La-pak + [TAG] N.A.M.E

posted on 21 Nov 2009 01:56 by palmcj  in My-Place

Edit :

My laptop was broken again this morning so I brought it to the service centre. At the first place, when the operation was not working well, I was afraid that the HD might be dead (since my laptop was quite old T___T) but the problem actually was the keyboard' s hardware. Therefore, I had to leave my laptop at the service centre for around 4-6 days, depending on how serious the damaged part is......  sooooo sad *sob sob ; ___ ; (I feel blue as I have just brought it to the computer shop to reinstall windows 2 days ago, what on earth makes my laptop broken this often.... T[]T

 

Due to my bad luck, I may not go online on MSN or update my facebook so often as usual na ja. However, the good thing, only one but very good thing, is that I can spend more time on Japanese Language' s revision without my own laptop. lollollol

 

Well, I will end the editing here because it is d*mnnnnn difficult typing on such a small mobile phone' s keyboard (which doesn' t have Thai language ; A ;).

 

See you guys again soon when my laptop is fixed.... I hope this is the last fixing for the following 6 months... ; w ;

* editing ends here.....

--------------------------------------------------------------------------------- 

 

[ TAG ] เกี่ยวกับชื่อของตนเอง

กติกา
1. แปะรูปตัวเองอย่างน้อย 1 รูป
2. ตอบคำถาม 15 ข้อ
3. ส่งต่อให้ผู้โชคร้าย 5 ท่าน

 

---------------------------------------------------------------------------------

รับแทกมาจากน้องเนมค่ะ  หลาย ๆ คนคงแปลกใจเพราะปกติเราไม่ค่อยทำแทก 555

 

เริ่มจากรูปสินะ...

ขอสารภาพว่าไม่ได้ถ่ายรูปมานานแล้ว  เพราะอายหนังหน้าตัวเองมากช่วงนี้ ทั้งอืด อ้วน โทรม (เป็นผลจากการนอนผิดเวลาและทัวร์บริโภคแบบอาทิตย์ละสามวันเป็นอย่างน้อยเป็นเวลาสองเดือนติดค่ะ  น้ำหนักขึ้นจนคาดว่ากู่ไม่กลับซะแล้ว orz) ...จะถ่ายก็สงสารกล้องอะนะ T___T

 

เลยเอารูปที่ถ่ายก่อนน้ำหนักพุ่งมาลงค่ะ  ตอนนั้นน้ำหนักน้อยกว่าตอนนี้นิดหน่อน...แค่ห้ากิโลเท่านั้นเอง Orz

สงสันต้องเริ่มลดน้ำหนักจริงจัง (พูดมาเดือนกว่าแล้ว 555)

 

 

1. ชื่อจริงและความหมาย

ความหมายก็ง่าย ๆ (ทำให้สงสัยว่าทำไมถึงชอบถามกันนักว่าชื่อเราหมายความว่าอะไร --___--)

ชิ.ด ก็หมายถึง ใกล้ชิด

ชน.นี ก็หมายถึง แม่

รวมกันก็...ใกล้แม่

ที่ชื่อนี้เพราะพี่สาวชื่อใกล้พ่อน่ะ  ถ้าพี่สาวชื่ออื่นเราก็คงไม่ได้ชื่อนี้แน่ ๆ ฮ่า ๆๆๆ

แต่ตอนเด็ก ๆ เราก็ติดแม่มากเลยจริง ๆ นะ  แถมหน้าตาเหมือนกันอีก  ส่วนพี่สาวทั้งรูปร่าง หน้าตา นิสัย ถอดแบบมาจากพ่อ  สรุปว่าตั้งชื่อได้สมตัวดีจริง ๆ -v-

 

2. ชื่อเล่นเต็มยศ

ถูกเรียก ปาล์ม มาตั้งแต่จำความได้  ตอนเกิดพ่อทำธุรกิจเกี่ยวกับลูกปาล์ม น้ำมันปาล์มน่ะ ฉะนั้นชื่อเต็มยศก็อาจเป็น ลูกปาล์ม (อย่าให้เป็นน้ำมันปาล์มเลย  คงอนาถพิลึก TvT)

 

3. ฉายา

เกิดมา 2x ปีแล้ว  แต่รู้สึกจะไม่ค่อยมีฉายานะ  สงสัยกลัวเรากัดเลยไม่กล้าเรียกต่อหน้าแน่ ๆ ฮ่า ๆๆๆ

เท่าที่จำได้ก็...

ชิด ...ที่มาก็เรียกชื่อจริงแบบย่อ  แต่เป็นฉายายอดฮิตถึงแปดปีเชียวนา  เรียกกันจนคนอื่นที่ไม่รู้อาจคิดว่าเราชื่อชิดได้ 555

ลูกชิด ...เป็นขั้นกว่าของอันข้างบน  =___=

เหินห่าง ...เป็นรูปปฏิเสธของสองอันแรก

ปลาทอง....เค้าว่าเราแก้มป่องเหมือนปลาทองล่ะ

คิตตี้ ...แล้วก็ดันมีบางคนที่คิดว่าหน้าเราเหมือนคิตตี้ (ทำไมมีแต่สัตว์ ; w ;)

ชีน้อย ...มีบางคนบอกว่าเราเหมือนแม่ชี (ได้เป็นคนแล้ว เย่)

ป้าแก่ ... ไม่ต้องมีคำบรรยายใดใดสักคำให้ลึกซึ้ง TTvTT

หรอยน้อย ...เพราะชอบหรอยไปหรอยมา

อ้วน ...อันนี้เริ่มเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

เมตาโบวววววว ...แทงใจดำกันเลยทีเดียว แย่

ปั่มปั๊ม ...แฟนเก่าพี่เรียก  (ขอโทษค่ะ...มันฟังน่าเกลียดยังไงไม่รู้ ก๊ากกกก)

