[SPECIAL CHAPTER] NANA :: Takumi's Story

posted on 21 Apr 2007 17:41 by palmcj  in Room-707

ช่วงนี้อาการขี้เกียจเริ่มเข้าสู่ภาวะสุดท้ายแล้ว ตอนแรกกะว่าจะเข้ามาแปะรูป Dolfie สัก 20 รูป (ขี้เกียจจัดจริง ๆ -_-") แต่พอดีเมื่อวานนั่งแปลนานะตอนพิเศษไปลงบอร์ด เลยคิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เอามาเป็นเอนทรีในบลอคเลยละกัน

คำเตือน : เอนทรีนี้ค่อนข้างยาว (การ์ตูนมันตั้ง 70 หน้านิ -3-) ใครขี้เกียจก็อ่านผ่าน ๆ หรือจะดูแต่รูปก็ได้ หรือถ้าขี้เกียจมาก ๆ (เพราะคงจะโหลดถาพนรกอยู่เหมือนกัน ^^') ก็เอาไว้อ่านวันหลังก็ได้จ้า

เริ่มเลยดีกว่าเนาะ

เริ่มจากปกก่อน

เปิดตอนด้วยคำพูดทาคุมิ

"บ้านเกิดของฉันเหรอ?

ฉันว่าอย่าถามดีกว่านะ

แต่นี่มันตาฉันเล่าแล้วนี่ งั้นเล่าก็ได้

พร้อมแล้วยัง?"

รูปเปิดตอน

ครั้งแรกที่ทาคุมิพบเรร่าคือตอนที่เรร่าเพิ่งย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ ๆ พ่อชาวอเมริกันของเรร่าป่วยตาย แม่ของเรร่าจึงพาลูกสาวเพียงคนเดียวกลับมาอยู่ญี่ปุ่น ตอนนั้นเรร่าอยู่ชั้นป. 2 ในขณะที่ทาคุมิเป็นนักเรียนชั้น ป. 3

เซริซาว่า เรร่า ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก
คำพูดประโยคแรกของเรร่าที่ทาคุมิได้ยิน ทำให้เด็กชายตกตะลึงไปกับวิธีการพูดที่เหมือนกับร้องเพลงของเธอ...


แม่ของเรร่าบอกพวกทาคุมิว่าเรร่าอยู่อเมริกามาตั้งแต่เกิด ภาษาญี่ปุ่นของเธอจึงไม่ดีนัก แถวนี้มีแต่พวกหนูที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเรร่า ช่วยเป็นเพื่อนกับเรร่าได้ไหมจ๊ะ? แม่ของเรร่าฝากลูกสาวให้เป็นเพื่อนกับทาคุมิและพี่สาว (เมกุมิ)


เรร่ามักจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อเรื่องที่เป็นชาวต่างชาติอยู่เสมอ บางครั้งเรร่าถูกแกล้งจนร้องไห้ คนเดียวที่เข้าไปช่วยเรร่าคือทาคุมิ บ่อยครั้งที่ทาคุมิจัดการสั่งสอนเด็กที่แกล้งเรร่าจนตัวเองต้องถูกครูดุเพราะลงไม้ลงมือกับรุ่นน้อง แต่ทาคุมิก็ไม่สนใจเพราะตัวเองก็ถูกพ่อที่ติดเหล้าทุบตีอย่างไร้เหตุผลอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ทาคุมิเกลียดพ่อมาก

ทาคุมิบอกเรร่าว่าอย่าร้องไห้เวลาถูกแกล้ง เรร่าร่าเริงขึ้นมาทันทีเมื่ออยู่กับทาคุมิ เด็กทั้งสองมักจะเล่นด้วยกันสองคนอย่างมีความสุขอยู่เสมอ ทาคุมิคอยสอนภาษาญี่ปุ่นให้เรร่า ในขณะที่เรร่าเองก็สอนภาษาอังกฤษให้ทาคุมิเช่นกัน การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาทำให้ทั้งสองคนเพลิดเพลินและรู้สึกมีความสุข การได้เล่นกับเรร่าเป็นสิ่งเดียวที่น่าสนใจสำหรับทาคุมิในวัยเด็ก....

