และหน่าย) เหม่ยก็กระโจนเข้ามากอดอัลด้วยความดีใจที่อัลออกมาตามหาตน สองพี่น้องแม้จะงงงงกับโชคที่เหนือความคาดหมายแต่ก็ดีใจมากที่ได้พบกับเหม่ย เมื่อเห็นว่าปลอดภัยอัลจึงเปิดชุดเกราะออกให้วินรี่ที่ซ่อนตัวอยู่ออกมา เหม่ยเห็นวินรี่ก็เกิดอาการหึงขึ้นมาทันทีเพราะคิดว่าวินรี่เป็นแฟนของอัล อัลรีบปฏิเสธทันที พวกเอ็ดส่งเสียงเอะอะโวยวายจนมาร์โกและโยกิตามออกมาดู ทำให้เหตุการณ์ยิ่งวุ่นวายกว่าเดิมเพราะโยกิเริ่มโวยวายที่เจอคู่ปรับเก่าแถมทั้งสองคนยังลืมโยกิไปแล้วเสียอีก วินรี่ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์จึงได้แต่ทำหน้านิ่วด้วยความสงสัย....

ทหารมารายงานคิมลี่ย์ว่าเอ็ดและอัลหายตัวไป ไมล์สจึงได้โอกาสแยกตัวออกมากับลูกน้องอ้างว่าต้องตามหาสองพี่น้อง เพราะรู้ว่าเอ็ดและอัลจะต้องแอบไปตามหาเหม่ยอย่างแน่นอน....
ทางด้านสการ์กำลังตามหาวัตถุดิบบางอย่างอยู่ในกองขวดแก้วและกระป๋องที่ถูกทิ้งไว้ในกองขยะ แต่ก็ไม่พบวัตถุดิบที่ต้องการ ขณะที่สการ์กำลังคุ้ยกองขยะอยู่นั้นลูกน้องสองคนของคิมลี่ย์ (คนที่ตามประกบเอ็ดกับอัล แต่ปล่อยให้ทั้งสองคนหนีไปได้) ก็มาพบสการ์โดยบังเอิญ ทั้งสองตั้งท่าจะจู่โจมสการ์ สการ์จึงถามว่าคิดว่าจะมีโอกาสเอาชนะตนได้หรือ ทั้งสองตอบว่า ...ก็ไม่เชิง พวกเรารู้ว่าคนธรรมดาคงไม่สามารถจัดการกับแกได้...แต่พวกเราไม่ใช่คนธรรมดา... ลูกน้องของคิมลี่ย์แสยะยิ้ม ร่างกายเริ่มขยายออกเปลี่ยนร่างกลายเป็นปีศาจ...คิเมร่า!!
เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ทั้งสองของตัวเองไม่ใช่มนุษย์ สการ์ก็ตั้งท่าต่อสู้ทันทีโดยเกร็งพลังไว้ที่มือขวาพร้อมกับพูดว่า คิเมร่างั้นเหรอ...น่าสนใจนี่...
การต่อสู้ระหว่างสการ์และคิเมร่ากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว !!

crazy moods จ้า click ที่รูปเลยน่อ
จบไปอีกหนึ่งเอนทรีที่อัพแบบชิว ๆ สุดฤทธิ์ อนาถกับความขี้เกียจของตัวเองจริง ๆ
แถมรอย เอ็ด ขี่หมูป่าไปดูเล่นละกัน หุหุ
แล้วพบกันใหม่เอนทรีหน้า
บายงับ ~
My Spoilers
My Projects


ทำไมดองงงงงงงงง
นานๆทีอัพ.. อัพทีก็เป็นสปอย =[]=!!!
#1 By ۞† 朽木 白姫 †۞![Sh!Ra]! on 2007-05-12 20:53