 

4. ชื่อภาษาอังกฤษ

รวมนามสกุลแล้วยาว  แถมชื่อยังมีแต่ cc hh nn ee ส่วนนามสกุลก็ jj ii rr อะไรกันเหวย

ตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษมีคนไทยในคอร์สสองคน  หาชื่อสองคนนี้ได้ง่ายมากเพราะยาวสุด ๆ ทั้งคู่  แถมของเรายังมีแต่ตัวซ้ำ ๆ อีก

 

อีกอันที่อาจารย์แล้วก็เพื่อน ๆ เรียกก็ Palm อะนะ (เค้าออกเสียง พาม <-- นอกจากจะเป็นชีแล้ว  ยังเป็นพราหมณ์ด้วยนะเออ -v-)

 

5. ชื่อภาษาจีน

หลิน หย่ง เซียง  

แซ่ หลิน (ไม้สองตัว เหมือนโคบายาชินั่นแหละ)

ชื่อ หย่ง เซียง แปลว่า...หอมตลอดกาล (กลิ่นมาดามหอมชื่นใจ 555)

อย่าแปลกใจที่จะคุ้น ๆ กับตัวเซียง  เพราะนอกจากเราจะชอบใส่ลงไปในรูปคาโอรุคุงแล้ว  ทุกท่านยังอาจคุ้นตาเวลาไปเดินเยาวราช  เพราะร้านหมูแผ่นนั้นส่วนใหญ่จะชื่ออะไรเซียง ๆ นั่นแหละ ฮ่า ๆๆๆ

 

6. ชื่อภาษาญี่ปุ่น

เล่นง่ายไปมั๊ย  มันก็คือคำว่าปาล์มที่เขียนด้วยตัวคาตาคานะนั่นแหละ  แต่เซนเซย์ก็เรียกเราว่าปาล์มซังนะ ^^''

กำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ชื่อญี่ปุ่นว่า คาโอรุ หรือคาโอริ (แต่คาโอริฟังสาว ๆ ชอบกล ^^;) ก๊ากกกกก (ขอโทษแฟน ๆ คาโอรุคุงทั่วราชอาณาจักรด้วยนะคะ)

 

7. ชื่อภาษาเกาหลี

ไม่มีอะค่ะ  ฉะนั้นเมื่อกี๊เราเลยลงทุนไปเล่นควิชในเฟสบุ๊คมา  ได้ออกมาเป็น...

ซอย แจ กัน

(คุณเป็นคนโรแมนติก แต่ขี้เหงา มักรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว เหมือนแจกันที่ไม่มีดอกไม้...มาเสียบ)  เค้าว่างั้นอะนะ

จริง ๆ เคยทำควิชชื่อเกาหลีอีกอันในเฟสบุ๊คนี่แหละ  ได้ชื่อ เตียง ยัง พัง มั๊ง  แย่มาก...orz!!

 

8. ชื่อเล่นที่ใช้ในเน็ต

palmcj ใช้ทั่ว ๆ ไปสุด ๆ ...แม้แต่อีเมลก็อันนี้ (แต่แอบมีอันเดอร์สกอร์นิดนึง)

palmnoi เป็นรูปที่พัฒนาแล้วของอันแรกค่ะ  ที่ใช้ก็ใน DA แล้วก็บอร์ดบางบอร์ด

ชิโร่ (เขียนเป็นภาษาอังกฤษ) อันนี้ใช้ในพันติ๊ป  เพราะเพื่อนเราเคยเรียกเราว่าเจ้าขาวอยู่พักนึง (นึกขึ้นได้ว่าลืมใส่อันนี้เป็นฉายา  ฉะนั้นฉายาเราก็เลยงอกขึ้นมาอีกหนึ่ง =w=;)...เค้าว่าเราหัวกลม ๆ เหมือนเจ้าขาวนะ...แต่เราว่าหัวเจ้าขาวมันแป้น ๆ นะ ฮ่า ๆๆๆ

อันนี้ใช้ในเว็บที่เป็นทางการหน่อย ๆ ค่ะ (แต่ในเฟสบุ๊กก็ใช้อันนี้นะ  แถมมีนามสกุลเป็นพร็อพให้ยาวเล่น ๆ ด้วย XD) เช่น settrade เป็นต้น 

 

9. ชื่อที่คนอื่นเรียกผิด

คิดว่าหลาย ๆ คนคงเดากันได้  ชอบมีคนเรียกเราผิด ๆ ว่า

ชิด-ชะนี Orz!!  บางทีก็... ชิ.ด-ชน-นะ-นี  เบิ้ลกันเลยทีเดียว

 

10. ชื่อที่คนต่างชาติเรียก

ปาล์ม (พาม)  ปาล์มซัง  เพื่อนอินเดียเคยพยายามเรียกชื่อจริงเรา...ก็โอเคนะแต่เค้าออกเสียง ช ได้แบบว่า...ฟังแล้วเหนื่อยแทน (เหมือนเค้ากักลมไว้หลังฟันเยอะน่ะ -___-")

 

11. ชื่อที่อาจารย์ชอบเรียก

อาจารย์คนไทยเรียกชื่อจริง

อาจารย์ฝรั่งเรียกชื่อเล่น

เซนเซย์เรียก ปาล์มซัง

อาจารย์สมัยมัธยมบางคนเรียก ชิด OTL!!