ทาคุมิชอบฟังเรร่าร้องเพลง เสียงเพลงของเรร่าเป็นสิ่งที่ช่วยปัดเป่าความขุ่นข้องหมองใจจากบรรยากาศที่รุนแรงรอบตัวทาคุมิได้อย่างน่าอัศจรรย์... ทั้งความกลัวที่ต้องเห็นร่างกายของแม่อ่อนแอลงทุกวัน ๆ ความคลางแคลงใจในตัวพ่อที่ติดเหล้าหนักขึ้นเรื่อย ๆ และความข้องใจที่ถูกพี่สาวเมินเฉย....ความรู้สึกเหล่านี้หายไปหมดสิ้นเมื่อได้ฟังเพลงของเรร่า ....ถ้านางฟ้ามีอยู่จริงก็คงจะร้องเพลงได้ไพเราะเช่นนี้...และคงจะมีรอยยิ้มแบบนี้ด้วย.... เรร่าบอกทาคุมิว่าอยากเป็นนักร้อง ทาคุมิเห็นด้วย แล้วเรร่าก็พูดกับทาคุมิว่า
ทาคุมิ....ฉันรักเธอ
เรร่าจูบทาคุมิ ทาคุมิตกใจและบอกเรร่าว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ที่ญี่ปุ่นคนที่จูบกันได้คือผู้ใหญ่ที่มีความรักต่อกันเท่านั้น เรร่าไม่เข้าใจจึงตัดพ้อว่าที่ญี่ปุ่นไม่มีใครรักเธอเลย ทุกคนมองเรร่าเป็นตัวประหลาด แม้แต่แม่ก็ชอบมองเรร่าด้วยสายตาที่ยุ่งยากใจอยู่เสมอ แล้วเรร่าก็เริ่มน้ำตาคลอ ฉันอยากพบพ่อจัง....

ทาคุมิได้ยินจึงปลอบใจเด็กสาวด้วยการจูบเบาๆ ที่แก้ม เรร่ารื่นเริงขึ้นมาทันที ทาคุมิจึงบอกว่าจูบได้แต่ห้ามทำต่อหน้าคนอื่น เรร่ารับคำอย่างยินดี

......นั่นคือฤดูใบไม้ผลิ ตอนที่ฉันอยู่ป. 5 และเรร่าอยู่ป. 4 ฉันเริ่มแอบทำงานส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้า รายได้ของพ่อไม่เคยพอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัว ความเป็นอยู่ของครอบครัวเราตกต่ำอย่างที่สุด ยังดีที่ปู่ทิ้งบ้านไว้ให้เราก่อนจากไป.......

วันหนึ่งขณะกำลังกินอาหารเช้า เมกุมิบอกทาคุมิว่าจะออกจากโรงเรียนมาหางานทำเพราะค่าพยาบาลของแม่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทาคุมิขอบคุณพี่สาว แล้วเมกุมิก็เริ่มร้องไห้พร้อมกับขอโทษทาคุมิที่ตัวเองมัวแต่ทำงานทิ้งให้น้องชายอยู่คนเดียวมาตลอดทั้ง ๆ ที่อายุยังน้อย ทาคุมิไม่เข้าใจว่าทำไมพี่สาวต้องขอโทษด้วย เมกุมิเองก็ต้อง
ลำบากเพราะทำงานทั้ง ๆ ที่ยังเป็นเด็กอยู่เช่นกัน
....จากนี้พี่จะทำงานให้หนักขึ้น เธอก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะ ตกลงมั๊ย....

เมื่อทาคุมิเห็นพี่สาวต้องเสียสละในขณะที่พ่อกลับเอาแต่ดื่มเหล้า ทาคุมิก็ยิ่งเกลียดพ่อจนถึงขนาดอยากฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง ทาคุมิเก็บความรู้สึกรุนแรงที่คุกรุ่นอยู่ในอกไประบายกับข้าวของในโรงเรียน เด็กหนุ่มมักใช้ไม้เบสบอลตีกระจกหน้าต่างของโรงเรียนแตกอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ทำเพื่อระบายความกังวลเรื่องแม่ และระงับความรู้สึกที่อยากจะฆ่าพ่อที่พลุ่งพล่านขึ้นมาทุกครั้งที่พ่อเอ่ยปากขอเงินไปซื้อเหล้า...
อย่าฆ่าเขา....ถ้าฆ่านายก็แพ้.... ไม่มีทาง....เราไม่มีทางยอมให้สวะพรรค์นั้นมาทำลายอนาคตของเราเด็ดขาด!!...