 

12. ชื่อที่อยากให้คนอื่นเรียก

เรียกอะไรก็ได้ค่า  ขออย่างเดียวคืออย่าเรียก ชิด-ชะนี เลย  มันเอิ่มมมมม  ชะนี!!

 

13. ชื่อที่ไม่อยากให้คนอื่นเรียก

ตามข้อข้างบนเลยจ้า

 

14. ชื่อที่ใช้เรียกแทนตัวคนรัก

เป็นมนุษย์ที่ไม่มีคนรักมา 2x ปี (เท่าอายุ) แล้วค่ะ  ก๊ากกกก

แต่ถ้ามีก็คงเรียกชื่ออะนะ

 

15. ชื่อที่ให้คนรักเรียก

เหมือนข้อที่แล้ว...ยังโสดสนิท  แต่คิดว่าถ้ามีก็คงให้เรียกชื่อนั่นแหละ =___=;

 

แทกต่อ (ใครดีหว่า  รู้สึกว่าส่วนใหญ่จะทำกันแล้ว ^^;)

เอาเป็น...

ป้าแดง น้องแพร โคจิ น้องจูน แล้วก็น้องทิปละกัน 

หรือไม่ใครอยากทำก็รับไปทำได้นะคะ ^3^//

 

--------------------------------------------------------------------------------

 

เมื่อวานซืนอยู่ ๆ คอมเราก็เดี้ยงขึ้นมาค่ะ  ตอนแรกคิดว่าฮาร์ทดิสเสียซะแล้ว  ยกไปที่ร้านเค้าก็บอกว่าถ้าไม่เสียที่ฮาร์ทดิสก็มีปัญหาที่วินโดว์

ปรากฎว่าวินโดว์เสียค่ะ  ตอนนี้ก็ลงใหม่ไปเรียบร้อย  แต่อีโมติคอนในเอ็มหายเกลี้ยงเลยอะ  เศร้าใจ T3T

ต้องลง SAI ใหม่ด้วย  ลงเวอร์ชั่นใหม่อะ  ไม่ค่อยชินกับหน้าตาโปรแกรมเลย  คงต้องใช้เวลาสักพัก ; A ; (เงินเยนแข็งขึ้นกว่าปีที่แล้วมาก  รู้สึกได้ตอนจ่ายเงิน  ราคาเป็นเงินเยนเท่าเดิม  แต่ราคาเป็นบาทพุ่งแบบไม่เกรงใจกันเลย ฮือออออ)

 

ปล. สถานะตอนนี้...ขี้เกียจอ่านหนังสือ  แถมความรู้ไหลเข้าแล้วออกแทบจะทันที...แล้วก็...อยากวาดรูปแต่พยายามห้ามใจอยู่ ...แต่เมื่อคืนก็แอบไปกราฟฟิตี้รูปแมทคุงมาหนึ่งรูปจนได้ =\\\\\\=

 

[APH] Kaoru-kun

posted on 17 Nov 2009 20:24 by palmcj  in APH

** คำเตือน **

การ์ตูน เรื่อง Axis Powers Hetalia เป็น parody manga ที่มีการหยิบยกเอาเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาเล่าผ่านตัวละครที่มีต้นแบบมา จากประเทศต่าง ๆ  ใครที่อ่อนไหวกับเรื่องทำนองนี้ขอให้ปิดเพจนี้ไปได้เลยค่ะ

 

อนึ่ง  เรื่องราวในบล็อกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบ้านหลักแต่อย่างใดนะคะ

 

ตั้งชื่อเอนทรี่น่าเกลียดมาก ฮ่า ๆๆๆๆ (วาดคาโอรุคุงบ่อยแล้วยังกล้าตั้งชื่อแบบนี้อีกนะคนเรา =____=;)...ก็ขี้เกียจคิดชื่อนี่นา OTL

 

วาดตอนอู้จากทำข้อสอบ  ยังดีที่มีจิตสำนึกอยู่บ้างเลยเผา ๆ ให้เสร็จเร็ว ๆ ....ก่อนวาดทั้งร้อน ทั้งเบื่อ ทั้งง่วง  พอวาดเสร็จรู้สึกสดชื่นขึ้นทันทีแถมหายร้อนด้วย (เพราะเปิดแอร์ ก๊ากกกกก)...คาโอรุคุงนี่เป็นฮีลลิ่งของเราจริง ๆ เลย ^ P ^

 

 

 

 

เผาแหลก หุหุหุ  กลายเป็นคาโอรุย่างแล้วมั๊งนั่น  ^^;

 

ที่วาดคาโอรุคุงเพราะสำหรับเราคาโอรุคุงวาดง่ายแล้วก็ชินมือที่สุดค่ะ  (แน่นอนว่าเราเองก็ชอบหนุ่มอึนคนนี้มาก ๆ ด้วย)  วาดให้อ่านหนังสือเพราะเราเองก็ต้องอ่านเหมือนกัน (แต่ดันอู้ซะมากกว่า เง้อออ T3T)...ที่ให้กินขนมด้วยเพราะเราก็ทำ (เป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วนช่วงสอบค่ะ ฮ่า ๆๆๆ)...สรุปแล้วเหมือนวาดตัวเองในคราบคาโอรุคุง...รู้สึกสงสารคาโอรุคุงขึ้นมาอย่างประหลาด ^^''

 

บนปกหนังสือเขียนชื่อคาโอรุคุงเป็นคันจิค่ะ  ซึ่งก็ดันไปเหมือนชื่อจีนเราพอดีเลย กรี๊ดดดดด  ดีใจ 5555 <-- บ้า XD

 

หลาย ๆ คนคงรู้อยู่แล้วว่าเราต้องสอบวัดระดับวันที่หกเดือนหน้า  อดไปแคปโกลด์เลย Orz

แต่ไม่แน่ก็อาจจะไปปิดงานค่ะ เพราะสอบเสร็จเที่ยง  กะว่าจะชวนโคจิไปด้วยกัน...เรื่องของเรื่องคือจะไปเอาโดค่ะ ฮ่า ๆๆๆ...แล้วก็ไปปลดปล่อยหลังสอบเสร็จด้วย (แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็ยังชิวมาก  หนังสือแทบไม่แตะ  มัวแต่นั่งหนีความจริงทั้งวัน  แล้วจะสอบผ่านมั๊ยนั่น OTL!!)