เพล้ง!! ทาคุมิทำกระจกหน้าต่างโรงเรียนแตกอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของเพื่อน ๆ ที่เห็นเหตุการณ์
มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มองทาคุมิอย่างครุ่นคิด คนคนนั้นคือ ยาสุ ประธานนักเรียนนั่นเอง...
ฉันอยากหนีไปให้ไกล...ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่.... ทาคุมิรำพันกับตัวเองพร้อมกับมองออกไปยังท้องฟ้าอย่างล่องลอย

ในที่สุดเรร่าก็ขึ้น ม. 1 เรร่าสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับทาคุมิ เด็กสาวมาหาทาคุมิในห้องเพื่อให้ดูชุดนักเรียนชุดใหม่ ทันทีที่ทาคุมิบอกว่า ดูดีนี่ เรร่าก็โผเข้ากอดและจูบทาคุมิพร้อมกับบอกว่ามีข่าวใหญ่มาบอก แต่ทาคุมิกลับพูดแทรกขึ้นมาว่าต่อไปนี้ห้ามเรร่าจูบเขาแบบนี้อีก เพราะตอนนี้เรร่าขึ้นชั้นมัธยมแล้ว อีกหน่อยก็ต้องมีแฟน จากนี้ไปเธอควรจะทำอย่างนี้กับแฟนเธอคนเดียวเท่านั้นนะ....
ทาคุมิพูดอย่างเฉยเมย ทำให้เรร่าซึมไปทันทีและบอกทาคุมิว่า
งั้นฉันก็จะเป็นแฟนกับเธอ
ทาคุมิตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจพร้อมกับบอกว่าตัวเองมีแฟนแล้ว และเรร่าเองก็เป็นเด็กผู้หญิงที่สวยน่ารัก คงจะมีแฟนไม่ช้าก็เร็ว เรร่าได้ฟังก็งอนและออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ทาคุมิสับสนกับปฏิกิริยาของเด็กสาว ทาคุมิได้แต่เข้าข้างตัวเองว่าอาการของเรร่าคงเป็นอาการ ติดพี่ เพราะตอนเด็กๆ เรร่าก็เป็นเด็กติดพ่อมาก่อน แต่ลึก ๆ แล้วทาคุมิก็เข้าใจความรู้สึกของเรร่า ทาคุมิพยายามหักห้ามความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ เพราะเรร่าไร้เดียงสาเกินไปจนอาจไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของหญิงชาย (ประมาณว่าการปล่อยใจมีอะไรกับเรร่าจะเป็นการเหยียบย่ำความบริสุทธิ์ของหญิงสาวนั่นแหละ หุหุ)

ทาคุมิเริ่มทำตัวเป็นเพลย์บอยโดยมีอะไรกับผู้หญิงหลายคน ทั้งโรงเรียนเดียวกันและต่างโรงเรียน ทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน

วันหนึ่งทาคุมิแอบมีอะไรกับรุ่นพี่ในห้องน้ำ เมื่อรุ่นพี่บอกว่าชอบทาคุมิตรงที่ทำอะไรบ้าบิ่นที่ไม่มีใครกล้าทำอย่างการทุบกระจกโรงเรียน ทาคุมิก็หมดอารมณ์ทันทีพร้อมกับมองรุ่นพี่ด้วยสายตาดูถูก
ผู้หญิงคนนี้งี่เง่าเป็นบ้า....จริงๆแล้วเราก็ไม่ได้เกลียดผู้หญิงแบบนี้หรอกนะ แต่ว่า....
แล้วอยู่ๆ ทาคุมิก็ออกจากห้องน้ำ ก่อนจากไปทาคุมิบอกรุ่นพี่ว่า
ทุบกระจกให้แตกน่ะใคร ๆ ก็ทำได้....แต่ผมจะทำแต่สิ่งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้เท่านั้น...