 

น้อง ๆ ที่รู้จักกันติดสอบหลายคนค่ะ  เรามาพยายามกันเถอะ  ถ้าให้ดีช่วยแบ่งความขยันมาทางนี้ด้วย ฮ่า ๆๆๆ

ganbarimaaaaaaaasu---!!! \(>"<)/

 

-----------------------------------------------------------------------

 

Forlist* oOmaveyOo

สำหรับเราลูลู่เป็นสาวงาม (??) อันดับหนึ่งในเรื่องค่ะ  555

 

พัดบร้า

ขอบคุณค่า

ปฏิทินงามจริง ๆ ค่ะ  งามจนไม่กล้าใช้เลย ^^;

 

ป้าแดง underground

เพราะบ้าพลังนั่งส่องอยู่นานค่ะป้าแดง  ไม่รู้เกิดฟิตอะไรขึ้นมา (เอาเวลาไปทำฟูลซีจีดีกว่ามั๊ย OTL)

 

Otome

เห็นด้วยค่า  สึคุงคงเหมาหมด XD

ถูกแล้วค่า...รูปนี้วาดหลังจากโมโซสุด ๆ พออ่านโดของอะชิซามะจบ  อ่านแล้วมันอูอาจริง ๆ เนอะคะ >3<

 

~•Kojiroh•~ [พลพรรครักเบย์เอย์]

ขอบใจจ้าโคจิ  วันงานขอบใจมาก ๆ เลย  แล้วก็วันสอบพี่ก็ต้องรบกวนโคจิอีกแล้ว แหะ ๆๆ

เรามาพยายามด้วยกันเถอะ >"<

 

Yuzu

ขอบใจจ้าน้องนุช...ในโดหวานกว่านี้อีกอะ  หวานจนกลัวว่ามดจะขึ้นหนังสือเลย XD!!

FMA 101 The Fifth Human Sacrifice

posted on 13 Nov 2009 03:42 by palmcj  in Alchemic-world

ตอนนี้รี ๆ รอ ๆ อยู่นานค่ะกว่าจะเริ่มทำทั้ง ๆ ที่แปลออกมาเร็วมาก  (แต่คนแปลที่แปลประจำทั้งสองเจ้าไม่มาลงสักที  เราเองก็รอไม่ไหวเลยแปลเลยละกัน <-- ปกติเวลาแปลจะใช้ของคนแปล ENG สองคนเทียบกันค่ะ  ไม่รู้ทำไมสินะ  ^^;)

ตอนนี้คงถูกใจแฟน royai ค่ะ  หลังจากที่ลุ้นอยู่ตั้งเดือนว่าผู้กองของเราจะรอดมั๊ย  ไม่ได้คิดถึงคนที่จะมาช่วยมาก่อนเลย  จะว่าไปทุกคนก็อยู่ในกองบัญชาการเหมือนกันนี่นะ...

 

 

Chapter 101 The Fifth Human Sacrifice

 

ลึกลงไปยังทางน้ำใต้ดินของเซ็นทรัล  คิง แบรดเล่ย์ หรือ "ราธ"...โฮมุนคูลัสแห่งโทสะ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับฝูและบัคคาเนียร์จนร่วงลงไปทางน้ำรอบป้อม ปราการของกองบัญชาการเซ็นทรัล...ปรากฎตัวขึ้น  แม้ฝูและบัคคาเนียร์จะสละชีวิตของตนเองจนสามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้ราธได้ ก็ตาม  แต่ราธยังคงรอดชีวิตราวกับเป็นอมตะ  ราธผยุงร่างตัวเองขึ้นมาจากน้ำ  สายตาครุ่นคิดและดุดันของผู้นำแห่งอเมสทริสทอดไปยังทางเดินเบื้องหน้า...


การ หายตัวไปอย่างลึกลับต่อหน้าต่อตาเพื่อนพ้องของอิสึมิสร้างความตื่นตะลึงให้ กับพวกโอลิเวียร์เป็นอย่างมาก  ในขณะที่ซิกผู้เป็นสามีร้องหาอิสึมิแต่ก็ไม่มีคำตอบ  อิสึมิถูกดึงตัวไปยังประตูแห่งสัจจะเสียแล้ว...


เพราะอยู่ ๆ ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น  โอลิเวียร์จึงให้ทหารใต้บังคับบัญชาติดต่อกับหน่วยที่อยู่ที่กองบัญชาการ กลางเพื่อติดตามสถานการณ์  หญิงสาวเห็นซิกหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก จึงถามอเล็กซ์ว่าพอจะรู้บ้างไหมว่าเกิดอะไรขึ้น  อเล็กซ์ตอบว่าพี่น้องเอลริคเคยบอกเขาว่า  เมื่อทำการแปรธาตุมนุษย์  พวกเขาก็ถูกมือสีดำดึงเข้าไปยังประตูแห่งสัจจะ  โอลิเวียร์สงสัยว่าประตูแห่งสัจจะคืออะไร  แต่อเล็กซ์ไม่สามารถตอบคำถามพี่สาวได้  เพราะเอ็ดและอัลไม่ได้เล่าอะไรมากไปกว่านั้น...


ลูกน้องของโอลิ เวียร์รายงานว่า  สถานการณ์ทางศูนย์บัญชาการกลางยังไม่เปลี่ยนแปลง  ทว่าบัคคาเนียร์และพวกได้เสียชีวิตจากการต่อสู้กับคิง แบรดเล่ย์ เสียแล้ว  บัคคาเนียร์และฝูที่สู้จนตัวตายได้ฝากรอยแผลฉกรรจ์ไว้บนร่างของแบรดเล่ย์ ที่ร่วงลงไปยังคลองเบื้องล่าง  ทันทีที่รู้ข่าวการจากไปของมือขวาคนสนิท  ดวงตาที่มักสงบและเย็นชาของโอลิเวียร์ก็เบิกโพลงด้วยความตกใจและใจหายที่ สูญเสียผู้ใต้บังคับบัญชาคนสำคัญไป  นายพลสาวถามถึงสถานการณ์ที่ประตูหลัก  ลูกน้องตอบว่ากองทัพบริกส์ปกป้องชัยภูมิที่ประตูหลักของศูนย์บัญชาการกลาง ไว้ได้และตอนนี้กรีดก็ได้เข้าร่วมกับพวกตนและช่วยจัดทัพอยู่ที่ป้อม


"...อย่างที่ท่านสั่งเอาไว้...ประตูยังคงปิดอยู่  กัปตันบัคคาเนียร์ได้จบชีวิตลงด้วยรอยยิ้ม..."

"งั้น เหรอ...บัคคาเนียร์จากไปพร้อมกับรอยยิ้ม...ฉะนั้นพวกเราเองก็ไม่ควรหลั่ง น้ำตา  พวกเราต้องเดินหน้าต่อไป...ไปกันเถอะซิก  เราต้องตามหาภรรยาของคุณด้วย"

โอลิเวียร์นำทหารของตน อเล็กซ์ และซิก เดินทางต่อไปตามแผน...ทิ้งความเศร้าโศกเสียใจไว้เบื้องหลัง...

 

 

 

"ร้อยโท!!...ร้อยโทอดทนไว้นะ...ได้ยินเสียงชั้นรึเปล่า...ตอบหน่อยสิ..ร้อยโท!!"

รอย ตะโกนเรียกริซ่าที่ล้มลงเพราะแผลฉกรรจ์ที่คอสุดเสียง  ชายหนุ่มพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการเพื่อเข้าไปหาหญิงสาว  เพื่อเข้าไปจัดการกับศัตรูที่ใช้วิธีสกปรกบีบคั้นเขาถึงเพียงนี้  ทว่าทหารสองคนที่ล็อกตัวรอยไว้นั้นมีเรี่ยวแรงมากเสียจนเขาไม่สามารถทำตาม ที่ใจต้องการได้...


"ว่าไง...ตัดสินใจได้หรือยังมัสแตงคุง"
หมอ ฟันทองยิ้มเยาะรอยเพราะมั่นใจว่าสุดท้ายรอยต้องตกลงแปรธาตุมนุษย์เพื่อช่วย ริซ่าแน่ ๆ ...รอยยิ้มและคำพูดบาดหูของหมอวิปลาสยิ่งเติมเชื้อไฟให้รอยโกรธเกรี้ยวยิ่ง ขึ้น  ทว่าชายหนุ่มก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามร้องเรียกริซ่าให้หญิงสาวประคองสติ ไว้ให้ได้นานที่สุด  ในขณะที่ทหารของหมอฟันทองลากริซ่าไปอยู่กลางวงแหวนเวทย์ที่เตรียมไว้สำหรับ แปรธาตุมนุษย์


"เอาล่ะ...เรามาแปรธาตุมนุษย์กันตอนนี้เลยเป็นไง ...เธอจะชุบชีวิตใครล่ะ...ครอบครัว..เพื่อน..คนรัก...หรือถ้าผู้หญิงคนนี้ กำลังจะตาย  เธอจะแปรธาตุช่วยชีวิตหล่อนก็ได้.."


"ฉัน...ไม่ตายหรอก...ฉัน...ได้รับคำสั่งให้ห้ามตาย...รู้รึเปล่า..."
ริซ่ารวบรวมกำลังเท่าที่มีอยู่พูดขัดจังหวะขึ้นมา  หญิงสาวจ้องหน้าและยิ้มให้หมอฟันทองอย่างท้าทาย  ทว่าหมอฟันทองกลับไม่สนใจพร้อมตอกกลับว่า  หากริซ่ามีร่างกายที่เอาชนะความตายได้  ริซ่าก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนมนุษย์ทั่ว ๆ ไปหรอก...


"จะ เอายังไงล่ะมัสแตงคุง..?...ผู้หญิงคนสำคัญของเธอกำลังจะตายอยู่แล้วนะ...ถ้า ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ละก็เธอคงจะเสียเลือดจนตายแน่ ๆ...แต่ว่า  ฉันเป็นหมอที่รู้วิชาแปรธาตุ  แถมฉันยังมีศิลานักปราชญ์ด้วย...เธอคิดว่าควรจะทำยังไงดีล่ะ...โอ... ผู้หญิงคนนี้นิ่งไปแล้ว  สงสัยจังว่าจะตายหรือยัง.."