ทาคุมิครุ่นคิดถึงสิ่งที่มีแต่เขาเท่านั้นที่ทำได้ สิ่งที่ไม่มีใครอื่นทำสำเร็จ แล้วเขาก็คิดได้ว่าบางทีสิ่งนั้นอาจไม่มีอยู่ก็ได้ แล้วทาคุมิก็มองหน้าต่างที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมอย่างใจลอย....


ทาคุมิรู้จากพี่สาวว่าเรร่ากำลังจะได้เป็นดาราเพราะชนะในการประกวดร้องเพลง ทาคุมิเป็นห่วงขึ้นมาทันทีเพราะวงการมายาไม่ใช่สิ่งที่เด็กสาวไร้เดียงสาอย่างเรร่าจะเข้าใจได้ ทาคุมิจึงไปหาเรร่าที่บ้านกลางดึกเพื่อห้ามไม่ให้เรร่าไปเป็นดารา แต่เรร่ายังงอนทาคุมิอยู่จึงทำเป็นเมิน เรร่าเมินทาคุมิอยู่ได้ไม่นาน (ไม่นานจริง ๆ แค่เค้าชวนคุยก็หายงอนแล้ว ^^) ก็กลับมาคุยอย่างปกติ เรร่าบอกว่าตนไม่ได้ชนะประกวดร้องเพลง แค่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกของพรีเซนเตอร์โฆษณาลูกอมเท่านั้น ฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้งานนี้ งานออดิชั่นจะจัดที่โตเกียววันอาทิตย์นี้แหละ เรร่าบอกว่านี่เป็นโอกาสให้ตนสามารถไต่เต้าไปเป็นนักร้องได้ แต่ทาคุมิไม่เห็นด้วย

ทาคุมิบอกเรร่าว่าเรร่าเป็นคนมีพรสวรรค์ หากจะเป็นนักร้องก็ต้องทำให้สุด ๆ เรร่าควรจะแต่งเพลงเองเพื่อไม่ให้เป็นนักร้องหุ่นเชิดที่ทำตามคำสั่งงี่เง่าของพวกผู้ใหญ่หิวเงิน เรร่าบอกว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ในการแต่งเพลง ทาคุมิจึงพูดว่า
จริงเหรอ....แต่สำหรับฉันเรื่องแต่งเพลงน่ะง่าย ๆ ...
เรร่าจึงบอกให้ทาคุมิแต่งเพลงให้เธอร้อง
ทาคุมิจึงคิดเรื่องที่ตัวเองตนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ออกทันที สิ่งนั้นคือ....
...แต่งเพลงให้เรร่าร้อง.......
เราเข้าใจความวิเศษของเสียงร้องและเพลงของเรร่าดีกว่าใคร ๆ.....
ฉันจะแต่งเพลงทุกเพลงให้เธอร้อง ฉันจะไม่แพ้ใคร ฉะนั้นอย่าให้คนอื่นแต่งเพลงให้เธอล่ะ...

เรร่าได้ยินก็โผเข้ากอดทาคุมิ แต่ทาคุมิก็ผลักออก ก่อนกลับบ้านทาคุมิกำชับเรร่าไม่ให้ไปออดิชั่น เรร่ารับคำอย่างร่าเริง

ระหว่างทางกลับบ้านทาคุมิก็กังวลว่าตัวเองจะแต่งเพลงได้จริงหรือ เพราะขนาดเครื่องดนตรียังเล่นไม่เป็นสักชิ้นแล้วจะแต่งเพลงได้อย่างไร

......แต่ก็น่าแปลกใจว่าเราสามารถแต่งเพลงได้ เหมือนกับว่าเพลงเหล่านั้นผุดขึ้นมาในหัวเรา.....
......เมื่อคิดถึงเสียงของเรร่า เนื้อเพลงก็ผุดขึ้นมาในหัวเพลงแล้วเพลงเล่า.....
......ทำให้เราอยากเปิดประตูในหัวที่ถูกปิดมาตลอดออก........


ทาคุมิชวนเรร่าตั้งวงร็อค ทาคุมิบอกเรร่าว่าการผสมผสานระหว่างดนตรีหนัก ๆ กับเสียงอันไพเราะของเรร่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว ...ดนตรีหนัก ๆ...เสียงเพลงที่วิเศษ ....มีกลิ่นอายโรแมนติกนิดหน่อย....สวมเสื้อผ้าและแต่งหน้าสวย ๆ ....แล้วก็ร้องเพลงเหล่านั้นให้เจ๋งที่สุด......ถ้าทำได้คงจะวิเศษมากเลยนะ
สิ่งที่อยู่ในหัวทาคุมิในตอนนี้คือภาพลักษณ์ของเรร่าแห่งวงแทรปเนสต์.....หญิงสาวในเสื้อผ้าหรูหรา...ร้องเพลงร็อค....สุดยอดเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงเพียงคนเดียวเท่านั้น

ทาคุมิเริ่มตั้งวงโดยขอให้ยาสุช่วยตั้งชมรมดนตรีขึ้น แม้จะรวบรวมรายชื่อคนที่สนใจเข้าชมรมได้มาก แต่ก็ไม่มีใครที่เข้าตาทาคุมิเลย ไม่มีใครที่มีลุคเจ้าชายบ้างหรือไงนะ.... ทันใดนั้นสายตาทาคุมิก็ไปหยุดอยู่ที่นาโอกิ นั่นไง...(เจ้าชายแห่งความงี่เง่า -_-) แล้วทาคุมิก็ลากนาโอกิมาเข้าชมรมดนตรีจนได้


เมื่อจะจบม.ต้น ทาคุมิบอกพี่สาวว่าจะไม่เรียนต่อ (ทาคุมิอยากออกมาตั้งวงอย่างจริง ๆ จัง ๆ) แต่พี่สาวไม่เห็นด้วย เพราะโลกทุกวันนี้การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้หางานดี ๆ ได้ และการส่งเสียทาคุมิจนจบม.ปลายเป็นเป้าหมายในชีวิตของตน ถ้าเธอคิดว่า ไม่ยุติธรรมกับพี่ที่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนให้เธอ งั้นก็ค่อยหาเงินมาคืนวันหลังแล้วกัน.... ทาคุมิรู้ซึ้งถึงความตั้งใจของพี่สาวจึงยอมเรียนต่อ โดยสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลซึ่งค่าเทอมไม่สูงนัก

ทาคุมิได้พบสมาชิกวงที่มีความสามารถเมื่อเข้าเรียน ม.ปลาย ทาคุมิเริ่มทำกิจกรรมของวงอย่างจริงจังเพื่อที่จะเปิดการแสดงในไลฟ์ เฮาส์ การที่ซ้อมดนตรีไปด้วยและต้องทำงานกะดึกทำให้ทาคุมิเหนื่อยมากจึงหลับตลอดเวลาเมื่ออยู่ที่โรงเรียน

แม้ตอนนี้ทาคุมิจะหาเงินเองได้แล้ว แต่เมื่อเขาเอาเงินไปให้พี่สาว เธอกลับปฏิเสธที่จะรับเงินจากเขาโดยให้เหตุผลว่าสามีของเธอหาเงินให้มากพอแล้ว ใครๆ ก็บอกว่าเมกุมิเป็นพี่สาวที่ดี เพราะเธอคอยดูแลพ่อที่ติดเหล้า ทั้งๆ ที่จะทำเป็นเมินเสียก็ได้ แต่ทาคุมิไม่เป็นอย่างพี่สาว ซึ่งทำให้ทาคุมิเจ็บปวดมาก (เพราะทาคุมิไม่ได้เป็นลูกที่ดีในสายตาคนอื่น ๆ )