 

 

 

หมอฟันทองแสยะยิ้มเหมือนคนวิปลาส  รอยแค้นที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย  ชายหนุ่มขบกรามแน่นดวงตาเพิกโพลงด้วยโทสะ  ทว่าริซ่ายังคงยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องช่วยเธอด้วยวิธีนั้น  หญิงสาวจ้องหน้ารอยพร้อมส่งสายตาเป็นสัญญาณ  ทันทีที่รอยเห็นก็เข้าใจว่าริซ่าต้องการพูดอะไรกับเขา  สการ์เองก็มองไปที่รอยเช่นกัน  สายตาของรอยเยือกเย็นลง...ในที่สุดนักเล่นแร่แปรธาตุอัคคีก็ตัดสินใจได้...

"เข้าใจแล้ว...ฉันเข้าใจแล้วร้อยโท...ฉันน่ะจะไม่แปรธาตุมนุษย์"

หมอ ฟันทองถึงกับอ้าปากค้าง  ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน  ทว่าหมอก็ยังไม่ละความพยายามที่จะโน้มน้าวให้รอยแปรธาตุเพื่อเปิดประตูตาม แผน  

"อย่าบอกนะว่าจะทิ้งให้เธอตาย...ช่างโหดร้ายซะจริง"
"ทอดทิ้ง..?..ชั้นไม่อยากให้คนที่ทิ้งคนอดีตผู้เข้าชิงตำแหน่งผบ.สูงสุดพวกนี้เหมือนเบี้ยมาว่าหรอกนะ"

ริซ่าเตือนสติจนรอยกลับมาเยือกเย็นเหมือนเดิมได้สำเร็จ  

หมอ ฟันทองบอกรอยว่า  ทหารเหล่านี้เดิมทีก็เหมือนตายไปแล้วหลังจากถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง  เขาเป็นคนให้ทั้งการศึกษาชั้นหนึ่ง  ทั้งเป้าหมายในชีวิต
"...พวกนั้นควรจะขอบคุณฉันมากกว่านะ.."

"นี่แหละคือเหตุผลที่แกจะแพ้ภัยตัวเอง"
รอยพูดขึ้นอย่างเหลืออดกับความคิดเอาแต่ได้ของอีกฝ่าย 

 

 

 

ทันใดนั้นเองร่างของหมอฟันทองก็หายวับไป  ไม่กี่อึดใจต่อมา  ขวดใส่ศิลานักปราชญ์ที่หมอถืออยู่ก็ร่วงลงมาจากบนเพดาน  เจลโซที่แปลงร่างเป็นคางคกซุ่มดูการสนทนาระหว่างรอยกับหมอฟันทองอยู่ที่ นั่น  คำพูดเห็นแก่ตัวของหมอกระตุ้นความโกรธแค้นที่อยู่ในตัวคิเมร่าคางคกให้ปะทุ ขึ้น  เจลโซตวัดลิ้นยาวและแข็งแรงพันรอบคอหมอวิปลาสอย่างรวดเร็วและดึงร่างนั้น ขึ้นมาประชิดตัว  

"...แกพูดว่าสำนึกบุญคุณงั้นเหรอ...แต่ในเวลาแบบ นี้ร่างนี้ก็สะดวกดีจริง ๆ นั่นแหละ...ที่ฉันทำอะไรแบบนี้ได้ก็ต้องขอบคุณผู้สร้างอย่างแกสินะ....บอก ตรง ๆ ว่าฉันอยากจะฆ่าคนอย่างแกจริง ๆ"

ลิ้นเหนียว ๆ รัดคอหมอฟันทองแน่นขึ้นทุกที ๆ จนหมอเริ่มต่อรองว่าเขาเป็นหมอคนเดียวที่อยู่ที่นั่น  ถ้าฆ่าเขาก็จะไม่มีใครช่วยชีวิตริซ่าได้  แต่เจลโซไม่สนใจแม้แต่น้อย  ลิ้นของคิเมร่าคางคกยังรัดคอเหยื่อเอาไว้แน่น

ในขณะที่สถานการณ์เริ่มพลิกผันเพราะหมอที่เป็นผู้สั่งการถูกจับตัวไว้ได้  ซันปาโน่คิเมร่าหมูป่า  เหม่ย และเสี่ยวเหมยก็ปรากฏตัวขึ้น  ซันปาโน่ยิงหนามเข้าใส่กองทหารของหมอวิปลาสอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว  เช่นเดียวกับเหม่ยที่ระดมปามีดบินเข้าใส่ศัตรูทำให้รอยและสการ์ได้โอกาส จัดการกับทหารที่คุมตัวตัวเองไว้และหนีออกมาได้สำเร็จ

ทันทีที่หลุด ออกจากพันธนาการ  รอยก็พุ่งเข้าหาศิลานักปราชญ์  ทว่าทหารของหมอนั้นรักษาหน้าที่ของตนเป็นอย่างดีจึงคอยขัดขวางไม่ให้รอยได้ ศิลานักปราชญ์และคอยขวางไม่ให้เข้าไปช่วยริซ่าได้  ขณะที่รอยกำลังต่อสู้กับเหล่าทหารอย่างเอาเป็นเอาตาย  ดาริอุสก็เข้ามาช่วยจัดการศัตรู...เปิดทางให้รอยเข้าไปช่วยริซ่าได้สำเร็จ  แม้ว่าพวกดาริอุสไม่เคยเจอรอยมาก่อนแต่ก็เต็มใจช่วยอย่างสุดกำลังหลังจาก ได้ยินเรื่องทั้งหมดจากชั้นบนของอุโมงค์