หนึ่งในกิ๊กของทาคุมิบอกทาคุมิว่าเธอตั้งท้องและต้องการเอาเด็กออก แต่เธอไม่มีเงินจ่ายค่าทำแท้งซึ่งแพงมาก
ค่าทำแท้งแพงมากเลย ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น
แพงเหรอ? ฉันว่านั่นถูกมากเลยนะสำหรับหนึ่งชีวิตที่ต้องถูกกำจัดไป..
แฟน(หนึ่งในหลาย ๆ คน ^^) ของทาคุมิโทษว่าทั้งหมดเป็นเพราะทาคุมิไม่ยอมป้องกัน ทำให้ทาคุมิฉุนเล็กน้อยที่ถูกว่าอยู่ฝ่ายเดียวทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็ไม่ได้คุมกำเนิดเหมือนกัน ทาคุมิจึงบอกว่าเป็นความผิดของทั้งสองคน ดังนั้นให้จ่ายค่าทำแท้งคนละครึ่ง แฟนของทาคุมิได้ยินก็โกรธมากจนร้องไห้แล้ววิ่งจากไป


หลังจากนั้นทาคุมิก็ไปเยี่ยมแม่ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ทาคุมิได้ยินเสียงเพลงของเรร่าออกมาจากห้องของแม่ เมื่อมองเข้าไปก็เห็นเรร่ากำลังร้องเพลง ส่วนแม่ของทาคุมิก็นอนหลับด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ใคร ๆ ก็บอกว่าแม่ของทาคุมิคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่เธอก็มีชีวิตอยู่จนทาคุมิเรียน ม.6 ซึ่งทาคุมิเชื่อว่าเสียงเพลงของเรร่าเป็นสิ่งที่ทำให้แม่มีชีวิตอยู่ได้นานขนาดนั้น
....เสียงเพลงของเรร่ามีพลังที่มอบความหวังให้ผู้คน....


ทาคุมิตัดสินใจยืมเงินค่าทำแท้งจากยาสุ ยาสุตักเตือนทาคุมิเรื่องที่ไม่รู้จักป้องกัน ทาคุมิสัญญาว่าเมื่อเงินเดือนออก (ตอนสิ้นเดือน) จะคืนเงินให้ แต่ยาสุกลับให้ทาคุมิเซ็นสัญญากู้ยืมและคิดดอกเบี้ย ทาคุมิตกใจกับความเขี้ยวของยาสุ (ยาสุคงจะต้องการสอนเรื่องความโหดร้ายของโลกให้กับทาคุมิ)

หลังจากจัดการเรื่องทำแท้งเรียบร้อย ทาคุมิก็ยังทำตัวเป็นเพลย์บอยเหมือนเดิม ทาคุมิเดินควงกับรุ่นพี่สาวสวยซึ่งเป็นรองประธานนักเรียนต่อหน้าต่อตาแฟนเก่า ทำให้แฟนเก่ามองค้อนด้วยความโกรธ -_-

เมื่อทาคุมิจะขึ้นปีสอง เรร่าก็บอกทาคุมิว่าจะสมัครเข้าเรียนม.ปลายโรงเรียนเดียวกับทาคุมิ ทาคุมิจึงบอกเรร่าว่าอย่าเข้ามาคุยแบบสนิทสนมที่โรงเรียนเพราะจะทำให้แฟนตัวเองหึง เรร่าได้ยินก็ซึมด้วยความน้อยใจ แล้วตัดพ้อทาคุมิว่า
สำหรับทาคุมิแล้ว ฉันเป็นอะไรกันแน่?

ทาคุมิเหลียวกลับไปมองเรร่าด้วยความแปลกใจที่เรร่าโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ พูดจาเหมือนที่ผู้ใหญ่พูดกัน ทั้ง ๆ ที่ทาคุมิคิดมาตลอดว่าเรร่าเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสา
.......เวลาผ่านไปกี่ปีแล้วนะ....เธอเติบโตเป็นหญิงสาวสวยตามที่ฉันคิดมาตลอด....และฉันก็เชื่อว่าเธอคงจะสวยขึ้นไปอีก...........

ทาคุมิพยายามไม่สนใจเรร่า แต่คำพูดของเรร่ากลับดังก้องอยู่ในหัว
......... สำหรับทาคุมิแล้ว ฉันเป็นอะไรกันแน่?.........

ระหว่างที่ทาคุมิทำเป็นไม่สนใจเรร่าและยังควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าอยู่ เรร่าก็เริ่มคบกับยาสุ ทาคุมิยังคงแกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่ลึก ๆ แล้วทาคุมิกลับรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้มองดูสิ่งที่ไม่อยากจะเห็นอยู่ตลอดเวลา....มองเรร่ากับยาสุอยู่ด้วยกัน

ในที่สุดเรร่าก็มีอะไรกับยาสุในคืนที่ทาคุมิเดินอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางหิมะ

...........ในตอนนั้น ตอนที่เรายังเป็นวัยรุ่น..........
...........มีภูเขาแห่งความโกรธ..ความขุ่นเคือง....สิ่งที่เราเองก็ไม่เข้าใจ........
...........ตอนนี้เราเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว..........
...........นางฟ้าที่แสนเจิดจ้าผู้ไม่เคยถูกสิ่งใดๆ ทำให้มัวหมอง.....เรร่าเป็นที่หลบภัย....เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของเรา..........
...........ในโลกที่แสนสกปรกและไม่แน่นอนนี้....เราต้องการสถานที่แบบนั้นสักที่ก็ยังดี..............

............จากวันนั้นเวลาผ่านไปกี่ปีแล้วนะ?...................

............ยิ่งความฝันที่เราเคยมีเป็นจริงมากเท่าไหร่ ความเจิดจ้าของความฝันก็ยิ่งหดหายไปเร็วขึ้นเท่านั้น...........
............น่าขันเหมือนกันนะทั้ง ๆ ที่เราทำงานเพื่อแสดงความฝันของเราให้ผู้คนรับรู้.........
............แต่ตอนนี้พอได้ยินเสียงเพลงของเรร่าในเมือง เราก็แน่ใจว่าเพลงนั้นคงกำลังช่วยใครบางคนอยู่...........
............ฉะนั้น ได้โปรด....ร้องเพลงต่อไป...........

............และฉันหวังว่าเสียงเพลงนั้นจะอยู่เคียงข้างฉันต่อไป.............

จบแล้วจ้า แอบน้ำเน่าเนอะ โฮะ โฮะ

หลัง ๆ เป็นซับนรกเล็กน้อย (บรรยาย monolog มันยากง่ะ ซับนรกเลยละกัน ^^')

สำหรับคน (ผู้กล้า ??) ที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอปรบมือให้ (รางวัลไม่มีนะฮะ -_-)

เอนทรีหน้าถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็คงจะแปะ Dolfie (ที่จะเปลี่ยนคือขี้เกียจกว่าเดิมนั่นแหละ อนาถดีแท้ T___T)

พบกันใหม่เอนทรี่หน้า

บายจ้า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณที่เอามาลงให้อ่านนะคะ
ทาคุมิเป็นคนที่มีแง่คิดมากเลยนะ ถึงว่าจะเพลย์บอยก็เถอะ...

#1 By Cheshire_XxX on 2007-04-21 18:35

=_="

oooooooohhhhh

เน่ามากพี่ปาล์ม T_T

#2 By ۞† 朽木 白姫 †۞![Sh!Ra]! on 2007-04-21 19:15

ว้าวววว สุดยอดเรยฮะ!!> [] <b

ดีจัง มีสปอยให้อ่านด้วย ซึ้งๆๆๆ

ขอบคุนมากนะฮะ

#3 By [NuttO] on 2007-04-21 20:35

โอ้โห ที่จริงก็ไม่ชอบทาคุมิเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วนะคะ บอกตามตรง ฮ่าๆๆ
ก็นิสัยไม่ดีอ่ะ ฮ่าๆๆๆ (ไม่ใช่หรอก)
แต่พอมาอ่านแบบนี้แล้วก็รู้สึกเห็นใจจอ่ะนะ

#4 By คุณพู่ on 2007-06-30 15:54

ทาคุมิมันจะเอาไงแน่ว่ะ - -* เดี๋ยวก็รักนานะ แต่ก็เลิฟเรร่า ยิ่งไมรอชอบเรร่าอยู่ แต่ก็ชอบทาคุมิน่ะ - -"

#5 By คัง (125.26.108.208) on 2008-01-09 10:40

#6 By MIKE JACKSON (72.36.205.2) on 2009-02-15 22:40