เหม่ยเห็นขวดศิลานัก ปราชญ์...สิ่งที่ตามหามานาน..กลิ้งอยู่บนพื้น  ทว่าเหม่ยไม่อาจนิ่งดูดายกับริซ่าที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งความเป็นความตาย ได้  เด็กสาวจึงตัดใจมาช่วยริซ่าก่อน...ทิ้งให้สิ่งล้ำค่าที่สามารถพลิกชะตาของ ตระกูลตนได้ให้หลุดมือไป

 

 

 

เหม่ยใช้เลือดวาดวงเวทย์อย่างรวดเร็วแล้วใช้วิชา เหลียนตันหยุดเลือดของริซ่า  หญิงสาวจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด  รอยกอดริซ่าแน่น  ทั้งโล่งใจที่ริซ่าไม่จากเขาไป ทั้งซาบซึ้งใจที่เหม่ยมาช่วย  และรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องหญิงสาวได้

"ฉันขอโทษ...ขอบใจนะ.."

ริซ่าพยายามจะตอบรอยแต่รอยบอกให้หญิงสาวพักเงียบ ๆ ด้วยความเป็นห่วง  ริซ่ายิ้ม...โล่งใจที่รอยเข้าใจ "สัญญาณ" ที่เธอส่งสายตาบอกเป็นอย่างดี...

"...ก็พวกเราร่วมงานกันมาตั้งนานนี่นะ..."
"...แล้วก็...สัญญาณของเธอมันฟ้องว่า  เธออยากจะพูดว่า "ถ้าผู้พันแปรธาตุมนุษย์  ฉันจะยิงให้ตายเลย" ใช่มั๊ยล่ะ"
ริ ซ่ายิ้ม  รอยเห็นริซ่าปลอดภัยก็คลายกังวลลง  ผู้พันหนุ่มหันไปขอบคุณพวกเหม่ยที่มาช่วยตนเอาไว้  เหม่ยเห็นศิลานักปราชญ์ตกอยู่ข้าง ๆ ศพทหาร  เด็กสาวตั้งใจจะเข้าไปเก็บ  ทว่าแบรดเล่ย์กลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

คิง แบรดเล่ย์ก้มลงเก็บศิลานักปราชญ์  เหม่ยได้แต่ยืนมองตัวแข็งทื่อเพราะเด็กสาวสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่น่ากลัวในตัวแบรดเล่ย์


"ฉันคิดว่ามนุษย์อย่างพวกเธอจะแปรธาตุมนุษย์เพื่อช่วยคนสำคัญที่กำลังจะตายตรงหน้าโดยไม่ลังเลเลยเสียอีก.."

ราธผิดคาดที่รอยไม่เดินไปตามหมากที่ได้วางเอาไว้

ไเมื่อก่อนฉันก็อาจจะเป็นแบบนั้น ....แต่ฉันในตอนนี้มีทั้งคนที่คอยห้ามปราม  และคนที่คอยชี้ทางที่ถูกต้องให้..."
รอย ตอบแบรดเลย์  ในใจคิดถึงริซ่าที่คอยหยุดเขาไว้ทุกครั้งที่กำลังจะเลือกเดินในทางที่ผิด  และสการ์ที่แม้จะเคยเป็นศัตรูแต่ก็ตัดสินใจลืมความแค้นที่ผ่านมาแล้วร่วม กับตนหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของพวกโฮมุนคูลัส

"ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดมาตลอดว่าพวกมนุษย์น่ะไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย  แต่ก็ยังมีคนอย่างเธอที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้....จริง ๆ นะ...เวลาพวกมนุษย์ไม่ทำตามที่ฉันต้องการ  มันทำให้ฉันโกรธแทบคลั่ง"

ราธยิ้ม  ทว่าไม่ใช่รอยยิ้มแบบคนอารมณ์ดีที่รอยคุ้นเคย  หากแต่เป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของโฮมุนคูลัสแห่งโทสะที่กำลังโกรธเพราะรอย ไม่เดินตามเกมที่วางเอาไว้

เหม่ยก้มหน้ามองพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก  สการ์จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น  เหม่ยตอบว่าที่ใต้ที่ที่พวกเขายืนอยู่มีอะไรบางอย่างที่น่าขนพองสยองเกล้า กำลังเคลื่อนไหว... 

 

 

 

ขณะเดียวกันบนเพดาน  หมอฟันทองพยายามดิ้นสุดแรงเพื่อหนีจากเจลโซแต่ก็ไม่เป็นผล  เจลโซบอกให้หมอเลิกล้มความคิดที่จะลงไปช่วยราธเสีย...

ทัน ใดนั้นเอง  เลือดปริมาณมากก็ไหลพรูลงมาจากบนเพดาน  พวกรอยหันไปดูด้วยความตกใจ....ร่างของเจลโซร่วงลงมาจากที่ซ่อน  เลือดสีแดงฉานไหลออกจากปากแผลที่เหมือนถูกดาบยักษ์คมกริบเสียบจนพรุนไปทั้ง ตัว

"หนี....ไป...."
เจลโซที่บาดเจ็บสาหัสบอกให้ทุกคนหนีจากปีศาจร้ายที่เล่นงานตนโดยไม่รู้ตัว
ดาริอุสเองก็สัมผัสได้ว่าอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกำลังคืบคลานเข้ามา  เขาจึงสั่งให้ซันปาโน่พาเจลโซหนีไปด้วยกัน

ทว่าสายไปเสียแล้ว  เงาสีดำทะมึนพร้อมปากและตาขนาดใหญ่ค่อย  ๆไหลลงมาจากเพดานพร้อม ๆ กับร่างของเซริม แบรดเล่ย์ 

 

 

 

ทันทีที่ไพร์ดปรากฏตัวขึ้น  ราธก็คว้าดาบที่ตกอยู่ที่พื้นแล้วพุ่งเข้าโจมตีรอย  รอยสั่งให้ดาริอุสดูแลริซ่าส่วนเขาใช้วิชาแปรธาตุสร้างประกายไฟจู่โจมแบรด เล่ย์  แต่แรงระเบิดจากประกายไฟของรอยไม่สามารถหยุดยั้งแบรดเล่ย์ได้  โฮมุนคูลัสแห่งโทสะกระโจนขึ้นคร่อมรอย  กระบี่ทั้งสองเล่มที่ถืออยู่ในมือปักตรึงมือทั้งสองข้างของผู้พันหนุ่มกับ พื้น  ริซ่าร้องเรียกรอยด้วยความเป็นห่วง

หมอฟันทองเอ่ยปากชมแบรด เล่ย์ว่าสมกับเป็นคนที่เขาเลี้ยงดูมากับมือ  ทว่าความลิงโลดนั้นก็อยู่ได้เพียงอึดใจ...ไพร์ดใช้เงาแหลมคมของตนเสียบเข้า กลางลำตัวของหมอฟันทอง  เงานั้นทะลุออกจากปากแผลแล้วค่อย ๆ พันรอบตัวเหยื่อจนทั้งร่างของหมอวิปลาสถูกคลุมด้วยเงาสีดำ  ไพร์ดยกร่างของเหยื่อขึ้นเหนือตำแหน่งของรอยและแบรดเล่ย์พอดี 

 

 

 

รอยถูกตรึงอยู่กลางวงแหวนเวทย์ห้าแฉก  เหนือร่างของเขาคือราธและร่างไร้วิญญาณของหมอฟันทอง  เงาของไพร์ดบัดนี้เปลี่ยนร่างเป็นรูปวงแหวนทำหน้าที่ต่างวงเวทย์ชั้นนอกสุด  ในเงานั้นมีดวงตาห้าดวง  แต่ละดวงอยู่ในตำแหน่งมุมของรูปห้าเหลี่ยมในวงเวทย์พอดี

"นี่เป็นคนที่ห้า...เสามนุษย์ต้นสุดท้าย..."

สิ้นคำของไพร์ดและราธก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นอย่างรุนแรง  รอยถูกดึงตัวไปเช่นเดียวกับเอ็ด อัล และอิสึมิ ในฐานะเสามนุษย์

กลาง เมืองเซ็นทรัลผู้คนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ  หากแต่สุนัขในเมืองต่างเห่ากันระงมจะทุกคนแปลกใจ...สุริยคราสกำลังจะเริ่ม ขึ้นแล้ว  เช่นเดียวกับแผนขั้นสุดท้ายของโฮมุนคูลัสที่จะนำหายนะมาสู่อเมสทริส... 

 

 

 

จบได้ร้าวรานอีกแล้วค่ะตอนนี้ T____T

เปิดตอนค่ะ
คราวนี้ปรับรูปเองเพราะไม่เห็นหน้าคู่แบบ raw ที่แต่งแล้วเลยอะ (หรือเราพลาดอะไรไป  =___=;)...ฉะนั้นอาจจะดูบุ่ย ๆ หน่อยนะคะ ^^; 

 

 

 

ปกกังกังค่ะ

 

 

คุยเล่นนิด...(ข้ามไปเลยก็ได้นะคะ ^^;)

ตอนนี้เป็นตอนที่รอยเอ็ด  เอ้ย..ร้อยเอ็ด  ก็คงใกล้ต้องบอกลาฮากาเร็นเต็มทีแล้ว  ต่อไปคงคิดถึงถั่วน้อยกับผู้พันลูกชิ้นแย่เลยค่ะ >____<;

 

พูดถึงรอยเอ็ด...อาทิตย์ก่อนไปงานคอสที่ CTW นัดกับแตงเอาไว้ว่าจะเอารองเท้าไปให้  แล้วก็นัดเอาการ์ตูนจากน้องโคจิด้วย (ส่วนน้องจูนนั้นไม่คิดว่าจะเจอ  ดีใจมากที่ได้เจอ  แถมน้องจูนยังใจดีเอาโดเบย์เอย์มาให้บูชา ๆ อีก XD) ...พอดีทั้งเรา แตง แล้วก็โคจิเป็นแฟนฮากาเร็น  คุยไปคุยมาก็พูดถึงเรื่องโด  เราก็เปรย ๆ ขึ้นมาว่าแทบไม่เคยโหลดโดฮากาเร็นมาอ่านเลย  เพราะเรื่องนี้เชียร์นอร์มอล  แตงกับน้องโคจิถึงกับงงแล้วบอกว่าไม่น่าเชื่อ (นี่ออร่าฟุโจฉิข้าน้อยมันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ 5555)

 

แต่ถ้าเจอเซอร์เคิลที่ชอบ  ลายเส้นงาม ๆ เนื้อเรื่องดี ๆ ก็อ่านนะคะ  แค่ไม่ขวนขวายมาอ่านเท่าเรื่องอื่นแค่นั้นเอง (ตอนนี้ก็จะแกลบเพราะโดนี่แหละ เง้อ)

 

...ย้อนกลับไปอ่าน...นี่เราคุยอะไรไปหว่า ดูเวิ่นเว้อแถมไร้สาระมากมาย (แถมยังพาดพิงชาวบ้านอีกต่างหาก  แย่  =___=;)  คิดว่าจบก่อนจะออกทะเลมากไปกว่านี้ดีกว่าค่ะ

 

บายค่า  ^^)//